Wordpress Themes
Jul 24

บริษัทรถยนต์โฟล์กสวาเก้น โชว์รถยนต์ต้นแบบ “One-Litre” หรือ “หนึ่งลิตร” ที่มีรูปร่างเพรียวบาง น้ำหนักเบา ที่สำคัญคือ วิ่งได้ 453 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 แกลลอน ทำให้ “หนึ่งลิตร” เป็นรถยนต์ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในโลก คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าถึงจะจำหน่ายได้ แต่ก็เป็นเพียงลิมิเต็ดเอดิชั่นเท่านั้น

หนึ่งลิตร” เป็นรถยนต์ 2 ที่นั่ง ความยาว 3.65 เมตร กว้าง 1.25 เมตร น้ำหนัก 290 กิโลกรัม วิ่งด้วยน้ำมันดีเซล ใน 1 ถังน้ำมันจุน้ำมันได้ 1.4 แกลลอน แม้ถังจะเล็กแต่เป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะ 1 ถังนี้สามารถวิ่งได้เป็นระยะทาง 644 กิโลเมตร มีน้ำมันสำรองให้วิ่งได้อีก 110 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุดคือ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังเป็นรถที่เรียกว่าสมาร์ตคาร์ด้วย เพราะเครื่องยนต์จะหยุดเดินเมื่อเท้าไม่เหยียบคันเร่ง และเครื่องยนต์จะสตาร์ตใหม่เมื่อเท้าเหยียบคันเร่ง

การที่ “หนึ่งลิตร” เป็นรถประหยัดน้ำมัน เป็นเพราะได้รับการออกแบบให้เป็นแอโรไดนามิก มันมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำตา มีที่นั่งคล้ายกับที่นั่งนักบิน โดยคนขับนั่งอยู่ข้างหน้า และที่นั่งผู้โดยสารอยู่ด้านหลัง ในรถยนต์ยังติดตั้งกล้องและจอไฟฟ้า ช่วยให้คนขับเห็นภาพด้านหลังรถยนต์ พวงมาลัยมีน้ำหนักเบามาก แค่เพียงครึ่งกิโลกรัมเท่านั้น เพราะทำจากแมกนีเซียม ตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งมีน้ำหนักเบาเช่นกัน คาดว่าราคาขายจะอยู่ที่ 23,000 ปอนด์ หรือราว 1,500,000 บาท

ที่มา : ข่าวสด

Technorati Tags: ,

Jun 30

รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง Honda FCX Clarity เปิดสายการผลิตแล้ว บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศว่าได้เริ่มผลิตรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง Honda FCX Clarity รุ่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2551 โดยรถคันแรกจากสายการผลิตเป็นรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

Honda FCX Clarity ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันเพื่อให้เป็นรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงที่ล้ำสมัย โดยใช้ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยแผงเซลล์เชื้อเพลิงแบบ V Flow ที่มีขนาดกะทัดรัด ให้ประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับเคลื่อนสูง การจัดวางขุมพลังเซลล์เชื้อเพลิงรุ่นใหม่นี้ช่วยให้รูปลักษณ์ของ FCX Clarity มีความโดดเด่น เพรียวลมปราดเปรียว โดยมาพร้อมกับการออกแบบที่ยอดเยี่ยม มีสมรรถนะการขับขี่สูง รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

FCX Clarity ผลิตขึ้นที่ศูนย์ ฮอนด้า ออโตโมบิล นิว โมเดล เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลทาคาเนซาวา อำเภอชิโอยะ จังหวัดโตชิกิ โดยฮอนด้าได้สร้างไลน์การประกอบรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ อย่างเช่น การติดตั้งแผงเซลล์เชื้อเพลิงและถังไฮโดรเจน สำหรับแผงเซลล์เชื้อเพลิงผลิตที่บริษัท ฮอนด้า เอนจิเนียริ่ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลฮางะ อำเภอฮางะ จังหวัดโตชิกิ

ในการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงต้องใช้เครื่องจักรที่ทำงานอัตโนมัติซึ่งออกแบบ มาเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความแม่นยำสูงสุด รวมทั้งเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์อีกด้วย โดยแผงเซลล์เชื้อเพลิงแต่ละแผงประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายร้อยเซลล์ และด้วยแนวคิดดังกล่าว ส่งผลให้ฮอนด้ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในด้านการผลิตรถยนต์ เซลล์เชื้อเพลิงนอกเหนือจากเทคโนโลยีรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงและเซลล์เชื้อ เพลิง ซึ่งถือว่าฮอนด้าได้ เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นในการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง อย่างแพร่หลาย

ฮอนด้า จะเริ่มให้บริการเช่าซื้อ FCX Clarity ในเดือนกรกฎาคมนี้ที่สหรัฐอเมริกา และในฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยตั้งเป้ายอดขายรวมในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นประมาณ 25-30 คันภายในหนึ่งปี และประมาณ 200 คันภายใน 3 ปี นอกจากนี้จะมีการจัดแสดง FCX Clarity ในกลุ่มของเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านสิ่งแวดล้อมภายในงานการประชุมสุดยอด G8 ฮอกไกโด โตยะโกะ ซึ่งจะเริ่มขึ้น วันที่ 7 กรกฎาคมนี้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , , ,

Jun 16

ราคา น้ำมันที่พุ่งทะยานทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศเริ่มหันมาหาทางเลือกใหม่ในการประหยัด พลังงาน ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ของโลก

โดยเฉพาะการลดต้นทุนในการทำงาน กลายเป็นแนวคิดที่ได้รับการขานรับในวงกว้าง เพราะได้ประโยชน์ทั้งต่อนายจ้าง ลูกจ้าง และสิ่งแวดล้อม

จาก ข้อมูลของศูนย์วิจัยระบบขนส่งมหานคร พบว่าชาวอเมริกันเดินทางไปทำงานคิดเป็นระยะทางโดยเฉลี่ย 30 ไมล์ต่อวัน ต้องใช้จ่ายเงินเพื่อการเดินทางไปทำงานราวๆ 140 ดอลลาร์ต่อเดือน

โดย ใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อเดือน การใช้เวลาเดินทางนานๆ ส่งผลเสียต่อทั้งลูกจ้าง นายจ้าง และสิ่งแวดล้อม โดยฝ่ายของลูกจ้าง ก่อให้เกิดความเครียด มีผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับ ผู้อื่น และอาจทำให้ทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน

ขณะที่ฝ่ายนายจ้างก็ได้รับผลกระทบ จากการที่ลูกจ้างมาสาย ขาดงานบ่อย ไม่มีสมาธิในการทำงาน อารมณ์ขุ่นมัวและทำให้เกิดมลพิษ และปัญหาโลกร้อนตามมา

ทางออกที่น่าจะลงตัวในเวลานี้ คือ ให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน โดยใช้อุปกรณ์การสื่อสารเป็นตัวช่วย (telework)

แม้จะมีเสียงค้าน เพราะกังวลเรื่องต้นทุนด้านเทคโนโลยี และไอทีที่อำนวยความสะดวกให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน

พีซี เวิรลด์” ประเมินว่า การทำงานโดยใช้อุปกรณ์สื่อสารมาช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนการเช่า อสังหาริมทรัพย์ได้ 25-90% ต่อปี ขณะที่นายจ้างประหยัดต้นทุนจากการขาดงานของพนักงานได้ 63% ต่อคนต่อปี และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการคุยจุกจิก แต่ไม่ใช่พนักงานทุกตำแหน่งจะทำงานได้จาก ที่บ้าน เพราะก็มีงานบางประเภทที่ไม่เหมาะ

รายงานข่าวจาก “เอเอฟพี” ระบุว่าขณะนี้ภาครัฐและเอกชนในสหรัฐหันมาใช้วิธีปรับวันทำงานให้เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อรับมือราคาน้ำมันแพง เช่น ในเมืองเบอร์มิงแฮม รัฐแอละแบมา ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เริ่ม 1 ก.ค.นี้

เอพริล โอดอม” ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของเทศบาล บอกว่า การปรับให้ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ไม่ทำให้เวลาทำงานลดลง เพราะเพิ่มเวลาเป็นวันละ 10 ชั่วโมง แทนวันละ 8 ชั่วโมง ช่วยประหยัดต้นทุนค่าพลังงานได้ 500,000-1 ล้านดอลลาร์ต่อปี

รัฐบาล ท้องถิ่นหลายแห่งก็เริ่มศึกษาแนวทางนี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับธุรกิจที่ขานรับแนวทางดังกล่าว อาทิ ไครสเลอร์ ที่มีแผนลดวันทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์

รวมทั้ง “ซัน ไมโครซิสเต็มส์” และไอบีเอ็ม” ก็มีแผนให้พนักงานทำงานจาก ที่บ้าน หรือออฟฟิศที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดด้วย

ฟาก ภาครัฐของไทยก็ตื่นตัวไม่แพ้กัน โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ไอซีที) เกาะติดนโยบายให้ ้ข้าราชการทำงานที่บ้าน จัดสัมมนาทำงานที่บ้าน อีกทางเลือกสู่การมีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดี ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร” โดยเชื่อว่า หากนำไปปรับใช้งานจริงจะช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิ ภาพการทำงาน และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้

ชมนาด พงศ์พนรัตน์” ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจชาวอเมริกันในปี 2548 พบว่าจำนวนแรงงาน 135.4 ล้านคน มี 45.1 ล้านคนทำงานที่บ้าน 28.4 ล้านคน ทำงานขณะเดินทาง 24.3 ล้านคน ทำงานที่ทำงานลูกค้า อีก 15.1 ล้านคน ทำงานในสวนสาธารณะหรือนอกบ้าน และพบด้วยว่าการทำงานนอกสถานที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 40% เนื่องจากไม่ถูกรบกวนจากสภาวะการทำงานที่อาจทำให้เสียสมาธิ หรือเสียเวลากับการสร้างสังคมในที่ทำงาน ประหยัดพลังงาน รักษาสิ่งแวดล้อม

และ จากมติ ครม.เมื่อ 9 พ.ค.2549 เรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน ได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.รับผิดชอบเรื่องการให้ข้าราชการบางหน่วย และบางหน้าที่ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ทำงานได้ โดยกำหนดจำนวนงาน และผลสำเร็จที่ตรวจสอบ ประเมินผลได้

จากการศึกษา พบว่าปัจจัยที่ควร คำนึงถึง คือ การต่อต้านจากผู้บังคับบัญชา ที่ห่วงใยประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่าง ผู้บังคับบัญชากับเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมโครงการ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากความไม่พอใจของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้เข้าโครงการ และทัศนคติที่ว่า ต้องทำงานอยู่ในสายตาจึงจะมั่นใจได้ว่าทำงานจริง

ผู้ปฏิบัติงานเอง กังวล เนื่องจากกลัวถูกโดดเดี่ยวจากสังคม เกรงผลกระทบด้านการประเมินผลงาน โอกาสก้าวหน้าในสายงาน เพราะไม่ได้อยู่ในสายตาผู้บังคับบัญชา

ดัง นั้นจึงต้องสร้างความชัดเจนเรื่อง เป้าหมายการปฏิบัติงาน การวัดผล ความถี่ และวิธีการสื่อสารในการทำงาน รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญทางราชการ

โดย พบว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของผู้บังคับบัญชาที่ตั้งใจ และมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนระบบบริหารงาน โดยอาศัยผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นสำคัญ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานต้องสร้างแรงจูงใจ ริเริ่มงานได้ด้วยตนเอง จัดระเบียบชีวิต มีวินัยโดยไม่ต้องถูกกำกับดูแล ที่สำคัญคือธรรมชาติของตำแหน่งงานในโครงการต้องเหมาะสม รวมถึงระบบการสื่อสาร 2 ทางต้องมีประสิทธิภาพ

ที่มา : นอ สอ พอ ดอท คอม

Technorati Tags: , ,

Jun 11

ปัญหาของหมึกพิมพ์ที่เราใช้ กันอยู่ทั่วไปนั้น อยู่ที่ค่าใช้จ่ายมากมายที่เกี่ยวข้องกับตัวผลิตภัณฑ์ เช่น ค่ากล่องและบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่น้ำหมึก และในยุคที่หลายต่อหลายคนกำลังกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอยู่นั้น ทางค่ายซีร็อกซ์ได้พัฒนาหมึกพิมพ์รูปแบบใหม่ที่ถูกทำออกมาในรูป ?ก้อนหมึก? แทนน้ำหมึกแบบปกติ

หมึกก้อนของซีร็อกซ์ (Xerox) ทำจากวัสดุประเภทเรซิ่น ทำให้ไม่มีอันตรายเวลาสัมผัสด้วยมือเปล่า แน่นอนว่าไม่เลอะเสื้อผ้าหรือมือเหมือนกับหมึกที่เป็นของเหลวด้วย โดยหมึกแต่ละก้อนสามารถพิมพ์งานได้ตั้งแต่ 1,000-2,300 หน้า และเครื่องพิมพ์ที่รองรับหมึกก้อน สามารถบรรจุหมึกก้อนได้มากถึง 5 ก้อนต่อสี ส่วนเรื่องความคมชัด เรียกว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม และเนื่องจากตัวเครื่องถูกออกแบบมาด้วยชิ้นส่วนน้อยชิ้นกว่า ทำให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้น้อย พิมพ์งานได้เร็วกว่าอิงก์เจ็ตธรรมดา และก็ไม่มีปัญหากระดาษม้วนหรือกระดาษติดเหมือนกับเครื่องพิมพ์อิง ก์เจ็ตหรือเลเซอร์ที่ใช้กันอยู่

การ ทำงานนั้นจะใช้ความร้อนในการทำละลายหมึกก้อน ซึ่งจะใช้อุณหภูมิประมาณ 70-100 องศาเซลเซียส แต่ทางซีร็อกซ์ได้ระบุว่า จะพยายามลดจุดทำละลายตรงนี้ลงเพื่อให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่าเดิมและ ว่ากันว่าหมึกก้อนดังกล่าวสามารถลดปริมาณของเหลือใช้ในระบบได้กว่า 90% เมื่อเทียบกับน้ำหมึกปกติ และยังช่วยประหยัดตลับหมึกได้ถึงกว่า 260 ปอนด์ ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องพิมพ์แบบตั้งโต๊ะหนึ่งเครื่อง

เพื่อความเข้าใจสามารถดูคลิป VDO การทำงานประกอบได้เลยครับ

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It