ราคา น้ำมันที่พุ่งทะยานทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศเริ่มหันมาหาทางเลือกใหม่ในการประหยัด พลังงาน ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก
โดยเฉพาะการลดต้นทุนในการทำงาน กลายเป็นแนวคิดที่ได้รับการขานรับในวงกว้าง เพราะได้ประโยชน์ทั้งต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และสิ่งแวดล้อม
จาก ข้อมูลของศูนย์วิจัยระบบขนส่งมหานคร พบว่าชาวอเมริกันเดินทางไปทำงานคิดเป็นระยะทางโดยเฉลี่ย 30 ไมล์ต่อวัน ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อการเดินทางไปทำงานราวๆ 140 ดอลลาร์ต่อเดือน
โดย ใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน การใช้เวลาเดินทางนานๆ ส่งผลเสียต่อทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และสิ่งแวดล้อม โดยฝ่ายของลูกจ้าง ก่อให้เกิดความเครียด มีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับ ผู้อื่น และอาจทำให้ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน
ขณะที่ฝ่ายนายจ้างก็ได้รับผลกระทบ จากการที่ลูกจ้างมาสาย ขาดงานบ่อย ไม่มีสมาธิในการทำงาน อารมณ์ขุ่นมัวและทำให้เกิดมลพิษ และปัญหาโลกร้อนตามมา
ทางออกที่น่าจะลงตัวในเวลานี้ คือ ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์การสื่อสารเป็นตัวช่วย (telework)
แม้จะมีเสียงค้าน เพราะกังวลเรื่องต้นทุนด้านเทคโนโลยี และไอทีที่อำนวยความสะดวกให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน
“พีซี เวิรลด์” ประเมินว่า การทำงานโดยใช้อุปกรณ์สื่อสารมาช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนการเช่า อสังหาริมทรัพย์ได้ 25-90% ต่อปี ขณะที่นายจ้างประหยัดต้นทุนจากการขาดงานของพนักงานได้ 63% ต่อคนต่อปี และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการคุยจุกจิก แต่ไม่ใช่พนักงานทุกตำแหน่งจะทำงานได้จาก ที่บ้าน เพราะก็มีงานบางประเภทที่ไม่เหมาะ
รายงานข่าวจาก “เอเอฟพี” ระบุว่าขณะนี้ภาครัฐและเอกชนในสหรัฐหันมาใช้วิธีปรับวันทำงานให้เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรับมือราคาน้ำมันแพง เช่น ในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เริ่ม 1 ก.ค.นี้
“เอพริล โอดอม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของเทศบาล บอกว่า การปรับให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ไม่ทำให้เวลาทำงานลดลง เพราะเพิ่มเวลาเป็นวันละ 10 ชั่วโมง แทนวันละ 8 ชั่วโมง ช่วยประหยัดต้นทุนค่าพลังงานได้ 500,000-1 ล้านดอลลาร์ต่อปี
รัฐบาล ท้องถิ่นหลายแห่งก็เริ่มศึกษาแนวทางนี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับธุรกิจที่ขานรับแนวทางดังกล่าว อาทิ ไครสเลอร์ ที่มีแผนลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์

รวมทั้ง “ซัน ไมโครซิสเต็มส์” และ “ไอบีเอ็ม” ก็มีแผนให้พนักงานทำงานจาก ที่บ้าน หรือออฟฟิศที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดด้วย
ฟาก ภาครัฐของไทยก็ตื่นตัวไม่แพ้กัน โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ไอซีที) เกาะติดนโยบายให้ ้ข้าราชการทำงานที่บ้าน จัดสัมมนา “ทำงานที่บ้าน อีกทางเลือกสู่การมีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดี ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร” โดยเชื่อว่า หากนำไปปรับใช้งานจริงจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิ ภาพการทำงาน และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้
“ชมนาด พงศ์พนรัตน์” ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจชาวอเมริกันในปี 2548 พบว่าจำนวนแรงงาน 135.4 ล้านคน มี 45.1 ล้านคนทำงานที่บ้าน 28.4 ล้านคน ทำงานขณะเดินทาง 24.3 ล้านคน ทำงานที่ทำงานลูกค้า อีก 15.1 ล้านคน ทำงานในสวนสาธารณะหรือนอกบ้าน และพบด้วยว่าการทำงานนอกสถานที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 40% เนื่องจากไม่ถูกรบกวนจากสภาวะการทำงานที่อาจทำให้เสียสมาธิ หรือเสียเวลากับการสร้างสังคมในที่ทำงาน ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม
และ จากมติ ครม.เมื่อ 9 พ.ค.2549 เรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.รับผิดชอบเรื่องการให้ข้าราชการบางหน่วย และบางหน้าที่ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำงานได้ โดยกำหนดจำนวนงาน และผลสำเร็จที่ตรวจสอบ ประเมินผลได้
จากการศึกษา พบว่าปัจจัยที่ควร คำนึงถึง คือ การต่อต้านจากผู้บังคับบัญชา ที่ห่วงใยประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่าง ผู้บังคับบัญชากับเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการ และทัศนคติที่ว่า ต้องทำงานอยู่ในสายตาจึงจะมั่นใจได้ว่าทำงานจริง
ผู้ปฏิบัติงานเอง กังวล เนื่องจากกลัวถูกโดดเดี่ยวจากสังคม เกรงผลกระทบด้านการประเมินผลงาน โอกาสก้าวหน้าในสายงาน เพราะไม่ได้อยู่ในสายตาผู้บังคับบัญชา
ดัง นั้นจึงต้องสร้างความชัดเจนเรื่อง เป้าหมายการปฏิบัติงาน การวัดผล ความถี่ และวิธีการสื่อสารในการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญทางราชการ
โดย พบว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของผู้บังคับบัญชาที่ตั้งใจ และมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงาน โดยอาศัยผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นสำคัญ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานต้องสร้างแรงจูงใจ ริเริ่มงานได้ด้วยตนเอง จัดระเบียบชีวิต มีวินัยโดยไม่ต้องถูกกำกับดูแล ที่สำคัญคือธรรมชาติของตำแหน่งงานในโครงการต้องเหมาะสม รวมถึงระบบการสื่อสาร 2 ทางต้องมีประสิทธิภาพ
ที่มา : นอ สอ พอ ดอท คอม
Technorati Tags: work, at, home
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค