Wordpress Themes
Jun 14

เชื่อใหมครับว่า ไดร์ฟต่าง ๆ ที่อยู่ภายในด Windows ไม่ว่าจะเป็นไดร์ฟ A , C, D, หรือ E เราสามารถเสกให้หายไปได้ภายในพริบตาทำให้ผู้ใช้คนอื่นไม่สามารถเห็น หรือคลิกเข้ามาใช้งานได้เลย

1. คลิกเข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer

2. สร้างค่า DWORD ขึ้นมาใหม่ โดยให้คลิกขวาตรงพื้นที่ว่าง ๆ แล้วเลือกคำสั่ง New > DWORD Value

3. ตั้งชื่อ DWORD นี้ว่า NoDrives
4. คลิกขวาที่ค่า DWORD ชื่อ NoDrives แล้วเลือกคำสั่ง Modify

5. จะปรากฎหน้าต่าง Edit DWORD Value ที่ช่อง Value data ให้ใส่ค่าตามที่ต้องการดังนี้

ค่า 1 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ A ให้หายไป
ค่า 4 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ C ให้หายไป
ค่า 8 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ D ให้หายไป
ค่า 10 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ E ให้หายไป
ค่า 20 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ F ให้หายไป
ค่า 40 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ G ให้หายไป
ค่า 80 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ H ให้หายไป

ในตัวอย่างนี้ใส่ค่า 4 เพื่อต้องการให้ไดร์ฟ C หายไป

6. เมื่อใส่ค่าแล้วให้คลิกปุ่ม OK
7. เมื่อรีสตาร์ทเครื่องขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปดูที่หน้าต่าง My computer จะเห็นว่าไดรฟ์ C: ได้หายไป
8. แม้ว่าไดร์ฟ C จะถูกซ่อนอยู่ แต่เราสามารถเข้าถึงได้ โดยพิมพ์ C: ลงในช่อง Address แล้วกดปุ่ม Enter ที่ คีย์บอร์ด ข้อมูลที่อยู่ในไดร์ฟ C: ก็จะปรากฎออกมา

ขอขอบคุณ : Bcoms.net

Technorati Tags: , ,

Jun 12

คณะนักศึกษาวิศวกรรมช่างกล มหาวิทยาลัยดัลฮูซี แห่งแคนาดา ได้ร่วมกันสร้างเครื่องยนต์ ซึ่งใช้ลมต่างน้ำมันขึ้นมาได้

พวกเขาได้ช่วยกันดัดแปลงรถวิ่งบนหิมะอายุ 40 ปีขึ้นใหม่ ใช้เครื่องยนต์ใช้ลมแทนน้ำมัน โดยใช้ถังอากาศของนักดำน้ำเป็นถังเก็บลม เครื่องยนต์เดินโดยใช้ลมที่ปล่อยจากถังเข้าเครื่อง นายเดวิด ลังกิลล์ ผู้ร่วมสร้างเครื่องผู้หนึ่ง เล่าว่า ?เครื่องยนต์เดินเหมือนกับเครื่องยนต์แบบโรตารีปกติ เราทดลองขับให้มันแล่น สามารถวิ่งได้ 3 รอบสนาม ด้วยความเร็วชั่วโมงละ 43 กม. เปลืองลมหมดไป 2 ถัง?

แต่เขาเปิดเผยว่า ข้อเสียใหญ่ยังอยู่ที่มันกินลมหมดลงอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่าจะแก้ได้ โดยปรับปรุงเครื่องยนต์เพิ่มเติม และเชื่อว่าสามารถจะแทนเครื่องยนต์กินน้ำมันธรรมดาได้ ?ข้อดีที่มันไม่ปล่อยไอเสียออกมาเลย จะสามารถนำไปใช้ในห้องได้ และถังก็สามารถเติมลมได้ง่าย?

