Wordpress Themes
Jul 10

เมื่อโปรแกรมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการคุยผ่านอินเตอร์เน็ต จนบ้างครั้งเราอาจคุยเพลินจนทางบริษัทเลยบล็อคไม่ให้สามารถใช้ MSN ได้ วันนี้ผมมีวิธีปัญหานี้ครับ
1 . ให้คุณไปดาวส์โหลดโปรแกรม Hopster ที่ www.hopster.com ก่อนและติดตั้งให้เรียบร้อย
2. หลังจากนั้นเปิดโปแกรมขึ้นมา แล้วคลิกไปที่แท็บ Proxy เสร็จแล้วให้คลิกเลือก I want to user Internet Explorer Proxy-Settings แล้วคลิกที่ OK


3. ถัดมาให้คลิกที่แท็บ Application แล้วเลือกโปรแกรม MSN หรือจะเลือกโปรแกรม Chat อื่น ๆ อีกก็ได้ที่โดนบล็อค จากนั้นคลิก OK

4. เสร็จแล้วเปิดโปแกรม MSN ขึ้นมาจากนั้นคลิกที่เมนู Tools > Options

5. จะมีหน้าต่าง Options ขึ้นมาให้คุณคลิกที่แท็บ Connection และเลือกที่ I use proxy server จากนั้นก็จะมีช่อง Type: ปรากฎขึ้นมาให้คลิกเลือกคำว่า SOCKS Vertion 5 สำหรับหัวข้อ Server: ให้พิมพ์ตัวเลข 127.0.0.1 ลงไปสำหรับ Port: ให้พิมพ์ตัวเลข 1080 ลงไป แล้วคลิก OK

6. ทีนี้ก็ล๊อคอินเข้า MSN ตามปกติ ซึ่งคราวนี้ก็จะมีตัวโปแกรม Hopster เด้งขึ้นมาพร้อมกับโปแกรม MSN นั่นแสดงว่าคุณสามารถเล่น MSN ได้แล้ว

ทิปจาก : Bcoms.net

Technorati Tags: , , ,

Jun 25

10 สาเหตุที่ทำให้เครื่องของคุณแฮง ทำไมเครื่องที่ตนเองซื้อมาถึงแฮงบ่อยนัก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือนเอง บางคนซื้อมาใช้ได้ไม่ถึงวัน เครื่องก็แฮงไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว เจอแบบนี้เสียความรู้สึกมากเลยใช่ไหมครับ เรามาดูสาเหตุกันดีกว่า ว่าทำไมเครื่องถึงได้แฮงบ่อยนัก

ซีพียู (CPU)

เครื่องที่แฮงบ่อย เนื่องจาก ซีพียู นี้ เกิดจากการนำเอา ซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาขายเป็นรุ่นสูงกว่า เนื่องจากซีพียูแต่ละตัว จะถูกผลิตให้ทำงานเกินมาตรฐานประมาณ 20 % อยู่แล้ว ทำให้เกิดมีพ่อค้าหัวใส เอาซีพียูรุ่นต่ำกว่ามาสกรีนข้อความบนตัวซีพียูใหม่ เป็นรุ่นสูงกว่า ขายได้ในราคาสูงกว่า วิธีการแบบนี้เรียกว่า การ remark บางครั้ง ผู้ขายเครื่อง (ประกอบเครื่องขายอีกที) ก็ไม่รู้ว่า ซีพียูนั้นถูก remark หรือไม่ เขาก็รับซีพียูมาเพื่อประกอบอีกทีหนึ่ง พวกนี้ เวลาเรานำเครื่องไปเคลม เขาเองก็หาสาเหตุไม่ได้เหมือนกัน ก็ต้องลองเปลี่ยนชิ้นส่วนไล่ไปทีละตัว จนกว่าเครื่องจะมีอาการดีขึ้น ยังมีร้านค้าบางร้าน จะตั้งใจโกงลูกค้าเองเลยก็มี เช่น นำเอาซีพียูความเร็วต่ำมาขายเป็นซีพียูความเร็วสูง เขาจะใช้เทคนิค การ overclock ซีพียู คือจะตั้งให้ซีพียูทำงานในความถี่ที่สูงขึ้นเกินมาตรฐาน ยิ่งถ้าเป็น ซีพียูของ Intel ด้วยแล้ว overclock ได้มาก อีกทั้งยังมีพัดลมติดมากับซีพียูเลย หรือ จะเป็นกล่องหุ้มไว้ถ้าเป็น Pentium II หรือ III .
ถ้าเกิดลูกค้าใช้แล้วไม่เกิดปัญหาใดๆ รับรองว่าลูกค้าไม่รู้แน่ๆ ผู้ขายก็ได้กำไรไปสบาย ๆ(Celeron 300A เกือบทุกตัว สามารถ overclock ได้เป็น 450 MHZ สบาย ๆ )

