Jul 10
ภาพสำรวจดาวพุธจากยาน “เมสเซนเจอร์” บ่งชี้ดาวเคราะห์ดวงจิ๋วในระบบสุริยะหดลง 1.5 กิโลเมตร จากข้อมูลที่เคยสำรวจกว่า 30 ปีก่อน โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่า อาจเป็นเพราะแกนกลางของดาว ที่เต็มไปด้วยลาวานั้นเย็นตัวลง และทำให้เกิดวิวัฒนาการบนพื้นผิวดาว
???????
???????ข้อมูลจากยานเมสเซนเจอร์ (Messenger) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ที่บินผ่านดาวพุธเมื่อเดือน ม.ค.51 ที่ผ่านมา ได้ส่งกลับถึงโลก ได้บ่งชี้ให้เห็นว่า ดาวเคราะห์ดวงเล็กที่สุดในระบบสุริยะนี้ หดลงมากกว่า 1.5 กิโลเมตรจากที่เคยวัดในอดีต ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการหดตัวดังกล่าวเป็นผลจากการค่อยๆ เย็นตัวของแกนกลางดวงดาว
???????
???????“การเย็นตัวของแกนดาวเคราะห์ ไม่เพียงกระตุ้นสนามแม่เหล็กของดาว แต่ยังนำไปสู่การหดตัวของดาวเคราะห์ด้วย และข้อมูลจากการบินผ่านของยานชี้ว่าการหดตัวของดาวนั้นมากกว่าที่คิดไว้อย่างน้อย 1 ใน 3 เท่า” บีบีซีนิวส์รายงานคำอธิบายของ ฌอน โซโลมอน (Sean Solomon) ประธานศึกษาข้อมูลของยาน จากสถาบันคาร์เนกีแห่งวอชิงตัน (Carnegie Institution of Washington) สหรัฐฯ
???????
???????การเข้าใกล้ดาวพุธในระยะ 200 กิโลเมตรของยานเมสเซนเจอร์เมื่อต้นปีนั้น นับเป็นการเข้าใกล้ในครั้งแรก หลังจากยานมาริเนอร์ 10 (Mariner 10) ได้เข้าไปโคจรรอบดาวพุธครั้งสุดท้ายของการโคจร 3 ครั้งเมื่อเดือน มี.ค.2518 ทั้งนี้เมสเซนเจอร์เตรียมเข้าใกล้ดาวพุธทั้งหมด 3 ครั้งก่อนที่จะเข้าสู่วงโคจรในปี 2554
???????
???????เพียงไม่กี่วันที่ยานเมสเซนเจอร์เฉียดใกล้ดาวพุธนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้พบหลักฐานเกี่ยวกับภูเขาไฟ บนดาวเคราะห์ ที่ยานมาริเนอร์ 10 เคยแสดงนัยไว้ โดยพบหลักฐานของปากป่องภูเขาไฟและเศษชิ้นส่วนสีน้ำตาลที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟบริเวณหลุมคาโลริส (Caloris basin) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลุมอุกกาบาตอายุน้อยขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในระบบสุริยะ
???????
???????นอกจากนี้ยังมีหลุมอุกกาบาตอีกหลายแห่ง ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นหลุมที่มีลาวาอยู่ปริมาณมาก ซึ่งแสดงให้เห็นภูเขาไฟที่ทรงพลังอย่างมาก ในช่วงแรกที่ดาวพุธก่อตัว โดยเชื่อว่าช่วงที่ภูเขาไฟมีการปะทุสูงสุดเมื่อ 3-4 พันล้านปีที่ผ่านมา
???????
???????อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เราสามารถวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศดาวพุธได้ ด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดพลาสมาที่เรียกว่า “ฟิพส์” (FIPS: Fast Imaging Plasma Spectrometer) ซึ่งมีหน้าที่บันทึกข้อมูลซิลิกอน โซเดียมและน้ำที่มีประจุรอบๆ ดาวพุธ
???????
