Wordpress Themes
Jul 26

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึง การใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท

สิ่งที่เหมาะ

  • ค้นหาข้อมูลอ้างอิง ? การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้
  • ส่งอีเมล ? สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น
  • เก็บเบอร์โทรศัพท์ ? ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้
  • เป็น GPS ? เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย
  • เล่นอินเทอร์เน็ต ? ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

  • ทำงานเอกสาร ? ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี
  • อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ? ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้
  • ถ่ายรูป ? ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: ,

Jul 09

กทช. พร้อมประกาศเลขหมายเดียวใช้ทุกค่ายสิ้นปี กำหนดค่าเปลี่ยนครั้งละ 300 บาท ใช้เวลา 3 วัน และเปลี่ยนได้เฉพาะในพื้นที่ ชี้การทำเลขหมายเดียวช่วยแก้ปัญหาการเก็บข้อมูลพรีเพด

นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวระหว่างการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้บริการคงสิทธิเลข หมาย หรือ นัมเบอร์ พอร์ทอะบิลิตี้ (Number Portability) สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ ครั้งที่ 1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กทช.จะสามารถประกาศใช้นัมเบอร์ พอร์ทอะบิลิตี้ หรือ การที่ผู้บริโภคสามารถนำเลขหมายโทรศัพท์มือถือเดิมเปลี่ยนไปใช้บริการของ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่นได้ภายในสิ้นปี ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนทำประชาพิจารณ์อีก 4 ครั้ง คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค.นี้

นายบุญเสริม อึ้งภากรณ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำ กทช. กล่าวว่า กทช.ได้มอบหมายให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการศึกษาวิจัยโครงการกำหนดรูปแบบ และแนวทางการบริหารของสิทธิเลขหมาย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับอัตราการเปลี่ยนค่ายครั้งละไม่เกิน 300 บาท เบื้องต้นกำหนดให้เปลี่ยนค่ายเฉพาะในพื้นที่ เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่สามารถเปลี่ยนข้ามพื้นที่ได้ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการ 3 วัน และจะจัดทำนัมเบอร์ พอร์ทอะบิลิตี้ เฉพาะโทรศัพท์มือถือก่อนเนื่องจากมีผู้ใช้มากถึง 50 ล้านเลขหมาย ขณะที่โทรศัพท์บ้านมีผู้ใช้เพียง 7 ล้านเลขหมาย นอกจากนี้การทำนัมเบอร์ พอร์ทอะบิลิตี้ ยังแก้ปัญหาการจดทะเบียนโทรศัพท์มือถือแบบพรีเพดได้ เนื่องจากต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งที่ผ่านมาการจดทะเบียนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบพรีเพดไม่ประสบความ สำเร็จเท่าที่ควร ส่วนการทำเคลียริ่ง เฮ้าส์ (ศูนย์กลางในการเปลี่ยนค่าย) ผู้ประกอบการมีความเห็นว่า ควรทำร่วมกัน

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Technorati Tags: ,

Jun 17

นายวิภู ซาบาวาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โนเกีย N78 รวมฟีเจอร์ต่างๆ มาสร้างลูกเล่นใหม่ๆ เช่น การส่งคลื่นวิทยุเอฟเอ็มจากโทรศัพท์มือถือ ไปยังเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือ การบอกตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของสถานที่ในภาพถ่าย (Geotagging) ที่เชื่อมฟังก์ชั่นการทำงานของกล้องและระบบ A-GPS เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้รู้ที่ตั้งของสถานที่ในภาพถ่ายนั้นๆ นอกจากนี้ โนเกีย N78 ยังรองรับบริการอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย อาทิ Share on Ovi, Flickr หรือ VOX blogs ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์คอนเท้นท์ต่างๆ ได้โดยใช้ปลายนิ้วสัมผัส