พัดลมซีพียู (CPU-FAN)

พัดลมก็สามารถเป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้เหมือนกัน พัดลมที่เป่าตัวซีพียู ถ้าเป็น ซีพียู ของ Intel ก็คงไม่น่าจะมีปัญหา เพราะจะมีพัดลมติดมากับตัดซีพียูเลย แกะออกยาก แต่ถ้าเป็นของค่ายอื่น เช่น AMD หรือ Cyrix พัดลมจะต้องติดแยกต่างหาก พัดลมที่ทางร้านค้าติดมาหรือที่เราซื้อแยกมาต่างหาก ถ้าเป็นพัดลมคุณภาพต่ำ หรือเป็นพัดลมตัวเล็ก ไม่เพียงพอความต้องการของซีพียู ก็จะทำให้ซีพียูเกิดความร้อนสูงเกินไป จนทำให้เครื่องแฮงได้ ถ้าแน่ใจว่าพัดลมตัวใหญ่พอ สาเหตุอาจเกิดจากพัดลมเสีย คือ หมุนบ้างไม่หมุนบ้าง หรือไม่หมุนเลย แบบนี้ ซื้อตัวใหม่เปลี่ยนได้เลย ถ้าซื้อใหม่ ควรซื้อพัดลมที่มีตัววัดรอบการหมุนของใบพัดด้วย เราจะได้ตรวจเช็คได้โดยทาง software หรือ ทาง bios โดยไม่ต้องเปิดฝาเครื่องดู

เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Suply)

หลายคนคงหาสาเหตุการแฮงไม่เจอ เปลี่ยนชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วนดูแล้ว ฟอร์แมต ลงโปรแกรมใหม่ก็แล้ว เครื่องก็ยังแฮงอยู่เรื่อย ใครจะรู้ อีกสาเหตุหนึ่งมาจากตัวเพาเวอร์ซัพพลายนี่แหละครับ ถ้าเพาเวอร์ซัพพลายไม่ดี คือ จ่ายไฟไม่สม่ำเสมอ จ่ายไฟขาดบ้าง เกินบ้าง ไม่ใช้แค่เครื่องแฮงครับ ชิ้นส่วนบางชิ้น หรือทุกชิ้น อาจพังได้ ต้องระวังให้ดี เราสามารถเช็คกระแสไฟได้จาก bios หรือจาก software เช่น Motherboard Monitor คอยหมั่นเช็คก็ดีครับ แต่ถ้าเจอแบบ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายหละก็ คงเช็คยาก ลงทุนเปลี่ยนตัวใหม่ก็ดีครับ ตัดปัญหา เพาเวอร์ตัวหนึ่ง ถ้าเป็น AT ไม่เกิน 500 บาทหรอกครับ ถ้าเป็น ATX ก็ไม่น่าเกิน 800 บาท (แบบมาตรฐาน)

ฮาร์ดดิสค์ (Hard Disk)

อีกสาเหตุหนึ่งก็ตัว ฮาร์ดดิสค์ นี่แหละครับ คือ อาการ bad sector ที่เกิดขึ้นแบบจานแม่เหล็กในฮาร์ดดิสค์ เราสามารถตรวจเช็คได้ง่าย โดยการใช้ scandisk ของตัว Windows นี่แหละครับ เลือก option : Thorough ถ้าเจอ bad sector จริง ก็รีบ mark ตัว bad sector ไว้ เพื่อไม่ให้เครื่องเข้าถึงข้อมูลใน sector นั้นอีก ถ้าตัวฮาร์ดดิสค์ยังอยู่ในประกัน (3-5 ปี) เอาไปเคลมเลยครับ อย่ารอช้า ถ้าหมดประกันแล้ว ก็ต้องทนใช้ไปครับ ถ้า mark bad sector แล้ว ก็ใช้ได้ดีครับ แค่ทำให้พื้นที่เก็บข้อมูลลดลงไปเท่านั้น ถ้ายังไม่พอใจ ซื้อใหม่เลย (อีกแล้ว)

หน่วยความจำ (RAM)

