Wordpress Themes
Jul 31

ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ประกาศผลการแข่งขันออกแบบแอพพลิเคชั่นในหัวข้อเปิดกว้างที่เกี่ยวข้องกับ การสาธารณสุขและสุขภาพ ในโครงการ “Java Jive Regional Challenge 2008″ รอบชิงชนะเลิศระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาค ในแนวคิด “Keeping IT Real” ในงาน Sun Developer Days โดย 3 นักศึกษาจากไทยโชว์ผลงานเเฉือนตัวแทนจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย คว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครองพร้อมรับรางวัลเงินสด 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

สำหรับ แอพพลิเคชั่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือผลงาน “Calories Assistant” พัฒนาโดย 3 นักศึกษาไทยทีม “Snooze Monkey” จากคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อลดปัญหาภาวะโรคอ้วนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุม ปริมาณแคลอรีจากการรับประทานอาหาร ด้วยการให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปดูปริมาณแคลอรีของอาหารแต่ละชนิด เลือกสรรเมนูที่ต้องการรับประทานจากการกำหนดจำนวนแคลอรีที่ต้องการบริโภค และเข้าถึงฐานข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพได้ด้วย

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Jul 31

ข่าวต่างประเทศ - แจ้งเกิดเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ล่าสุด “Cuil (อ่านว่าคูล)” พัฒนาและดำเนินงานโดยคู่สามีภรรยาอดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมค้นข้อมูลของกูเกิลและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) คุยฟุ้ง Cuil มีดัชนีที่ใหญ่กว่า การสืบค้นข้อมูลทำได้เร็วกว่า และผลลัพธ์ที่ได้มีคุณภาพดีกว่ากูเกิล

จุดขายแรกที่ Cuil ชูว่าเหนือกว่ากูเกิลคือดัชนีเว็บเพจ โดย Cuil ระบุว่ามีดัชนีหน้าเว็บในคลังถึง 1.2 แสนล้านเว็บเพจทั่วโลก สองคือ Cuil สามารถให้ผลลัพธ์ที่จัดกลุ่มโดยแนวคิด ไม่ใช่จากคีย์เวิร์ดเท่านั้น และสามคือ Cuil ไม่มีการสอดแนมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตแน่นอน

งานนี้ Cuil อ้างว่ากูเกิลมีดัชนีในคลังเพียง 4 หมื่นล้านเว็บไซต์เท่านั้น แน่นอนว่าดัชนีหน้าเว็บที่มากกว่าย่อมทำให้ Cuil ดูมีภาษีดีจนหลายฝ่ายอาจเชื่อว่า Cuil ดีกว่ากูเกิลจริงๆ โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กูเกิลประกาศว่าสามารถค้นพบเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนทั้ งสิ้น 1 พันล้านเว็บเพจ แต่ไม่ได้ระบุว่า จำนวนเว็บเพจที่กูเกิลทำดัชนีไว้แล้วมีจำนวนเท่าใด

นอกจากจำนวนดัชนีที่มากกว่า Cuil ยังอ้างว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในการวิเคราะห์เว็บเพจของ Cuil นั้นเหนือกว่าเทคโนโลยีในเสิร์ชเอนจิ้นทั่วไป ผลคือ Cuil มีการจัดลำดับหรือ rank ที่ดีกว่า เพราะเป็นการจัดลำดับจากเนื้อหา ไม่ใช่จัดลำดับจากความนิยมในการเปิดหน้าเว็บ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาแล้ว Cuil จะจัดกลุ่มผลลัพธ์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และจะแบ่งเป็นประเภทเพื่อความสะดวกในการเรียกดูข้อมูล

Cuil ไม่ใช่คู่แข่งรายแรกที่เสนอตัวแข่งกับกูเกิล เมื่อต้นปี Wikia Search ถูกแจ้งเกิดโดย Jimmy Wales ผู้ก่อตั้งสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังอย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia)

Cuil พัฒนาในนามบริษัท Cuil Inc. นำทีมโดย Anna Patterson อดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมสืบค้นข้อมูลของกูเกิล และสามี Tom Costello ศาสตราจารย์ซึ่งทำวิจัยและพัฒนาเสิร์ชเอนจิ้นให้กับมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ดและยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม (IBM) ทั้งสองดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอบริษัท

ผู้ร่วมก่อตั้งอีกรายคือ Russell Power เคยทำงานด้านการจัดดัชนีสืบค้น การจัดลำดับหน้าเว็บ และการตรวจจับดัชนีขยะกับกูเกิลมาก่อน สำหรับบ้านใหม่ Power ประเดิมที่ตำแหน่งประธานฝ่ายวิศวกรรม

ศาสตราจารย์ Costello ยังอ้างด้วยว่าโปรแกรม Web crawler หรือโปรแกรมซึ่งทำหน้าที่ท่องไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อเก็บข้อมู ลมาจัดทำดัชนีของ Cuil นั้นสามารถทำงานได้เร็วกว่ากูเกิลราว 3 เท่าตัว ใช้โฮสต์เก็บข้อมูลเป็นเครื่องพีซีน้อยกว่า 2,000 เครื่อง

ในแง่ของการแข่งขันกับกูเกิลที่วันนี้มีบริการพ่วงมากมาย ทั้งบริการแผนที่ Google Maps, บริการสืบค้นภาพ Image Search และบริการค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรือ desktop search เป็นต้น ซึ่งทำให้การแย่งคะแนนจากผู้ใช้กูเกิลทำได้ยากขึ้น จุดนี้ศาสตราจารย์ Costello ย้ำว่าจะมีการพัฒนาบริการเสริมอื่นๆตามมาในอนาคตแน่นอน แต่ยังไม่ระบุว่าเมื่อใดและอย่างไร

ที่มา : ARiP

Technorati Tags: , ,

Jul 30

บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ Google Video เพราะรู้จักแต่ YouTube จึงมีคำถามว่า Google จะเก็บเว็บวีดีโอไว้ถึง 2 เว็บทำไม

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : คงไม่มีใครเถียงว่าในปัจจุบันนี้ Google เป็นผู้คุมตลาดเว็บไซต์วีดีโอออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีข้อมูลวีดีโอประมาณ 34% ของทั้งหมด ห่างจากคู่แข่งอันดับสองของตลาดอย่าง Fox Interactive ซึ่งมีส่วนแบ่งเพียง 6% เท่านั้น

ใครๆ ก็รู้ว่าส่วนแบ่งอันมโหฬารของ Google นั้นมาจากเว็บไซต์วีดีโอชื่อดังอย่าง YouTube ซึ่งมีปริมาณคลิปวีดีโอมหาศาล แต่ใครจะนึกบ้างหรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว Google ยังมีเว็บไซต์วีดีโออีกเว็บที่จะเรียกว่าเป็น house brand ก็ได้ นั่นก็คือ Google Video นั่นเอง

?YouTube เป็นเว็บไซต์วีดีโอที่คนส่วนใหญ่ ประมาณ 4 ใน 10 คนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ส่วน Google Video ไม่มีใครนึกถึงเลย? อดัม ไรท์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยตลาด Ipsos MediaCT กล่าว

ดังนั้น จึงมีหลายคนสงสัยว่าถึงแม้ Google Video ยังคงมีผู้ใช้ที่จงรักภักดีอยู่ แต่ทำไมไม่รวมเว็บนี้เข้ากับ YouTube ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในเมื่อมันก็เป็นเว็บไซต์วีดีโอเหมือนกัน และ Google เองก็กำลังอยู่ในช่วงลดค่าใช้จ่ายของบริษัทอยู่ด้วยในขณะนี้

