Wordpress Themes
Jul 28

บริษัท INEOS ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ได้ทดลองนำขยะมาผลิตเป็นพลังงานและนำมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ คาดว่าน้ำมันไบโอเอทานอลจากขยะนี้ จะวางตลาดได้ภายในพ.ศ. 2554

นายปีเตอร์ วิลเลียมส์ ผู้บริหาร INEOS กล่าวว่าเทคโนโลยีของบริษัทจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้เป็นอย่างมาก เราต้องผลิตไบโอเอทานอลเพื่อนำมาขายในตลาดให้ได้ เพราะตอนนี้มีการนำอาหารมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้อาหารมีราคาแพง สำหรับขั้นตอนการทำไบโอเอทานอลของเราคือ ผสมไบโอโลจิคัล แคตาลิสต์ ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา กับคาร์บอนมอออกไซด์และไฮโดรเจน โดยก๊าซเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้ของขยะ เทคโนโลยีของเราได้รับการรับรองจาก NNFCC องค์กรสนับสนุนพลังงานที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่”

ดร.เจอร์เรียนต์ อีแวนส์ จาก NNFCC มีความเห็นว่า “นี่คือเจนเนอเรชั่นต่อไปของพลังงานชีวภาพ เป็นวิธีที่นำมาใช้ได้จริง รอบตัวเรามีขยะเยอะไปหมด การนำขยะมาใช้จะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”

ด้านนายเคนเนธ ริชเตอร์ เจ้าหน้าที่ของกลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อม “เฟรนด์ส ออฟ ดิ เอิร์ธ” เห็นว่าขณะที่เรากำลังรอการพัฒนาพลังงานใหม่ๆ อีกหลายปี และยังไม่ทราบว่าพลังงานใหม่นี้จะเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ ทางที่ดีก็คือ เราควรจะลงทุนการคมนาคมสีเขียว อย่างรถยนต์ประหยัดน้ำมัน พัฒนาการขนส่งมวลชน สร้างทางที่ปลอดภัยให้กับผู้ขี่จักรยานและคนเดินถนน”

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Jul 03

ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โน้ตบุ๊ค หรือ mp3 ต่างก็มีอันตรายแฝงอยู่มากมาย เพราะฉะนั้น คิดให้ดีก่อนจะควักกระเป๋าซื้อของใหม่

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หากพูดถึงมลพิษแล้ว เรามักจะนึกถึงสารพิษและกากของเสียจากอุตสาหกรรมหนัก เช่น ถ่านหิน เหล็ก หรือน้ำมัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องเก่าคร่ำครึ เพราะทุกวันนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำทุกวัน กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหนาสาหัสกว่าที่เราคาดคิด

เมื่อเราทิ้งอุปกรณ์จำพวกโทรศัพท์มือ ถือ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น mp3 มันอาจะดูเหมือนไม่ใช่ขยะที่สกปรกหรือเป็นอันตรายมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ประกอบด้วยของเสียอันตรายมากมาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ซึ่งสามารถปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและอากาศได้

ขยะเหล่านี้ถูกเรียกว่าขยะ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-waste ซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล โดยเฉลี่ยทั่วทั้งโลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้น 20-50 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว และสหรัฐอเมริกาก็เป็นที่หนึ่งในการผลิตขยะเหล่านี้ขึ้นมา แต่กลับส่งออกมันไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย หรือไนจีเรีย

เมื่อคนเก็บขยะนำซากเหล่านี้มาแยกชิ้น ส่วน ก็จะได้รับสารเคมีและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น กุ้ยอวี๋ เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีน ที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากถึง 1 ล้านตันต่อปี คนเก็บขยะบางคนนำซากชิ้นส่วนไปหลอมในเตา เพื่อสกัดเอาทองคำที่อยู่ในนั้นออกมา ซึ่งหารู้ไม่ว่าการหลอมทำให้เกิดไอสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงหากสูดดมเข้าไป และเด็กๆ ในเมืองนี้ก็มักจะป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก

สาเหตุนี้เองที่ทำให้องค์การ สหประชาชาติได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายและการกำจัดของเสียอันตราย ในปี 1989 ที่เมืองบาเซิล ประเทศเบลเยี่ยม โดยเนื้อหาของการประชุมคือไม่ให้ประเทศร่ำรวยส่งออกของเสียอันตรายไปสู่ ประเทศยากจน แต่สหรัฐอเมริกาไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้เลย ขณะที่ประเทศจีนเองก็ดูจะยินยอมนำเข้าขยะเหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับเม็ดเงินที่ได้จากการกำจัดขยะให้

และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากประเทศกำลังพัฒนาหลายต่อหลายประเทศ ต่างยอมรับว่าสนธิสัญญาบาเซิลนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

?เรากำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ที่น่ารังเกียจ ที่เราไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จในสนธิสัญญาบาเซิลได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว? จิม พัคเก็ต ผู้อำนวยการเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล กล่าวในการประชุมที่บาหลี

สาเหตุที่ประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐ อเมริกา รวมถึงบริษัทผลิตอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เลือกที่จะส่งออกขยะไปยังประเทศกำลังพัฒนา เพราะมันเป็นวิธีการที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการกำจัดขยะในประเทศของตัว เองหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ผลิตสินค้าไฮเทคบางราย ที่มีนโยบายลดปริมาณขยะและของเสียอันตรายให้น้อยลง อย่างบริษัท Dell ที่ได้ริเริ่มโครงการรีไซเคิลไปเมื่อเร็วๆ นี้ หรือการลดปริมาณโลหะอันตรายในผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ค่อนข้างมาก

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ไม่ควรมองข้าม เรื่องนี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานค่อน ข้างสั้น นั่นก็เพราะผู้ผลิตต้องการให้ผู้บริโภคเปลี่ยนรุ่นสินค้าบ่อยๆ เพื่อทำยอดขายให้ได้มากๆ

ดังนั้น หากคุณกำลังจะควักเงินซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ให้หยุดคิดสักนิด อย่าให้ความสวยงามภายนอกและกลยุทธ์ทางการตลาดหลอกลวงเอาได้ เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะอันตรายที่ดูเผินๆ แล้วแทบไม่เห็นความร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในแม้แต่นิดเดียว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It