ที่มา : น.ส.พ ดอท คอม

Jun 09

โซนี่ เปิดตัวต้นแบบกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุด มาในรูปทรงคล้ายมีดตัดพิซซ่า พิเศษที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ปลั๊กไฟสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ แต่สามารถใช้การ?กลิ้ง?ล้อทรงกลมเพื่อชาร์จพลังงานสำหรับการถ่ายภาพได้

กล้องสุดเก๋นี้มีชื่อรุ่นว่า ?Twirl N? Take? เจ้าหน้าที่โซนี่ระบุว่า การกลิ้งล้อเป็นเวลา 15 วินาทีจะสามารถสร้างพลังไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพหนึ่งครั้ง เท่ากับการกลิ้งเป็นเวลา 1 นาทีจะสามารถถ่ายภาพได้ 4 ภาพ

ตัว กล้องนั้นซ่อนอยู่บริเวณด้ามจับทรงสี่เหลี่ยม มีลักษณะคล้ายกล้องดิจิตอลติดโทรศัพท์มือถือทั่วไป นอกจากกล้อง บริเวณด้ามจับยังเป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์กำเนิดพลังไฟฟ้า ตัวกล้องไม่มีหน้าจอใดๆ โดยผู้ใช้ต้องเชื่อมต่อกล้องเข้ากับอุปกรณ์อื่นๆเช่นคอมพิวเตอร์เพื่อชมภาพ

อย่างไรก็ตาม Twirl N’ Take ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีรูปร่างคล้ายของเด็กเล่น หน้าตายั่วใจเด็กๆแสนซนอาจจะเป็นปัญหาในการใช้งานได้

ตัว แทนโซนี่เผยว่ายังไม่แผนการทำตลาดกล้องชาร์จไฟด้วยการกลิ้งนี้ โดยกล้องดังกล่าวเป็นผลงานชิ้นล่าสุดในผลิตภัณฑ์ต้นแบบตระกูล “odo” ซึ่งเน้นเรื่องการสร้างพลังงานด้วยมือ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก

นอก จากกล้อง Twirl N’ Take โซนี่ยังพัฒนา Crank N’ Capture กล้องถ่ายวีดีโอไขลานได้และกล้อง Spin N’ Snap ที่มีรูสำหรับให้ผู้ใช้สอดนิ้วเพื่อ”ปั่น”แทนการชาร์จไฟ

Technorati Tags: ,

Jun 09

เทคนิค 7 ข้อต่อไปนี้น่าจะช่วยคุณได้ ลองนำไปปฏิบัติดูนะครับ

1. ตรวจสอบแบตเตอรี่ที่ใช้ว่ายังคงสามารถชาร์จพลังงานได้เต็ม หรือไม่? ซึ่งขั้นตอนของการทดสอบโดยทั่วไปให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อน (ดูจาก Power Meter ใน Power Options) จากนั้นปิดโน้ตบุ๊ก ถอดแบตเตอรี่ออก เพื่อทดสอบว่ามันยังสามารถชาร์จประจุได้เต็ม หรือไม่? โดยมองหาปุ่มที่ใช้ทดสอบที่อยู่บนแบตเตอรี่ ซึ่งบางรุ่นก็จะมีส่วนแสดงผลเล็กๆ ให้สังเกตุได้ง่าย ทั้งนี้จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ของผู้ผลิตแต่ละเจ้า

2. ถ้าไม่จำเป็นต้องออนไลน์กับเครือข่ายใดๆ แนะนำให้ออฟไลน์จะดีกว่า (ยกเลิก (disable) การเชื่อมต่อกับเครือข่าย) การเชื่อมต่อเครือข่ายตลอดเวลาจะทำให้โน้ตบุ๊กต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ

3. ถอดอุปกรณ์ USB ออกจากพอร์ต เมื่อไม่ได้ใช้งาน

4. ยกเลิกโพรเซสแบคกราวด์ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด อย่างเช่น Rnaap ซึ่งถูกโหลดตอนไดอัลอัพ และค้างอยู่ในหน่วยความจำ หรือ Msmsgs.exe กรณีที่คุณไม่ได้ใช้ Microsoft Messenger เป็นต้น แต่ห้ามยกเลิกโพรเซสของ ซอฟต์แวร์ไฟร์วอล หรือแอนตี้ไวรัส เพราะมันจะทำให้ระบบของคุณตกอยู่ในความเสี่ยง นอกจากนี้ยังห้ามลบโพรเซสที่สำคัญของ Windows XP ซึ่งได้แก่ Explorer.exe
, LSASS.EXE, services.exe, System และ WINLOGON.EXE ส่วนวิธีกำจัดโพรเซสที่ ไม่จำเป็นให้เรียกโปรแกรม Task Manager (กดปุ่ม Ctrl-Alt-Del) แล้วคลิกแท็บ Processes เลือกโพรเซสที่ต้องการลบออกจากหน่วยความจำ คลิกปุ่ม End Process

