Wordpress Themes
Aug 12

??วันแม่ทั้งที ผู้จัดการออนไลน์ขอถือโอกาสประมวลความทุกข์ของคุณแม่ยุคไอทีแสนสิวิไลซ์ คุณแม่หลายรายปวดหัวกับพฤติกรรมลูกสาวที่ดูต่อหน้าเหมือนผ้าพับไว้เรียบร้อย แต่พอคุณแม่ได้เห็น”Hi5″ของลูกสาวก็ต้องลมใส่ เพราะเนื้อความในนั้นแสดงชัดเจนว่าลูกสาวมีพฤติกรรมต่างไปจากหนูน้อยที่คุณแม่รู้จัก ขณะที่คุณแม่บางรายสุดเซ็งกับการติดเกมคอมพิวเตอร์หัวปักหัวปำของลูกชาย หิวไม่เป็นไรของให้นิ้วยังคลิกได้ ติดเกมไม่พอบางรายติดโทรศัพท์มือถือหนุบหนับ คุณแม่ปวดหัวลูก ป.5 ขอมีโทรศัพท์มือถือ
???????
???????รู้จักลูกมากขึ้นด้วย Hi5

???????
???????”รู้มานิดหน่อยว่าที่โรงเรียน ลูกสาวเรามีแฟนเป็นทอม แต่พอดูจากไฮไฟว์ทำให้รู้ว่า ทอมที่เป็นแฟนของลูกเรามีกิ๊กเป็นดี้อีกหลายคน ดี้พวกนี้เข้ามารุมว่าลูกเราในไฮไฟว์หยาบๆคายๆ ลูกเราเองก็เขียนตอบโต้สุดแรงเหมือนกัน” คุณแม่รายหนึ่งเล่าถึงลูกสาวที่เรียนโรงเรียนหญิงล้วน กำลังกลุ้มใจเพราะพฤติกรรมที่ลูกเป็น ต่างกับพฤติกรรมที่แม่เห็นอยู่ทุกวันอย่างชัดเจน
???????
???????คุณแม่รายนี้ไม่ได้เข้าไปอ่าน Hi5 ของลูกสาวด้วยตัวเอง แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เข้าไปอ่านและนำข่าวมาบอก ลูกสาวนำชีวิตรันทดของตัวเองมาตัดพ้อด้วยการตั้งชื่อหัวเอ็มเอสเอ็นในทำนองว่ามันหาว่ากูแ-ด” ซึ่งตอนนี้ตัวลูกสาวอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คุณแม่ทราบเรื่องของตัวเองจากโลกไฮเทคแล้ว
???????
???????อย่างไรก็ตาม คุณแม่บางรายมองว่าการเรียนรู้ลูกตัวเองจาก Hi5 เป็นเรื่องดี ทำให้ครอบครัวสามารถรับรู้ต้นเหตุปัญหาของลูกได้ก่อนที่จะสายเกินไป
???????
???????”เด็กทุกคนเล่น Hi5 เป็นล่ำเป็นสัน Hi5 เป็นช่องทางที่เค้าจะปลดปล่อยได้แบบสนิทใจ ในอดีตเราไม่มี Hi5 พ่อแม่ไม่มีช่องทางรับรู้ว่าลับหลังไปแล้วลูกเราไปทำอะไร เมื่อตอนนี้เรามี Hi5 ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราดูแลลูกได้ดีขึ้น”

?

???????หิวเกมไม่หิวข้าว
???????
???????”พอได้แล้วนะ วันนี้ไม่จับหนังสือเลย จับเมาส์ทั้งวัน ข้าวปลาก็ไม่กิน” เสียงคุณแม่ข้างบ้านบ่นว่าลูกชายลอยมาตามสายลม คุณแม่รายนี้ต่อต้านลูกชายที่ติดเกมออนไลน์ทุกวัน บางวันใช้น้ำเย็นลูบ บางวันตบะแตกโวยวายเสียงดังได้ยินไปแปดบ้าน

