Wordpress Themes
Jun 19

ระยะนี้มีข่าวว่าคนเล่นเอ็ม หรือใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเมสเซนเจอร์ (Microsoft Network Messenger) เพื่อการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเสียเงินเป็นล้านบ้างเป็นแสนบ้าง จึงชวนเพื่อนมาถกเรื่องดังกล่าวว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงรึเปล่า แต่คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเกิดขึ้นจริง ถูกหลอกจริง โอนเงินไปให้เขาจริง นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก และไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในโลกนี้แน่นอน คดีแบบนี้มักเป็นคดีแพ่งที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกเพศทุกวัยที่มีความต้อง การ แต่แนวโน้มมักเป็นฝ่ายชายที่ถูกหลอกให้โอนเงิน จึงถือเป็นผู้เสียหายและสุดท้ายก็ต้องขอความเป็นธรรมจากผู้รักษากฎหมายจน เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะธรรมชาติเรื่องเพศของมนุษย์แล้ว เพศชายมักเป็นเจ้าบุญทุ่มยอมจ่ายเงินหรือแลกกับทรัพย์สินที่ตนมีเพื่อสิ่ง ที่คาดหวังได้ง่ายกว่าเพศหญิง เช่นเดียวกับบทละครในทีวีที่ฝ่ายชายมักมีฐานะดีกว่าฝ่ายหญิง แต่กลับกลายเป็นว่าฝ่ายชายต้องไปงอนง้อฝ่ายหญิงมาเป็นคู่ครอง

เอ็มเอสเอ็น (MSN) คือโปรแกรมที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร และใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ติดต่อกับคู่สนทนาได้หลายคนในเวลาเดียวกัน ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ และไม่มีค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน แต่มิจฉาชีพบางกลุ่มใช้เครื่องมือนี้เป็นสื่อในการหลอกลวงเหยื่อจนตายใจและ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ จึงยอมทุ่มเททรัพย์สินเงินทองไปมากมาย เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกก็จะเรียกร้องความเป็นธรรมจากผู้รักษากฎหมาย ถ้าถามเหยื่อที่ถูกหลอกว่าต้องการอะไรจากการใช้โปรแกรมนี้ ก็คาดเดาได้ว่าต้องการคู่ชีวิต ต้องการกิ๊ก ต้องการเงิน ต้องการเพื่อนคุย ถ้าท่านกำลังหาอะไรข้างตนจากการใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นก็ขอให้ฟังหูไว้หู เผื่อใจไว้ถูกหลอกบ้างจะได้ไม่เจ็บช้ำจนเกินทน

ถ้าท่านสงสัยว่าทำไมมีคนยอมโอนเงินไปให้ใครสักคนที่รู้จักผ่านโปรแกรม เอ็มเอสเอ็น ก็ขอให้นึกถึงเรื่องตกทอง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คิดว่าจะได้แต่มารู้ว่าถูกหลอกก็ตอนพลาดท่าไปเสียแล้ว หากทุกคนรู้ถึงความเป็นจริงของสรรพสิ่งก็คงไม่มีใครถูกหลอก ไม่มีการหลอกลวงเกิดขึ้นในโลกนี้อีกต่อไป การใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเพื่อการหาคู่ชีวิตได้ผลเป็นที่ประจักษ์ เพราะการติดต่อสื่อสารสามารถให้ข้อมูลเท่าที่ผู้ให้ข้อมูลต้องการ จึงเลือกเฉพาะสิ่งที่ดีหยิบยื่นให้แก่กันระหว่างการสนทนา บางคนสนทนากับเพื่อนต่างเพศพร้อมกันครั้งละหลายคน ไม่มีปัญหาเรื่องการจัดเวลา และไม่สามารถพิสูจน์ข้อมูลของคู่สนทนาได้ ถ้าคนลำปางหาคู่ชีวิตในลำปางไม่ได้ การใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นอาจเป็นทางออกสู่ความสมหวัง หรือถูกหลอกลวงอย่างที่พบเห็นตามข่าว แต่ทุกอย่างป้องกันได้ด้วยสติ ดังคำว่าสติมาปัญญาเกิด ถ้ามีสตินำทางในการใช้ชีวิต เชื่อว่าโอกาสหลงทางจะเกิดได้ยากยิ่ง

บทความจาก : Thaiall.com

Technorati Tags: ,

Jun 12

ไซแมนเทค” เตือนปัญหาภัยคุกคามโลกออนไลน์หนักข้อมากขึ้น แฉพัฒนาเป็นขบวนการองค์กรใต้ดินซื้อขายข้อมูลส่วนตัว-ข้อมูลทางการเงิน ขณะที่ไทยครองแชมป์ของอาเซียนที่มีกิจกรรมภัยคุกคามออนไลน์มากที่สุด ชี้แนวโน้มใช้ชุมชนเครือข่ายทางสังคมเป็นช่องทางล้วงข้อมูลส่วนตัว