???????ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์ข้อมูลของยานเมสเซนเจอร์ยังเชื่อด้วยว่า มีการระเบิดบนพื้นผิวดวงดาวเนื่องจากลมสุริยะ ซึ่งมีลำอนุภาคที่มีประจุจำนวนมาก และการที่ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์นั้นหมายความว่าดาวพุธย่อมได้รับผลจากลมสุริยะอย่างเต็มที่ ทำให้อะตอมจำนวนระเบิดสู่ห้วงอวกาศและจำนวนมากก็ถูกกักไว้โดยสนามแม่เหล็กของดาวพุธ
???????
???????ดร.ธอมป์สัน ซัวบูเชน (Dr.Thomas Zurbuchen) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) สหรัฐฯ กล่าวกับบีบีซีนิวส์ว่าสนามแม่เหล็กของดาวพุธเต็มไปด้วยไอออนหลายชนิดทั้งอะตอมและโมเลกุล ทั้งนี้สนามแม่เหล็กของดาวพูธสร้างขึ้นจากแกนกลางของดาวซึ่งมีมวลมากถึง 60% ของดวงดาว และแกนกลางของดาวก็มีผลต่อคุณสมบัติของพื้นผิวอย่างมาก
???????
???????ขณะที่ ดร.โซโลมอน อธิบายเพิ่มเติมว่าลักษณะโครงสร้างของดาวพุธซึ่งมีทั้งบริเวณที่เป็นผาชันและเป็นหุบเขาขนาดนั้นชี้ให้เห็นว่าเปลือกบนของดาวเคราะห์ดวงนี้ก่อตัวขึ้นระหว่างการหดตัวของพื้นที่รอบๆ ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นความสำคัญว่าการเย็นตัวของแกนดวงดาวได้ทำให้เกิดวิวัฒนาการบนพื้นผิวของดาวเคราะห์.
ที่มา : manager online
Technorati Tags: mercury
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 21
ในช่วงที่ คอมพิวเตอร์ เซ็กเมนต์ ใหม่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กตัวเล็กราคาประหยัดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน คอมพิวเตอร์พื้นฐาน แต่ต้องการพกพาไปไหนมาไหนได้ อินเทล ในฐานะผู้ผลิตโปรเซสเซอร์ กำลังสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ใน ประเทศไทย ผลิตคอมพิวเตอร์ “เน็ตบุ๊ก” ออกมาลงแข่งขันกับเขาเหมือนกัน
สำหรับ รูปร่างหน้าตาของเจ้าเน็ตบุ๊กนี้ ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสำหรับการพกพา โดยจะมีหูหิ้วสำหรับหิ้วเครื่องไปไหนมาไหนได้สะดวก เหมือนกับหิ้วกระเป๋าเล็กๆ ใบหนึ่ง โดยบริเวณพื้นผิวด้านนอกของเครื่องก็จะทนต่อรอยขูดขีด เพียงแต่ขีดเขียนอะไรลงไปเท่านั้น โดยพื้นผิวด้านนอกของเครื่องนั้นจำได้ว่าตอนเปิดตัว ทางเอสวีโอเอบอกว่า อนาคตจะทำให้มีลวดลายที่แตกต่างกันไปได้ตามความต้องการ ในส่วนของตัวเครื่องที่ทำเป็นพลาสติคทำให้ดูทนทานสำหรับการใช้งานดี และมั่นใจที่จะใช้งานแบบไม่ต้องดูแลมากเท่าไหร่

มาถึงหน้าจอของเครื่องที่มีขนาด 9 นิ้ว เป็นขนาดมาตรฐานสำหรับคอมพิวเตอร์จิ๋วทั่วไปในตอนนี้ แน่นอนว่าด้วยขนาดที่เล็กจึงทำให้จอต้องเล็กและคีย์บอร์ดเล็กไปด้วย ลำพังเพียงแค่หน้าจอที่เล็กก็อาจจะพอทนใช้งานกันได้ ถ้าจะแค่ขยายตัวหนังสือหรือภาพให้ใหญ่ขึ้น แต่คีย์บอร์ดที่ต้องร่นขนาดลงมาเพื่อให้พอดีกับพื้นที่ที่มีอยู่นั้น ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับเน็ตบุ๊กเสียหน่อย จึงกลายเป็นที่มาของการจัดวางตัวอักษรที่ดูจะแปลกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วไป โดยเฉพาะตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่อยู่บริเวณริมบนหรือริมล่างของคีย์บอร์ด จะถูกย้ายตำแหน่งไปมุมอื่นที่ยังพอมีที่เหลือให้ใส่ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ นั้นๆลงไปได้
แน่นอนว่า สำหรับผู้ที่เคยคิดว่าตัวเองพิมพ์ดีดได้รวดเร็วและเก่งแค่ไหน เจอเครื่องปราบเซียนนี้เสียหน่อย อาจจะต้องใช้เวลาในการทบทวนบทเรียนในการพิมพ์ดีดกันใหม่เลยทีเดียว ประสบการณ์จากการลองใช้ บางคนถึงกับหาตัวอักษรบางตัวไม่เจอกันเลย

ในส่วน ของสเปคเครื่องนั้น ก็ใช้ซีพียูรุ่น อินเทล เซเลรอน เอ็ม โปรเซสเซอร์ 900 MHz หน่วยความจำหลัก 512 MB หน่วยความจำแบบแฟลชขนาด 2 GB สำหรับราคาจะอยู่ที่ประมาณ 9,900 บาท หากสเปคสูงขึ้นก็จะมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เรียกว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานขั้นพื้นฐานทั้งหลาย และยังสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย ก็เหมาะดีหากจะหาเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาสักเครื่องสำหรับเด็กนักเรียน หรือจะเป็นผู้ที่อยากจะหาเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆไว้พกไปไหนมาไหน เพื่อทำงาน แต่ไม่ต้องการจะเสียเงินจำนวนมาก เครื่องนี้ก็น่าจะเหมาะดี
แต่ถ้าปรับปรุงเรื่องคีย์บอร์ดให้ดีขึ้น สามารถอยู่ในตำแหน่งตามปกติทั่วไปได้ ก็น่าจะน่าใช้และจะใช้งานได้ง่ายกว่านี้อีกเยอะทีเดียว
ที่มา : นสพ. ดอทคอม
Technorati Tags: netbook, computer, notebook
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 19
ขนาดเพียง 1มม. แบตนาฬิกาก้อนเดียวอยู่ได้ 200 ปี คาดช่วยย่อส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้เล็กลง
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สก็อต แฮนสัน นักศึกษาปริญญาเอก คณะวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ออกแบบไมโครชิพที่กินไฟน้อยลง 10% เมื่อเทียบกับชิพที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเมื่ออยู่ในสถานะ ?สลีฟโหมด? จิบกระแสไฟน้อยลง 3 หมื่นเท่า
ชิพ ดังกล่าวกินกระแสไฟเพียง 30 พิกโควัตต์ในช่วง ?พักการทำงาน? หรือสลีฟโหมด (1 พิกโควัตต์เท่ากับเศษหนึ่งส่วนล้านล้านวัตต์) หรือถ้าเป็นแบตเตอรี่ก้อนจิ๋วของนาฬิกา 1 ก้อนสามารถใช้กับซีพียูที่นักศึกษารายนี้คิดค้นได้นาน 263 ปี
เขา ตั้งชื่อซีพียูของเขาว่า ฟีนิกซ์ โปรเซสเซอร์ เป็นซีพียูที่กินไฟน้อยที่สุดในโลก ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์ทางการแพทย์ที่ใช้ฝังไว้ในร่าง กาย หรือใช้ตรวจจับสภาพแวดล้อม และอุปกรณ์ตรวจตราความปลอดภัย
ซีพียู ฟีนิกซ์มีขนาดหนึ่งตารางมิลลิเมตร อาจฟังดูว่าเล็กมาก แต่เป็นเรื่องปกติของชิพที่ใช้กับเซ็นเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ บางตัวมีขนาดเล็กกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่ชิพฟีนิกซ์มีขนาดบางเท่ากับแบตเตอรี่ชนิดแผ่นฟิล์ม และนี่เองคือหัวใจของความสำเร็จ

โดย ทั่วไปแล้ว แบตเตอรี่จะมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูมาก ทำให้ขนาดของอุปกรณ์และต้นทุนผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ยกตัวอย่าง แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กมีขนาดใหญ่กว่าซีพียูถึง 5,000 เท่า และยังใช้งานได้ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
หาก ผลิตซีพียูที่กินไฟน้อยลงขนาดแบตเตอรี่ก็เล็กลงด้วย ช่วยให้อุปกรณ์มีขนาดเล็กลง สำหรับระบบเซ็นเซอร์ชิพของทีมนักศึกษารวมแบตเตอรี่แล้วมีขนาดเล็กกว่า 1,000 เท่าเทียบกับระบบเซ็นเซอร์ที่คุยว่าเล็กที่สุด และเปิดพรมแดนใหม่ให้แก่อุปกรณ์เซ็นเซอร์ต่างๆ
ทีม วิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกนทดสอบใช้ชิพฟีนิกซ์กับเซ็นเซอร์ฝังร่างกายเพื่อ ตรวจจับแรงดันในลูกตาของผู้ป่วยโรคต้อหิน อนาคตชิพลักษณะนี้จะนำไปใช้สร้างเครือข่ายตรวจสภาพอากาศและน้ำ หรือติดตามการเคลื่อนที่ รวมถึงฝังในคอนกรีตติดตั้งเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ด้านการแพทย์สามารถนำไปใช้กับเครื่องปรับจังหวะเต้นของหัวใจที่อ่านข้อมูล สุขภาพของผู้ป่วยได้ละเอียดยิ่งขึ้น
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Technorati Tags: microchip, small
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 18
โทมี (Tomy) ผู้ผลิตของเล่นไฮเทคสัญชาติญี่ปุ่นโชว์ตัวอุปกรณ์สำหรับร้องคาราโอเกะแบบ เคลื่อนที่นามว่า Hi-Kara เอาใจนักร้องมือสมัครเล่นให้สามารถโชว์ลวดลายได้ทุกที่ที่ต้องการ
Hi-Kara เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก 70×70x70มม. ที่มีหน้าจอแอลซีดีขนาด 2.4 นิ้วติดอยู่ สามารถแสดงเนื้อร้องได้ไม่ต่างจากทีวีที่บ้าน มาพร้อมเฮดเซ็ตให้ผู้ร้องได้ยินเสียงตัวเองอย่างชัดเจน การโหลดเพลงลงเครื่องจะต้องเข้าไปดาวน์โหลดในเว็บไซต์พร้อมชำระเงิน มีสีขาวและชมพู

โทมี่มีแผนจะวางจำหน่ายคาราโอเกะพกพานี้ทั่วโลกแต่ยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัด สนนราคาเครื่องละประมาณ 10,000 เยนหรือราว 3,000 บาท
คาราโอเกะนั้นเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านเหรียญตั้งแต่มีการค้น พบเมื่อปี 1971 โดย Daisuke Inoue นักคีย์บอร์ดชาวญี่ปุ่นที่ต้องการสร้างเสียงเพลงให้ลูกค้าได้ร้องเพลงระ หว่างทริปท่องเที่ยวของบริษัท โดยขณะนี้ เทรนด์ใหม่ล่าสุดในวงการคาราโอเกะของญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่า hitokara หรือการ”เดี่ยวคาราโอเกะ” ซึ่งเปิดให้ผู้ร้องสามารถร้องเองฟังเองได้คนเดียว

ที่่มา : Manager Online
Technorati Tags: Tomy, Karaoke
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 15
