Wordpress Themes
Jul 08

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) แถลงชัดเจนว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาเพื่อซื้อบริษัทยาฮู (Yahoo) หากยาฮูมีกรรมการบริหารชุดใหม่ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากที่ Carl Icahn นักลงทุนผู้ถือหุ้นยาฮูซึ่งมีใจฝักใฝ่ในการขายหุ้นยาฮู ระบุว่าได้เข้าเจรจากับซีอีโอไมโครซอฟท์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

จริงอยู่ที่ไมโครซอฟท์นั้นแถลงยกเลิกการเสนอซื้อหุ้นยาฮู บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ด้วยเงิน 4.75 หมื่นล้านอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่แถลงการณ์ล่าสุด ไมโครซอฟท์เปลี่ยนใจและบอกว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงทีมกรรมการบริหารยาฮู (บอร์ด) ซึ่งจะมีการเลือกตั้งโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 สิงหาคม ไมโครซอฟท์พร้อมรื้อฟื้นการเจรจาซื้อยาฮูกับกรรมการบริหารชุดใหม่ทันที ข่าวนี้ส่งให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งขึ้นอีก 12 เปอร์เซ็นต์

นัก วิเคราะห์มองว่าแถลงการณ์ครั้งนี้ของไมโครซอฟท์เป็นการยืนยันที่ชัดเจน ครั้งแรก ว่าไมโครซอฟท์พร้อมจะกลับมาคลุกวงในเรื่องนี้อีกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ Icahn มีอำนาจในการโน้มน้าวกลุ่มผู้ถือหุ้นยาฮูรายอื่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้คำกล่าวอ้างของ Icahn มีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะที่ระบุว่าได้เข้าเจรจากับซีอีโอสตีฟ บอลเมอร์ ของไมโครซอฟท์บ่อยครั้งแล้ว หลังจากที่ไม่เคยได้เจรจาโดยตรงมาก่อนในอดีต

Icahn คือผู้ถือหุ้นยาฮูที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนให้ ยาฮูขายกิจการแก่ไมโครซอฟท์ Icahn ไม่พอใจที่กรรมการบริหารยาฮูปัจจุบันขัดขวางการขายกิจการโดยที่ไม่คำนึงถึง ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น Icahn จึงมีแนวคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่นหากมีการเปลี่ยนตัวทีมกรรมการ บริหารยาฮู ทำให้ Icahn ออกมาให้ข่าวว่าจะเป็นผู้นำในการโน้มน้าวผู้ถือหุ้นให้ออกเสียงเลือก กรรมการบริหารชุดใหม่ แม้กรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบันจะแสดงท่าทีที่อ่อนข้อลง และเปิดใจรับการเจรจากับไมโครซอฟท์มากขึ้นแล้วก็ตาม

จากคำให้สัมภาษณ์ของ Icahn ซีอีโอบอลเมอร์มองว่าการคัดค้านสัญญาระหว่างไมโครซอฟท์และยาฮูใดๆอาจเป็น การตัดสินใจที่ผิดของกรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การซื้อบริษัทจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล แห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งจะกินระยะเวลาดำเนินการมากกว่า 9 เดือนขึ้นไป แน่นอนว่าไมโครซอฟท์จะต้องรองรับความเสี่ยงมหาศาลในช่วงเวลานั้น จุดนี้ Icahn ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟท์รู้สึกปลอดภัยและ สามารถรับความเสี่ยงในการเทเม็ดเงินมหาศาลมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานสหรัฐฯ

อย่าง ไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของยาฮูระบุว่า กรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบันยินดีกลับไปเจรจากับไมโครซอฟท์อีกครั้ง แต่ขอยืนยันว่าการเจรจาระหว่าง Icahn และไมโครซอฟท์จะไม่นำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดที่ผู้ถือหุ้นยาฮูต้องการ

