จับตาปรากฏการณ์ “ไอโฟน 3 จี” เขย่าตลาดมือถือ-พีดีเอโฟน หลัง “สตีป จ็อปส์” ประกาศทุบราคา “ไอโฟน 3 จี” เหลือ 6,600 บาท ผู้ค้าเมืองไทยเชื่อมือถือทุก แบรนด์เจอผลกระทบถ้วนหน้า ด้าน “เอชทีซี” เผยบริษัทแม่ตั้งทีมศึกษาจุดเด่น-จุดด้อยของไอโฟน 3จี เพื่อตั้งรับ ขณะที่ 2 ยักษ์โอเปอเรเตอร์มือถือรอลุ้นรับสิทธิ์ทำตลาดเมืองไทย “ดีแทค” ชี้โมเดลธุรกิจใหม่ของแอปเปิลทำให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ง่ายขึ้น
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 3 จี ในราคา 199 เหรียญ พร้อมปรับโมเดลการทำธุรกิจกับผู้ให้บริการมือถือในแต่ละประเทศใหม่ จะทำให้การทำข้อตกลงกับโอเปอเรเตอร์ มือถือง่ายขึ้น และอาจทำให้การตกลงทำธุรกิจกับผู้ให้บริการมือถือแต่ละประเทศเปิดกว้างให้ กับหลายๆ ราย แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องคิดต่อว่าถ้าโอเปอเรเตอร์รับซับซิไดซ์ราคาเครื่องไอ โฟนมาแล้ว การที่จะทำราคาค่าบริการสูงขึ้นเหมือนเอทีแอนด์ทีในสหรัฐอเมริกาคงลำบาก และการที่จะผูกมัดให้ลูกค้าใช้บริการของบริษัท 2 ปี โดยที่ไม่เปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น ก็คงต้องหาวิธีการมาจัดการด้วย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาว่า ลูกค้าซื้อเครื่องถูกแล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น
โดย ที่ผ่านมา ดีแทคก็ได้มีการติดต่อขอเจรจาเพื่อเป็นตัวแทนทำตลาดเครื่องไอโฟนใน ประเทศไทยเช่นกัน โดยเป็นการผนึกรวมกับกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับแจ้งจากแอปเปิลว่าจะมีการพิจารณาเรื่องการทำตลาดเมือง ไทยในช่วงปลายปีนี้
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐ กุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากไอโฟนเข้ามาทำตลาดเมืองไทยในราคา 6,600 บาท ตามที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าจะตีตลาดมือถือแบรนด์อื่นๆ กระจายแน่นอน ส่วนที่แอปเปิลมีโมเดลให้โอเปอเรเตอร์ซับซิไดซ์ราคาเครื่องนั้นยังไม่มี ข้อมูลชัดเจน คงไม่สามารถตอบอะไรได้ แต่เอไอเอสก็คาดหวังว่าหลังจากที่สิงเทลได้สิทธิ์ในการทำตลาดไอโฟน ในส่วนของเอไอเอสก็หวังว่าจะได้รับสิทธิ์ในการทำตลาดเร็วๆ นี้เช่นกัน

ขณะ ที่นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีจี โฟน จำกัด แสดงความเห็นว่าที่ผ�านมาตลาดโทรศัพท์มือถือยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก ไอโฟน เพราะเครื่องเวอร์ชั่นแรกที่เข้ามาทำตลาดเป็นเกรย์มาร์เก็ตคือหิ้วเข้ามาขาย ถ้าจะกระทบบ้างจะเป็นในกลุ่มพีดีเอโฟน หรือ โนเกีย เอ็นซีรีส์ เช่น N 95 N 82 หรือ N 78 เพราะไอโฟนใช้งานง่าย รูปลักษณ์สวย ได้ทั้งกลุ่มใหม่และกลุ่มคนใช้ไอพอดเดิมด้วย
“สมาร์ทโฟนเดิมที่เป็น วินโดวส์ แอปพลิเคชั่นใช้ค่อนข้างยาก เมื่อมีไอโฟนจึงเป็นการสร้างตลาดใหม่ ในกลุ่มดารา ไฮโซ วัยรุ่น หรือผู้หญิง เพราะต่อเน็ตง่าย แต่ถามว่ากระทบเยอะไหมยังเห็นไม่ชัดนัก ในแง่ผู้ผลิตเครื่องที่เห็นปรับตัวมากเป็นพีดีเอโฟน อย่าง HTC ลงราคาเหลือ 9,900 บาท เชื่อว่าไอโฟนจะทำให้ตลาดโตขึ้น”
