Wordpress Themes
Aug 15

คำขวัญประจำองค์กรของ Google คือ Don’t be evil หมายถึงอย่าเป็นปีศาจในการทำธุรกิจ แต่นับวันดูเหมือนจะไม่ใช่…

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หากพูดถึงวงการอินเทอร์เน็ตแล้ว ยิ่งมีจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์มากเท่าไหร่ เท่ากับรายได้ที่เพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเว็บไซต์ไหนติดอันดับต้นๆ ของ google.com ก็หมายถึงจำนวนคนเข้าชมที่จะมากขึ้นตามไปด้วย นี่คือสาเหตุที่เว็บไซต์ต่างพยายามทำให้ตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของการค้นหาเสมอ

และตั้งแต่ Knol (http://knol.google.com)?- เว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์ของค่าย Google - เปิดตัวมาเมื่อไม่นานมานี้ ก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับวงการออนไลน์ไปทั่วโลก ไม่เฉพาะกับ Wikipedia เจ้าตลาดสารานุกรมออนไลน์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

เนื่องจากกรณีที่มีคนใส่คำค้นหาใน google.com แล้วพบว่าผลการสืบค้นอันดับต้นๆ มักจะอ้างอิงถึง Knol เป็นหลัก ทั้งๆ ที่เนื้อหาหรือคอนเทนท์ที่ผู้เขียนส่งเข้ามาใน Knol ยังมีไม่มากเท่าไหร่

มีข้อมูลอ้างอิงว่าคำสืบค้นอย่าง ?buttermilk pancakes? ที่ใส่ลงไปในช่องค้นหาของ google.com ปรากฏว่าลิงค์ของ Knol อยู่ในอันดับที่สอง สูงกว่าอีกหลายๆ เว็บ รวมถึงเว็บไซต์ของ Martha Stewart (เว็บเกี่ยวกับแม่บ้าน อาหาร ทำสวน ฯลฯ) ด้วยซ้ำ ทำให้หลายคนมองว่านี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

ด้าน Gabriel Stricker โฆษกของ Google ชี้แจงว่า ระบบการค้นหาของ google.com ไม่เคยลำเอียง และมันทำการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆ เท่าเทียมกันทุกเว็บ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Knol เป็นพิเศษ

?เว็บไซต์ Knol ก็เหมือนกับเว็บไซต์ทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ ไม่ได้รับสิทธิพิเศษแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น เมื่อคุณเห็นตำแหน่งของลิงค์มันอยู่สูง มันก็อยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะเป็นตามปกติเท่านั้นเอง?

มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า Google ให้ความสำคัญกับ Knol เป็นพิเศษ นั่นคือเมื่อใส่คำค้นหา ?buttermilk pancakes? ใน google.com จะพบลิงค์ของ Knol ในลำดับที่ 2 ขณะที่คำเดียวกันนี้ Live Search ของค่าย Microsoft ค้นหาเจอในลำดับที่ 4 ส่วน Yahoo เจอในลำดับที่ 22 เลยทีเดียว

จึงมีคำถามต่อมาว่า เมื่อ Google ทำให้ Knol ถูกค้นพบในอันดับต้นๆ บนหน้าเว็บของ google.com อยู่บ่อยครั้ง Google ต้องการอะไรกันแน่ ต้องการก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กรสื่อที่ขายข้อมูลหรือคอนเทนท์อย่างนั้นหรือ

เพราะนอกจาก Knol แล้ว Google ยังมีเว็บไซต์ที่รวบรวมคอนเทนท์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blogger เว็บไซต์ให้บริการบล็อกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง, Google News เว็บไซต์รวบรวมข่าวของ AP, Google Finance เว็บไซต์ข้อมูลหุ้น, และ YouTube เว็บไซต์วีดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่โฆษกของ Google ก็ปฏิเสธว่า บริษัทไม่เคยคิดจะเป็นองค์กรสื่อ เว็บไซต์ต่างๆ ของ Google เป็นเพียงแหล่งรวบรวมและจัดหมวดหมู่ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนมาค้นหาและนำไปใช้เท่านั้น อย่างเนื้อหาในเว็บไซต์ Knol ก็ไม่ได้เป็นลิขสิทธิ์ของ Google ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างมองว่า การที่ Google จ่ายค่าเรื่องสำหรับคนที่เข้ามาเขียนบทความใน Knol รวมถึงจัดหมวดหมู่และกระจายเนื้อหาไปสู่ผู้อ่านผ่านการค้นหาของ google.com เช่นนี้ เป็นลักษณะของการเป็นองค์กรสื่ออย่างเห็นได้ชัด

เมื่อ Google เป็นผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ รูปภาพ ข่าว บล็อก วีดีโอ และคอนเทนท์ต่างๆ แก่เว็บไซต์ทั่วโลก แล้วมาเป็นผู้ผลิตข้อมูล ข่าว บล็อก วีดีโอ และคอนเทนท์ต่างๆ เสียเอง สิ่งที่ตามมาคือผลประโยชน์ทับซ้อนที่ยากจะปฏิเสธได้

เนื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์ของผู้ผลิตคอนเทนท์และองค์กรสื่อต่างๆ ที่ใช้บริการ google.com เป็นฐานในการสร้าง traffic หรือจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ด้วยการปรับแต่งเว็บให้เหมาะกับ search engine หรือ SEO (Search Engine Optimization) ก็จะอยู่ไม่เป็นสุขและกังวลแล้วว่าวันหนึ่ง Google จะขโมยซีนและกินรวบตลาดหรือไม่

?ถ้าผมเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์และผมใช้ google.com เป็นตัวหลักในการดึง traffic ของเว็บ แล้วถามว่าผมกลัวมั้ยที่ Google จะมาแข่งกับผมในอนาคต?? ศาสตราจารย์ David B. Yoffie แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ผู้ศึกษาการเติบโตของ Google ตั้งคำถามก่อนจะตอบว่า ?กลัวอย่างแน่นอนครับ?

ศาสตราจารย์ David B. Yoffie ทิ้งท้ายว่า ?ถ้า Google ยังขืนทำอย่างนี้ต่อไป ก็อาจจะพบจุดจบเช่นเดียวกับ Microsoft ที่จากเดิมเป็นผู้ผลิตระบบปฏิบัติการ หรือ OS แล้วหันมาผลิตซอฟท์แวร์ขายแข่งกับผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายอื่นๆ ซึ่งที่โด่งดังมากที่สุดคือการบังคับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ให้ยัด Internet Explorer ลงใน Windows ขายพร้อมเครื่อง จนในที่สุด Microsoft ถูกฟ้องร้องข้อหาผูกขาดตลาด และถูกปรับถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ?

ที่มา : Bangkokbiznews

ปิด
E-mail It