5. เปลี่ยน Screensaver เป็น ?Blank Screen? เพราะมันไม่จำเป็นเลยที่คุณต้องเสียพลังงาน เพื่อแสดงภาพดอกไม้ไฟ, ตู้ปลา หรือข้อความเลื่อนลอย

6. ถึงคุณจะไม่สามารถยกเลิกโพรเซสการทำงานของซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส แต่ก็ไม่ควรกำหนดให้ซอฟต์แวร์สแกนระบบโดยสมบูรณ์ขณะที่ไม่ได้เสียบปลั๊ก เพราะมันจะทำให้พลังงานของแบตฯ หมดเร็วจนน่าใจหายเลยล่ะ(กรณีของการสแกนหาสปายแวร์ด้วย)

7. สำคัญที่สุดคือ เมื่อเวลาที่โน้ตบุ๊กไม่อยู่ในระหว่างการใช้งาน แนะนำให้ชัตดาวน์ระบบ หรืออาจจะเข้าโหมดแสตนด์บาย (standby) หรือไฮเบอร์เนต (hibernate) จะดีกว่าการเปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ

เชื่อว่า หากปฏิบัติตามเทคนิคง่ายๆ ทั้ง 7 ข้อนี้แล้ว คุณจะสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ บนโน้ตบุ๊กได้นานขึ้น ไม่ต้องชาร์จบ่อยเหมือนแต่ก่อน ลองไปทำดูนะครับ สำหรับวิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แนะนำให้ใช้พลังงานจากแบตเตอรีให้หมดทุกครั้งแล้วจึงชาร์จใหม่จนเต็ม และเมื่อเต็มแล้วก็ควรใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทนการเสียบปลั๊กต่อเนื่อง เป็นเวลานานๆ เพราะแบตฯจะเสื่อมเร็วครับ

ที่มา : วิทยาการคอมฯ ม.ขอนแก่น

Technorati Tags: ,

Jun 08

เพื่อนๆ เคยทำมือถือตกน้ำกันมาบ้าง หรือเปล่าครับ? ถ้าไม่เคยก็ดีแล้วล่ะครับ แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุอย่างเช่น มือถือร่วงลงไปในอ่างล้างหน้า หรือแย่กว่านั้นก็ชักโครก อะจึ๋ย!!! ทิปต่อไปนี้น่าจะช่วยให้มือถือของเพื่อนๆ ยังคงมีชีวิตอยู่รับใช้เราต่อไปได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวขึ้น
เมื่อมือถือจมลงไปในน้ำ(เป็นเวลานานไม่เกิน 20 วินาที) ขั้นแรกเลยให้รีบถอดแบตฯ และซิมการ์ดออกมาทันที จากนั้นรีบทำให้มันแห้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอาจจะใช้กระดาษซับจนแห้งสนิท ส่วนตัวเครื่องพยายามถอดหน้ากากออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็ นไปได้อีกเช่นกัน ทั้งนี้รวมถึงแผงปุ่มกดด้วย จากนั้นใช้กระดาษซับทุกชิ้นให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขั้นสุดท้าย ไล่ความชื้นออกจากตัวเครื่อง อย่าใช้เครื่องเป่าผมเป่าลมร้อนนะครับ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในมือถือเสียหายได้ นายเกาเหลามีวิธีที่ปลอดภัยกว่า และเป็นของที่หาได้ในบ้านเรา นั่นคือ ใช้ข้าวสารครับ

นำข้าวสารใส่กล่องกันอากาศเข้า โดยให้ปริมาณข้าวมากพอที่จะกลบชิ้นส่วนต่างๆ ของมือถือได้มิด นำชิิ้นส่วนของมือถือที่ถอดแยกกันเรียบร้อยแล้ว ใส่เข้าไปในกล่องข้าว ปิดฝาให้สนิท เขย่าให้อุปกรณ์ทุกชิ้นจมลงไปในข้าวสารที่อยู่ในกล่อง ทิ้งไว้ 2 - 3 วัน จากนั้นนำชิ้นส่วนทั้งหมดออกมาจากกล่อง ประกอบกับเข้าที่เดิมใส่ซิม และแบตฯ แล้วทดลองเปิดใช้งานครับ

หรือสามารถดูคลิป VDO สาธิตประกอปไปด้วยก็ได้ครับ เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพยิ่งขึ้น

Technorati Tags: , , ,

ปิด
E-mail It