หากไมโครซอฟท์และคุณบอลเมอร์ต้องการที่จะซื้อยาฮูจริงๆ เราก็จะเชิญไมโครซอฟท์มาเจรจาอีกครั้งโดยทันที” เนื้อความแถลงการณ์ของยาฮูระบุ ตามการรายงานของรอยเตอร์

Icahn ตอกย้ำว่าบอร์ดบริหารยาฮูชุดปัจจุบันนั้นตัดสินใจผิดพลาดอย่างมากที่ไม่ยอม ขายหุ้นบริษัทให้ไมโครซอฟท์ พร้อมกับจวกว่าบอร์ดบริหารยาฮูผิดพลาดจนทำให้ตัวเลขผลประกอบการหดตัวลงร้อย ละ 21 ในปีที่ผ่านมา โดยทั้งบอลเมอร์และ Icahn ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดเผยราคาเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ในข้อตกลงครั้ง ใหม่ ซึ่งต้องรอดูความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนหลังวันเลือกตั้งกรรมการบริหารยา ฮูวาระใหม่ 1 สิงหาคมนี้

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Technorati Tags: ,

Jul 07

ซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก “ไมโครซอฟท์” เริ่มต้นปี งบประมาณใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “บิล เกตส์” ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธานบริษัทผันตนเองมามีหน้าที่เพียงแค่ที่ปรึกษาของบริษัทเท่านั้น เพื่อทุ่มเทชีวิตส่วนที่เหลือให้กับงานในมูลนิธิที่เขาและภรรยาตั้งขึ้นอย่างเต็มตัว

ทำให้ภาระหนักในการขับเคลื่อนธุรกิจซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่มีสัดส่วนการใช้มากกว่า 90% ของพีซี 1 พันล้านเครื่องในโลก รายได้บริษัทที่มากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 91,200 คน และการบริหารสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 75 ชนิด ตกอยู่กับคนข้างหลัง โดยเฉพาะผู้บริหารสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ บัลเมอร์, เรย์ ออซซี่ ผู้บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเครก มัลดี้ ผู้บริหารฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์แห่งค่ายเรดมอนต์

รายงานข่าวจาก “อิมฟอร์เมชั่น วีก” ระบุว่า คำถามที่ตามมาต่อไมโครซอฟท์และผู้บริหารยุคใหม่ คือหลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะไปในทิศทางใด ?

สตีฟ บัลเมอร์” จะทำงานในฐานะ ผู้นำเพียงผู้เดียวหรือไม่ ? จะเป็นผู้นำ ไมโครซอฟท์ข้ามอุปสรรคนานัปการที่รออยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่ ?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจ นักลงทุน พาร์ตเนอร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไมโครซอฟท์ทั้งหมด ซึ่งมีความห่วงใยต่ออนาคตของไมโครซอฟท์ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการต่อกรสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่าง “กูเกิล” ที่นับวันจะเร่งเครื่องพัฒนาแอปพลิเคชั่น ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตออกสู่ตลาด

ยังไม่นับรวมถึงปัญหาเรื่องยอดขายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า ที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ตกลง 25% ในไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายจากคู่แข่ง เช่น แมคจากแอปเปิล หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการ “ลีนุกซ์” กลับมียอดขายตามร้านวอล-มาร์ตดีขึ้น

สตีฟ บัลเมอร์” วัย 52 ปี กล่าวว่า เขาต้องการจะรักษาตำแหน่งผู้นำของ ไมโครซอฟท์ไปอีก 10 ปี ถ้าหากเขาอยู่รอดได้ถึงแม้เพียง 5 ปี ก็จะสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าระบบปฏิบัติการต่อไปของไมโครซอฟท์ “วินโดวส์ 7″ ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2010 ต้องดีกว่าวิสต้า

ขณะเดียวกันกลยุทธ์ด้านอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ไมโครซอฟท์ต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ว่าแนวทางการดำเนินงานด้านอินเทอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไมโครซอฟท์รั้งตำแหน่งที่ 3 หรือต่ำกว่าในเกือบทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ตามหลังกูเกิล ยาฮู และผู้เล่นในตลาดรายอื่น รวมถึงกรณีร้อนๆ อย่างการควบรวมกิจการกับ “ยาฮู” ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือจะยุติบทบาทของตนเองลง

ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องควบรวมกิจการกับยาฮู เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการสืบค้นข้อมูล และการตลาดบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามเมื่อดีลครั้งนี้ ไม่ประสบผลสำเร็จ เราจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะแสดงเหตุผลต่อนักลงทุนหรือลูกค้า แต่ต้องสามารถนำพาไมโครซอฟท์เข้าสู่ยุค web computing โดยไม่มีบิล เกตส์ ยืนอยู่ เคียงข้างได้ด้วย” บัลเมอร์กล่าว

โชคชะตาของไมโครซอฟท์ภายใต้การกุมบังเหียนของ “สตีฟ บัลเมอร์” ยังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ว่าความสามารถของเขาเพียงพอที่จะพาองค์กรระดับโลกเข้าสู่ยุคการจัดการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ทำให้รายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์เกิดภาวะสั่นคลอนได้หรือไม่

เดอะ ซีแอตเติล ไทมส์” รายงานว่า ภาวะการเปลี่ยนผู้นำของไมโครซอฟท์ถือเป็นความท้าทายน้อยที่สุดที่ไมโครซอฟท์ต้องเผชิญ แต่ความท้าทายหลักคือการพาธุรกิจของบริษัทเดินไปข้างหน้า เพราะปัจจุบันอัตราการเติบโตของไมโครซอฟท์ โตเต็มที่แล้วจึงอยู่ในภาวะลดลง ดังนั้นจึงต้องพุ่งเป้าความสนใจใหม่ไปยังลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ที่มีมากกว่าพันล้านคนแทน

ถึงกระนั้นปัญหาหลักในตลาดเกิดใหม่คืออัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีสัดส่วนสูงมาก และได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายของไมโครซอฟท์ หากยังต้องการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้

บัลเมอร์” ยอมรับว่า ไม่มีใครมาแทนบิล เกตส์ได้ แต่คนไม่ได้ซื้อสินค้าของไมโครซอฟท์ เพราะบิล เกตส์ แต่เพราะต้องการใช้สินค้าเพื่อดำเนินธุรกิจอย่าง ต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพและ นวัตกรรมของไมโครซอฟท์ที่ใส่เพิ่มเข้าไปมากกว่า

คำถามที่ได้ยินตลอดเวลาคือ พวกเราจะรวมกับยาฮูเพื่อผนวกบริการด้านเสิร์ชได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพวกเราจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีบิล” บัลเมอร์กล่าว

ขณะที่ ดิ อีโคโนมิสต์รายงานถึงสิ่งที่ “เรย์ ออซซี่” ผู้บริหารระดับสูงด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของไมโครซอฟท์ กล่าวถึงประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่า ซอฟต์แวร์อาจถึงจุดจบ หากเว็บเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นจนแทนที่การใช้ซอฟต์แวร์ และอาจส่งผลให้ไมโครซอฟท์ลำบากมากขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่หลายสิ่งเกิดขึ้น คนทั่วไปคิดว่าสิ่งนั้นกำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงคอนซูเมอร์เป็นนักปฏิบัติมากๆ และมักผสมระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ได้อย่างลงตัว และการผสมผสานนี้ขึ้นกับว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และต้องการที่จะทำอะไร แทนที่จะถึงจุดจบของซอฟต์แวร์ แต่จะเป็นซอฟต์แวร์บวกกับให้การบริการ และนี่คือกลยุทธ์บทใหม่ของไมโครซอฟท์” เรย์ ออสซี่ กล่าว

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

?

Technorati Tags: ,

Jun 27

แฟนวินโดวส์ที่ไม่เอาวิสต้า (Vista) เตรียมเฮ ไมโครซอฟท์ร่อนจดหมายถึงผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี (Windows XP) ว่าได้ขยายเวลาสนับสนุนผลิตภัณฑ์เป็น 13 ปี ถือเป็นระยะเวลาสนับสนุนที่นานที่สุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์วินโดวส์รุ่นก่อน ผลคือชุดอัปเดทผลิตภัณฑ์วินโดวส์เอ็กซ์พีจะมีออกมาอย่างต่อเนื่องถึงเดือนเมษายนปี 2014
???????
???????Bill Veghte รองประธานไมโครซอฟท์ส่งจดหมายถึงผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื้อความในจดหมายนอกจากจะกล่าวถึงการขยายเวลาสนับสนุนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่าของไมโครซอฟท์เพิ่มจากปกติอีก 3 ปีแล้ว ยังยืนยันด้วยว่า Windows 7 จะวางตลาดในปี 2010 แน่นอน ตามกำหนดการเว้นช่วงจากวิสต้า ระบบปฏิบัติการล่าสุดที่วางตลาดเมื่อมกราคมปี 2007 เป็นเวลา 3 ปี
???????
???????
คนต้าน Vista เฮ
???????
???????Veghte ย้ำว่าการขยายช่วงเวลาสนับสนุนวินโดวส์เอ็กซ์พีเป็นเพราะต้องการให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มค่า และสามารถใช้งานพีซีวินโดวส์เอ็กซ์พีได้นานขึ้น การประกาศครั้งนี้เรียกความยินดีจากลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะองค์กรที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงเพื่ออัปเกรดระบบเป็นวิสต้า

???????
???????อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังยืนยันที่จะยุติการจำหน่ายวินโดวส์เอ็กซ์พีในวันที่ 30 มิถุนายนนี้อย่างเป็นทางการแม้จะยังเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งในขณะนี้ ผู้ค้าปลีกอย่างเดลล์ (Dell) ยังคงจำหน่ายพีซีวินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่ พร้อมกับที่องค์กรจำนวนมากพากันซื้อลิขสิทธิ์วินโดวส์เอ็กซ์พีเพื่อให้สามารถลงวินโดวส์ในเครื่องใหม่ได้
???????
???????Veghte ระบุว่าการหยุดจำหน่ายวินโดวส์เอ็กซ์พีเป็นการหยุดจำหน่ายกล่องซอฟต์แวร์แบบขายปลีก และการจำหน่ายลิขสิทธิ์ให้กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่ต้องการวินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่ก็ยังพอมีช่องทางจะหามาใช้งานได้ โดยวินโดวส์เอ็กซ์พีเวอร์ชันราคาประหยัดจะยังคงจำหน่ายถึงเดือนมิถุนายนปี 2010

ที่มา : manager online

Technorati Tags: , ,

Jun 27

ไม่สงสัยเลยว่าทำไม Microsoft ถึงเติบโตอย่างทุกวันนี้ เพราะบิล เกตส์ บอกว่า การส่ง email ถึงลูกน้องคืองานของเขา

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :

หลัง จากที่มีข่าวการอำลาจากงานประจำที่ Microsoft อย่างถาวรของบิล เกตส์ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะรำลึกถึงวันเก่าๆ ของบุรุษผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกคนนี้ ซึ่งได้สร้างความมหัศจรรย์ให้แก่โลกไอทีนับตั้งแต่เขาถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1955 หรือเมื่อ 53 ปีก่อน

ภาพวันเก่าๆ ของบิล เกตส์ ถูกบันทึกเอาไว้ตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันในเว็บไซต์ของ Seattle Post-Intelligencer รวมถึงยังมี email ที่บิล เกตส์ เคยส่งถึงลูกน้องเพื่อต่อว่าการทำงานที่ย่ำแย่ของเว็บไซต์ Microsoft อีกด้วย ลองมาดูตัวอย่างอีเมลฉบับหนึ่งที่เขาส่งในปี 2003 หรือ 5 ปีก่อน ซึ่งอาจทำให้เห็นบุคลิกเฉพาะตัวและการทำงานของบิล เกตส์ ได้ดียิ่งขึ้น

—- Original Message —-

From: Bill Gates

Sent: Wednesday, January 15, 2003 10:05 AM

To: Jim Allchin

Cc: Chris Jones (WINDOWS); Bharat Shah (NT); Joe Peterson; Will Poole; Brian Valentine; Anoop Gupta (RESEARCH)

Subject: Windows Usability Systematic degradation flame

ผมค่อนข้างผิดหวัง ที่การใช้งาน Windows ดูเหมือนจะถอยหลังลงคลองมากขึ้นทุกวัน และกลุ่มที่ทำงานด้านบริหารจัดการโปรแกรมก็ไม่ยกเรื่องนี้มาถกเป็นปัญหากัน เสียที

ผมจะยกตัวอย่างสิ่งที่ผมเจอเมื่อวานนี้แล้วกัน

ผมต้องการ ดาวน์โหลดโปรแกรม Moviemaker และซื้อชุดโปรแกรม Digital Plus ผมก็เลยเข้าไปที่เว็บไซต์ Microsoft.com แล้วก็ไปที่หน้าดาวน์โหลด แต่ปรากฏว่า 5 ครั้งแรก ผมเข้าไปที่หน้าดาวน์โหลดไม่ได้ เพราะเว็บค่อนข้างช้าและแจ้งว่าหมดเวลาการใช้งาน (time out) แต่สุดท้ายผมก็พยายามเข้าไปจนได้

เมื่อเข้าไปได้แล้ว โปรแกรม Moviemaker ไม่ได้อยู่ใน 5 อันดับแรกของโปรแกรมที่จะให้ดาวน์โหลด ผมก็เลยคลิกไปดูอีก 45 อันดับที่เหลือ แต่ก็ไม่เจอ จึงหันมาลองใช้ระบบกรองคำค้นหา โดยใช้คำว่า

Media…ไม่เจอ

movie…ยังไม่เจอ

movie maker…ไม่พบอะไรเลย

ผมหมดความอดทน จึงอีเมลไปหา Amir ถามว่าโปรแกรม Moviemaker ที่จะให้ดาวน์โหลดอยู่ที่ไหน มันมีอยู่ในเว็บหรือเปล่า เขาตอบว่าให้ผมเข้าไปที่หน้าแรกของเว็บ และพิมพ์คำว่า movie maker (ไม่ใช่ moviemaker) ลงในช่อง search

ผมจึงลองดู แล้วก็พบว่าเว็บนี้ช้าอย่างน่าสมเพช มันใช้เวลาถึง 6 วินาทีในการค้นหา พอหาเจอแล้วผมก็หวังว่าจะมีปุ่มให้ดาวน์โหลดเสียที แต่ปรากฏว่าระบบบอกให้ไปที่หน้า Windows Update ก่อน เพื่อลง hotfix และอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด

นี่เป็นเรื่องประหลาดสำหรับผมเอามากๆ ทำไมผมต้องไปที่หน้าอื่นๆ และสแกนอะไรอีกมากมาย เพื่อที่จะดาวน์โหลด Moviemaker แค่นั้นเอง

สุดท้ายผมก็จำเป็น ต้องไปหน้า Windows Update แล้วมันก็บังคับให้ผมต้องดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด แถมไม่ได้โหลดพร้อมกันด้วย มันให้ผมเลือกโหลดทีละตัวๆ

คำถามก็คือ Windows Update มันไม่รู้จักวิธีที่จะคุยกับ Windows กันเองหรือไงว่าอันไหนจำเป็นก็ให้ดาวน์โหลดไปเลย

จากนั้นผมก็สั่งให้มันสแกน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนาน เมื่อสแกนเสร็จ มันบอกว่าผมต้องดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมด 17 MB

ช่วงดาวน์โหลดถือ ว่าเร็วใช้ได้ แต่ช่วง Install กลับใช้เวลานานถึง 6 นาที และทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานช้ามากจนผมไม่สามารถใช้ทำงานอย่างอื่นได้เลย มันบ้ามากๆ

