Wordpress Themes
Commart X Gen ยอดขายตก อวดไมโครชิพกินไฟน้อยที่สุดในโลก
Jun 19

วันนี้ธุรกิจของคุณมี IT Logistic แล้วหรือยัง?

หลาย คนฟังแล้วคงจะงงว่า คือ มันอะไร แต่ถ้าถามใหม่ว่า วันนี้องค์กรธุรกิจของคุณมีระบบบริหารจัดการเอกสารและข้อมูลอย่างเป็นระบบ (IT Management) หรือยัง ?

ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะร้องอ๋อเป็นเสียง เดียวกัน และที่ต้องถามคำถามนี้ ก็เป็นเพราะว่า วันนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า IT Logistic หรือ IT Management เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ด้วยแล้ว

ยิ่งจำเป็นต้องมีเครื่องมือ ในการจัดการเอกสารข้อมูลทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวก ร่นระยะเวลา และต้นทุนให้กับธุรกิจได้อย่างมากทีเดียว

IT Logistic เสริมประสิทธิภาพธุรกิจ

?วัน นี้ธุรกิจจะต้องเริ่มให้ความสำคัญกับการบริหารการจัดการเรื่องของไอที โลจิสติกส์ เพราะเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญมากๆ ที่จะทำให้มีประสิทธิภาพในการลดต้นทุน เพราะถ้าไม่ให้ความสำคัญก็ยากที่จะบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ถ้าเกิดทรานเซกชันขึ้นจำนวนมากจะจัดการอย่างไร ซึ่งทั้งหมดต้องเข้าใจและนำไอทีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ?

เป็นคำบอกเล่าของนายพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเน็ตเบย์ จำกัด ผู้ให้บริการเกตเวย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ถึงความสำคัญของไอที โลจิสติกส์ หรือ ไอที แมนเนจเม้นท์ พร้อมขยายความด้วยว่า ในเมื่อไอที โลจิสติกส์ เป็นอาวุธสำคัญในการเสริมประสิทธิภาพธุรกิจยามนี้ แล้วบรรดาองค์กรธุรกิจต่างๆ มองเครื่องมือนี้อย่างไร

ในเรื่อง นี้เขาบอกว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่วันนี้ตื่นตัวมากขึ้นกับไอที โลจิสติกส์ แต่ทว่าคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จนั้นยังมีไม่มาก ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการขาดความเข้าใจเรื่องไอที เพราะปกติไอทีเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว พอเป็นไอที โลจิสติกส์จึงยากกำลังสอง เพราะธุรกิจส่วนใหญ่ยังใช้ไอทีและคอมพิวเตอร์เพื่อการพิมพ์จดหมาย ทำใบแจ้งราคา แต่ยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลภายในถึงกัน รวมถึงหลายหน่วยงานทั้งภาคเอกชนและรัฐมีการใช้ไอทีอย่างมีประสิทธิภาพไม่มาก คือ อาจจะลงทุนร้อยล้านบาทแต่อาจจะใช้ แค่ 50-60 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องมีทีมฝึกอบรมเข้าไปให้ความรู้กับผู้ประกอบการ

?เป็น เรื่องที่พูดกันมาหลายปี แต่คนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ผมก็พยายามอธิบายมาเรื่อยๆ เพื่อให้คนเข้าใจและนำไปใช้ทำงานได้ ซึ่งยอมรับว่าอาจจะต้องใช้เวลากันอีกระยะ?นายพิชิต กล่าว

พร้อม กับบอกด้วยน้ำเสียงเชื่อมั่นว่า แม้จะเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา แต่อนาคตธุรกิจจะหันมาให้ความสำคัญกับการทำไอที โลจิสติกส์มากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะแบบนี้ คนต้องยิ่งให้ความสำคัญเพื่อลดต้นทุน เพียงแต่คนที่ให้ความสำคัญอาจจะยังไม่เข้าใจคิดว่าจะหาวิธีการลดค่าน้ำมัน เชื้อเพลิงเท่านั้น ซึ่งตรงนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ถ้าจะให้เกิดประสิทธิภาพจริงต้องบริหารทั้งกระบวนการให้เกิดการลดทั้ง เม็ดเงิน คน และเวลา

?ถ้าคู่แข่งมาเร็วกว่า ถูกกว่า แล้วจะเอาอะไรไปสู้เขา เพราะสินค้าเขาออกมาเร็วและดีกว่าเรา และถ้าถูกกว่าก็จบเลย อีกอย่างเดี่ยวนี้ธุรกิจเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญ เพราะใหญ่มากก็ล้มทั้งยืนได้ แต่ถ้าทำให้องค์กรเกิดความสมาร์ท สปีด และสลิมได้ ก็ได้เปรียบและอยู่รอดได้?? ผู้บริหารรายนี้อธิบาย

อนาคตตลาดโตแน่

สำหรับ ฟากผู้ให้บริการด้านไอที โลจิสติกส์นั้น นายพิชิต บอกว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการไอที โลจิสติกส์ในเมืองไทยยังมีไม่มาก และรูปแบบส่วนใหญ่เป็นการให้บริการเฉพาะจุด เช่น ให้บริการเฉพาะแวร์เฮ้าส์อย่างเดียว แต่บริษัทจะให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ผู้ซื้อผู้ขายมาเจอกัน จนเกิดเป็นกระบวนการ ซึ่งกระบวนการตรงนั้นเรียกว่าโลจิสติกส์ที่บริษัทต้องเข้าไปบริหารจัดการ ทั้งหมด

เราวางตัวเองเป็น IT Logistic หรือก็คือ การทำธุรกรรมในการส่งผ่านข้อมูลซึ่งกันและกัน ด้วยเครื่องมือง่ายๆ ในการนำอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งาน หรือแม้แต่หน่วยงานในองค์กรเองก็สามารถนำเอาเครื่องมือนี้เข้าไปใช้ได้ เพราะในองค์กรเองก็มีหลายแผนก ก็ต้องใช้ไอทีมาเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน อย่างเช่น ฝ่ายขายรับออเดอร์มา ก็ต้องให้ฝ่ายผลิต และถ้าฝ่ายผลิตอยู่ในนิคม ฝ่ายขายอยู่กรุงเทพ แล้วเราจะส่งข้อมูลให้เขารับรู้ถึงกันอย่างไร และเมื่อฝ่ายผลิตรับมาก็ต้องไปสั่งซื้อวัตถุดิบก็ต้องส่งเรื่องให้ฝ่ายจัด ซื้อก็ต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันตลอดเวลา ก็ต้องใช้ไอทีเข้ามาช่วย”นายพิชิต อธิบายถึงจุดยืนในการให้บริการที่แตกต่างของเน็ตเดย์

และเสริม ให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ากว่า 1,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ และเป็นกลุ่มบริษัทนำเข้าส่งออก ผลิตและส่งออกสินค้า ชิปปิ้ง ตลอดจนบริษัทด้านโลจิสติกส์ ขณะที่ลูกค้าคนไทยนั้นก็มีจำนวนไม่น้อย เพียงแต่ปริมาณการใช้งานอาจจะน้อยกว่าบริษัทต่างชาติ โดยบริษัทต่างชาติหนึ่งบริษัทอาจจะเท่ากับบริษัทคนไทย 50 บริษัท เหตุเพราะต่างชาติมีการทำธุรกรรมกันมากกว่า

สำหรับปริมาณการทำ ธุรกรรมผ่านระบบเกตเวย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลของบริษัทในปีที่ผ่าน มานั้น นายพิชิต บอกว่า สูงขึ้นมากทีเดียว โดยมีจำนวนกว่า 60% ของตลาดที่มีมูลค่าประมาณกว่าร้อยล้านบาท จากผู้ให้บริการหลักเพียง 3 รายเท่านั้น ได้แก่ กสท,? เทรดสยาม และเน็ตเบย์

ค่าบริการต่าง กันไม่ตายตัวแต่การส่งข้อมูลเท่ากันทั้งลูกค้าใหญ่กลางเล็ก โดยเราคิดอัตราค่าบริการส่งข้อมูลอยู่ที่ 25 บาทต่อครั้ง แต่ถ้าลูกค้าต้องการทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กรแต่ละเคสจะไม่เหมือน กัน ซึ่งปกติเจอปัญหานี้เยอะ เพราะจากข้อมูลนี้อยากจะเชื่อมมาตรงนี้ซึ่งต้องรีคีย์ใหม่ เราก็เลยเชื่อมให้ข้อมูลไปได้ถึงกัน ลูกค้าก็ประหยัดต้นทุนลง แล้วถ้าจะต้องเชื่อมไปยังภายนอกองค์กรด้วยแล้ว ยิ่งสะดวกและประหยัดเวลายิ่งขึ้น”

นายพิชิต อธิบาย พร้อมกับยกตัวอย่างง่ายๆ เกี่ยวกับการเชื่อมโยงระบบข้อมูลให้ฟังว่า ลองนึกถึงโรงงานผลิตยา กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หากสองหน่วยงานนี้มีระบบเชื่อมโยงกันและกัน เวลาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีการใช้ยาไป ระบบไอทีจะรู้ทันทีว่ายาตัวนี้มีการใช้ไป ก็จะออกทีโอและส่งกลับเข้ามาอัตโนมัติ ไปจนถึงการออกอินวอย ถ้าสามารถนำเอาไอทีเข้ามาจัดการแทนการคีย์ข้อมูลแบบเดิมๆ ตรงนี้จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการได้มากทีเดียว

แต่จะเป็น ตัวตัวเลขเท่าไหร่นั้น เขาบอกว่า บอกแน่ชัดไม่ได้ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานไหนเก็บตัวเลขการลดต้นทุนตรงนี้ แต่บอกได้ว่าช่วยลดต้นทุนได้จำนวนมาก โดยลองนึกง่ายๆ ถึงอี-เพย์เม้นท์ของกรมศุลลากร ถ้าทุกคนใช้หมด อย่างน้อยแค่ปีละ 3 ล้านฉบับ หรือเดือนละ 250,000 ครั้ง จะลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก อย่างน้อยไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินทันที ไม่ต้องเสียค่าแมสเซ็นเจอร์ และเจ้าหน้าที่การเงินสามารถแฟกซ์เอกสารไปออกของได้ทันที

ด้านราย ได้นั้น นายพิชิต บอกว่า ปัจจุบันเน็ตเบย์มีรายได้มาจาก 2 ส่วนๆ แรกมาจากทรานเซ็กชัน และสองมาจากการพัฒนาระบบแบ๊กออฟฟิศให้เชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยในสิ้นปีนี้ตั้งการเติบโตเป็น 100% จากปีที่แล้วที่มีรายได้กว่า 200 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากทรานเซ็กชัน 60 ล้านบาท แต่ปีนี้คาดว่ารายได้จากทรานเซ็กชันจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100 ล้านบาท

เชื่อ “IT? Logistic”เป็นเทรนด์

ขณะ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด นายธีรพล แซ่ตั้ง ให้ความคิดเห็นว่า จากสภาพปัญหาของต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นเฉลี่ย 25% บวกกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ให้บริการไอที โลจิสติกส์ที่ธุรกิจต่างๆ จะหัรมาใช้มากขึ้น โดยเชื่อว่าตลาดไอที โลจิสติกส์มีโอกาสที่จะเติบโตอย่างมากในอนาคต เพราะนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารแล้ว ยังเร็วขึ้น ถูกลงด้วย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละรายว่าจะมีเทคโนโลยีที่ดีและการ บริการที่เข้าถึงลูกค้าแค่ไหน

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags:

1 คะแนน2 คะแนน3 คะแนน4 คะแนน5 คะแนน (ไม่มีคะแนนโหวตสำหรับเรื่องนี้)
Loading ... Loading ...


Tags: , , , , , , ,



Vote to Zickr!
เรื่องอื่นที่ใกล้เคียง
  • HP ออก BTO รับความเสี่ยงไฮเทค
  • TOTลุย3Gด้วยบิสิเนสโมเดลMVNO
  • 10 อย่าง ที่์ Microsoft จะทำในปี 2551
  • ผู้หญิง…ไม่เหมาะกับสายอาชีพไอที จริงหรือ?
  • Vista ไม่ดี XP ไม่มีขาย แล้วจะใช้อะไรดี?

  • แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

    *
    To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
    Click to hear an audio file of the anti-spam word

    ปิด
    E-mail It