อย่างไรก็ตามไอโฟนจะมี ผลต่อตลาดโดยรวมต่อเมื่อมีการเข้ามาทำตลาดเป็นทางการ เช่นเดียวกับแบรนด์เนมอื่นๆ ไม่ใช่นำเข้าในลักษณะเกรย์มาร์เก็ตเช่นทุกวันนี้ ถึงขณะนั้นจะมองเห็นผลกระทบได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ด้วยว่าโมเดลธุรกิจของ ไอโฟนจะเป็นอย่างไรด้วย เช่น รุ่นใหม่ 3 จี ที่เปิดตัวราคา 199 เหรียญสหรัฐ ถ้าเป็นราคาเฉพาะเครื่องและมีการนำเข้ามาขายในเมืองไทย น่าจะส่งผลกระทบต่อแบรนด์ อื่นๆ อย่างมาก แต่หากราคาดังกล่าวเป็นการ ซับซิไดซ์โดยโอเปอเรเตอร์ก็ไม่น่ากลัว
“สำหรับในเมืองไทยคงต้องรออีก 3 เดือนหลังเปิดตัวในอเมริกาแล้วถึงรู้ว่าจะ เอฟเฟ็กต์กับบ้านเราแค่ไหน อยู่ที่แต่ละยี่ห้อจะวางโปรดักต์ใหม่มาสู้ทันไหม แต่สู้ที่ราคาคงลำบากเพราะแบรนด์อื่นมีโปรดักต์ไลน์เยอะ ถ้าลดราคารุ่นใดรุ่นหนึ่งก็จะกระทบรุ่นอื่นในภาพรวม”
นายวรมันต์ งามประสิทธิ์ ผู้จัดการช่องทางการขาย บริษัท เอชทีซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หากไอโฟน 3 จี เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบทุกแบรนด์ โดยเฉพาะมือถือระดับกลางขึ้นไป รวมถึงกลุ่มสินค้าของเอชทีซีในระดับราคา 9,900-15,000 บาท ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานพีดีเอโฟนครั้งแรกอาจจะเปลี่ยนใจ แต่เชื่อว่าผู้ที่ใช้พีดีเอโฟนอยู่เดิมหากไปซื้อไอโฟนมาลองใช้ สุดท้ายจะเปลี่ยนมาซื้อพีดีเอโฟนเหมือนเดิม แต่ตลาดที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือโทรศัพท์มือถืออย่าง โนเกีย, ซัมซุง ,โซนี่ อีริคสัน ที่มีสินค้ากลุ่มมัลติมีเดียโฟน เพราะมีคุณสมบัติใกล้กัน
“ใน ส่วนของเอชทีซีได้เตรียมแผนรับมือการเข้ามาของไอโฟน 3 G เช่นกันโดยบริษัท แม่ได้ให้ทีมด้านผลิตภัณฑ์ศึกษาฟีเจอร์ของไอโฟน 3 G ว่ามีจุดไหนเด่น จุดไหนด้อย เพื่อวางแผนรับมือคู่แข่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”
นายสรัณย์ ธีรวชิรกุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์พีดีเอโฟน “มิโอ้” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั้งโนเกีย เอชทีซี มิโอ้ ต่างจะได้รับผลกระทบแน่นอน แต่จากข้อมูลพบว่าคนที่ใช้ไอโฟนกับคนที่ใช้พีดีเอโฟนเป็นคนละกลุ่ม เพราะไอโฟนเป็นลักษณะแฟชั่นโฟนมากกว่า ดังนั้นแบรนด์ที่มีฟีเจอร์และโพซิชันนิ่งที่แตกต่างและชัดเจนจะได้รับผล กระทบไม่มาก
ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจตลาดไอโฟนที่ห้างมาบุญครอง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 หลังจากสตีป จ็อปส์ ได้เปิดตัวไอโฟน 3 จี 1 วัน พบว่าระดับราคาไอโฟนรุ่นเดิมก็ยังมีระดับราคาสูงขึ้น โดย 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคาไอโฟนที่มาบุญครองได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น 8 G จากเมื่อต้นปีอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ระดับราคาอยู่ที่ 19,000 บาท และจากการสำรวจล่าสุด ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 20,500-21,000 บาท เนื่องจากความต้องการในตลาดเมืองไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเครื่องเข้ามาทำตลาดได้ยากขึ้น เพราะแอปเปิลกำลังจะเปิดตัวรุ่นใหม่ ทำให้คนกลางในมาบุญครองมีการปรับขึ้นราคาตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าในเร็วๆนี้ราคาไอโฟนรุ่นเก่าในมาบุญครองจะต้องปรับลงแน่ นอน รวมทั้งจะเห็นเครื่องมือสองในตลาดมากขึ้น
ข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
Technorati Tags: iPhone, 3G, DTAC, Ais
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค