เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เกิน 10 ปีนับจากนี้ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ ?อีบุ๊ค? (E-book) จะเข้ามาเป็นธุรกิจอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เมืองไทย
ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะลำพังหนังสือและนิตยสารออนไลน์ที่หลายค่ายพยายามปลุกปั้นกันมาหลายปี ก็ดูจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก
เพราะฉะนั้น? จึงเป็นเรื่องยากที่บรรดาสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เรื่อยไปจนถึงพ็อกเก็ตบุ๊ค วารสาร และตำราวิชาการ จะปรับตัวสู่โลกอีบุ๊ค แต่ทว่าผู้คลุกคลีในวงการอีบุ๊คลองให้คิดเล่นๆ ดูว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วใครจะคิดว่าโน้ตบุ๊กวันนี้จะมีขนาดเล็กเท่าหนังสือแถมความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม กรณีของอีบุ๊กก็เช่นเดียวกัน และอาจไม่ต้องรอกันถึง 10 ปี ก็อาจจะได้เห็นผู้คนถือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อ่านกันทั่วทั้งเมืองทีเดียว
?
“E-book”เทรนด์ใหม่ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ทำเงิน
?
ถึงแม้ระยะยาวอีบุ๊คจะเข้ามาเป็นอนาคตของธุรกิจสิ่งพิมพ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอีบุ๊คก็ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้อีบุ๊คยังไม่ได้เป็นธุรกิจที่ทำเม็ดเงินให้กับผู้ให้บริการเลยสักนิด จนส่งผลให้หลายต่อหลายค่ายต้องพับการให้บริการไปในที่สุด อย่างเช่น บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เท้นเม้นท์ จำกัด เป็นต้น หลังจากเปิดให้บริการอีบุ๊คเป็นรายแรกๆ ของเมืองไทยมาได้ประมาณ 3 ปี
??
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอิศร์ เตาลานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บอกว่า เป็นผลมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งจากความไม่พร้อมของตลาดเอง และเทคโนโลยีที่นำมาใช้อาจจะไม่เหมาะกับคนไทย รวมไปถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยังไม่แพร่หลายและบรอดแบนด์ยังกระจายไม่ทั่วถึง เมื่อประกอบกับสัญญาไลน์เซ่นส์เทคโนโลยีที่ซื้อมาจากต่างประเทศหมดพอดี จึงเป็นเหตุให้บริษัทตัดสินใจหยุดให้บริการ เพื่อกลับมาศึกษาข้อมูลใหม่ว่าจะดำเนินการในทิศทางใดต่อไป
?
?ตลอดเวลา 3 ปีที่ทรูเปิดให้บริการอีบุ๊คในไทย มีผู้ใช้บริการประมาณ 1 แสนราย ลูกค้ามีตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ระดับอายุ 40-50 ปี โดย 50-60% จะดาวน์โหลดหนังสือเฉลี่ย 1 เล่ม และส่วนใหญ่เป็นสัดส่วนการซื้อหนังสือเพียงเล่มเดียว ขณะที่ต่างประเทศจะนิยมสมัครเป็นสมาชิก? เป็นคำบอกเล่าของนายอิศร์ถึงผลตอบรับจากการให้บริการอีบุ๊คในช่วงที่ผ่านมา
?
และเสริมด้วยว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะโมเดลธุรกิจแมกกาซีนเมืองไทย? ไม่เหมือนต่างประเทศ ทั้งนี้? สำหรับประเทศไทยหนังสือแมกกาซีนหาได้ง่าย แถมยังมีธุรกิจเช่าหนังสือให้บริการอีก สวนทางกับต่างประเทศอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากกับอีบุ๊ค ผู้บริโภคไม่นิยมซื้อแกกาซีนตามแผงแต่จะสมัครสมาชิกเป็นรายปี เนื่องจากแผงขายหนังสือมีจำนวนน้อย
?