หน่วยความจำ หรือ แรม นี้มีต่อมากกับการแฮงของระบบ ถ้าเป็นแรมคุณภาพต่ำ รับรอง ใช้ไปแฮงไป ถ้าพบว่า แรมเป็นสาเหตุ รีบนำไปเปลี่ยนกับร้านที่ซื้อมาครับ ก่อนจะหมดประกัน แล้วทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี บางครั้ง สาเหตุไม่ได้เกิดจากแรมไม่ดี แต่ว่าเป็นการติดตั้งครับ คือ ถ้าเราเสียบแรมไม่เข้าล็อคของมัน ก็เป็นสาเหตุให้เครื่องแฮงได้ เราจะสังเกตุได้จาก บางครั้งเครื่องจะ detect แรมผิดพลาด บางทีเจอแค่แผงเดียว ถ้าเกิดมีแผงเดียวอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เครื่อง detect แรมไม่เจอเลย แบบนี้ boot ไม่ขึ้นเลยครับ เวลาเสียบ ต้องเสียบให้เข้าล็อคครับ กดลงไปลึก ๆ จนขาทั้งสองข้างของตัวรับสามารถพับขึ้นมาล็อคตัวแรมได้ เวลาเสียบระวังหักนะครับ จับมั่นๆ เอาไว้

เมนบอร์ด (Mainboard)

อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือตัวเมนบอร์ดเองครับ ถ้าเป็นเมนบอร์ดคุณภาพต่ำ ราคาถูก อาจเป็นสาเหตุได้ ปัญหานี้ตรวจเช็คได้ยากครับ คงต้องยกไปที่ร้าน ให้ลองเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่น ๆ ดู ถึงจะพบปัญหานี้ได้ ถ้าสาเหตุเป็นที่เมนบอร์ดจริง ก็คงแย่หน่อย เพราะทางร้านจะส่งซ่อม แทนที่จะเคลมอันใหม่ให้ ต้องรอนานอย่างน้อยเป็นเดือนหรือมากกว่านั้นครับ ยกเว้น เพิ่งซื้อไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ อาจได้เปลี่ยนเป็นของใหม่ทันที ต้องแล้วแต่ร้านที่ซื้อมาแล้วครับ

ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ต่าง ๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก คือ ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์แต่ละชิ้น ที่พบบ่อยๆ จะเป็นการเข้ากันไม่ได้ของ เมนบอร์ดกับการ์ดแสดงผล เมนบอร์ดกับแรม จะมีบ้างคือเมนบอร์ดกับฮาร์ดดิสค์ อุปกรณ์แต่ละตัว ไม่มีตัวไหนเสียหรือรวน ทุกตัวใช้การได้ดีหมด เพียงแต่อยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าพบปัญหานี้ ลองค้นข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละชิ้นในอินเตอร์เนท อาจจะมี patch ออกมาแก้ไขปัญหาได้ ถ้าไม่มีคงต้องปรึกษากับร้านที่คุณซื้ออุปกรณ์มา อธิบายปัญหาให้เขาฟังเพื่อจะขอเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ๆ เป็นตัวอื่นที่ไม่มีปัญหา

ไวรัส (Virus)

อาการแฮงจากไวรัสนี้ แม้จะสร้างปัญหามาก แต่สามารถตรวจพบ และ แก้ไข ปัญหาได้ง่าย ขอเพียงหมั่นตรวจเช็คเจ้าวายร้าย ไวรัส ให้สม่ำเสมอ ปัญหานี้จะหมดไป

Driver

ถ้าคุณลง driver ไม่ตรงกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ รับรองเกิดปัญหาแน่ ซึ่งอาจทำให้เครื่องแฮงได้บ่อย ๆ เหมือนกัน ฉะนั้น เราจะต้องระวังปัญหานี้ไว้ด้วย สามารถตรวจเช็คว่าได้ลง driver ไว้ตรงตามรุ่นหรือไม่ โดยการ คลิกขวาที่ My Computer เลือก Property แล้วเลือก Device Manager อีกที ถ้าอุปกรณ์ใดที่มีเครื่องหมายตกใจ (!) ให้รีบแก้ไข driver ใหม่ให้ตรงตามรุ่นที่มีอยู่


ตัวเราเอง


ฟังดูแล้วบางคนอาจจะหัวเราะเยาะว่า ใครจะบ้าจะทำให้เครื่องตัวเองแฮงบ่อย สร้างปัญหาให้กับตัวเอง จริง ๆ แล้ว พวกเราอาจจะไม่ตั้งใจทำก็ได้ อาจเกิดจากความไม่รู้ ความสะเพร่า หรือความรีบร้อน เราอาจจะอยากกำจัด file ที่คิดว่าไม่สำคัญออกจากฮาร์ดดิสค์โดยการลบทิ้ง แต่แท้จริง file นั้นสำคัญมาก ถ้า file นั้นเสียหาย หรือ หายไป จะทำให้เกิดอาการผิดปกติของโปรแกรมได้ บางคนอาจจะรีบร้อนปิดเครื่องโดยที่ไม่สั่ง shutdown เสียก่อน file ต่างๆ ที่ load ไว้ยังไม่ถึงสั่งปิดอย่าถูกวิธี ทำให้ file นั้น ๆ เสียหายได้ และทำให้เครื่องแฮงได้ ฉะนั้น ทางแก้ไขคือ เราจะต้องศึกษาการใช้โปรแกรมนั้น ๆ เสียก่อน
เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้แบบผิด ๆ ถูก ๆ สร้างปัญหาให้ตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

เครดิต bahcom

Technorati Tags: , ,

Jun 09

เทคนิค 7 ข้อต่อไปนี้น่าจะช่วยคุณได้ ลองนำไปปฏิบัติดูนะครับ

1. ตรวจสอบแบตเตอรี่ที่ใช้ว่ายังคงสามารถชาร์จพลังงานได้เต็ม หรือไม่? ซึ่งขั้นตอนของการทดสอบโดยทั่วไปให้ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อน (ดูจาก Power Meter ใน Power Options) จากนั้นปิดโน้ตบุ๊ก ถอดแบตเตอรี่ออก เพื่อทดสอบว่ามันยังสามารถชาร์จประจุได้เต็ม หรือไม่? โดยมองหาปุ่มที่ใช้ทดสอบที่อยู่บนแบตเตอรี่ ซึ่งบางรุ่นก็จะมีส่วนแสดงผลเล็กๆ ให้สังเกตุได้ง่าย ทั้งนี้จะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่ของผู้ผลิตแต่ละเจ้า

2. ถ้าไม่จำเป็นต้องออนไลน์กับเครือข่ายใดๆ แนะนำให้ออฟไลน์จะดีกว่า (ยกเลิก (disable) การเชื่อมต่อกับเครือข่าย) การเชื่อมต่อเครือข่ายตลอดเวลาจะทำให้โน้ตบุ๊กต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ

3. ถอดอุปกรณ์ USB ออกจากพอร์ต เมื่อไม่ได้ใช้งาน

4. ยกเลิกโพรเซสแบคกราวด์ที่ไม่จำเป็นออกให้หมด อย่างเช่น Rnaap ซึ่งถูกโหลดตอนไดอัลอัพ และค้างอยู่ในหน่วยความจำ หรือ Msmsgs.exe กรณีที่คุณไม่ได้ใช้ Microsoft Messenger เป็นต้น แต่ห้ามยกเลิกโพรเซสของ ซอฟต์แวร์ไฟร์วอล หรือแอนตี้ไวรัส เพราะมันจะทำให้ระบบของคุณตกอยู่ในความเสี่ยง นอกจากนี้ยังห้ามลบโพรเซสที่สำคัญของ Windows XP ซึ่งได้แก่ Explorer.exe
, LSASS.EXE, services.exe, System และ WINLOGON.EXE ส่วนวิธีกำจัดโพรเซสที่ ไม่จำเป็นให้เรียกโปรแกรม Task Manager (กดปุ่ม Ctrl-Alt-Del) แล้วคลิกแท็บ Processes เลือกโพรเซสที่ต้องการลบออกจากหน่วยความจำ คลิกปุ่ม End Process

5. เปลี่ยน Screensaver เป็น ?Blank Screen? เพราะมันไม่จำเป็นเลยที่คุณต้องเสียพลังงาน เพื่อแสดงภาพดอกไม้ไฟ, ตู้ปลา หรือข้อความเลื่อนลอย

6. ถึงคุณจะไม่สามารถยกเลิกโพรเซสการทำงานของซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส แต่ก็ไม่ควรกำหนดให้ซอฟต์แวร์สแกนระบบโดยสมบูรณ์ขณะที่ไม่ได้เสียบปลั๊ก เพราะมันจะทำให้พลังงานของแบตฯ หมดเร็วจนน่าใจหายเลยล่ะ(กรณีของการสแกนหาสปายแวร์ด้วย)

7. สำคัญที่สุดคือ เมื่อเวลาที่โน้ตบุ๊กไม่อยู่ในระหว่างการใช้งาน แนะนำให้ชัตดาวน์ระบบ หรืออาจจะเข้าโหมดแสตนด์บาย (standby) หรือไฮเบอร์เนต (hibernate) จะดีกว่าการเปิดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ

เชื่อว่า หากปฏิบัติตามเทคนิคง่ายๆ ทั้ง 7 ข้อนี้แล้ว คุณจะสามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ บนโน้ตบุ๊กได้นานขึ้น ไม่ต้องชาร์จบ่อยเหมือนแต่ก่อน ลองไปทำดูนะครับ สำหรับวิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ แนะนำให้ใช้พลังงานจากแบตเตอรีให้หมดทุกครั้งแล้วจึงชาร์จใหม่จนเต็ม และเมื่อเต็มแล้วก็ควรใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แทนการเสียบปลั๊กต่อเนื่อง เป็นเวลานานๆ เพราะแบตฯจะเสื่อมเร็วครับ

ที่มา : วิทยาการคอมฯ ม.ขอนแก่น

Technorati Tags: ,

Jun 08

เพื่อนๆ เคยทำมือถือตกน้ำกันมาบ้าง หรือเปล่าครับ? ถ้าไม่เคยก็ดีแล้วล่ะครับ แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุอย่างเช่น มือถือร่วงลงไปในอ่างล้างหน้า หรือแย่กว่านั้นก็ชักโครก อะจึ๋ย!!! ทิปต่อไปนี้น่าจะช่วยให้มือถือของเพื่อนๆ ยังคงมีชีวิตอยู่รับใช้เราต่อไปได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันดังกล่าวขึ้น
เมื่อมือถือจมลงไปในน้ำ(เป็นเวลานานไม่เกิน 20 วินาที) ขั้นแรกเลยให้รีบถอดแบตฯ และซิมการ์ดออกมาทันที จากนั้นรีบทำให้มันแห้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยอาจจะใช้กระดาษซับจนแห้งสนิท ส่วนตัวเครื่องพยายามถอดหน้ากากออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็ นไปได้อีกเช่นกัน ทั้งนี้รวมถึงแผงปุ่มกดด้วย จากนั้นใช้กระดาษซับทุกชิ้นให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขั้นสุดท้าย ไล่ความชื้นออกจากตัวเครื่อง อย่าใช้เครื่องเป่าผมเป่าลมร้อนนะครับ เพราะอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในมือถือเสียหายได้ นายเกาเหลามีวิธีที่ปลอดภัยกว่า และเป็นของที่หาได้ในบ้านเรา นั่นคือ ใช้ข้าวสารครับ

นำข้าวสารใส่กล่องกันอากาศเข้า โดยให้ปริมาณข้าวมากพอที่จะกลบชิ้นส่วนต่างๆ ของมือถือได้มิด นำชิิ้นส่วนของมือถือที่ถอดแยกกันเรียบร้อยแล้ว ใส่เข้าไปในกล่องข้าว ปิดฝาให้สนิท เขย่าให้อุปกรณ์ทุกชิ้นจมลงไปในข้าวสารที่อยู่ในกล่อง ทิ้งไว้ 2 - 3 วัน จากนั้นนำชิ้นส่วนทั้งหมดออกมาจากกล่อง ประกอบกับเข้าที่เดิมใส่ซิม และแบตฯ แล้วทดลองเปิดใช้งานครับ

หรือสามารถดูคลิป VDO สาธิตประกอปไปด้วยก็ได้ครับ เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพยิ่งขึ้น

Technorati Tags: , , ,

Jun 06

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมพบและประสบกับตัวเอง ซึ่งก็ได้ไปค้นหาจนพบทางแก้ไข เลยอยากแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้รู้กันไว้เผื่อใครเจอแบบผม จะได้แก้ไขปัญหาครับ

  1. ถ้าเป็นไดรฟ์ที่เป็น CD-ROM หรือ DVD-ROM หาย ให้ Remove โปรแกรม Nero ออก แล้วทำการ Restart เครื่อง แล้วมาดูกันว่าไดรฟ์ที่หายไป โผล่ขึ้นมาหรือว่ายังหากยังไม่หายมาดูข้อ 2 ครับ
  2. วิธีแก้ไขปัญหานี้ ต้องจัดการกับไฟล์รีจิสตรี (Registry) ดังนี้
  • คลิกที่ Start -> Run แล้วใส่ค่าลงไปว่า regedit แล้วกด Enter
  • ไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE -> System -> CurrentControlset -> Control -> Class -> {4D36E965-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}
  • จากนั้นให้ลบ Registry ที่ชื่อว่า LowerFilters กับ UpperFilters ออก
  • Restart เครื่องเพื่อ รอไดรฟ์ CD-Rom กลับมา…

Technorati Tags: , ,


ปิด
E-mail It