Wordpress Themes
Aug 26

ผู้ผลิต: LeadTek
www.leadtek.com.tw
ผู้จัดจำหน่าย: Comseven
โทร: 0-2627-5777
ราคาประมาณ: 6,250 บาท

ช่วงนี้ต้องบอกว่ากระแสการตอบรับจากการ์ดรุ่นใหม่อย่าง GeForce 9600GT ในบ้านเราค่อนข้างจะได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาด ทำเอาผู้ประกอบการแต่ละรายได้กำไรไปตามๆ กัน ในฉบับที่แล้ว Future Gamer ของเราก็ได้ลงบทความทดสอบหมู่ของการ์ด GeForce 9600GT ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการ์ดจาก Winfast ในรุ่น 9600GT นี้เช่นกัน แต่เป็นรุ่นธรรมดาที่มีความเร็วตามมาตรฐาน แต่ในวันนี้เราได้การ์ดตัวใหม่มาเป็นรุ่นที่ถูกโอเวอร์คล็อกให้มีสัญญาณ นาฬิกาเพิ่มขึ้น แล้วใส่ชื่อต่อท้ายให้เป็นรุ่น Extreme ดังนั้นเจ้า Winfast ตัวนี้จะมีความโดดเด่นจากเดิมอย่างไรนั้นมาดูกันครับ

รูปทรงภายนอกนั้นต้องบอกเลยว่าแทบจะไม่ต่างอะไรจากการ์ดตัวเดิม ไม่ว่าจะเป็นชุดระบายความร้อนหรือแม้แต่ลายสกรีนบนการ์ด อ้างอิงจากรุ่นมาตรฐานกันก่อน ใน 9600GT รุ่นมาตรฐานนั้นมีความเร็วอยู่ที่ 650MHz (Core Clock), 1,625MHz (Shader Clock) และ 1,800MHz (Memory Clock) แต่ในรุ่น Extreme นั้นมีความเร็วสูงขึ้นดังนี้ 720MHz (Core Clock), 1,750MHz (Shader Clock) และ 1,800MHz (Memory Clock) จะเห็นว่ามีการเพิ่มความเร็วขึ้นในส่วนของชิพประมวลผลและหน่วยประมวลผล Shader เท่านั้น ส่วนหน่วยความจำกลับไม่ได้ถูกเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ก็ไม่น่าจะมีปัญหานักถ้าหากจะลองโอเวอร์คล็อกด้วยตัวเองจากโปรแกรม RivaTuner

ความรู้สึกที่ได้จากการใช้งาน เราได้ลองเกมที่กินสเป็กพอสมควรในตอนนี้อย่าง Assassin?s Creed ทดสอบบนจอไวด์สกรีน19 นิ้ว จัดการปรับ Resolution ไปที่ 1440×900 แล้วลองเล่นกันเลยแบบ High กันสุดๆ เพื่อดูผลเปรียบเทียบกับ 8600GT การ์ดรุ่นพี่ในอดีต ปรากฏว่า 9600GT ตัวนี้สามารถทำให้รู้สึกได้เลยว่าตัวมันนั้นมีความแรงในระดับที่ไม่ธรรมดา แม้จะใช้ซีพียู Core 2 Duo E6700 + RAM 2GB เท่านั้น ก็สามารถปรับค่าทุกอย่างให้สูงสุดได้เต็มที่ Graphic Detail = 4, Level of Detail = 4, Post FX = on, Shadow = 3 และ Multisampling ที่สามารถเปิดได้ถึงขั้น 3 เลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าการ์ด 9600GT รุ่นนี้จาก Winfast เป็นที่น่าจับตามองอีกการ์ดไม่แพ้ยี่ห้ออื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคา

Final Verdict 90%

Jul 26

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึง การใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท

สิ่งที่เหมาะ

  • ค้นหาข้อมูลอ้างอิง ? การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้
  • ส่งอีเมล ? สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น
  • เก็บเบอร์โทรศัพท์ ? ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้
  • เป็น GPS ? เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย
  • เล่นอินเทอร์เน็ต ? ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

  • ทำงานเอกสาร ? ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี
  • อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ? ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้
  • ถ่ายรูป ? ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: ,

Jun 19

ขนาดเพียง 1มม. แบตนาฬิกาก้อนเดียวอยู่ได้ 200 ปี คาดช่วยย่อส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เล็กลง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สก็อต แฮนสัน นักศึกษาปริญญาเอก คณะวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ออกแบบไมโครชิพที่กินไฟน้อยลง 10% เมื่อเทียบกับชิพที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเมื่ออยู่ในสถานะ ?สลีฟโหมด? จิบกระแสไฟน้อยลง 3 หมื่นเท่า

ชิพ ดังกล่าวกินกระแสไฟเพียง 30 พิกโควัตต์ในช่วง ?พักการทำงาน? หรือสลีฟโหมด (1 พิกโควัตต์เท่ากับเศษหนึ่งส่วนล้านล้านวัตต์) หรือถ้าเป็นแบตเตอรี่ก้อนจิ๋วของนาฬิกา 1 ก้อนสามารถใช้กับซีพียูที่นักศึกษารายนี้คิดค้นได้นาน 263 ปี

เขา ตั้งชื่อซีพียูของเขาว่า ฟีนิกซ์ โปรเซสเซอร์ เป็นซีพียูที่กินไฟน้อยที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์ทางการแพทย์ที่ใช้ฝังไว้ในร่าง กาย หรือใช้ตรวจจับสภาพแวดล้อม และอุปกรณ์ตรวจตราความปลอดภัย

ซีพียู ฟีนิกซ์มีขนาดหนึ่งตารางมิลลิเมตร อาจฟังดูว่าเล็กมาก แต่เป็นเรื่องปกติของชิพที่ใช้กับเซ็นเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ บางตัวมีขนาดเล็กกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ชิพฟีนิกซ์มีขนาดบางเท่ากับแบตเตอรี่ชนิดแผ่นฟิล์ม และนี่เองคือหัวใจของความสำเร็จ

โดย ทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่จะมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูมาก ทำให้ขนาดของอุปกรณ์และต้นทุนผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ยกตัวอย่าง แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูถึง 5,000 เท่า และยังใช้งานได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

หาก ผลิตซีพียูที่กินไฟน้อยลงขนาดแบตเตอรี่ก็เล็กลงด้วย ช่วยให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง สำหรับระบบเซ็นเซอร์ชิพของทีมนักศึกษารวมแบตเตอรี่แล้วมีขนาดเล็กกว่า 1,000 เท่าเทียบกับระบบเซ็นเซอร์ที่คุยว่าเล็กที่สุด และเปิดพรมแดนใหม่ให้แก่อุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ

ทีม วิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกนทดสอบใช้ชิพฟีนิกซ์กับเซ็นเซอร์ฝังร่างกายเพื่อ ตรวจจับแรงดันในลูกตาของผู้ป่วยโรคต้อหิน อนาคตชิพลักษณะนี้จะนำไปใช้สร้างเครือข่ายตรวจสภาพอากาศและน้ำ หรือติดตามการเคลื่อนที่ รวมถึงฝังในคอนกรีตติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ด้านการแพทย์สามารถนำไปใช้กับเครื่องปรับจังหวะเต้นของหัวใจที่อ่านข้อมูล สุขภาพของผู้ป่วยได้ละเอียดยิ่งขึ้น

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

Technorati Tags: ,

Jun 13

เอเซอร์ชิงขายก่อนใคร เน็ตบุ๊กจอ 8.9 นิ้ว โปรเซสเซอร์อินเทล อะตอม เน้นใช้งานอินเทอร์เน็ต ราคาหมื่นต้นๆ เหมาะสำหรับคนติดเน็ต

นายอลัน เจียง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เน็ตบุ๊ก เอเซอร์ แอสไปร์ วัน (Acer Aspire One) ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานที่ต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยให้การทำงานคล่องขึ้น และสามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเน็ตบุ๊กรุ่นดังกล่าวใช้เทคโนโลยีหน่วยประมวลผล ?อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์? ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดของอินเทล ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับเน็ตบุ๊กและเน็ตทอป ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์กลุ่มใหม่ที่มีราคาประหยัด

สำหรับ เน็ตบุ๊ก เอเซอร์ แอสไปร์ วัน มีขนาดเล็กกะทัดรัดหน้าจอ 8.9 นิ้ว รองรับการใช้งานวิดีโอคอนเฟอเร้นท์ น้ำหนัก 0.9 กิโลกรัม มีระบบปฏิบัติการให้เลือก 2 แบบ คือ ระบบปฏิบัติการ Linpus Linux Lite Version และ Windows XP? แรม 512MB และ? 1 GB? ส่วนดาต้า สตอเรจมีให้เลือกทั้งแบบ NAND Flash 8GB และ ฮาร์ดดิสก์ 80 GB สามารถเชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านไว-ไฟ แบตเตอรี่ทำงานต่อเนื่องได้นาน 3 ชั่วโมง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ น้ำเงิน ขาว ชมพู และน้ำตาล ราคา? 14,900 บาท

ข่าวจาก : เดลินิวส์

Technorati Tags: , , ,

ปิด
E-mail It