???????
???????เรื่องเด็กติดเกมเป็นปัญหาระดับชาติของเยาวชนไทย ร้านเกมออนไลน์ผุดขึ้นบริเวณใกล้โรงเรียนเป็นดอกเห็ด คุณแม่หลายรายยอมรับว่า ทั้งลูกชายและลูกสาวติดเกมเพราะติดใจความสนุกหลังจากได้ลิ้มลองเล่นพร้อมเพื่อนที่ร้าน แน่นอนว่า คุณแม่จำนวนไม่น้อยพยายามทำใจกับอาการติดเกมของลูกด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งเด็กเหล่านี้จะคิดได้เอง
???????
???????ไม่ใช่แค่เกมออนไลน์ ตามร้านตู้เกมในกรุงเทพฯจำนวนมากล้วนมีเด็กเล็กเด็กโตส่งเสียงเอะอะคึกครื้น หลายร้านไม่มีการจัดเรทอายุเกมสำหรับเด็ก ล่าสุดผู้เขียนพบเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีกำลังสวมบทโจรในเกม วาดลวดลายทุบตีเพื่อชิงทรัพย์แลกคะแนน ชวนให้หวั่นใจว่าเราจะฝากอนาคตของชาติไทยไว้ที่มือเด็กเหล่านี้ไหวหรือไม่
???????
???????และไม่ใช่เฉพาะในเด็ก ผู้ใหญ่บางคนติดเกมคอมพิวเตอร์จนแฟนตัวเองทนไม่ไหว ประกาศขอเลิกเพราะฝ่ายชายเอาแต่เล่นเกมหลายคืนติดกัน ฝ่ายหญิงไม่มั่นใจว่าจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายประเภทนี้ได้หรือไม่
???????
???????เราทนมาหลายปีแล้ว คิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป” ฝ่ายหญิงเล่าว่า ฝ่ายชายเล่นเกม สูบบุหรี่ และกินข้าวอยู่หน้าคอมพ์ทุกวันหยุด จะเดินบ้างก็คือช่วงที่ไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นไม่สงสัยเลยว่าแฟนคนที่แล้วของมันทำไมถึงเลิกกัน”
???????
???????มือถือทำคุณแม่ปวดหัว

???????
???????ทุกวันนี้ไม่มีใครขีดเส้นว่า เด็กๆยุคไอทีสมควรมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองเมื่ออายุเท่าใด เมื่อเด็กป.5 รายหนึ่งขอร้องให้คุณแม่ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ คุณแม่นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจเฮือก
???????
???????เรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือในเด็กเป็นประเด็นที่ต่างประเทศให้ความสนใจไม่แพ้ในเมืองไทย ทั้งในเรื่องความเหมาะสมและอันตรายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งแม้งานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าควรต้องจำกัดการใช้งานโทรศัพท์มือถือในเด็กวัยสมองกำลังเจริญเติบโต เนื่องจากพบความเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็ง จะถูกหักล้างจากงานวิจัยของสถาบันมะเร็งมหาวิทยาลัย University of Pittsburgh ว่าไม่พบความเกี่ยวข้องระหว่างมะเร็งและโทรศัพท์มือถือ แต่แน่นอนว่าคุณแม่หลายรายไม่ปักใจเชื่อ และหวั่นใจไม่น้อยเมื่อลูกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู
???????
???????ตอนนี้เราได้ยินมาว่าเด็กใช้โทรศัพท์มือถืออาจทำให้เป็นมะเร็งได้ แน่นอนว่าฉันไม่มีทางรู้ว่าเรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันมั่นใจคือเด็กๆส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือ” คุณแม่ลูกสี่ชาวต่างชาติรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ คุณแม่รายนี้บอกว่าไม่เคยมองโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้ลูก เพราะเธอจะต้องรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหนตลอดเวลา
???????
???????ที่สหรัฐฯ มีหนังสือชื่อ “Bringing Up Geeks: How to Protect Your Kid’s Childhood in a Grow-Up-Too-Fast World” ซึ่งกล่าวถึงวิธีปกป้องลูกน้อยจากโทรศัพท์มือถือวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ชาวสหรัฐเองก็สนใจที่จะปกป้องเยาวชนไม่ให้ถูกเทคโนโลยีทำร้ายก่อนจะสายเกินแก้
???????
???????การสำรวจพบว่า 21 เปอร์เซ็นต์ของเด็กชาวอเมริกันวัย 8 ถึง 10 ปีมีโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ 36 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัย 11 ถึง 14 ปีมีโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นตัวเลขที่เชื่อว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
???????
???????นี่เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องราวความกังวลในโลกยุคไอทีที่ไม่มีเทคโนโลยีใดแก้ไขได้ ขอให้บทความนี้เป็นกำลังใจให้คุณแม่ที่กำลังหนักใจพฤติกรรมลูก เพราะไม่ใช่คุณคนเดียวที่พบปัญหาเหล่านี้ แต่ยังมีคนหัวอกเดียวกันร่วมเดินทางไปกับคุณด้วย

ที่มา : Manager Online

Jun 03

มีหลายเรื่องที่สาว ๆ อย่างเราหลายคนทำจนชิน จนติดเป็นนิสัย โดยไม่ทราบเลยว่าสิ่งที่กำลังทำนั้น สร้างริ้วรอยและปัญหาหลาย ๆ อย่างบนผิวเราเอง เสร็จแล้วก็ไปสรรหาวิธีการมาแก้ปัญหาเหล่านั้น แท้ที่จริงแล้ว แก้ที่ต้นเหตุง่ายกว่ากันเยอะเลย..

ลองมาดูวิธีละทิ้งนิสัยที่ทำให้สาวสวยอย่างเราไร้สวยกันดีกว่านะคะ…

1. เข้านอนโดยไม่ได้ล้างหน้า
หากเป็นแค่ลิปสติกเล็ก ๆ น้อย ๆ คงจะไม่หนักหนา แต่ทว่านอนหลับไปทั้งเมคอัพ รองพื้น แป้งฝุ่น อายแชโดว์ มาสคาร่า คงจะไม่ดีแน่ค่ะ เพราะเครื่องสำอางรวมทั้งคราบเหงื่อไคลและฝุ่นละออง จะทำให้รูขุมขนอุดตัน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ริ้วรอย และทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น

2. บีบสิว
ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด นอกจากสิวนั้นจะสุกจนหัวใกล้ระเบิดออกมาเท่านั้น การแกะ เกา บีบ จะทำให้แบคทีเรียแพร่กระจายภายใต้ผิว ทำให้เกิดสิวมากขึ้นไปอีก และจะทิ้งรอยจารึกอยู่บนผิวคุณอีกนานนับเดือน

3. ยืมเครื่องสำอางกันใช้

ห้ามอย่างเด็ดขาด แม้กระทั่งดินสอเขียนขอบปากหรือลิปสติก เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองบริเวณปาก หากผู้ที่เราหยิบยืมของมา เป็นโรคปากเปื่อย เฮอร์พีซ ไวรัส ซึ่งอาจติดต่อถึงเราได้ เครื่องสำอางรอบดวงตาก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นดินสอเขียนตา อายไลเนอร์ เพราะอาจทำให้เราติดเชื้อพวกตาแดงได้

4. หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา
เมื่อเวลาเครียด ประสบปัญหา สาวสวยอย่างเรามักลืมตัวชอบทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ซึ่งการทำเช่นนี้ก่อให้เกิดริ้วรอย เมื่อรู้ตัวว่ากำลังคิ้วขมวด ให้รีบแก้ไขด้วยการเบิกตาให้ดูกว้างขึ้น ยิ้มหวาน ๆ และท่องในใจว่า ไม่เครียด เดี๋ยวแก่…

5. กัดเล็บ
การกัดแทะเล็บนั้นแสดงถึงความเป็นคนไม่ใส่ใจในบุคลิก นอกจากนี้ในด้านสุขภาพยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ลองส่องกล้องจุลทรรศน์ดู จะเห็นเชื้อโรคพวกแบคทีเรียเกาะอยู่ตามเล็บของเราเต็มไปหมด

6. ใช้สบู่ล้างหน้า
สบู่เป็นตัวการทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิว นอกจากจะทำให้ผิวแห้งแล้ว ยังทิ้งสารตกค้างที่เป็นสารชะล้างไว้บนผิวอีกด้วย ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของสบู่ เพื่อรักษาความสวยของผิวพรรณไว้จะดีกว่าค่ะ

7. ชอบจับต้องใบหน้า นั่งเท้าคาง
การที่เราใช้มือจับต้องสิ่งต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน แล้วมาจับต้องใบหน้า เกาและเท้าคาง เป็นการถ่ายทอดเชื้อโรคสู่ผิวหน้า ทำให้เกิดสิว และผื่นต่างๆ ได้ง่าย

8. เลียริมฝีปากอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นนิสัย หรือการพยายามสร้างความเซ็กซี่ให้แก่เรียวปากก็ตามที ควรเลิกนิสัยนี้โดยเด็ดขาดเพราะผิวปากจะแห้งกร้าน ลองหันมาใช้ลิปสติกปกป้องบำรุงริมฝีปากแทนจะดีกว่าค่ะ

9. ดึงทึ้งเส้นผมเล่น
เป็นนิสัยที่ควรละเว้น เพราะจะทำให้เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงได้ง่าย การรวบผมตึงแน่นเกินไปเป็นประจำก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

10. ยืนงอ ห่อตัว
แม้จะสวยกว่านางงาม หากยืนห่อไหล่ ห่อตัว จะทำให้ดูไม่สง่างามเลย นอกจากจะเสียบุคลิกแล้ว อาจทำให้ปวดหลังและเป็นโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารได้ค่ะ

ทราบแบบนี้แล้ว ข้อไหนที่ยังปฏิบัติอยู่ ถ้าลด ละ เลิก ได้ เราก็จะเป็นสาวสวยอย่างสมบูรณ์แบบได้แน่นอนค่ะ…

ปิด
E-mail It