นอกจากนี้ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้มากมายถึงข้อบกพร่องของ Google Video แต่ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากบริษัทเลย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจริงๆ แล้วการบริการลูกค้าของ Google Video ไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของ Google Video ที่เหนือกว่า YouTube ก็คือผู้ใช้สามารถอัพโหลดวีดีโอได้ยาวอย่างเหลือเชื่อ บางคลิปวีดีโอยาวกว่า 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ขณะที่ YouTube อนุญาตให้ผู้ใช้อัพโหลดได้แค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่คำถามก็คือปกติแล้วเราดูวีดีโอกันนานเป็นชั่วโมงหรือไม่ และอันที่จริงขณะนี้ YouTube ก็กำลังทดสอบระบบเพื่อเปิดให้สมาชิกอัพโหลดวีดีโอได้ถึง 1 ชั่วโมงเช่นกัน ซึ่งถ้าเริ่มให้บริการเมื่อไหร่ ข้อดีของ Google Video ก็จะหมดไปในทันที

ขณะที่โฆษกของ Google ออกมาแก้ต่างว่า จุดเด่นของ Google Video ไม่ได้มีดีแค่นั้น เนื่องจากจุดแข็งของ Google นั้นมีความเชี่ยวชาญในด้าน search engine เป็นอย่างมาก ทำให้ search engine ต่างๆ สามารถแยกแยะและค้นหาวีดีโอจาก Google Video ได้เป็นอย่างดี

แต่ข้อดีที่ว่านี้ก็ถูกพูดถึงมา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ เอริค ชมิดท์ ซีอีโอของ Google ออกมาบอกว่า Google Video มีพันธมิตรมากมาย คลิปวีดีโอก็เยอะแยะ แถมจะมี YouTube มาช่วยเสริมทัพอีกด้วย แต่จนถึงวันนี้ Google Video ก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้ไปไหนเลย

ปัญหาก็คือขณะนี้ Google จะเอาอย่างไรกับ Google Video ซึ่งดูเหมือนจะไม่เติบโตไปมากกว่านี้ และข้อดีที่อ้างว่า search engine หาเจอง่ายก็ไม่ได้ทำให้มันเป็นเว็บไซต์วีดีโอที่ดีเด่นอะไร

ที่สำคัญคือถ้า search engine หาวีดีโอใน Google Video เจอ แล้วทำไมจะหาวีดีโอใน YouTube ไม่เจอ แล้วทำไมไม่ให้ search engine หา YouTube เจอแห่งเดียวไปเลย…นี่คือเรื่องแปลก

ที่มา : Rss?Thai

Jul 30

ตลาดมายาเพื่อคนรุ่นใหม่

นับแต่วันที่โลกรับรู้ว่าอินเตอร์เนตเป็นตลาดการค้าออนไลน์ที่กว้างใหญ่ไม่มีใครเทียบ ก็เชื่อกันว่าสินค้าที่จับต้องไม่ได้ แต่สะดวกในการดาวน์โหลด อาทิ ซอฟต์แวร์และเพลง รวมถึงภาพยนตร์ คือผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพกว่าอย่างอื่นใด ?
?
อาร์เอส ธุรกิจบันเทิงรายใหญ่รายหนึ่งของไทย? ซึ่งมีผลิตภัณฑ์บริการเพื่อความสุขครบวงจร ทั้งงานเพลง วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ สิ่งพิมพ์ กีฬา ธุรกิจดิจิทัล และโชว์บิซ ได้ก้าวเข้าสู่ระบบการตลาดออนไลน์มาได้สิบปีแล้ว ตั้งแต่ยุคธุรกิจดอตคอมเฟื่องฟู เริ่มจากการทำเว็บไซต์เป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่อัพเดตที่สุดของศิลปิน ดารา คอนเสิร์ต ภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ ฯลฯ ให้ประชาชนได้ทราบ พร้อมกับการรับสมัครสมาชิกเพื่อรับข้อมูลทางอีเมล์ (e-newsletter) ซึ่งได้รับความนิยมมาก
????
เมื่อถึงยุคที่โทรศัพท์มือถือดาวน์โหลดเสียงเรียกเข้าหรือริงโทน (ringtone) ได้ อาร์เอสก็เปิดบริการดาวน์โหลดริงโทนเพลงยอดนิยมและเพลงฮิตตลอดกาลสำหรับแฟนคลับและลูกค้า ซึ่งเป็นจุดที่อาร์เอสเข้าสู่ยุคของการสร้างรายได้โดยตรงจากระบบออนไลน์? ใน ปี 2546 ได้เปิดบริการดาวน์โหลดโมบายล์คอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ ?โมบี้คลับ? (Mobiclub) ทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ทั้งของอาร์เอสเองและสื่อของบริษัทอื่น จนเป็นที่รู้จักและยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในด้านคุณภาพและความทันสมัย ในฐานะผู้นำการพัฒนาบริการใหม่ๆเป็นรายแรกมาตลอดเช่น ทรูโทน (truetone) วิดีโอคลิป (video clip) ฟูลซอง (full song) แฟลชออนโมบายล์ (flash on mobile) ฟูลวิดีโอ (full video) เอสเอ็มเอสโทน (SMS tone) ฯลฯ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากโอเปอเรตอร์และบริษัทโทรศัพท์มือถือต่างๆเสมอมา
????
ปี 2548 ซึ่งเป็นช่วงที่บรอดแบนด์ หรืออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เริ่มเติบใหญ่ อาร์เอส ก็ให้บริการออนไลน์มิวสิคสโตร์? ?มิกซี่คลับ? (Mixiclub) ให้ลูกค้าดาวน์โหลดเพลงจากศิลปินยอดนิยมและผลงานเพลงฮิตได้เป็นเพลงๆหรือดาวน์โหลดยกอัลบั้มเลยก็ได้ จะเลือกชำระเงินโดยบัตรเครดิตหรือก็ได้
????
ปัจจุบัน อาร์เอส มีเว็บไซต์ 3 เว็บที่เปิดให้บริการในรูปแบบต่างกัน เว็บแรก Youdumv.com เป็นอินเตอร์เน็ตวิดีโอคล้ายกับ Youtube รวบรวมมิวสิควิดีโอและวิดีโอจากที่ต่างๆของอาร์เอสไว้ให้ชมอย่างจุใจ และเอาไปใส่ (embed) ในเว็บอื่นๆได้ด้วย เว็บที่สอง? Zheza.com เป็น social network ประเภทเดียวกับ Hi5 ผสมผสานกับเว็บโลกเสมือน (virtual world) อย่าง Secondlife โดยกำหนดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับเด็กสาววัยมัธยม อัดแน่นไว้ด้วยกิจกรรมต่างๆสำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็น การตกแต่งร่างจำลอง (avatar) ช็อปปิ้งเสื้อผ้าของกินของใช้ส่วนตัว ไดอารี่ บล็อก การ์ตูน เกมส์ ฟังเพลง ดูมิวสิควิดีโอ ดาวน์โหลด ฯลฯ และเว็บใหม่ล่าสุดPleng.com เป็นเว็บ social network กลุ่มเดียวกับ MySpace เน้นเป็นเวทีสำหรับคนรักเพลงนอกกระแส เปิดให้ศิลปินอิสระมารวมตัวกัน เพื่อนำเสนอผลงานของตนอย่างเต็มที่ รองรับด้วยระบบต่างๆมากมาย เปิดเพลง เปิดมิวสิควิดีโอ พบปะพูดคุยทักทายกับแฟนเพลงและผู้สนใจ
????
วรพจน์ นิ่มวิจิตร ผอ.อาวุโสสายงานอาร์เอสดิจิตอล บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงนโยบายการตลาดออนไลน์ของอาร์เอส ว่าเน้นสร้างช่องทางให้ลูกค้าของศิลปิน ดารา คอนเสิร์ต ภาพยนตร์ ละคร รายการโทรทัศน์ และผลงานต่างๆของบริษัท สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ฟังเพลง ดูมิวสิควิดีโอ ดูหนังตัวอย่าง ฯลฯ ได้โดยรวดเร็วทันใจ และเลือกซื้อสินค้าต่างๆได้อย่างสะดวก ทั้งเปิดให้ลูกค้าได้ร่วมกิจกรรมกับศิลปิน ดาราและลูกค้าคนอื่นๆอยู่เสมอๆในแบบออนไลน์ เพราะปัจจุบันการบริโภคสื่อออนไลน์ของวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทเพิ่มขึ้นมาก และสื่อออนไลน์ก็มีความหลากหลายให้เลือกตามพฤติกรรมที่แตกต่างกัน
????
วรพจน์ขยายความ ด้วยว่า ระบบการตลาดออนไลน์ของอาร์เอส เน้นกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าอินเตอร์เน็ตเพราะ จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากกว่า 50 ล้านคน แต่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์มีเพียง 1 ล้านคนเศษ ทั้งยังสะดวกในการเข้าถึง ทำได้ทุกที่ทุกเวลา การชำระเงิน (Payment) ก็ง่ายๆ โดยผูกไปกับค่าบริการโทรศัพท์ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตหรือเครื่องมือทางการเงินอื่นๆเข้ามาช่วย
????
?แต่ในอนาคตอันใกล้ ทั้งสองกลุ่มจะขยายตัวมากขึ้น เพราะขีดความสามารถของโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์และการ์ดหน่วยความจำที่ถูกลงทุกเดือน การเพิ่มขึ้นของจุดบริการ Wi-Fi การเปิดบริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ช่องว่างของสองกลุ่มนี้แคบลงยิ่งขึ้นจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน (Convergence) ในที่สุด?วรพจน์คาดการณ์อนาคตเทคโนโลยี ที่เขาจะต้องพัฒนาเนื้อหาให้สอดคล้องไปด้วย
????
ที่ผ่านมา แม้ตลาดออนไลน์ของไทยจะเดินหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป? แต่สำหรับอาร์เอส ที่เกาะติดเทคโนโลยีอีคอมเมิร์สมาเป็นสิบปี กลับสามารถเก็บเกี่ยวผลตอบแทนได้อย่างน่าพอใจ โดยผอ.อาวุโสสายงานดิจิตอล ของ อาร์เอส เปิดเผยจำนวนสมาชิกที่ลงทะเบียนไว้ในระบบว่ามีแล้วกว่า 1.5 ล้านคน แต่ละวัน มีลูกค้าเข้าใช้บริการทุกช่องทางเฉลี่ยกว่า 100,000 คน ยอดดาวน์โหลดต่อปีสูงกว่า 12 ล้านดาวน์โหลด
????
รายได้คาดหมายสำหรับปีนี้คือ 300 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วมากกว่า 20%
????
ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ขายออนไลน์ อยู่ในกลุ่มเพลงเป็นหลักได้แก่ เพลง มิวสิควิดีโอ ภาพและเสียงของศิลปิน ดาราต่างๆ มีคอนเทนต์ให้บริการมากกว่า 100,000 ชิ้น กว่า 100 ประเภททั้ง monophonic ringtone, polyphonic ringtone, truetone, full song, wallpaper, screensaver, theme, mobile game, video clip, full video, ringback tone, star voicemail รองรับความต้องการของโทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น MP3 MP4 เกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อที่จำหน่ายในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่เพลงแรกของอาร์เอสจนถึงเพลงใหม่ล่าสุดในปัจจุบัน
????
และมีแผนจะพัฒนาคอนเทนต์เพื่อรองรับการเติบโตของโทรศัพท์มือถือระบบ 3G 3.5G 4G และบรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตที่จะมีความเร็วสูงขึ้นกว่าในปัจจุบัน โดยการเพิ่มคุณภาพเสียงและภาพของคอนเทนต์ รวมถึงรูปแบบการให้บริการที่หลากหลายกว่านี้ตามความเร็วของเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น
????
ตลาดออนไลน์สายบันเทิงเพื่อคนรุ่นใหม่กำลังเติบใหญ่ขยายตัวแบบไร้ขีดจำกัดแล้วละท่านผู้ฟัง
????
เอ้า ดาวน์โหลดซะ!!