เท่านั้นยังไม่พอ หลังจาก Install เรียบร้อย มันบอกให้ผม reboot เครื่อง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้อง reboot ทั้งๆ ที่ผมก็สั่ง reboot ทุกคืนอยู่แล้ว แล้วนี่จะมาให้ reboot อีกทำไม

เอาล่ะ ถึงยังไงผมก็ต้อง reboot เพราะระบบบังคับให้ต้องทำอย่างนั้น ซึ่งแน่นอนว่างานที่ผมทำค้างอยู่นั้นหายไปหมด พอเครื่องเปิดขึ้นมาใหม่ ผมก็แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองต้องการจะทำอะไรในตอนแรก

ผมกลับไปที่หน้า เว็บ Microsoft อีกครั้ง และเข้าไปจนเจอที่ดาวน์โหลด Moviemaker แต่ระบบให้คลิกเลือก OS ที่ใช้อยู่เสียก่อน ซึ่งผมใช้ Windows XP แต่…

ทำไมผมต้องแจ้งว่า ผมใช้ XP ด้วย ทั้งๆ ที่ตอนทำ Windows Update มันก็รู้ว่าผมใช้ XP อยู่ มันประหลาดมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อผมคลิก XP แล้ว ในที่สุดก็พบ Moviemaker จนได้

ช่วงดาวน์โหลดเร็ว เหมือนเดิม แต่ช่วง Install ก็ช้ามากเหมือนเดิม และในระหว่างนั้น ระบบบอกว่าต้องมีโปรแกรม Windows Media Series 9 ด้วย ผมจึงต้องไปดาวน์โหลดมาอีก

คราวนี้มีหน้าต่าง ขึ้นมาว่าจะ Open หรือ Save ผมไม่รู้ว่าต้องคลิกอันไหน ประหลาดมากที่ไม่มีคำอธิบายบอกความแตกต่างของมัน ผมจึงเลือก Open ซึ่งก็เช่นเคย ช่วงดาวน์โหลดเร็ว แต่ Install นานถึง 7 นาที

ถึงตอนนี้ผมก็คิด ว่าน่าจะได้โปรแกรม Moviemaker มาแล้ว จึงลองไปดูที่ add/remove programs ในเครื่องเพื่อให้แน่ใจว่าดาวน์โหลดสำเร็จจริงๆ

ปรากฏว่า…ไม่มี!!!

มีแต่ขยะอะไรก็ไม่ รู้เต็มไปหมด อย่างพวก Microsoft Autoupdate Exclusive test package, Microsoft Autoupdate Reboot test package, Microsoft Autoupdate testpackage1, Microsoft Autoupdate testpackage2, Microsoft Autoupdate test package3

บางคนลองลบตัวที่ คิดว่าไม่ได้ใช้ออกไป ปรากฏว่าระบบไฟล์ใช้ไม่ได้อีกเลย พวก registry ก็ใช้ไม่ได้ รายชื่อโปรแกรมพวกนี้ก็กลายเป็นขยะไปในทันที เท่านั้นยังไม่พอ ผมลองไล่ดูไปเรื่อยๆ ก็พบไฟล์ที่มีชื่อแปลกๆ อย่างเช่น

Windows XP Hotfix see Q329048 for more information

มันคืออะไรเหรอ…Q329048

อะไรมันจะเละเทะขนาดนี้ มีขยะเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มี Moviemaker

ผมจึงล้มเลิกความ ตั้งใจ หันไปดาวน์โหลด Digital Plus แทน แต่ระบบบอกให้ผมใส่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองให้ครบเสียก่อน พอใส่เรียบร้อย ระบบบอกว่าผมพิมพ์บางอย่างผิด ต้องพิมพ์ใหม่ แล้วมันก็ลบข้อมูลที่ผมใส่ไปแล้วออกเกือบหมด ผมต้องนั่งกรอกข้อมูลใหม่อย่างนี้ 5 ครั้ง เพราะมันลบข้อมูลทุกครั้งที่ผมพิมพ์ผิด จนผมไม่รู้ว่าพิมพ์ผิดตรงไหนบ้าง

