Wordpress Themes
Aug 01

น้ำมันเชื้อเพลิงถูกควบคุมโดยบริษัทน้ำมันและประเทศตะวันออกกลางไม่กี่ประเทศ แล้วอินเทอร์เน็ตถูกควบคุมโดยใคร?

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ทิม วู นักเขียนแนวไอทีและเทคโนโลยี กล่าวในหนังสือของเขาเล่มล่าสุดที่ชื่อ ?Who Controls the Internet?? ว่า ทุกวันนี้การใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ทำให้เราต้องการ bandwidth เพื่อส่งผ่านข้อมูลมากขึ้นด้วย และผลที่ตามมาก็คือในสหรัฐอเมริกามีการใช้ bandwidth กันมโหฬาร พอๆ กับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลยทีเดียว

หากมองในมุมเปรียบเทียบ bandwidth ก็เหมือนกับพลังงานเชื้อเพลิงที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ หากเครื่องยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยปราศจากน้ำมันฉันใด อินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถทำงานได้โดยปราศจาก bandwidth ฉันนั้น

เช่นเดียวกัน ทั้งน้ำมันและ bandwidth ต่างก็ถูกควบคุมปริมาณโดยผู้ผลิตกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่กลุ่ม เหมือนน้ำมันที่ถูกควบคุมโดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ขณะที่ bandwidth ก็ถูกควบคุมโดยบริษัทโทรคมนาคมไม่กี่บริษัท อย่างในสหรัฐอเมริกา คือ AT&T, Comcast, และ Vodafone แต่ถ้าเป็นในประเทศไทยก็เช่น TOT และ true เป็นต้น

ทิม วู จึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราควรจะหาแหล่ง bandwidth ใหม่ๆ กันเสียที เพราะทุกวันนี้ช่องทางหลักที่เราใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ ผ่านสายเคเบิลหรือสายโทรศัพท์ ซึ่งไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศส่วนใหญ่ในโลก ต่างก็ถูกบริษัทเพียง 2-3 บริษัท ซึ่งมักจะเป็นบริษัทโทรศัพท์หรือโทรคมนาคม ผูกขาดธุรกิจนี้อยู่

บริษัทเหล่านี้ผูกขาดโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของแต่ละประเทศ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณ bandwidth ได้ตามต้องการเพื่อรักษาราคาค่าบริการให้สูงเข้าไว้ และรีดกำไรจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ทิม วู บอกว่าดูๆ ไปก็คล้ายกับกลุ่มโอเปคที่มีการกำหนดโควต้าการผลิตน้ำมัน เพื่อประกันราคาน้ำมันให้สูงตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็แนะนำว่า ในเมื่อน้ำมันมีพลังงานทางเลือกให้ใช้ เพราะฉะนั้น bandwidth ก็มีพลังงานทางเลือกเช่นเดียวกัน อย่างในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ และบางเมืองในมลรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ต่างก็มีการจัดหาโครงข่ายไฟเบอร์มาใช้กันเอง และเปิดให้ใช้เป็นสาธารณะด้วย

ดังนั้น ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ว่า เราอาจจะสามารถซื้อหาโครงข่ายไฟเบอร์มาใช้กันเอง เหมือนกับกรณีที่เราหาซื้อแผงโซลาร์เซลล์มาผลิตไฟฟ้าใช้ในบ้านนั่นเอง

ที่มา : Bangkokbiznews

Jul 10

???????กูเกิล (Google) เปิดตัวบริการล่าสุด สร้างโลกเสมือนสามมิติให้นักท่องเน็ตเข้ามาสร้างอาณาจักรส่วนตัวและจำลองชีวิตออนไลน์ได้ไม่ต่างจากบริษัทโลกเสมือนชื่อดัง Second Life แน่นอนว่าใช้งานได้ฟรีและสามารถนำไป embed หรือนำไปฝังไว้กับเว็บไซต์อิสระได้เต็มที่
???????
???????บริการโลกเสมือนของกูเกิลนั้นเปิดตัวในชื่อ Google Lively เป็นบริการที่ผู้ใช้สามารถสร้างร่าง avatar หรือตัวละครเพื่อใช้แทนตัวเองในโลกเสมือน สามารถสร้างห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวได้บนเว็บไซต์ สามารถตกแต่งห้องนั้นด้วยรูปภาพ, ภาพวีดีโอจากยูทูบ (YouTube) ได้ตามชอบใจ หรือจากแหล่งรวมรูปออนไลน์อื่นๆ
???????
???????ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริการนี้อาจมีผลกระทบกับ Second Life และบริการโลกเสมือนออนไลน์อื่นๆ ซึ่งใช้ระบบสมาชิกและมีการป้องกันลิขสิทธิ์โดยไม่เปิดทางให้มีการนำโลกเสมือนที่มีการสร้างขึ้นในระบบไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตได้อย่างเสรี กูเกิลจึงถูกมองว่ากำลังขยายอาณาเขตของตัวเองเข้าไปในธุรกิจโลกเสมือน
???????
???????ผมจะแปลกใจมากถ้านี่ไม่ใช่การทอดสะพานไปสู่ธุรกิจโลกเสมือน” Rob Enderle นักวิเคราะห์ของบริษัท Enderle Group กล่าวถึงการขยายอาณาเขตเข้าสู่ธุรกิจโลกเสมือนของกูเกิลการแข่งขันในบริการโลกเสมือนจะรุนแรงยิ่งขึ้น บางทีนี่อาจจะเป็นการทำนายล่วงหน้าของกูเกิล ว่าโลกเสมือนคือโลกอินเทอร์เน็ตยุคหน้า จริงอยู่ที่ขณะนี้เรายังไม่ได้อยู่ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นภาพสามมิติ แต่เราก็กำลังมุ่งหน้าไปทางนั้น”

???????ผู้ใช้ Lively สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองได้อย่างสุดขีดตามที่ใจต้องการ สามารถเลือกให้เมืองของตัวเองมีภูเขาไฟอยู่ตรงกลางโดยที่ภาพหลังเป็นฉากเมืองอันวุ่นวายก็ได้ สามารถเชิญร่าง avatar ของเพื่อนเข้ามาพูดคุยในอาณาจักรเราได้โดยการส่งแอดเดรสทางอีเมลหรือโปรแกรมแชต instant messaging รวมถึงสามารถ embed อาณาจักร Lively ไว้บนบล็อกหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบก็ได้
???????
???????Niniane Wang กล่าวว่า เมื่อคนนอกคลิกเข้าไปชมห้องหรืออาณาจักร Lively ที่แนบกับเว็บไซต์ใดๆ ผู้นั้นจะได้เห็นภาพห้องที่เจ้าของตกแต่งไว้ในทันที แน่นอนว่าเฟอร์นิเจอร์และส่วนประกอบทั้งหลายในอาณาจักรนั้นจะทำให้เห็นถึงความสนใจของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี
???????
???????Lively ให้บริการแล้วที่ www.lively.com มาพร้อมแอปพลิเคชันสำหรับใช้ร่วมกับเว็บไซต์เครือข่ายสังคม Facebook โดยเฉพาะด้วย

ที่มา : RSS Thai

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It