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Jul 29

CEO ของ Apple ผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเขาแล้ว แต่เป็นเพียง “บางส่วน” เท่านั้น

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หลังจากที่ข่าวคราวเกี่ยวกับสุขภาพของ Steve Jobs ซีอีโอแห่งบริษัท Apple ซึ่งดูท่าจะแย่ลงทุกวันๆ จนทำให้หลายคนสังเกตว่าเขาจะสามารถทำงานใน Apple ต่อไปได้หรือไม่ได้แพร่หลายออกไป ล่าสุด Steve ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล ?บางส่วน? แล้ว

หากถามว่าสุขภาพของ Steve Jobs น่าสนใจใคร่รู้อย่างไร ก็ต้องตอบว่าน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเพราะ Steve ถือได้ว่าเป็นบุคคลสาธารณะที่สำคัญยิ่งสำหรับลูกค้าของเขานับล้านๆ คนทั่วโลก รวมไปถึงนักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนด้วย เนื่องจากสินค้าของ Apple อันเป็นผลมาจากสมองอันปราดเปรื่องของ Steve นั้นได้สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวโลกได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Mac, เครื่องเล่นเพลง iPod, และโทรศัพท์ iPhone

ไม่เพียงเท่านั้น ความสงสัยในรูปร่างที่ผ่ายผอมลงของ Steve ในงานแถลงเปิดตัว iPhone 3G ก็ทำให้ทุกคนยิ่งเห็นภาพชัดมากขึ้นว่าเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน รวมทั้งสงสัยว่าโรคมะเร็งตับอ่อนที่เขาตรวจพบในปี 2003 ซึ่งได้รับการรักษามาโดยตลอดนั้นจะกลับมาเป็นอีกหรือไม่ และนั่นก็ทำให้หุ้นของ Apple ตกลงทุกวันๆ นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หุ้น Apple ตกลงถึง 11% ในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว นั่นก็แสดงว่า ?สุขภาพ? ของ Apple นั้นเกี่ยวพันกับ ?สุขภาพ? ของ Steve Jobs อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หรือถ้าจะพูดให้ง่ายก็คือ Steve Jobs คือ Apple และ Apple คือ Steve Jobs

ความสงสัยนี้ทำให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Apple ต้องออกมาตอบคำถามของสื่อในช่วงแรกๆ ว่าสุขภาพของ Steve นั้นปกติดี เขาเป็นเพียง ?โรคธรรมดาทั่วไป? เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล และเขาจะยังคงทำงานที่ Apple ต่อไป ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล

Joe Nocera ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ New York Times พยายามติดต่อหาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ที่เกี่ยวข้องใน Apple แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด ไม่มีใครให้ข้อมูลเขามากไปกว่านี้ แต่เขาก็ยังไม่ลดละความพยายาม รวมทั้งยังเขียนคอลัมน์ถึงความกระหายใคร่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้หรือไม่ ในบทความที่ชื่อว่า Apple?s Culture of Secrecy และในที่สุด Steve ก็ติดต่อกลับมาหา Joe ด้วยตัวเอง พร้อมคำพูดเปิดการสนทนาที่แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง

?นี่ Steve Jobs พูด คุณคิดว่าผมเป็นพวกหยิ่งยโส (คำพูดจริงๆ หยาบกว่านี้) และเป็นพวกอยู่เหนือกฏหมายนักใช่มั้ย ผมก็คิดว่าคุณเป็น…(คำสบถ) ซึ่งได้รับข้อมูลมาผิดๆ ทั้งนั้นเหมือนกัน?

หลังจากนั้น Steve ก็เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเขา แต่มีข้อแม้ว่า Joe จะไม่เผยแพร่ข้อมูลใดๆ ต่อสาธารณะ สิ่งเดียวที่พอจะบอกได้คือ อาการของ Steve ในขณะนี้ไม่ใช่ ?โรคธรรมดาทั่วไป? ส่วนน้ำหนักที่ลดลงนั้นก็เป็นผลมาจากการผ่าตัดเนื้อร้ายออกไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม Joe ได้ตั้งข้อสังเกตในช่วงท้ายของคอลัมน์ใน New York Times ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ผู้ถือหุ้นของ Apple ควรจะรับทราบเป็นอย่างมาก แต่แทนที่ Steve จะเปิดเผยต่อคนที่เป็นเจ้าของเงินใน Apple ทราบก่อนเป็นอันดับแรก เขากลับเลือกที่จะปิดเป็นความลับต่อไป

ที่มา : Rss Thai

ปิด
E-mail It