ชิพรุ่นใหม่ของไอบีเอ็ม เดินท่อน้ำบางเท่าเส้นผมระบายร้อน วิศวกรไอบีเอ็มทำระบบหล่อเย็น เดินท่อน้ำบางเท่าเส้นผมไหลเวียนในชิพช่วยระบายความร้อนพลังชีพียูชะงัด
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ปัญหาหนักอกของผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์ตลอดประวัติศาสตร์นับตั้งแต่คลอดชิพ ตัวแรกของโลกออกมาคือ ความร้อน เนื่องจากหัวใจสำคัญของชิพคือ ทรานซิสเตอร์จำนวนหลายล้านตัวที่อัดแน่นกันอยู่ข้างใน และยังมีวงจรไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ในชิพด้วย
จึงไม่ใช่ที่ใช่ทางที่ใครจะเอาน้ำไปเท แต่วิศวกรของไอบีเอ็มไม่คิดอย่างนั้น พวกเขาเชื่อว่า ถ้าหาทางทำให้ชิพมีท่อน้ำขนาดเส้นผมหล่ออยู่ข้างในจะช่วยแก้ปัญหาให้แก่ คอมพิวเตอร์ในอนาคตได้
ทุกวันนี้ชิพคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงมาก ด้วยเทคโนโลยีบีบทรานซิสเตอร์ให้เล็กลง ยิ่งมีทรานซิสเตอร์มากเท่าไร ความเร็วในการประมวลผลยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งมีทรานซิสเตอร์อัดแน่นกันมากเท่าไร ยิ่งร้อนง่ายขึ้นเช่นกัน ความร้อนเหล่านี้จะถ่ายเทออกมาจากวงจรเล็กๆ และยากจะควบคุมให้เย็นได้ง่าย
เพราะเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้พัดลมระบาย ความร้อนให้ซีพียู ไม่อย่างนั้นชิพไหม้เป็นตอตะโก หากลองเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ดูจะเห็นพัดลมขนาดใหญ่ และครีบอะลูมิเนียม หรือทองแดง ที่ศัพท์เรียกว่า “ฮีตซิงก์” ตั้งอยู่บนซีพียู ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกไป ถ้าเป็นซีพียูขนาดใหญ่ก็ใช้ได้ดี แต่ไม่เหมาะกับซีพียูขนาดเล็กในปัจจุบัน

ความจริงไอบีเอ็มได้ลองออกแบบโปรเซสเซอร์ รุ่นอนาคต โดยจัดวางชิพซ้อนเป็นแนวตั้ง เพื่อประหยัดพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพ แทนที่จะวางเรียงเป็นแผงต่อกัน ผลที่ได้คือ อัตราส่วนความร้อนต่อปริมาตรสูงกว่าความร้อนจากเตาปฏิกรณ์ปรมาณูเสียอีก
นักวิจัยไอบีเอ็มจึงหาทางแก้โดยออกแบบท่อ ขนาดเล็กประกบอยู่ระหว่างซีพียูที่ซ้อนกันอยู่ เทคนิคดังกล่าวไอบีเอ็มใช้ท่อขนาด 50 ไมครอน (50 ส่วนล้านเมตร) ซึ่งเล็กมากและหุ้มกันรั่ว และช็อตผนึกอยู่ข้างใน
ถึงท่อจะเล็กมากแต่ประสิทธิภาพระบายความ ร้อนไม่เล็กเลย เนื่องจากน้ำมีคุณสมบัติดูดซับความร้อนได้ดีกว่าอากาศ และด้วยเหตุผลนี้เอง คอมพิวเตอร์ระดับสูงจึงต้องใช้น้ำระบายความร้อน และไอบีเอ็มตั้งใจใช้เทคนิคใหม่นี้กับซีพียูรุ่นจิ๋ว
นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจียให้ความ เห็นว่า วิธีระบายความร้อนของไอบีเอ็มเคยมีนักวิจัยทดลองทำแล้ว แต่ไอบีเอ็มสามารถทำให้ใช้งานจริงในเชิงผลิตภัณฑ์ได้ อย่างไรก็ตาม ผลงานล้ำเลิศของไอบีเอ็มนี้ยังวิจัยอยู่ในห้องแล็บเหมือนกัน และคาดว่าอย่างน้อยอีก 5 ปี คงออกมาสู่ตลาด
บทความจาก : IT City
Technorati Tags: IBM, Chip, Little
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค