Wordpress Themes
iPhone 2.0 พลิกมิติใหม่การตลาดมือถือ เตรียมบอกลา mouse กันได้แล้ว
Jul 17

เชื่อหรือไม่ว่า ไม่เกิน 10 ปีนับจากนี้ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ ?อีบุ๊ค? (E-book) จะเข้ามาเป็นธุรกิจอนาคตของอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์เมืองไทย

ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะลำพังหนังสือและนิตยสารออนไลน์ที่หลายค่ายพยายามปลุกปั้นกันมาหลายปี ก็ดูจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนัก

เพราะฉะนั้น? จึงเป็นเรื่องยากที่บรรดาสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เรื่อยไปจนถึงพ็อกเก็ตบุ๊ค วารสาร และตำราวิชาการ จะปรับตัวสู่โลกอีบุ๊ค แต่ทว่าผู้คลุกคลีในวงการอีบุ๊คลองให้คิดเล่นๆ ดูว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วใครจะคิดว่าโน้ตบุ๊กวันนี้จะมีขนาดเล็กเท่าหนังสือแถมความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม กรณีของอีบุ๊กก็เช่นเดียวกัน และอาจไม่ต้องรอกันถึง 10 ปี ก็อาจจะได้เห็นผู้คนถือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์อ่านกันทั่วทั้งเมืองทีเดียว
?
“E-book”เทรนด์ใหม่ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ทำเงิน

?
ถึงแม้ระยะยาวอีบุ๊คจะเข้ามาเป็นอนาคตของธุรกิจสิ่งพิมพ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอีบุ๊คก็ยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า วันนี้อีบุ๊คยังไม่ได้เป็นธุรกิจที่ทำเม็ดเงินให้กับผู้ให้บริการเลยสักนิด จนส่งผลให้หลายต่อหลายค่ายต้องพับการให้บริการไปในที่สุด อย่างเช่น บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เท้นเม้นท์ จำกัด เป็นต้น หลังจากเปิดให้บริการอีบุ๊คเป็นรายแรกๆ ของเมืองไทยมาได้ประมาณ 3 ปี
??
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอิศร์ เตาลานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัททรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บอกว่า เป็นผลมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งจากความไม่พร้อมของตลาดเอง และเทคโนโลยีที่นำมาใช้อาจจะไม่เหมาะกับคนไทย รวมไปถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กยังไม่แพร่หลายและบรอดแบนด์ยังกระจายไม่ทั่วถึง เมื่อประกอบกับสัญญาไลน์เซ่นส์เทคโนโลยีที่ซื้อมาจากต่างประเทศหมดพอดี จึงเป็นเหตุให้บริษัทตัดสินใจหยุดให้บริการ เพื่อกลับมาศึกษาข้อมูลใหม่ว่าจะดำเนินการในทิศทางใดต่อไป
?
?ตลอดเวลา 3 ปีที่ทรูเปิดให้บริการอีบุ๊คในไทย มีผู้ใช้บริการประมาณ 1 แสนราย ลูกค้ามีตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ระดับอายุ 40-50 ปี โดย 50-60% จะดาวน์โหลดหนังสือเฉลี่ย 1 เล่ม และส่วนใหญ่เป็นสัดส่วนการซื้อหนังสือเพียงเล่มเดียว ขณะที่ต่างประเทศจะนิยมสมัครเป็นสมาชิก? เป็นคำบอกเล่าของนายอิศร์ถึงผลตอบรับจากการให้บริการอีบุ๊คในช่วงที่ผ่านมา
?
และเสริมด้วยว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะโมเดลธุรกิจแมกกาซีนเมืองไทย? ไม่เหมือนต่างประเทศ ทั้งนี้? สำหรับประเทศไทยหนังสือแมกกาซีนหาได้ง่าย แถมยังมีธุรกิจเช่าหนังสือให้บริการอีก สวนทางกับต่างประเทศอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากกับอีบุ๊ค ผู้บริโภคไม่นิยมซื้อแกกาซีนตามแผงแต่จะสมัครสมาชิกเป็นรายปี เนื่องจากแผงขายหนังสือมีจำนวนน้อย
?
ถึงแม้วันนี้? อีบุ๊คจะยังไม่ตอบโจทย์ตลาดเมืองไทย แต่นายอิศร์ก็บอกอย่างเชื่อมั่นว่า อีบุ๊คเป็นธุรกิจอนาคตที่ต้องมาแน่ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ดีทำให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์ โดยคาดว่าในอีก 2-3 ปีขึ้นไป น่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ใหญ่ของธุรกิจหนังสือ?
?
สาเหตุที่มั่นอกมั่นใจเช่นนั้น เขาบอกว่า มาจากการมองตลาดอีบุ๊คทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10-20% ทุกปี และบางประเทศก็หันมาใช้อีบุ๊คเป็นหลัก อย่างเช่นในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาตลาดเริ่มบูมมากเมื่อปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเมืองไทยก็น่าจะเดินไปในทิศทางนี้เช่นกัน
?
แต่ทั้งนี้คงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง เพราะต้องประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งการพัฒนาความง่ายในการอ่านให้ไม่ต่างจากการอ่านจากกระดาษ การแพร่หลายของตัวอ่าน E-reader รวมถึงราคาเครื่องอ่านต้องถูกลง เพราะปัจจุบันถ้าเทียบกับกระดาษยังห่างกันอยู่มาก โดยราคาที่เหมาะน่าจะอยู่ระดับพันต้นๆ ตลอดจนเพิ่มการใช้โน้ตบุ๊กและบรอดแบรนด์ในต่างจังหวัด และเอดดูเคทตลาดทั้งกลุ่มผู้ผลิตหนังสือและผู้อ่านให้มีความคุ้นเคยและเห็นประโยชน์ของอีบุ๊คให้มากขึ้น

ทรู”รื้อโมเดลเก่ายกกะบิ
?
เขายกตัวอย่างรูปแบบอีบุ๊คที่แพร่หลายในสหรัฐอเมริกาให้ฟังว่า เป็นอีกรูปแบบหนึ่งต่างจากที่ทรูให้บริการในช่วงแรกซึ่งใช้เทคโนโลยี Zinio โดย 90% เป็นการอ่านแมกกาซีนบนเว็บ แต่อีบุ๊ครูปแบบนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีอะโดบี อุ๊ค รีดเดอร์ ซึ่งมีการใช้แพร่หลายอยู่แล้วเพียงแต่เพิ่มซอฟต์แวร์ DRM ลงไป ซึ่งน่าจะเหมาะกับตลาดอีบุ๊ค เมืองไทยมากกว่า โดยเฉพาะในวงการสิ่งพิมพ์ หนังสือตำราวิชาการ
?
?ที่เราเอาเทคโนโลยี Zinio จากสหรัฐอเมริกามาใช้ตอนแรก เพราะคิดว่าการอ่านแมกกาซีบนเว็บน่าจะเหมาะกับคนไทย เนื่องจากเน้นรูป ไม่ต้องอ่านเยอะ แต่ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่มาจากต่างประเทศ จึงปรับเปลี่ยนเองยาก และคนส่วนใหญ่ไม่มี ต้องดาวน์โหลดมาใช้ อีกทั้งเมื่อเน้นรูปก็ต้องใช้แบนด์วิธสูง ทำให้โหลดนาน ผู้ใช้ก็เบื่อ?
? ?
นายอิศร์ อธิบายถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีอีบุ๊คเดิม และชี้ถึงโอกาสของเทคโนโลยีอีบุ๊คที่จะนำมาใช้กับวงการสำนักพิมพ์ให้ฟังว่า มีโอกาสอย่างมากจะเห็นได้จากหลายสำนักพิมพ์ตอนนี้ตื่นตัวกับการขายงานผ่านทาง อีบุ๊ค มากขึ้น เพราะมองเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และที่ผ่านมาก็มีหลายรายร่วมกับบริษัทให้บริการ ที่คิดทำเองก็มี แต่ยอมรับว่าสำนักพิมพ์หลายแห่งยังกังวลในการให้บริการ โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมการละเมิดสิทธิ์ และรายได้จากอีบุ๊คในการดาวน์โหลดอ่านหนังสือจะดีกว่ารายได้จากการขายหนังสือตามร้านเดิมๆ หรือไม่
?
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาบอกว่า เป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องเข้าไปเอดดูเคทให้ตลาดเข้าใจว่าอีบุ๊คไม่ได้มากินช่องทางการขายเดิม แต่เป็นการขยายช่องทางการขายเพิ่มเติม ซึ่งจากการสำรวจตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศพบว่ายอดขายโดยรวมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น อีกทั้งเป็นเรื่องของโมเดลธุรกิจที่ต่างกันด้วย โดยเมืองนอกจะเน้นรายได้จากการขายโฆษณาเป็นหลัก แต่ของไทยจะเน้นรายได้จากการขายหนังสือ เพราะฉะนั้นหากก็ต้องศึกษาและวางโมเดลตรงนี้ให้ชัด
??
เมื่อตลาดอีบุ๊คเดินมาในทิศทางนี้ นายอิศร์ บอกว่า ตอนนี้ทางทรูจึงอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลและเทคโนโลยีในตลาดส่วนนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะพัฒนาเทคโนโลยีอีบุ๊คขึ้นมาใช้เอง โดยคาดจะใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการศึกษา

” E-book”ในหลากหลายรูปแบบ
?
เช่นเดียวกับนายไอศูรย์ ธีรนิติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทชินนี่ ดอทคอม ผู้ให้บริการเว็บไซต์ hunsa.com และล่าสุดกับการปั้นแมกกาซีนออนไลน์ในชื่อ ?หรรษา อี-ซีน? ที่ยอมรับว่า กว่า 2 เดือนที่เปิดบริการแมกกาซีนออนไลน์ แม้จะได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีผู้เข้ามาดาวน์โหลดประมาณ 2 หมื่นโหลด แต่รายได้ยังเข้ามาไม่มากโดยส่วนใหญ่ยังมาจากสปอนเซอร์ในเครือ
???????? ?
?เนื่องจากเราเป็นแมกกาซีนออนไลน์แบบแจกฟรี ซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้ทำจึงเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีการล็อก ผู้บริโภคสามารถก็อปปี้เนื้อหาและส่งต่อกี่ครั้งก็ได้ เพราะฉะนั้นจำนวนคนที่เข้ามาดาวน์โหลด 2 หมื่นโหลดอาจจะไม่ได้หมายความถึงคนแค่ 2 หมื่นคน เพราะ 2 หมื่นคนที่ว่าอาจจะส่งต่อให้คนอื่นอีกจำนวนมาก” เป็นคำบอกเล่าของนายไอศูรย์ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้รายได้หลักของอี-ซีนมาจากการโฆษณาทั้งหมด

อย่างไรก็ดี แม้รายได้จากการโฆษณาของอี-ซีนจะยังมีไม่มาก แต่เขาก็เชื่อว่า ตลาดเมืองไทยวันนี้มาถึงยุคของอีบุ๊คแล้ว แต่ต้องเป็นรูปแบบแฟลช หรือหน้าจอคล้ายกับหน้าเว็บข่าวปัจจุบัน แต่ถ้าเป็นหนังสือออนไลน์ลักษณะเหมือนหนังสือและแมกกาซีนทุกอย่าง ยืนยันได้เลยว่า ไม่เวิร์ก และจำนวนคนอ่านจริงมีไม่มาก เพราะผู้บริโภคไม่ชอบ เนื่องจากไม่สะดวกในการอ่าน และถึงราคาถูกกว่าหนังสือจริงผู้บริโภคก็ไม่ได้เลือกอ่าน
?
?เหตุที่เชื่อว่าอีบุ๊คเป็นเทรนด์ นายไอศูรย์ ให้เหตุผลว่า เพราะราคาของคอมพิวเตอร์วันนี้ถูกลงมามาก ขณะเดียวกันคนก็เริ่มอ่านหนังสือน้อยลง แต่จะหันไปอ่านบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จะสังเกตได้ง่ายๆ จากผู้คนในออฟฟิศวันนี้แทบจะไม่จับหนังสือพิมพ์มาอ่าน แต่จะอ่านบนเว็บแทน เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่า ต่อไปผู้ผลิตและเจ้าของที่มีสิ่งพิมพ์อยู่ในมือจำนวนมากต้องปรับตัวสู่โลกอีบุ๊คอย่างปฏิเสธไม่ได้
?
พฤติกรรมเด็กวัยรุ่นยุคนี้ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่มีทางเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือ แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เท่าไรเท่ากัน โดยจะเห็นว่าวันนี้คนเริ่มอ่านหนังสือน้อยลง”
?
นายอิศร์ให้เหตุผลที่อีบุ๊คจะเข้ามาเป็นธุรกิจอนาคตของสิ่งพิมพ์ พร้อมเสริมด้วยว่า แม้จะเชื่อว่า อีบุ๊คเป็นเทรนด์ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในตลาดเมืองไทย แต่ยอมรับว่าอาจจะต้องเวลาอีกระยะหนึ่งเช่นกัน พร้อมกับต้องปรับรูปแบบของ อีบุ๊ค ใหม่ยกกระบิจึงจะเกิดได้เร็วในตลาด โดยรูปแบบใหม่ที่ว่าก็คือการทำเป็นหน้าจอแบบแฟลช แทนหน้าจอหนังสือเดิมที่ใช้ PDF ไฟล์ เพื่อให้อ่านได้ง่าย?
??????? ?
นอกจากนี้ยังต้องเดินเครื่องสร้างประสบการณ์การอ่านหนังสือบนเว็บให้กับลูกค้า ด้วยการเทียบให้เห็นว่าการอ่านหนังสือกับการอ่านผ่านอินเทอร์เน็ตหรือบนเว็บไม่ต่างกัน เช่น ให้โหลดอ่านฟรีบนเว็บ หรืออาจจะทำเป็นรูปแบบซีดีแจกไปกับหนังสือเพื่อให้คนได้ทดลองใช้และอ่าน เป็นต้น เพราะเมื่อคนอ่านได้ทดลองอ่านจากซีดีจริงแล้วเห็นว่าการอ่านไม่ต่างกัน ก็จะเริ่มหันมาอ่านหนังสือออนไลน์กันมากขึ้น
?
สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างอีบุ๊กในชื่อ ?ไอ เลิฟ ไลบราลี่? (I love Library) ที่บอกว่า รูปแบบของอีบุ๊กวันนี้ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยวัดจากยอดคนเข้าเว็บซึ่ง 3 เดือนที่เปิดให้บริการมีผู้สนใจเข้าเว็บกว่า 1 พันรายและดาวน์โหลดกว่า 2 หมื่นโหลด แต่ในแง่ยอดขายนั้นยอมรับว่ายังไม่ทำเงินเท่าที่ควร ทั้งนี้เป็นเพราะยังวัดได้ยากเนื่องจากบริษัทเพิ่งเปิดให้บริการ
?
?เขาชี้ด้วยว่า แม้ยอดขายของลูกค้าที่ซื้อซอฟต์แวร์ไปใช้ยังไม่สูง แต่ตอนนี้ก็มีลูกค้าสนใจซื้อไปแล้ว 2-3 รายด้วยกัน โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้อีบุ๊กที่ผ่านมาไม่ค่อยบูม เพราะคนไม่ค่อยรู้จัก และตลาดทั้งในฝั่งผู้ให้บริการและผู้บริโภคยังไม่มีความพร้อม แต่ทั้งนี้เขาเชื่อเช่นกันว่า อนาคตถ้าเทคโนโลยีมา ราคาอินเทอร์เน็ต และเครื่องอ่านอีบุ๊คถูกลง โดยราคาไม่เกิน 5 พันบาท จะส่งผลให้ทุกคนหันมาอ่านอีบุ๊คแทนหนังสือที่ทำจากกระดาษ และจากข้อมูลของผู้ผลิตหนังสือคาดว่าไม่เกิน 2 ปีจากนี้อีบุกจะเข้ามาเป็นตลาดอนาคต

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags: , ,

1 คะแนน2 คะแนน3 คะแนน4 คะแนน5 คะแนน (ไม่มีคะแนนโหวตสำหรับเรื่องนี้)
Loading ... Loading ...


Tags: , , , , ,



Vote to Zickr!
เรื่องอื่นที่ใกล้เคียง
  • ทำไม e-book ถึงไม่โต ???
  • Google ส่งโฮมเพจส่วนตัวเอาใจคนไทย
  • 3 เด็กไทยคว้าแชมป์แอพพลิเคชั่น’ลดอ้วน’
  • กูเกิล ส่งฟีเจอร์ใหม่มาช่วยให้เกาะ ติดกีฬาโอลิมปิก ปักกิ่ง 08
  • ชิพหายแล้ว! แต่ข้อมูลไม่หาย

  • แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

    *
    To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
    Click to hear an audio file of the anti-spam word

    ปิด
    E-mail It