กว่า 1 ชั่วโมงที่ผมต้องงมกับการใช้งานบนหน้าเว็บไซต์ Microsoft ซึ่งพบว่ามันเลวร้ายและบ้าเอามากๆ และสุดท้ายผมก็ไม่ได้โปรแกรม Moviemaker และ Digital Plus จนได้

—————————-

นี่เป็นอีเมลที่บิล เกตส์ ส่งให้ลูกน้องอ่านเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสะท้อนถึงประสิทธิภาพการใช้งานของเว็บ Microsoft ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บิล เกตส์ บอกว่า ?ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะไม่ส่งอีเมลถึงพนักงาน เพราะนั่นคืองานของผม?

ข่าวจาก : กรุงเทพธุีีรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , ,

Jun 15

หลังจากเล่น Game Theory กันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายดีลไมโครซอฟท์กับยาฮูก็ไปไม่รอด

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า ยาฮูบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้โฆษณาบางตัวของกูเกิลปรากฏบนหน้าผลการค้นหา ของเวบ ภายหลังการเจรจาควบกิจการกับยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ยุติลงด้วยความล้มเหลว

ยาฮูเผยว่า ดีลครั้งใหม่กับกูเกิลอาจเพิ่มยอดขายให้บริษัทถึง 800 ดอลลาร์ต่อปี แต่อาจจะต้องยืดเวลาเริ่มดำเนินการจริงจนถึงเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้เวลากับกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ที่ตรวจสอบรายละเอียด

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะแสดงผลโฆษณาจากกูเกิล ใกล้กับผลการค้นหาบนเวบยาฮู รวมถึงเวบอื่นๆ ของยาฮูในสหรัฐ และแคนาดา ซึ่งเชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มให้ยาฮูเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของ บริษัทได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของ 2 คู่แข่งครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่ยาฮู เปิดเผยข้อมูลว่า ไมโครซอฟท์ได้ประกาศยุติการเจรจากับบริษัทอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาข้อ ตกลงกับไมโครซอฟท์ ซึ่งต้นเดือนที่ผ่านมายักษ์ซอฟต์แวร์รายนี้ได้ถอนตัวจากแผนเข้าซื้อกิจการ มูลค่า 47.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังมีกระแสข่าวเจรจาซื้อขายธุรกิจบางส่วนออกมาอย่างต่อเนื่อง

ยาฮูระบุว่า ตัวแทนของไมโครซอฟท์กล่าวอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่สนใจที่จะควบกิจการของยาฮู แม้จะเสนอมีการเสนอราคาใหม่ก่อนหน้านี้

จากแถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า แผนเข้าซื้อธุรกิจค้นหาข้อมูลของยาฮูที่ไมโครซอฟท์ให้ความสนใจนั้น ทางคณะกรรมการของยาฮูได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามแผนดังกล่าวอาจทำให้ยาฮูไม่มีอิสระในการทำธุรกิจ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการวางกลยุทธ์ในอนาคต และแผนดังกล่าวยังไม่อยู่ในความสนใจของกลุ่มผู้ถือหุ้นของยาฮูในขณะนี้

อย่างไรก็ตามความร่วมมือครั้งใหม่ เกิดขึ้นในช่วงที่ยาฮูกำลังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มผู้ถือหุ้นนำโดยมหา เศรษฐีคาร์ล ไอคาห์น ซึ่งพยายามจะขับไล่บอร์ดชุดปัจจุบันของยาฮู ที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุที่ให้การเจรจาเข้าซื้อกิจการกับไมโครซอฟท์ล้มเหลว

ที่มา : น.ส.พ ดอทคอม

Technorati Tags: , , , , ,

ปิด
E-mail It