Wordpress Themes
Aug 05

รักษาเอกลักษณ์สีดำในรุ่น Thinkpad มาตลอด คราวนี้ Lenovo เปลี่ยนโฉมสีสันฉูดฉาดมากขึ้นในรุ่น Ideapad

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : Lenovo เผยโฉมโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่ดูแปลกตา สีสันสดใส และเล็กกะทัดรัด ซึ่งแตกต่างไปจากรุ่นเดิมๆ ที่มักจะเป็นสีดำมะเมี่ยมและหนาเทอะทะ โดยรุ่นนี้มีชื่อว่า Ideapad S10 และน่าจะเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นได้มากกว่าเดิม

สำหรับรุ่นนี้ใช้ชิพเซ็ท Intel Atom N270 และ 945 GSE ที่ความเร็ว 1.6 GHz มาพร้อมหน้าจอ 10 นิ้ว พร้อมทั้งยังใช้เทคโนโลยีการกระจายความร้อนขั้นสูง เพื่อลดการแผ่รังสีความร้อนไปสู่ผู้ใช้อีกด้วย

ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ที่ติดมากับตัวเครื่อง ได้แก่ กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล, ลำโพงสเตริโอ, card reader แบบ 4 in 1, ฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 160 GB และที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้พีซีก็คือ touch pad เป็นแบบ multi-touch เหมือน MacBook Pro ของ Apple เลยทีเดียว รวมทั้งยังมีช่องเสียบ Express Card สำหรับ WWAN ด้วย

สีสันมี 2 แบบให้เลือกคือ ดำ-ขาว และ แดง-ขาว โดยการออกแบบครั้งนี้ Lenovo ดูจะแหวกแนวไปกว่าเดิม คือไม่ได้ดำเนินรอยตามรูปแบบเดิมๆ ที่เคยผลิตมา อย่างในรุ่น Thinkpad ซึ่งจะมีสีดำล้วนมาตลอด

สำหรับราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด โดยรุ่น S10 ที่มาพร้อมกับแรม 512 MB และฮาร์ดไดรฟ์ 80 GB จะมีราคาอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นที่มีแรม 1 GB และฮาร์ดไดรฟ์ 160 GB จะอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนในบ้านเรานั้นคงต้องรอต่อไป

ที่มา : Rss Thai

Aug 01

เวลาซื้อโน้ตบุ๊ค มักดูความเร็วซีพียูก่อนอันดับแรก แต่คิดอีกที ถ้าใช้แค่งานออฟฟิศ มันต้องแรงขนาดนั้นเลยหรือ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ใครตอบได้บ้างว่า ชิพไมโครโปรเซสเซอร์มีความละเอียดแม่นยำในการคำนวณตัวเลขถึงกี่หลัก

เฉลยเลยแล้วกันครับ คำตอบคือ มันขึ้นอยู่กับจำนวนบิตที่ใช้ในคำสั่ง เช่น ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ มีจำนวนบิตมากถึง 64 บิต หมายความว่าสามารถคำนวณได้แม่นยำถึง 64 หลัก

การใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามสำนักงานเน้นหนักไปทางพิมพ์งาน ทำการบ้าน ทำกราฟฟิก แอนิเมชัน ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น ทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้นเลยหรือ ไม่ได้ใช้คำนวณหาตำแหน่งทิ้งระเบิดหรือควบคุมกระสวยอวกาศสักหน่อย

การคำนวณแบบดิจิทัลแต่ละครั้งก็คือ การใส่ 0 หรือ 1 ในแต่ละหลัก ซึ่งก็คือแต่ละทรานซิสเตอร์นั่นเอง การป้อนกระแสไฟฟ้าควบคุมการเปิดและปิดของสวิตช์ในทรานซิสเตอร์ และควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน ตามธรรมชาติเมื่ออิเล็กตรอนไหลอย่างคงที่จะเกิดสัญญาณไฟฟ้ารบกวน (Noise) ตามมาและปัญหาที่ตามมาก็คือ ค่า 0 หรือ 1 ในแต่ละหลักอาจจะคลาดเคลื่อน

ดังนั้น วิศวกรจึงแก้ปัญหาโดยป้อนกระแสไฟฟ้าให้แก่ทรานซิสเตอร์มากขึ้น เพื่อให้อัตราสัญญาณที่ต้องการต่อสัญญาณรบกวน ที่เรียกว่า Signal-to-noise ratio เพิ่มมากขึ้น วงจรก็จะทำงานได้เที่ยงตรงแม่นยำและเสถียรมากขึ้น แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้ทำให้ชิพคอมพิวเตอร์กินไฟมากขึ้น และเกิดความร้อนมากขึ้นตามมาด้วย จึงต้องหาทางระบายความร้อนอีก

ยิ่งเมื่อเราลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงมาจนอยู่ในระดับนาโนเมตรด้วยแล้ว (เพื่อให้สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ต่อชิพให้มากขึ้น จนปัจจุบันชิพตัวเดียวมีทรานซิสเตอร์อัดอยู่กว่าพันล้านตัว) ก็ยิ่งเกิดปัญหาเรื่องความร้อนสูงมากเมื่ออิเล็กตรอนต้องวิ่งผ่านเส้นนำไฟฟ้าที่แคบลง

กลับคำถามเดิมที่ถามว่า ?จำเป็นด้วยหรือที่ต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้น?

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งคิดว่า ถ้าเรายอมลดความแม่นยำลงในหลักทศนิยมที่มีค่าน้อยๆ เช่น ทศนิยมหลักที่ 3 เป็นต้นไป แต่ยังให้มีโอกาสความน่าจะเป็น (Probability) ที่จะได้คำตอบที่ใกล้เคียงค่าจริงมากกว่า 50% ขึ้นไป ก็น่าจะจ่ายไฟฟ้าให้ชิพน้อยลงได้ และคาดว่า น่าจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่าเลย

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าติดตามมากที่สุดเทคโนโลยีหนึ่งก็ว่าได้เรียกว่า Probabilistic complementary metal-oxide semiconductor technology หรือเรียกย่อๆ ว่า PCMOS

มีการทดลองแล้วว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อดูหนังวิดีโอด้วยชิพคอมพิวเตอร์แบบปกติเมื่อเทียบกับชิพ PCMOS แล้ว ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะมนุษย์เรามีขีดจำกัดในการมองเห็นต่ำกว่าที่คอมพิวเตอร์แสดงออกมาอยู่แล้วหลายเท่า

ลองคิดดูว่าถ้าเราใช้ชิพ PCMOS กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ ไอพอด ซึ่งสูบไฟเอาเรื่องเวลาใช้ดูคลิปและฟังเพลง แต่ ชิพ PCMOS จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากเลยทีเดียว

คาดว่า ชิพ PCMOS จะปฏิวัติวงการการออกแบบชิพอิเล็กทรอนิกส์อย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวและช่วยทำให้กฎของมัวร์ (Moore?s Law) ที่ว่า ?จำนวนทรานซิสเตอร์ในคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ ปีครึ่ง? ยังคงเป็นจริงได้ต่อไปอีกหลายทศวรรษในอนาคต

อย่างที่ผมเคยบอกว่า สุดท้าย มนุษย์ก็หาทางรอดจนได้นั่นเอง

เรื่องโดย : ดร.อดิสร เตือนตรานนท์

ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค

ที่มา : Bangkokbiznews

Jul 31

ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ประกาศผลการแข่งขันออกแบบแอพพลิเคชั่นในหัวข้อเปิดกว้างที่เกี่ยวข้องกับ การสาธารณสุขและสุขภาพ ในโครงการ “Java Jive Regional Challenge 2008″ รอบชิงชนะเลิศระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาค ในแนวคิด “Keeping IT Real” ในงาน Sun Developer Days โดย 3 นักศึกษาจากไทยโชว์ผลงานเเฉือนตัวแทนจากประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย คว้าตำแหน่งชนะเลิศไปครองพร้อมรับรางวัลเงินสด 3,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

สำหรับ แอพพลิเคชั่นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือผลงาน “Calories Assistant” พัฒนาโดย 3 นักศึกษาไทยทีม “Snooze Monkey” จากคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นแอพพลิเคชั่นเพื่อลดปัญหาภาวะโรคอ้วนที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุม ปริมาณแคลอรีจากการรับประทานอาหาร ด้วยการให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้ทราบปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าไปดูปริมาณแคลอรีของอาหารแต่ละชนิด เลือกสรรเมนูที่ต้องการรับประทานจากการกำหนดจำนวนแคลอรีที่ต้องการบริโภค และเข้าถึงฐานข้อมูลสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพได้ด้วย

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Jul 26

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึง การใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท

สิ่งที่เหมาะ

  • ค้นหาข้อมูลอ้างอิง ? การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้
  • ส่งอีเมล ? สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น
  • เก็บเบอร์โทรศัพท์ ? ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้
  • เป็น GPS ? เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย
  • เล่นอินเทอร์เน็ต ? ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

  • ทำงานเอกสาร ? ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี
  • อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ? ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้
  • ถ่ายรูป ? ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: ,

Jul 26

รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัทแอปเปิ้ล ประกาศแนะนำโปรแกรมล่าสุด ?App Store? (แอพ สโตร์) สำหรับผู้ใช้ ไอพอด ทัชในประเทศไทย App Store นำเสนอแอพพลิเคชั่นด้านต่างๆ มากมาย โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดผ่านทาง ระบบออนไลน์กว่า 500 แอพพลิเคชั่น ทั้งแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ ทางการศึกษา การเงิน สุขภาพ หรือ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เกมส์ และอื่นๆ พิเศษสำหรับผู้ใช้ไอพอด ทัชสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ ฟรีสูงสุด 150 แอพพลิเคชั่น
?
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า โดยผู้ใช้ไอพอด ทัช จะต้องทำการอัพเกรดเป็นเฟิร์มแวร์ iPhone Software 2.0 ผ่านทาง iTune 7.7 ก่อน ถึงจะมีโปรแกรม App Store อยู่บนเครื่องไอพอด ทัช iPhone Software? 2.0 มีจำหน่ายแล้วผ่านทาง iTunes Store ที่ราคา 9.95 เหรียญสหรัฐ? ไอพอด ทัช ที่ใช้ซอฟแวร์เวอร์ชั่น 2.0? สามารถ แสดงข้อมูลเป็นภาษาไทยได้

ที่มา : ไทยรัฐ

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It