ผจก.ทั่วไป บ.โนเกียฯ กล่าวต่อว่า โนเกีย N78 คือ การพัฒนาต่อยอดจากโนเกีย N73 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่หลากหลาย ได้แก่ การเชื่อมต่อความเร็วสูงผ่านเครือข่าย WLAN และ HSDPA 3.5G? กล้องความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซลพร้อมด้วยเลนส์ Carl Zeiss ให้ภาพที่คมชัด เทคโนโลยีบอกทิศทาง A-GPS รวมทั้งบริการบอกทิศทางฟรี 3 เดือน และแผนที่ Nokia Maps ที่แสดงสถานที่สำคัญมากกว่า 15 ล้านแห่งทั่วโลก อาทิ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงแรม และอื่นๆโนเกีย N78 เป็นอุปกรณ์สื่อสารโนเกียรุ่นแรกที่ติดตั้งโปรแกรม widgets? ที่เป็นการรวมพลังของการสื่อสารเคลื่อนที่เข้ากับพลังของอินเตอร์เน็ต ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลใน Website ที่ชื่นชอบได้อย่างรวดเร็ว และง่ายดาย โดยผู้ใช้โนเกียสามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรม widgets ได้จากแอพพลิเคชั่น Download! ในตัวเครื่อง และ เว็บไซด์ MOSH

นายวิภู กล่าวอีกว่า โนเกีย N78 ยังเป็นมิตรแท้ของคอดนตรี โดยเป็นหนึ่งในโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่สามารถส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ FM ให้คุณภาพเสียงชั้นเยี่ยม พรั่งพร้อมด้วยคลังดนตรี Nokia Music Store รองรับการ์ด microSD ความจุขนาด 8 GB ลำโพงภายใน รองรับแจ็คหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มม. และโปรแกรม Nokia Internet Radio สามารถรับฟังสถานีวิทยุหลายพันแห่งทั่วโลก พิเศษลูกค้าชาวไทยสามารถเพลิดเพลินกับบริการดาวน์โหลดคอนเท้นท์จากจีเอ็ม เอ็ม แคตตาล็อก (GMM Catalog) ได้ไม่จำกัดฟรีนาน 6 เดือนและเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ดนตรีให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง โนเกีย N78 มีชุดอุปกรณ์เสริม ที่ประกอบด้วยหูฟังสเตอริโอ WH-600 ลำโพงบลูทูธ MD-7W ที่ให้คุณภาพเสียงเป็นเยี่ยมด้วยระบบเสียงแบบ 3 มิติ เพิ่มความทุ้มนุ่ม ไพเราะ ตอบโจทย์คอดนตรีที่ต้องการสนุกสนานกับเสียงเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งนี้ราคา โนเกีย N78 อยู่ที่ 16,300 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก : bcoms.net

Technorati Tags: ,

Jun 16

ปรากฎการณ์นวัตกรรมดีไซน์ผนวกเทคโนโลยี เปิดศักราชใหม่โทรศัพท์มือถือเริ่มต้นที่ “HTC Touch Diamond” กับมือถือที่ได้รับการดีไซน์อย่างเพชรเล็กกะทัดรัด พลิกโฉมหน้ารูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ และอินเทอร์เฟสระบบสัมผัสแบบ 3 มิติ สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมสู่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้มือถือแบบ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ความตื่นเต้นจากกระแสไอโฟนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ที่ต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้สัมผัสนวัตกรรมของค่ายผลไม้แห่งนี้ แต่ในแง่ของค่ายผู้ผลิตมือถือต่างๆ ก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองเช่นกัน เพื่อเร่งพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องตาต้องใจผู้บริโภคไม่แพ้ไอโฟน ที่สำคัญต้องเหนือกว่าไอโฟนและโทรศัพท์มือถือทั้งหลายที่วางจำหน่ายอยู่ใน ตลาดขณะนี้

ดังนั้นทุกค่ายต้องการเป็นคนแรกที่จะสร้างศักราชใหม่ให้กับวงการโทรศัพท์ มือถือ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “HTC” ที่ต้องการตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำของแบรนด์ที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับผลิตภัณฑ์พีดีเอโฟนในรุ่น “Touch” จนสามารถผลักดันยอดจำหน่ายได้มากกว่า 3 ล้านเครื่อง จากยอดจำหน่ายทั้งหมดของเอชทีซีที่มีประมาณ 10 ล้านเครื่องทั่วโลก

การเปิดศักราชใหม่ของเอชทีซีให้กับโทรศัพท์มือถือและเพื่อเป็นการสร้าง มาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมนี้ เกิดขึ้นจากทีมงานวิจัยของเอชทีซีที่มีวัตถุประสงค์ 3 ประการหลักที่จะออกแบบมือถือที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลก โดยวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.ทำอย่างไรให้โทรศัพท์เป็นโทรศัพท์ที่ผู้ใช้สามารถพกพาตลอดเวลาและสามารถ ทัชสกรีนบนยูสเซอร์อินเตอร์เฟสใหม่ 2.ทำอย่างให้ดีไซน์มีรูปลักษณ์ที่น่าใช้งาน และทำให้พีดีเอโฟนเป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้าใช้ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ และ 3.โทรศัพท์มือถือนั้นต้องเชื่อมการใช้งานธุรกิจเป็นโมบายอินเทอร์เน็ตที่ สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย

จากวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน นำไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ “HTC Touch Diamond” ผู้บริหารของเอชทีซี เชื่อว่าเอชทีซีได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับนวัตกรรมของโทรศัพท์มือถือ อีกครั้ง เพราะ Touch Diamond เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและขนาดที่ลงตัว เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมใหม่ที่มีความเร็วระดับบรอดแบนด์

“Touch Diamond จะให้ประสบการณ์ในการเล่นอินเทอร์เน็ต และการใช้งานเว็บแอพพลิเคชั่นเป็นที่ทำได้ง่ายและทำได้จริง สะดวกเหมือนกับการใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไป” ณัฐวัชร์ วรนนกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

นวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อมกับ Touch Diamond คือการที่เอชทีซีได้สร้างนวัตกรรมที่ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ให้กับระบบจอสัมผัส ด้วยการนำเสนออินเทอร์เฟสแบบ 3 มิติ ภายใต้ชื่อ TouchFLO 3D ทำให้การค้นหารายชื่อ การส่งข้อความ รับส่งอีเมล จัดการภาพถ่าย เพลง ตรวจสอบสภาพอากาศ และอื่นๆ ทำผ่านทางภาพแอนิเมชั่น นอกจากนี้เอชทีซียังได้ใช้ระบบควบคุมจอสัมผัสแบบใหม่ล่าสุดเพื่อเพิ่มความ คล่องตัวให้กับการใช้งานด้วย

เอชทีซียังได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วยความเร็วระดับบรอดแบนด์ผ่านเทคโนโลยี HSDPA ที่ความเร็ว 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ทั้งยังได้ปรับปรุงการเรียกดูหน้าเว็บสะดวกขึ้นด้วยเว็บบราวเซอร์พิเศษ สำหรับโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ เพื่อให้การเรียกดูและควบคุมการใช้งานหน้าเว็บต่างๆ เป็นไปได้อย่างคล่องตัว ผู้ใช้สามารถยอ ขยาย และเลื่อนหน้าเว็บซ้ายขวาได้สะดวกด้วยการใช้มือควบคุมเพียงข้างเดียว และสามารถแสดงผลข้อมูลให้เต็มหน้าจอได้โดยอัตโนมัติสำหรับข้อมูลที่พัฒนา ขึ้น นอกจากนี้เวลาที่พลิกตัวเครื่องเป็นแนวนอน หน้าเว็บก็สามารถเปลี่ยนสถานะการแสดงผลปรับตามลักษณะการถือตัวเครื่องได้ ด้วย

ด้านดีไซน์ของ Touch Diamond ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เหมาะกับการจับถือของผู้ใช้ โดยไม่กระทบต่อคุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวเครื่อง นอกจากนี้ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ตัวเครื่องทำจากโลหะ และลวดลายหน้าตัดทรงเรขาคณิต ช่วยเสริมความโดดเด่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

Touch Diamond ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการทำงาน ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 2.8 นิ้วที่ให้ความคมชัดคุณภาพใกล้เคียงกับงานพิมพ์ ทำให้การเรียกดูหน้าเว็บหรือภาพถ่ายเป็นไปได้อย่างสวยงาม ตัวกล้องมาพร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ รวมทั้งระบบเครือข่ายไร้สายชั้นสูงและหน้าจอที่มีเซ็นเซอร์อัตโนมัติช่วย เพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เราคาดหวังว่า Touch Diamond จะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทุกคน” ณัฐวัชร์ กล่าวถึงความตั้งใจจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรุ่นล่าสุด เมื่อเอชทีซีสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ไม่เพียงเอชทีซีจะเป็นเพียงผู้ นำในตลาดพีดีเอโฟน แต่จะกลายเป็นค่ายโทรศัพท์มือถืออันดับต้นๆ ของโลกในอนาคตได้ด้วย

พีดีเอโฟนติดปีกธุรกิจ

การเปิดตัว Touch Diamond น่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดคอนซูเมอร์ แต่กับตลาดคอร์ปอเรท พีดีเอโฟนก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยติดปีกให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้ยกระดับธุรกิจของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน

องค์กรธุรกิจกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ และพีดีเอโฟนก็กำลังเป็นอุปกรณ์ที่องค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังเลือกสรรไปใช้งาน เพื่อผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปได้”

ณัฐวัชร์ มองว่าการปรับตัวเชิงธุรกิจของแต่ละองค์กรมีความสำคัญและความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุกบริษัทมุ่งการเติบโตและแสวงหาผลกำไรที่มากขึ้น ธุรกิจต้องพยายามหาวิธีที่ทำให้ต้นทุนทางธุรกิจน้อยที่สุด แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ธุรกิจไร้คู่แข่งขัน ทำให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการมากที่สุด

พีดีเอโฟนจึงเป็นทางเลือกสำหรับหลายธุรกิจในขณะนี้ที่จะนำไปในธุรกิจ อย่างในกิจการที่มีพนักงานขายจำนวนมาก บริษัทที่มีฝ่ายขนส่ง พีดีเอโฟนสามารถมาประยุกต์ช่วยในธุรกิจสามารถลดต้นทุนได้ ไม่เพียงเท่านั้นอย่างในธุรกิจประกัน มีการนำโซลูชั่นจากพีดีเอโฟนของเอชทีซีไปใช้เช่นกัน ทำให้บริการมีความรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

เอชทีซีคือคนกลางที่พร้อมจะตอบสนองกลุ่มคอร์ปอเรทด้วยโทเทิ่ลโซลูชั่น ไม่ใช่เพียงแค่การขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว”

ขณะนี้มีภาคธุรกิจหลายหลายสาขากำลังศึกษาที่จะนำพีดีเอโฟนของเอชทีซีไปใช้ อย่างโรงพยาบาลกรุงเทพ บริษัทดีทแฮมท์ ตลาดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดของเอชทีซีที่กำลังขี่กระแสหลายๆ ผลิตภัณฑ์ ในการเป็นตัวเลือกอันดับสำหรับองค์กรธุรกิจ

ข่าวจาก : Manager Online

Technorati Tags: ,

Jun 13

เืมื่อสองถึงสามวันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปพบกับคนๆ หนี่งที่ประสบปัญหาโรคร้ายที่เกิดขึ้นจากการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ท่านมีโรคประจำตัวขึ้นอีก 1 ชนิด คือโรคคอเอียง… และมีผู้หวังดีหยิบยื่นของขลังชนิดพิเศษเพื่อรักษาโรคชนิดนี้ เป็นอย่างไรหรอ ดู Clip VDO นี้ ก็จะเข้าใจเองละครับว่า ทำไมถึงมีการบำบัดด้วยเทคโนโลยีชนิดนี้เข้ามาให้กับพวกที่ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นนิจศีล

ดูเอาขำๆ พอนะครับ

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It