Wordpress Themes
Jun 25

10 สาเหตุที่ทำให้เครื่องของคุณแฮง ทำไมเครื่องที่ตนเองซื้อมาถึงแฮงบ่อยนัก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือนเอง บางคนซื้อมาใช้ได้ไม่ถึงวัน เครื่องก็แฮงไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว เจอแบบนี้เสียความรู้สึกมากเลยใช่ไหมครับ เรามาดูสาเหตุกันดีกว่า ว่าทำไมเครื่องถึงได้แฮงบ่อยนัก

ซีพียู (CPU)

เครื่องที่แฮงบ่อย เนื่องจาก ซีพียู นี้ เกิดจากการนำเอา ซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาขายเป็นรุ่นสูงกว่า เนื่องจากซีพียูแต่ละตัว จะถูกผลิตให้ทำงานเกินมาตรฐานประมาณ 20 % อยู่แล้ว ทำให้เกิดมีพ่อค้าหัวใส เอาซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาสกรีนข้อความบนตัวซีพียูใหม่ เป็นรุ่นสูงกว่า ขายได้ในราคาสูงกว่า วิธีการแบบนี้เรียกว่า การ remark บางครั้ง ผู้ขายเครื่อง (ประกอบเครื่องขายอีกที) ก็ไม่รู้ว่า ซีพียูนั้นถูก remark หรือไม่ เขาก็รับซีพียูมาเพื่อประกอบอีกทีหนึ่ง พวกนี้ เวลาเรานำเครื่องไปเคลม เขาเองก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน ก็ต้องลองเปลี่ยนชิ้นส่วนไล่ไปทีละตัว จนกว่าเครื่องจะมีอาการดีขึ้น ยังมีร้านค้าบางร้าน จะตั้งใจโกงลูกค้าเองเลยก็มี เช่น นำเอาซีพียูความเร็วต่ำมาขายเป็นซีพียูความเร็วสูง เขาจะใช้เทคนิค การ overclock ซีพียู คือจะตั้งให้ซีพียูทำงานในความถี่ที่สูงขึ้นเกินมาตรฐาน ยิ่งถ้าเป็น ซีพียูของ Intel ด้วยแล้ว overclock ได้มาก อีกทั้งยังมีพัดลมติดมากับซีพียูเลย หรือ จะเป็นกล่องหุ้มไว้ถ้าเป็น Pentium II หรือ III .
ถ้าเกิดลูกค้าใช้แล้วไม่เกิดปัญหาใดๆ รับรองว่าลูกค้าไม่รู้แน่ๆ ผู้ขายก็ได้กำไรไปสบาย ๆ(Celeron 300A เกือบทุกตัว สามารถ overclock ได้เป็น 450 MHZ สบาย ๆ )

พัดลมซีพียู (CPU-FAN)

พัดลมก็สามารถเป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้เหมือนกัน พัดลมที่เป่าตัวซีพียู ถ้าเป็น ซีพียู ของ Intel ก็คงไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะมีพัดลมติดมากับตัดซีพียูเลย แกะออกยาก แต่ถ้าเป็นของค่ายอื่น เช่น AMD หรือ Cyrix พัดลมจะต้องติดแยกต่างหาก พัดลมที่ทางร้านค้าติดมาหรือที่เราซื้อแยกมาต่างหาก ถ้าเป็นพัดลมคุณภาพต่ำ หรือเป็นพัดลมตัวเล็ก ไม่เพียงพอความต้องการของซีพียู ก็จะทำให้ซีพียูเกิดความร้อนสูงเกินไป จนทำให้เครื่องแฮงได้ ถ้าแน่ใจว่าพัดลมตัวใหญ่พอ สาเหตุอาจเกิดจากพัดลมเสีย คือ หมุนบ้างไม่หมุนบ้าง หรือไม่หมุนเลย แบบนี้ ซื้อตัวใหม่เปลี่ยนได้เลย ถ้าซื้อใหม่ ควรซื้อพัดลมที่มีตัววัดรอบการหมุนของใบพัดด้วย เราจะได้ตรวจเช็คได้โดยทาง software หรือ ทาง bios โดยไม่ต้องเปิดฝาเครื่องดู

เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Suply)

หลายคนคงหาสาเหตุการแฮงไม่เจอ เปลี่ยนชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนดูแล้ว ฟอร์แมต ลงโปรแกรมใหม่ก็แล้ว เครื่องก็ยังแฮงอยู่เรื่อย ใครจะรู้ อีกสาเหตุหนึ่งมาจากตัวเพาเวอร์ซัพพลายนี่แหละครับ ถ้าเพาเวอร์ซัพพลายไม่ดี คือ จ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ จ่ายไฟขาดบ้าง เกินบ้าง ไม่ใช้แค่เครื่องแฮงครับ ชิ้นส่วนบางชิ้น หรือทุกชิ้น อาจพังได้ ต้องระวังให้ดี เราสามารถเช็คกระแสไฟได้จาก bios หรือจาก software เช่น Motherboard Monitor คอยหมั่นเช็คก็ดีครับ แต่ถ้าเจอแบบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหละก็ คงเช็คยาก ลงทุนเปลี่ยนตัวใหม่ก็ดีครับ ตัดปัญหา เพาเวอร์ตัวหนึ่ง ถ้าเป็น AT ไม่เกิน 500 บาทหรอกครับ ถ้าเป็น ATX ก็ไม่น่าเกิน 800 บาท (แบบมาตรฐาน)

ฮาร์ดดิสค์ (Hard Disk)

อีกสาเหตุหนึ่งก็ตัว ฮาร์ดดิสค์ นี่แหละครับ คือ อาการ bad sector ที่เกิดขึ้นแบบจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสค์ เราสามารถตรวจเช็คได้ง่าย โดยการใช้ scandisk ของตัว Windows นี่แหละครับ เลือก option : Thorough ถ้าเจอ bad sector จริง ก็รีบ mark ตัว bad sector ไว้ เพื่อไม่ให้เครื่องเข้าถึงข้อมูลใน sector นั้นอีก ถ้าตัวฮาร์ดดิสค์ยังอยู่ในประกัน (3-5 ปี) เอาไปเคลมเลยครับ อย่ารอช้า ถ้าหมดประกันแล้ว ก็ต้องทนใช้ไปครับ ถ้า mark bad sector แล้ว ก็ใช้ได้ดีครับ แค่ทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลลดลงไปเท่านั้น ถ้ายังไม่พอใจ ซื้อใหม่เลย (อีกแล้ว)

หน่วยความจำ (RAM)

หน่วยความจำ หรือ แรม นี้มีต่อมากกับการแฮงของระบบ ถ้าเป็นแรมคุณภาพต่ำ รับรอง ใช้ไปแฮงไป ถ้าพบว่า แรมเป็นสาเหตุ รีบนำไปเปลี่ยนกับร้านที่ซื้อมาครับ ก่อนจะหมดประกัน แล้วทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี บางครั้ง สาเหตุไม่ได้เกิดจากแรมไม่ดี แต่ว่าเป็นการติดตั้งครับ คือ ถ้าเราเสียบแรมไม่เข้าล็อคของมัน ก็เป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้ เราจะสังเกตุได้จาก บางครั้งเครื่องจะ detect แรมผิดพลาด บางทีเจอแค่แผงเดียว ถ้าเกิดมีแผงเดียวอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เครื่อง detect แรมไม่เจอเลย แบบนี้ boot ไม่ขึ้นเลยครับ เวลาเสียบ ต้องเสียบให้เข้าล็อคครับ กดลงไปลึก ๆ จนขาทั้งสองข้างของตัวรับสามารถพับขึ้นมาล็อคตัวแรมได้ เวลาเสียบระวังหักนะครับ จับมั่นๆ เอาไว้

เมนบอร์ด (Mainboard)

อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือตัวเมนบอร์ดเองครับ ถ้าเป็นเมนบอร์ดคุณภาพต่ำ ราคาถูก อาจเป็นสาเหตุได้ ปัญหานี้ตรวจเช็คได้ยากครับ คงต้องยกไปที่ร้าน ให้ลองเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ ดู ถึงจะพบปัญหานี้ได้ ถ้าสาเหตุเป็นที่เมนบอร์ดจริง ก็คงแย่หน่อย เพราะทางร้านจะส่งซ่อม แทนที่จะเคลมอันใหม่ให้ ต้องรอนานอย่างน้อยเป็นเดือนหรือมากกว่านั้นครับ ยกเว้น เพิ่งซื้อไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ อาจได้เปลี่ยนเป็นของใหม่ทันที ต้องแล้วแต่ร้านที่ซื้อมาแล้วครับ

ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ต่าง ๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ที่พบบ่อยๆ จะเป็นการเข้ากันไม่ได้ของ เมนบอร์ดกับการ์ดแสดงผล เมนบอร์ดกับแรม จะมีบ้างคือเมนบอร์ดกับฮาร์ดดิสค์ อุปกรณ์แต่ละตัว ไม่มีตัวไหนเสียหรือรวน ทุกตัวใช้การได้ดีหมด เพียงแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าพบปัญหานี้ ลองค้นข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในอินเตอร์เนท อาจจะมี patch ออกมาแก้ไขปัญหาได้ ถ้าไม่มีคงต้องปรึกษากับร้านที่คุณซื้ออุปกรณ์มา อธิบายปัญหาให้เขาฟังเพื่อจะขอเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ๆ เป็นตัวอื่นที่ไม่มีปัญหา

ไวรัส (Virus)

อาการแฮงจากไวรัสนี้ แม้จะสร้างปัญหามาก แต่สามารถตรวจพบ และ แก้ไข ปัญหาได้ง่าย ขอเพียงหมั่นตรวจเช็คเจ้าวายร้าย ไวรัส ให้สม่ำเสมอ ปัญหานี้จะหมดไป

Driver

ถ้าคุณลง driver ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ รับรองเกิดปัญหาแน่ ซึ่งอาจทำให้เครื่องแฮงได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ฉะนั้น เราจะต้องระวังปัญหานี้ไว้ด้วย สามารถตรวจเช็คว่าได้ลง driver ไว้ตรงตามรุ่นหรือไม่ โดยการ คลิกขวาที่ My Computer เลือก Property แล้วเลือก Device Manager อีกที ถ้าอุปกรณ์ใดที่มีเครื่องหมายตกใจ (!) ให้รีบแก้ไข driver ใหม่ให้ตรงตามรุ่นที่มีอยู่


ตัวเราเอง


ฟังดูแล้วบางคนอาจจะหัวเราะเยาะว่า ใครจะบ้าจะทำให้เครื่องตัวเองแฮงบ่อย สร้างปัญหาให้กับตัวเอง จริง ๆ แล้ว พวกเราอาจจะไม่ตั้งใจทำก็ได้ อาจเกิดจากความไม่รู้ ความสะเพร่า หรือความรีบร้อน เราอาจจะอยากกำจัด file ที่คิดว่าไม่สำคัญออกจากฮาร์ดดิสค์โดยการลบทิ้ง แต่แท้จริง file นั้นสำคัญมาก ถ้า file นั้นเสียหาย หรือ หายไป จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของโปรแกรมได้ บางคนอาจจะรีบร้อนปิดเครื่องโดยที่ไม่สั่ง shutdown เสียก่อน file ต่างๆ ที่ load ไว้ยังไม่ถึงสั่งปิดอย่าถูกวิธี ทำให้ file นั้น ๆ เสียหายได้ และทำให้เครื่องแฮงได้ ฉะนั้น ทางแก้ไขคือ เราจะต้องศึกษาการใช้โปรแกรมนั้น ๆ เสียก่อน
เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้แบบผิด ๆ ถูก ๆ สร้างปัญหาให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

เครดิต bahcom

Technorati Tags: , ,

Jun 15

ทุกวันนี้ มีหลายท่านเลยใช่มั้ยที่ติด กาแฟ ต้องกินต้องดื่มทุกเช้าจนติดเป็นนิสัย? ผมเองก็คนนึงละครับ

เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น

นั่นงัยอย่างน้อยมันก็มีประโยชน์นะครับ ลองมาดูประโยชน์ของกาแฟกันบ้างดีกว่า

ของดีในกาแฟ
กาแฟช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟ เพราะต้องการแก้ง่วง แนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2 - 3 ออนซ์ (60 - 90 มล.) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย
เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้น กับชนิดของกาแฟ

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) มี สารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนมากกว่าพันธ์อราบิก้า (Arabicas) ถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีการคั่วกาแฟ และปริมาณกาแฟที่ละลายแต่ละถ้วย รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีการชงกาแฟ ระยะเวลาและปริมาณกาแฟที่ใช้ด้วย

มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เป็นธรรมดา ข้อที่ควรระวังก็คือ
คอกาแฟอย่าเพิ่งย่ามใจกับข้อมูลด้านดีๆ เพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือสารคาเฟอีนซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟมากอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัด คาเฟอีนช้า ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผล

ส่วนผลของกาแฟต่อสุขภาพผู้หญิงก็ยังไม่มีผลวิจัยชัดเจน ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซีสต์ในเต้านมหรือกระดูกพรุนหรือไม่ การเดินสายกลางจึงดีที่สุด ผู้ที่ดื่มกาแฟสกัดคาเฟอีน อาจคิดว่าปลอดภัย แต่นักวิจัยเตือนว่า กาแฟสกัดคาเฟอีนอาจเพิ่มระดับกรดไขมันในเลือดให้สร้างแอลดีแอล ซึ่ง เป็นคอเลสเทอรอลตัวร้ายได้ เพราะในกระบวนการสกัดคาเฟอีนจะสกัดเอาสารเฟลโวนอยด์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระและสารอื่นๆ ที่ให้รสชาติกาแฟแท้ๆ ออกไปด้วย นอกจากจะอร่อยน้อยลงแล้วยังมีผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย

ข้อมูลจาก : teenee.com และ feekz.com

Technorati Tags: , ,

Jun 13

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงมาก่อนของความอ้วนในการป้องกัน ?โรคมาลาเรีย? ที่รายงานการค้นพบโดยนักวิจัยจากประเทศฝรั่งเศส

ใครๆก็อยากผอมหรือมีรูปร่างที่ดีกัน ทั้งนั้น ด้วยสาเหตุที่ว่า นอกจากจะดูไม่งามตา และไม่ดึงดูดเพศตรงกันข้ามที่อาจจะทำให้ขึ้นไปอยู่บนคานทองนิเวศอย่างถาวร แล้ว ความอ้วนยังเป็นสาเหตุที่มาของโรคและความเจ็บป่วยไม่พึงประสงค์นานาชนิดอีก ด้วย แต่ล่าสุดที่ผ่านมานี้ นักวิจัยค้นพบข้อดีของความอ้วน นั้นมีมากกว่า ?ให้ความอบอุ่น? ในฤดูหนาว แต่ความอ้วนยังมีความต้านทานในการติดเชื้อมาลาเรียด้วย

นาย Vincent Robert จาก the Institute for Development Research ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ค้นหาคำตอบจากการทดลองในหนูผอม (lean mice) ซึ่งเป็นกลุ่มควบคุม และหนูอ้วน (obese mice) ชนิดละ 14 ตัวอย่าง ด้วยการฉีดเชื้อมาลาเรีย (ปรสิต Plasmodium berghei ย้อมด้วยสี Giemsa เพื่อให้มองเห็น ANKA strain) เข้าไปในร่างกายของหนูทั้งสองชนิด แล้วทีมงานก็ติดตามตรวจสอบผลเลือด (blood smear) และนับจำนวนปรสิตของหนูเหล่านั้นทุกวัน

