Wordpress Themes
Jul 16

ดีเอสไอ”เตือนนักเล่นเน็ตที่ชอบส่งต่อข้อความหรือภาพ ให้คนอื่น พึงระวังและควรพิจารณาให้ดีว่าเข้าข่ายผิดกฏหมายหรือไม่ก่อนส่งต่อ หากเข้าข่ายเสี่ยงติดคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้มา 1 ปี แต่ก็ยังมีคนไม่รู้ และเผลอกระทำผิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะการส่งต่ออีเมลหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Forward email) ที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพ ซึ่งอาจเป็นการทำผิดกฎหมายมีโทษปรับ-จำคุก สร้างความเดือดร้อนทั้งตนเอง เพื่อนหรือคนใกล้ชิดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยในส่วนของการส่งต่อจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Forward email) ที่มีเนื้อหาข้อความ หรือภาพอนาจารไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว ต่างเสี่ยงต่อความผิดทางอาญาได้ ถึงแม้ผู้ส่งจะไม่ได้เป็นคนสร้างอีเมลนั้นขึ้น และไม่ได้เป็นการส่งเพื่อวัตถุประสงค์ในทางไม่ดีก็ตาม เนื่องจากกฎหมายได้กำหนดไว้ชัดเจนใน มาตรา 14 (5) ว่า ?ผู้ใดแจกจ่ายหรือเพื่อแสดงอวดแก่ประชาชน ทำให้แพร่หลายซึ่งเอกสารรูปภาพ เสียง สิ่งลามก ย่อมมีความผิด?

ดัง นั้น ก่อนจะ Forward Mail ไปให้ใครในครั้งต่อไป ควรคิดให้ดีก่อนว่าข้อความและภาพนั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ ใดหรือไม่ อาจสร้างความตื่นตระหนก ตกใจกลัว ให้กับคนทั่วไปหรือไม่ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สถาบัน หรือเป็นความผิดด้านการก่อการร้ายหรือไม่ รวมทั้งมีภาพอันเป็นลามก หรือไม่

พ.ต.อ. ญาณพลกล่าวต่อว่า หากคิดว่าใช่แต่ก็ยังเผยแพร่ ส่งต่อ(Forward) ไปยังพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติมิตรด้วยกลับว่าบุคคลเหล่านั้นอาจตกข่าว และท่านเองอาจคิดภูมิใจไปว่าเป็นคนแรกๆ ที่รู้ข่าว และเอื้อเฟื้อต่อญาติมิตร หรือท่านอาจนำข้อความ หรือภาพที่ได้รับมานั้น นำไปเผยแพร่ลงในเว็บบอร์ด ในเว็บไซต์ต่างๆนั้น อาจทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และด้วยความไม่รู้ทางเทคนิค อาจนำภัยไปสู่พรรคพวก เพื่อนฝูงที่ได้ส่งข้อความหรือภาพนั้น เพราะปัจจุบันสามารถตรวจสอบได้ง่ายว่าใครส่งต่อไปหาใคร ใครได้รับ แล้วส่งต่อไปหาใคร

นอกจากนี้ตามกฎหมายใหม่ ?พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550? ได้กำหนดโทษเกี่ยวกับ การนำเข้า-เผยแพร่เนื้อหาอันไม่เหมาะสมไว้ คือ (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิด ความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

(3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูล คอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)

ดัง นั้น ทุกครั้งที่ได้รับอีเมล ข่าว เนื้อความ หรือภาพมาจากอินเทอร์เน็ต ก่อนจะส่งต่อออกไป อย่าลืมคิดให้ดีว่าข้อความหรือรูปภาพนั้นเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจำวันของเราทุกคนเป็นไปในทาง สร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อสังคม

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: , ,

Jun 11

ฮ่องกง 5 มิ.ย.- เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นในฮ่องกง มีแนวโน้มจะทำให้ผู้ที่เข้าไปใช้งานเสี่ยงต่อการติดไวรัสคอมพิวเตอร์ ได้รับอีเมลขยะ หรือถูกโจมตีด้วยภาพโฆษณาที่ไม่ต้องการมากที่สุด

ผลการวิจัยของบริษัท แมคอะฟี ในสหรัฐ ผู้จัดทำโปรแกรมต่อต้านไวรัสคอมพิวเตอร์ชื่อดัง ระบุว่า เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นในฮ่องกง โดยใช้ ?.hk ? เป็นชื่อโดเมนเนม มีอยู่ร้อยละ 19 ในนี้ ที่เป็นเว็บไซต์อันตราย ผู้ที่เข้าไปท่องเว็บไซต์มีสิทธิถูกเล่นงานด้วยไวรัสคอมพิวเตอร์ อีเมลขยะ หรือภาพโฆษณาที่ไม่ต้องการ รองลงมาคือ เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นในจีน ซึ่งมีอยู่ร้อยละ 11 ที่เป็นเว็บไซต์อันตราย ไม่ควรเข้าไปใช้งาน เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นในโรมาเนีย และรัสเซีย ก็อันตรายไม่แพ้กัน เข้าไปใช้งาน แล้วเสี่ยงต่อการถูกไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตีได้ ส่วนเว็บไซต์ที่ใช้แล้วปลอดภัยที่สุด คือ เว็บไซต์ที่สร้างในฟินแลนด์และญี่ปุ่น

ผลการวิจัยในครั้งนี้ สร้างความแปลกใจให้กับหลายฝ่าย เพราะเมื่อปีที่แล้ว เว็บไซต์ของฮ่องกงยังติดอันดับที่ 28 ในการจัดอันดับเว็บไซต์อันตราย แต่พอปีนี้ กลับดีดขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 1 ครองความเป็นเจ้าเว็บไซต์ที่อันตรายที่สุด ซึ่งรองประธานอาวุโสของบริษัทแมคอะฟี ก็ชี้แจงว่า เนื่องจากเทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ดูปลอดภัยในวันนี้ อาจกลายเป็นเว็บไซต์ที่เต็มไปด้วยไวรัสคอมพิวเตอร์ในวันข้างหน้าก็ได้

ผลการวิจัยในครั้งนี้ ได้จากการสำรวจเว็บไซต์ 9.9 ล้านเว็บ ใน 265 ประเทศ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ยอดนิยม มีผู้เข้าไปเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ส่วนการจัดอันดับเว็บไซต์อันตราย จะดูที่ว่าเว็บไซต์นั้น ทำให้ผู้ใช้งานถูกโจมตีด้วยอีเมลขยะ ไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือมีภาพโฆษณาโผล่ขึ้นมามากน้อยแค่ไหน ผลวิจัยพบว่า เว็บไซต์ที่ใช้ชื่อ โดเมนเนม ?.info? จะมีปัญหามากที่สุด ส่วนที่ใช้ชื่อโดเมนเนม ?.gov ? จะมีปัญหาน้อยที่สุด. -สำนักข่าวไทย

Technorati Tags: , , ,

ปิด
E-mail It