กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามบล็อกเทคโนโลยีเริ่มกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวiPhone(ไอโฟน)รุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายความเร็วสูง 3G พร้อมเทคโนโลยีระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ในราคาเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐ
แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ในการสร้างแอพพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ขับเคลื่อนโดยนักการตลาด
“นั่นเพราะว่าในไอโฟน ซอฟต์แวร์คือคอนเท็นต์” นายแชด เคอร์รี รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ T-3 กล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นไปได้เช่นนี้ในบล็อก DigitalNext ของ Ad Age? และที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันนักการตลาดต่างให้ความสนใจในการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคกันมากขึ้น?
“ไอโฟนเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์” เขากล่าว “ผู้คนจะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยแอพพลิเคชันต่างๆ ในอุปกรณ์ ยิ่งคุณเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์เหล่านั้นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”
ไอโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์อื่นๆ ในตอนนี้ประกอบด้วยแอพพลิเคชัน 2 ประเภท คือ Web Application และ Native Application? โดย Native Application ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้จากคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆ ที่ประกอบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว? และ Native Application เหล่านี้คือฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน 2.0
ส่วน Web Application เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับไอโฟนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สามารถท่องเว็บได้โดยผ่านทางบราวเซอร์ชื่อ Safari แต่อย่ามองว่าทั้งหมดนั้นจะเหมือนกับเว็บเพจ? Bank of America มีแอพพลิเคชันธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม และ FedEx เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดำเนินการขนส่งสินค้าเอง
สำหรับนักการตลาดหลายๆ รายแล้ว Web Application จะยังคงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด? แต่ในขณะเดียวกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่นักการตลาดจะสร้าง Native Mobile Application ที่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์ถือได้หลายๆ รุ่นและหลายๆ เครือข่ายผู้ให้บริการ เพราะแอพพลิเคชันเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน? นักการตลาดอาจต้องสร้างแอพพลิเคชันมากกว่า 5 ชิ้น
ดังนั้น ในขณะที่ข้อจำกัดของ Web Application ติดอยู่แค่การสนับสนุนจากเว็บบราวเซอร์เท่านั้น? แต่แอพพลิเคชันเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักการตลาดได้อย่างล้นหลาม??
ทิศทางความเคลื่อนไหวของแอพพลิเคชันเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวโน้ม 2 ประการคือ อย่างแรกเป็นความสนใจของนักการตลาดในการสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้า และแนวโน้มความเป็นไปได้ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้น?
ปัจจุบัน นักการตลาดกำลังถอนเม็ดเงินออกจากแพลตฟอร์มโฆษณาแบบดั้งเดิม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคอนเท็นต์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งๆขึ้น?
“สิ่งที่ใช้ได้ผลในโทรศัพท์มือถือคือแอพพลิเคชันที่อยู่เหนือโฆษณา” นายแชด สโตลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่ Organic กล่าว “คุณต้องให้โปรแกรมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ แต่การสร้างก็คือเรื่องหนึ่ง และการกระจายสินค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
อย่างไรก็ดี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดทางโทรศัพท์มือถือในรอบสองปีที่ผ่านมาจะโฟกัสอยู่ที่แนวคิดของโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการนำโมเดลโฆษณาดิสเพลย์ที่ต้องจ่ายค่าบริการมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ?
แต่ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นักการตลาดเริ่มกล่าวถึงการตลาดผ่านมือถือรูปแบบใหม่ ซึ่งโฟกัสในประสบการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อ และปรับปรุงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ซึ่งความจริงการสร้างความมั่นใจว่าแอพพลิเคชันเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการสำคัญพอๆ กับการพิจารณาตัดสินว่านักการตลาดจะพบเจอผู้ชมในอุปกรณ์การสื่อสารเหล่านี้หรือไม่
ซอฟต์แวร์ในฐานะคอนเท็นต์
“เมื่อคุณตีความหมายบทบาทของแบรนด์ที่ปรากฏในสื่อ การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือการให้การสนับสนุนแอพพลิเคชันเป็นวิธีการเชื่อมโยงหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากการแค่ออกโฆษณา” นายอีริค เบเดอร์ หุ้นส่วนของ Brand In Hand กล่าว?
นักการตลาดสามารถเริ่มทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชันเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะในการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่ 2? แอปเปิ้ลได้ตัดสินใจเปิดแพลทฟอร์มให้นักพัฒนาได้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทเช่นกัน?
นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพพลิเคชันทุกชนิดให้กับไอโฟนได้? อันที่จริง เฟซบุ๊กเป็นผู้ริเริ่มเปิดเทรนด์คอนเท็นต์ในฐานะซอฟต์แวร์มาได้ประมาณปีกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้น บริษัทอนุญาตให้นักพัฒนาจากภายนอกทดลองสร้างแอพพลิเคชันที่สามารถใช้งานในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้
ไอโฟนรุ่นใหม่จะเริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมด้วย Apple Apps Store ซึ่งเป็นหน้าอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ไอโฟนสามาารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ?
ในขณะที่ iTunes มีไว้เพื่อดนตรีและไอพอด? แต่ Apps Store มีไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือ? ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับรองแอพพลิเคชันก่อนที่จะได้วางจำหน่ายภายในร้านเชื่อว่าเป็นวิธีรับมือกับจุดอ่อนของแอพพลิเคชันที่เกิดขึ้นกับเฟซบุค
รายละเอียดเกี่ยวกับ Apps Store ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่นักพัฒนาจะสามารถตั้งราคาเองได้ และตามโมเดลการปันรายรับแบบดั้งเดิม แอปเปิ้ลจะได้ส่วนแบ่ง 30%? แอปเปิ้ลไม่ได้ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมจากแอพพลิเคชันฟรีที่มีโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ หรือจะเก็บอย่างไร แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบางคนชี้ว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีการที่แอปเปิ้ลจะนำมาใช้กวาดรายรับจากโฆษณาในระยะยาว??
เลือกแบรนด์ไหนดี?
ในขณะที่ไอโฟนสามารถดึงดูดกระแสความสนใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือได้อย่างมหาศาล? แต่ในตอนนี้นักพัฒนาสามารถสร้าง Native Application ให้แบล็คเบอร์รี่หรือวินโดว์ส โมบายได้แล้วเช่นเดียวกัน? (บาร์นสแอนด์โนเบิลมีแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซที่ยอดเยี่ยมเพื่อแบล็คเบอร์รี่โดยเฉพาะ)? ดังนั้น ก้าวแรกสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นมือถือในตอนนี้คงเป็นการตัดสินว่าพวกเขามีผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการโทรเป็นจำนวนมากเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาต่อขั้นต่อไปว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่ลูกค้าของพวกเขาใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ การสร้างแอพพลิเคชันสำหรับแบล็คเบอร์รี่อาจเหมาะสมมากกว่าไอโฟน???
ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิ้ลเมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวเอพีเปิดตัว Native Application สำหรับไอโฟนซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS ของอุปกรณ์เพื่อค้นหาข่าวภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และนำมาเก็บซ่อนไว้
ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบริการ เช่น บนเครื่องบินหรือในรถไฟใต้ดิน (และด้วยแอพพลิเคชันที่โฟกัสในข่าวและเหตุการณ์? ผู้ใช้สามารถส่งรูปถ่ายให้เอพีได้ในทันทีเช่นเดียวกัน)??
Sega เปิดตัวไอเกมส์ “Super Monkey Ball” เวอร์ชันไอโฟนที่ผู้เล่นต้องเอียงอุปกรณ์เพื่อควบคุบทิศทางลูกบอล? ซึ่งเป็นอีกเกมหนึ่งที่นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากหน้าจอสัมผัส ในขณะเดียวกัน Major League Baseball เปิดตัววิดีโอไฮไลต์ถ่ายทอดสด และ Six Apart เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับการเขียนบล็อกผ่านมือถือ
ที่มา : Business Thai
Technorati Tags: iPhone 2.0, Program