ถึงแม้วันนี้? อีบุ๊คจะยังไม่ตอบโจทย์ตลาดเมืองไทย แต่นายอิศร์ก็บอกอย่างเชื่อมั่นว่า อีบุ๊คเป็นธุรกิจอนาคตที่ต้องมาแน่ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ดีทำให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์ โดยคาดว่าในอีก 2-3 ปีขึ้นไป น่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ใหญ่ของธุรกิจหนังสือ?
?
สาเหตุที่มั่นอกมั่นใจเช่นนั้น เขาบอกว่า มาจากการมองตลาดอีบุ๊คทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10-20% ทุกปี และบางประเทศก็หันมาใช้อีบุ๊คเป็นหลัก อย่างเช่นในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาตลาดเริ่มบูมมากเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเมืองไทยก็น่าจะเดินไปในทิศทางนี้เช่นกัน
?
แต่ทั้งนี้คงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง เพราะต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งการพัฒนาความง่ายในการอ่านให้ไม่ต่างจากการอ่านจากกระดาษ การแพร่หลายของตัวอ่าน E-reader รวมถึงราคาเครื่องอ่านต้องถูกลง เพราะปัจจุบันถ้าเทียบกับกระดาษยังห่างกันอยู่มาก โดยราคาที่เหมาะน่าจะอยู่ระดับพันต้นๆ ตลอดจนเพิ่มการใช้โน้ตบุ๊กและบรอดแบรนด์ในต่างจังหวัด และเอดดูเคทตลาดทั้งกลุ่มผู้ผลิตหนังสือและผู้อ่านให้มีความคุ้นเคยและเห็นประโยชน์ของอีบุ๊คให้มากขึ้น
“ทรู”รื้อโมเดลเก่ายกกะบิ
?
เขายกตัวอย่างรูปแบบอีบุ๊คที่แพร่หลายในสหรัฐอเมริกาให้ฟังว่า เป็นอีกรูปแบบหนึ่งต่างจากที่ทรูให้บริการในช่วงแรกซึ่งใช้เทคโนโลยี Zinio โดย 90% เป็นการอ่านแมกกาซีนบนเว็บ แต่อีบุ๊ครูปแบบนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีอะโดบี อุ๊ค รีดเดอร์ ซึ่งมีการใช้แพร่หลายอยู่แล้วเพียงแต่เพิ่มซอฟต์แวร์ DRM ลงไป ซึ่งน่าจะเหมาะกับตลาดอีบุ๊ค เมืองไทยมากกว่า โดยเฉพาะในวงการสิ่งพิมพ์ หนังสือตำราวิชาการ
?
?ที่เราเอาเทคโนโลยี Zinio จากสหรัฐอเมริกามาใช้ตอนแรก เพราะคิดว่าการอ่านแมกกาซีบนเว็บน่าจะเหมาะกับคนไทย เนื่องจากเน้นรูป ไม่ต้องอ่านเยอะ แต่ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่มาจากต่างประเทศ จึงปรับเปลี่ยนเองยาก และคนส่วนใหญ่ไม่มี ต้องดาวน์โหลดมาใช้ อีกทั้งเมื่อเน้นรูปก็ต้องใช้แบนด์วิธสูง ทำให้โหลดนาน ผู้ใช้ก็เบื่อ?
? ?
นายอิศร์ อธิบายถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีอีบุ๊คเดิม และชี้ถึงโอกาสของเทคโนโลยีอีบุ๊คที่จะนำมาใช้กับวงการสำนักพิมพ์ให้ฟังว่า มีโอกาสอย่างมากจะเห็นได้จากหลายสำนักพิมพ์ตอนนี้ตื่นตัวกับการขายงานผ่านทาง อีบุ๊ค มากขึ้น เพราะมองเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และที่ผ่านมาก็มีหลายรายร่วมกับบริษัทให้บริการ ที่คิดทำเองก็มี แต่ยอมรับว่าสำนักพิมพ์หลายแห่งยังกังวลในการให้บริการ โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมการละเมิดสิทธิ์ และรายได้จากอีบุ๊คในการดาวน์โหลดอ่านหนังสือจะดีกว่ารายได้จากการขายหนังสือตามร้านเดิมๆ หรือไม่
?
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาบอกว่า เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องเข้าไปเอดดูเคทให้ตลาดเข้าใจว่าอีบุ๊คไม่ได้มากินช่องทางการขายเดิม แต่เป็นการขยายช่องทางการขายเพิ่มเติม ซึ่งจากการสำรวจตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศพบว่ายอดขายโดยรวมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นเรื่องของโมเดลธุรกิจที่ต่างกันด้วย โดยเมืองนอกจะเน้นรายได้จากการขายโฆษณาเป็นหลัก แต่ของไทยจะเน้นรายได้จากการขายหนังสือ เพราะฉะนั้นหากก็ต้องศึกษาและวางโมเดลตรงนี้ให้ชัด
??
เมื่อตลาดอีบุ๊คเดินมาในทิศทางนี้ นายอิศร์ บอกว่า ตอนนี้ทางทรูจึงอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลและเทคโนโลยีในตลาดส่วนนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะพัฒนาเทคโนโลยีอีบุ๊คขึ้นมาใช้เอง โดยคาดจะใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการศึกษา
” E-book”ในหลากหลายรูปแบบ
?
เช่นเดียวกับนายไอศูรย์ ธีรนิติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทชินนี่ ดอทคอม ผู้ให้บริการเว็บไซต์ hunsa.com และล่าสุดกับการปั้นแมกกาซีนออนไลน์ในชื่อ ?หรรษา อี-ซีน? ที่ยอมรับว่า กว่า 2 เดือนที่เปิดบริการแมกกาซีนออนไลน์ แม้จะได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีผู้เข้ามาดาวน์โหลดประมาณ 2 หมื่นโหลด แต่รายได้ยังเข้ามาไม่มากโดยส่วนใหญ่ยังมาจากสปอนเซอร์ในเครือ
???????? ?
?เนื่องจากเราเป็นแมกกาซีนออนไลน์แบบแจกฟรี ซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ทำจึงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีการล็อก ผู้บริโภคสามารถก็อปปี้เนื้อหาและส่งต่อกี่ครั้งก็ได้ เพราะฉะนั้นจำนวนคนที่เข้ามาดาวน์โหลด 2 หมื่นโหลดอาจจะไม่ได้หมายความถึงคนแค่ 2 หมื่นคน เพราะ 2 หมื่นคนที่ว่าอาจจะส่งต่อให้คนอื่นอีกจำนวนมาก” เป็นคำบอกเล่าของนายไอศูรย์ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รายได้หลักของอี-ซีนมาจากการโฆษณาทั้งหมด
อย่างไรก็ดี แม้รายได้จากการโฆษณาของอี-ซีนจะยังมีไม่มาก แต่เขาก็เชื่อว่า ตลาดเมืองไทยวันนี้มาถึงยุคของอีบุ๊คแล้ว แต่ต้องเป็นรูปแบบแฟลช หรือหน้าจอคล้ายกับหน้าเว็บข่าวปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นหนังสือออนไลน์ลักษณะเหมือนหนังสือและแมกกาซีนทุกอย่าง ยืนยันได้เลยว่า ไม่เวิร์ก และจำนวนคนอ่านจริงมีไม่มาก เพราะผู้บริโภคไม่ชอบ เนื่องจากไม่สะดวกในการอ่าน และถึงราคาถูกกว่าหนังสือจริงผู้บริโภคก็ไม่ได้เลือกอ่าน
?
?เหตุที่เชื่อว่าอีบุ๊คเป็นเทรนด์ นายไอศูรย์ ให้เหตุผลว่า เพราะราคาของคอมพิวเตอร์วันนี้ถูกลงมามาก ขณะเดียวกันคนก็เริ่มอ่านหนังสือน้อยลง แต่จะหันไปอ่านบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จะสังเกตได้ง่ายๆ จากผู้คนในออฟฟิศวันนี้แทบจะไม่จับหนังสือพิมพ์มาอ่าน แต่จะอ่านบนเว็บแทน เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่า ต่อไปผู้ผลิตและเจ้าของที่มีสิ่งพิมพ์อยู่ในมือจำนวนมากต้องปรับตัวสู่โลกอีบุ๊คอย่างปฏิเสธไม่ได้
?
“พฤติกรรมเด็กวัยรุ่นยุคนี้ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่มีทางเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เท่าไรเท่ากัน โดยจะเห็นว่าวันนี้คนเริ่มอ่านหนังสือน้อยลง”
?
นายอิศร์ให้เหตุผลที่อีบุ๊คจะเข้ามาเป็นธุรกิจอนาคตของสิ่งพิมพ์ พร้อมเสริมด้วยว่า แม้จะเชื่อว่า อีบุ๊คเป็นเทรนด์ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในตลาดเมืองไทย แต่ยอมรับว่าอาจจะต้องเวลาอีกระยะหนึ่งเช่นกัน พร้อมกับต้องปรับรูปแบบของ อีบุ๊ค ใหม่ยกกระบิจึงจะเกิดได้เร็วในตลาด โดยรูปแบบใหม่ที่ว่าก็คือการทำเป็นหน้าจอแบบแฟลช แทนหน้าจอหนังสือเดิมที่ใช้ PDF ไฟล์ เพื่อให้อ่านได้ง่าย?
??????? ?
นอกจากนี้ยังต้องเดินเครื่องสร้างประสบการณ์การอ่านหนังสือบนเว็บให้กับลูกค้า ด้วยการเทียบให้เห็นว่าการอ่านหนังสือกับการอ่านผ่านอินเทอร์เน็ตหรือบนเว็บไม่ต่างกัน เช่น ให้โหลดอ่านฟรีบนเว็บ หรืออาจจะทำเป็นรูปแบบซีดีแจกไปกับหนังสือเพื่อให้คนได้ทดลองใช้และอ่าน เป็นต้น เพราะเมื่อคนอ่านได้ทดลองอ่านจากซีดีจริงแล้วเห็นว่าการอ่านไม่ต่างกัน ก็จะเริ่มหันมาอ่านหนังสือออนไลน์กันมากขึ้น
?
สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างอีบุ๊กในชื่อ ?ไอ เลิฟ ไลบราลี่? (I love Library) ที่บอกว่า รูปแบบของอีบุ๊กวันนี้ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยวัดจากยอดคนเข้าเว็บซึ่ง 3 เดือนที่เปิดให้บริการมีผู้สนใจเข้าเว็บกว่า 1 พันรายและดาวน์โหลดกว่า 2 หมื่นโหลด แต่ในแง่ยอดขายนั้นยอมรับว่ายังไม่ทำเงินเท่าที่ควร ทั้งนี้เป็นเพราะยังวัดได้ยากเนื่องจากบริษัทเพิ่งเปิดให้บริการ
?
?เขาชี้ด้วยว่า แม้ยอดขายของลูกค้าที่ซื้อซอฟต์แวร์ไปใช้ยังไม่สูง แต่ตอนนี้ก็มีลูกค้าสนใจซื้อไปแล้ว 2-3 รายด้วยกัน โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้อีบุ๊กที่ผ่านมาไม่ค่อยบูม เพราะคนไม่ค่อยรู้จัก และตลาดทั้งในฝั่งผู้ให้บริการและผู้บริโภคยังไม่มีความพร้อม แต่ทั้งนี้เขาเชื่อเช่นกันว่า อนาคตถ้าเทคโนโลยีมา ราคาอินเทอร์เน็ต และเครื่องอ่านอีบุ๊คถูกลง โดยราคาไม่เกิน 5 พันบาท จะส่งผลให้ทุกคนหันมาอ่านอีบุ๊คแทนหนังสือที่ทำจากกระดาษ และจากข้อมูลของผู้ผลิตหนังสือคาดว่าไม่เกิน 2 ปีจากนี้อีบุกจะเข้ามาเป็นตลาดอนาคต
ที่มา : Business Thai
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Tags: download, E-Book, ดาวน์โหลด, ภาษา, อีบุค, ไทย