ในเวลา 6 วัน ทีมวิจัยพบว่า 8 ใน 14 ของหนูผอมตายลงด้วยอาการของ neurological syndromes และร่องรอยของ ANKA จากเชื้อปรสิตที่ฉีดเข้าไปด้วยความเข้มข้นของปรสิตในเลือด 3% ซึ่งเป็น (ปริมาณปรสิตหรือ) ปริมาณเชื้อมาลาเรียในกระแสเลือด (parasitaemia) ที่ต่ำ

ในขณะที่หนูอ้วนนั้นสุขภาพแข็งแร็งดี ไม่มีอาการของมาลาเรียขึ้นสมอง (cerebral malaria) หรือปรสิตในเลือด (parasitaemia) ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตหลังจากการได้รับเชื้อแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้นหนูอ้วนได้ตายลงเนื่องจากภาวะโลหิตจาง (severe anaemia) ในระยะเวลา 18-25 วันต่อมา (ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติของการเป็นมาลาเรียเรื้อรัง รวมถึง ถ้าเป็นผู้ป่วยเด็กอาจมีอาการม้ามโตได้)

ทีมงานสรุปผลการทดลอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างความอ้วน (Obesity) และการต่อต้านเชื้อมาลาเรีย

นาย Andrew Prentice จาก London School of Hygiene & Tropical Medicine กล่าวว่า การค้นพบว่า เหล่าหนูอ้วนสามารถป้องกันตัวเองจากมาลาเรียได้อย่างไร จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาวิธีการรักษามาลาเรีย ซึ่งปัจจุบันส่งผลกระทบต่อผู้คนในประเทศเขตร้อน (tropical) ที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาเป็นจำนวนมาก

แม้ความอ้วนจะช่วยป้องกันมาลาเรีย(ใน หนูทดลอง)ได้ ซึ่งจะได้มีการศึกษาในมนุษย์ต่อไป แต่ผู้เขียนว่า ป้องกันมาลาเรียด้วยวิธีการ ?ปล่อยให้ตัวเองอ้วน? ก็ยังไม่แนะนำค่ะ วิธีการเดิมที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการกำจัดพาหะนำโรค ซึ่งก็คือ เจ้ายุงก้นปล่อง (Anopheles) นางร้ายนั่นเองค่ะ เพราะมีแต่ยุงก้นปล่องเพศเมียเท่านั้นที่มากัดเรา รวมถึงเพศเมียอีกนั่นแหล่ะ ที่เป็นตัววางไข่ เราจึงต้องกำจัดที่วางไข่ของมัน (เช่น คว่ำกะโหลก กะลา หรือภาชนะที่มีน้ำขัง) และป้องกันไม่ให้ยุงกัด นอนในมุ้ง ติดมุ้งลวด รวมถึง สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ทาโลชั่นหรือสเปรย์กันยุง แป้งทากันยุง หรือ น้ำมันตะไคร้หอม ก็พอช่วยได้ค่ะ

หากป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่วายจะถูกยุงกัด อาการของมาลาเรียมีดังนี้ค่ะ เริ่มต้นจะคล้ายกับเป็นไข้ทั่วๆไป เช่น ปวดหัว ตัวร้อน แต่จากนั้น จะมีอาการหนาวสั่น ปวดศรีษะรุนแรงและอุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงมาก จากนั้น ไข้จะลดลงและมีเหงื่อออก หากมีอาการมาลาเรียชนิดรุนแรง ที่เรียกว่า มาลาเรียขึ้นสมอง (cerebral malaria) อาจทำให้เสียชีวิตได้ จึงจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องพาบุตรหลานไปพบแพทย์อย่างงเร่งด่วนหากท่านอาศัย อยู่ในเขตที่มีการแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรีย มีประวัติว่าถูกยุงกัด มีอาการใกล้เคียงดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น และสงสัยว่าจะเป็นมาลาเรียค่ะ

บทความจาก : วิชาการดอทคอม

ปิด
E-mail It