นายนพชัย ตั้งไตรธรรม ที่ปรึกษาทางเทคนิคอาวุโส บริษัท ไซแมนเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการระบบป้องกันภัยทางอินเทอร์เน็ต กล่าวกับประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการเก็บข้อมูลด้านภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตพบข้อมูลส่งที่น่าสนใจว่าการปล่อยโค้ดอันตรายต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากครึ่งปีแรกของปี 2550 มีโค้ดอันตรายจำนวน 2.12 แสนกว่าชนิดเพิ่มเป็นเกือบ 5 แสนชนิดในครึ่งปีหลัง สาเหตุเพราะผู้สร้างมีการทำเป็นขบวนการมากขึ้น หรือเป็นลักษณะองค์กรใต้ดิน จากเดิมที่ทำเป็นงานอดิเรกหรือเพื่อแสดงความสามารถ แต่ตอนนี้มีการจ้างโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ จ่ายเงินเดือน หรือรวมกุล่มกันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ทางการเงิน มีระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูล จนเกิดเป็นลักษณะรูปแบบเศรษฐกิจใต้ดินขึ้น

โดยพบว่าข้อมูลที่มีการซื้อขายใต้ดินมากที่สุด คือ ข้อมูลบัญชีธนาคาร คิดเป็น 22% ค่าบริการ 10-1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ข้อมูล อันดับ 2 เครดิตการ์ด 13% ค่าบริการ 0.40-20 ดอลลาร์ และอันดับ 3 ข้อมูลส่วนบุคคลเต็มรูปแบบ 9% อัตรา 1-15 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น โดยการขึ้นลงของราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เช่น ได้รับส่วนลดกรณีซื้อข้อมูลจำนวนมาก หรือข้อมูลเป็นที่ต้องการมากจะมีราคาจะสูง รวมถึงยังมีการให้บริการเอาต์ซอร์ซ เช่น Phishing host, Spambot ฯลฯ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลัง ปี 2550 ไทยจัดเป็นประเทศที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับภัยคุกคามมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 ในอาเซียน สาเหตุเพราะการใช้บรอดแบนด์ในประเทศไทยมีการขยายตัวมากขึ้น ขณะที่คอมพิวเตอร์มีราคาถูกลง ทำให้คนใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้น จึงกลายเป็นช่องทางในการถูกโจมตีได้ง่าย ประกอบกับผู้บริโภคคนไทยไม่มีความรู้เพียงพอในการป้องกัน ขณะที่เป็นอันดับ 7 ในเขตเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยสัดส่วน 4% โดยอันดับ 1-3 คือ จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ตามลำดับ

นายนพชัยกล่าวว่า แนวโน้มภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยจะอาศัยเว็บไซต์ต่างๆ เป็นช่องทางในการกระจายโค้ดอันตรายมากขึ้น จากเดิมจะปรากฏเฉพาะเว็บใต้ดินที่ให้บริการที่ผิดกฎหมาย และใช้อีเมล์เป็นพาหะในการแพร่กระจาย แต่เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่เริ่มมีระบบโซลูชั่นป้องกันจึงทำให้ผู้สร้างหันมาโจมตีผ่านทางเว็บไซต์แทน รวมถึงคนใช้เว็บไซต์มีมากขึ้น และรูปแบบของการดาวน์โหลดคอนเทนต์เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมมีเพียงข้อความ (text) หรือกราฟิกธรรมดา แต่ปัจจุบันเริ่มมีการใช้แอนิเมชั่น เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ต่างๆ มากขึ้น ทำให้เกิดช่องโหว่ของระบบใหญ่ขึ้น จึงกลายเป็นเป้าหมายของการโจมตี โดยเฉพาะเว็บที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น เอ็มเอสเอ็น ยาฮู กูเกิล ล้วนเป็นเป้าหมายของการโจมตีเช่นกัน

นอกจากนี้แนวโน้มการโจมตีจะเน้นไปที่ตัวบุคคลมากกว่าการกระทำเพื่อแพร่กระจายภัยต่างๆ อย่างเดียว เห็นได้จากภัยคุกคามที่เริ่มมีการกระทำผ่านทางเว็บไซต์ลักษณะเครือข่ายทางสังคม (social networking) มีมากขึ้น ซึ่งบางรายใช้เป็นช่องทางในการก่ออาชญากรรม หรือเพื่อปลอมแปลงหลอกเอาข้อมูล เพราะผู้ใช้งานบนเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเหล่านี้มีลักษณะเป็นคอมมิวนิตี้และคนให้ความเชื่อถือ ไว้วางใจ เพราะถือว่าเป็นคนสนิท มีการแสดงตัวที่ชัดเจน จึงทำให้ถูกหลอกง่าย ทั้งการขโมยอีเมล์หรือข้อมูลส่วนตัว หรือแม้แต่การลอกเลียนแบบเว็บไซต์เพื่อฟิชชิ่ง (การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเพื่อล้วงข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต)

“Hi5 ในไทยก็เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงช่องทางในการกระจายไวรัสส่งต่อๆ กันมากกว่า เช่น ในรูปของการเชิญชวนให้คลิกที่ลิงก์ต่อเป็นทอดๆ ลักษณะเป็นพาหะ แต่ต่างประเทศอย่างเช่นจีน มีการลอกเลียนแบบเว็บเครือข่ายทางสังคมเพื่อหลอกผู้ใช้งานให้ใส่พาสเวิร์ด กรอกอีเมล์ หรือ ปลอมเป็นบุคคลอื่นๆ เช่น แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เว็บไซต์เพื่อให้คนเข้ามากรอกข้อมูล จากนั้นจะสวมรอยนำข้อมูลไปขาย หรือโจรกรรมแบบฟิชชิ่ง ส่วนไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะฟิชชิ่งของไทยยังเกิดขึ้นกับธนาคารเป็นหลักอยู่”

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It