Wordpress Themes
Aug 12

??วันแม่ทั้งที ผู้จัดการออนไลน์ขอถือโอกาสประมวลความทุกข์ของคุณแม่ยุคไอทีแสนสิวิไลซ์ คุณแม่หลายรายปวดหัวกับพฤติกรรมลูกสาวที่ดูต่อหน้าเหมือนผ้าพับไว้เรียบร้อย แต่พอคุณแม่ได้เห็น”Hi5″ของลูกสาวก็ต้องลมใส่ เพราะเนื้อความในนั้นแสดงชัดเจนว่าลูกสาวมีพฤติกรรมต่างไปจากหนูน้อยที่คุณแม่รู้จัก ขณะที่คุณแม่บางรายสุดเซ็งกับการติดเกมคอมพิวเตอร์หัวปักหัวปำของลูกชาย หิวไม่เป็นไรของให้นิ้วยังคลิกได้ ติดเกมไม่พอบางรายติดโทรศัพท์มือถือหนุบหนับ คุณแม่ปวดหัวลูก ป.5 ขอมีโทรศัพท์มือถือ
???????
???????รู้จักลูกมากขึ้นด้วย Hi5

???????
???????”รู้มานิดหน่อยว่าที่โรงเรียน ลูกสาวเรามีแฟนเป็นทอม แต่พอดูจากไฮไฟว์ทำให้รู้ว่า ทอมที่เป็นแฟนของลูกเรามีกิ๊กเป็นดี้อีกหลายคน ดี้พวกนี้เข้ามารุมว่าลูกเราในไฮไฟว์หยาบๆคายๆ ลูกเราเองก็เขียนตอบโต้สุดแรงเหมือนกัน” คุณแม่รายหนึ่งเล่าถึงลูกสาวที่เรียนโรงเรียนหญิงล้วน กำลังกลุ้มใจเพราะพฤติกรรมที่ลูกเป็น ต่างกับพฤติกรรมที่แม่เห็นอยู่ทุกวันอย่างชัดเจน
???????
???????คุณแม่รายนี้ไม่ได้เข้าไปอ่าน Hi5 ของลูกสาวด้วยตัวเอง แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เข้าไปอ่านและนำข่าวมาบอก ลูกสาวนำชีวิตรันทดของตัวเองมาตัดพ้อด้วยการตั้งชื่อหัวเอ็มเอสเอ็นในทำนองว่ามันหาว่ากูแ-ด” ซึ่งตอนนี้ตัวลูกสาวอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คุณแม่ทราบเรื่องของตัวเองจากโลกไฮเทคแล้ว
???????
???????อย่างไรก็ตาม คุณแม่บางรายมองว่าการเรียนรู้ลูกตัวเองจาก Hi5 เป็นเรื่องดี ทำให้ครอบครัวสามารถรับรู้ต้นเหตุปัญหาของลูกได้ก่อนที่จะสายเกินไป
???????
???????”เด็กทุกคนเล่น Hi5 เป็นล่ำเป็นสัน Hi5 เป็นช่องทางที่เค้าจะปลดปล่อยได้แบบสนิทใจ ในอดีตเราไม่มี Hi5 พ่อแม่ไม่มีช่องทางรับรู้ว่าลับหลังไปแล้วลูกเราไปทำอะไร เมื่อตอนนี้เรามี Hi5 ถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะทำให้เราดูแลลูกได้ดีขึ้น”

?

???????หิวเกมไม่หิวข้าว
???????
???????”พอได้แล้วนะ วันนี้ไม่จับหนังสือเลย จับเมาส์ทั้งวัน ข้าวปลาก็ไม่กิน” เสียงคุณแม่ข้างบ้านบ่นว่าลูกชายลอยมาตามสายลม คุณแม่รายนี้ต่อต้านลูกชายที่ติดเกมออนไลน์ทุกวัน บางวันใช้น้ำเย็นลูบ บางวันตบะแตกโวยวายเสียงดังได้ยินไปแปดบ้าน

???????
???????เรื่องเด็กติดเกมเป็นปัญหาระดับชาติของเยาวชนไทย ร้านเกมออนไลน์ผุดขึ้นบริเวณใกล้โรงเรียนเป็นดอกเห็ด คุณแม่หลายรายยอมรับว่า ทั้งลูกชายและลูกสาวติดเกมเพราะติดใจความสนุกหลังจากได้ลิ้มลองเล่นพร้อมเพื่อนที่ร้าน แน่นอนว่า คุณแม่จำนวนไม่น้อยพยายามทำใจกับอาการติดเกมของลูกด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งเด็กเหล่านี้จะคิดได้เอง
???????
???????ไม่ใช่แค่เกมออนไลน์ ตามร้านตู้เกมในกรุงเทพฯจำนวนมากล้วนมีเด็กเล็กเด็กโตส่งเสียงเอะอะคึกครื้น หลายร้านไม่มีการจัดเรทอายุเกมสำหรับเด็ก ล่าสุดผู้เขียนพบเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีกำลังสวมบทโจรในเกม วาดลวดลายทุบตีเพื่อชิงทรัพย์แลกคะแนน ชวนให้หวั่นใจว่าเราจะฝากอนาคตของชาติไทยไว้ที่มือเด็กเหล่านี้ไหวหรือไม่
???????
???????และไม่ใช่เฉพาะในเด็ก ผู้ใหญ่บางคนติดเกมคอมพิวเตอร์จนแฟนตัวเองทนไม่ไหว ประกาศขอเลิกเพราะฝ่ายชายเอาแต่เล่นเกมหลายคืนติดกัน ฝ่ายหญิงไม่มั่นใจว่าจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายประเภทนี้ได้หรือไม่
???????
???????เราทนมาหลายปีแล้ว คิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป” ฝ่ายหญิงเล่าว่า ฝ่ายชายเล่นเกม สูบบุหรี่ และกินข้าวอยู่หน้าคอมพ์ทุกวันหยุด จะเดินบ้างก็คือช่วงที่ไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นไม่สงสัยเลยว่าแฟนคนที่แล้วของมันทำไมถึงเลิกกัน”
???????
???????มือถือทำคุณแม่ปวดหัว

???????
???????ทุกวันนี้ไม่มีใครขีดเส้นว่า เด็กๆยุคไอทีสมควรมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองเมื่ออายุเท่าใด เมื่อเด็กป.5 รายหนึ่งขอร้องให้คุณแม่ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ คุณแม่นิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะถอนหายใจเฮือก
???????
???????เรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือในเด็กเป็นประเด็นที่ต่างประเทศให้ความสนใจไม่แพ้ในเมืองไทย ทั้งในเรื่องความเหมาะสมและอันตรายด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งแม้งานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าควรต้องจำกัดการใช้งานโทรศัพท์มือถือในเด็กวัยสมองกำลังเจริญเติบโต เนื่องจากพบความเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็ง จะถูกหักล้างจากงานวิจัยของสถาบันมะเร็งมหาวิทยาลัย University of Pittsburgh ว่าไม่พบความเกี่ยวข้องระหว่างมะเร็งและโทรศัพท์มือถือ แต่แน่นอนว่าคุณแม่หลายรายไม่ปักใจเชื่อ และหวั่นใจไม่น้อยเมื่อลูกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู
???????
???????ตอนนี้เราได้ยินมาว่าเด็กใช้โทรศัพท์มือถืออาจทำให้เป็นมะเร็งได้ แน่นอนว่าฉันไม่มีทางรู้ว่าเรื่องนี้จริงเท็จแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันมั่นใจคือเด็กๆส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์มือถือ” คุณแม่ลูกสี่ชาวต่างชาติรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ คุณแม่รายนี้บอกว่าไม่เคยมองโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้ลูก เพราะเธอจะต้องรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหนตลอดเวลา
???????
???????ที่สหรัฐฯ มีหนังสือชื่อ “Bringing Up Geeks: How to Protect Your Kid’s Childhood in a Grow-Up-Too-Fast World” ซึ่งกล่าวถึงวิธีปกป้องลูกน้อยจากโทรศัพท์มือถือวางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการ สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ชาวสหรัฐเองก็สนใจที่จะปกป้องเยาวชนไม่ให้ถูกเทคโนโลยีทำร้ายก่อนจะสายเกินแก้
???????
???????การสำรวจพบว่า 21 เปอร์เซ็นต์ของเด็กชาวอเมริกันวัย 8 ถึง 10 ปีมีโทรศัพท์มือถือ ขณะที่ 36 เปอร์เซ็นต์ของเด็กวัย 11 ถึง 14 ปีมีโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นตัวเลขที่เชื่อว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
???????
???????นี่เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องราวความกังวลในโลกยุคไอทีที่ไม่มีเทคโนโลยีใดแก้ไขได้ ขอให้บทความนี้เป็นกำลังใจให้คุณแม่ที่กำลังหนักใจพฤติกรรมลูก เพราะไม่ใช่คุณคนเดียวที่พบปัญหาเหล่านี้ แต่ยังมีคนหัวอกเดียวกันร่วมเดินทางไปกับคุณด้วย

ที่มา : Manager Online

Jul 13

เอสเอพี”เสนอโปรแกรม University Alliances สู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หวังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีในตลาดเมืองไทย ล่าสุดมอบโอกาสให้แก่สถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกเพื่อให้นำซอฟต์แวร์ของ SAP ไปใช้ในการเรียนการสอนนักศึกษาเช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับการอบรมแล้วกว่า 150,000 คนจาก 800 มหาวิทยาลัยใน 36 ประเทศทั่วทวีปยุโรปและอเมริกา สิงคโปร์ คาดภายใน 1-2 ปีข้างหน้าจะมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วม 15-20 แห่งทั่วประเทศไทย
???????
???????คุณภัทร ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอพี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อผลักดันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ และด้านเทคนิคในสถาบันระดับอุดมศึกษา เอสเอพีนำเสนอโครงการอบรมซอฟต์แวร์เอสเอพีผ่านทางโครงการ University Alliancesให้แก่เหล่านักศึกษา และคณาจารย์จากทั่วทุกมุมโลก นับเป็นการแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนทักษะฝีมือในวงการอุตสาหกรรม
???????
????????ด้วยวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสารในปัจจุบัน เอสเอพีมองเห็นความจำเป็นในการช่วยจัดเตรียมบุคลากรไอทีให้มีความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในวงการอุตสาหกรรม? ผู้บริหารเอสเอพี กล่าว
???????
???????เอสเอพีหวังว่าจะสามารถดำเนินการได้ครอบคลุมมหาวิทยาลัยมากกว่า 300 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกภายในปี พ.ศ. 2553 และสำหรับในประเทศไทยคาดว่าจะสามารถขยายจำนวนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจาก 8 แห่งในปัจจุบันเป็น 15-20 แห่งภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ เพื่อช่วยสร้างกลุ่มบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างดีเพื่อที่จะนำความรู้ความชำนาญอันเหมาะสมไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมได้
???????
???????สำหรับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ University Alliances ในภูมิภาคดังกล่าว ศูนย์ UCC จะดูแลในแง่ที่เกี่ยวกับด้านโฮสติ้งทางเทคนิคทั้งหมดด้วยการใช้งานซอฟต์แวร์ พร้อมเสริมด้วยการสนับสนุนการเรียนการสอนให้แก่ผู้ใช้ สิ่งนี้จะช่วยให้สมาชิกของ University Alliances สามารถมุ่งความสนใจไปยังการสอนซอฟต์แวร์ของเอสเอพีมากกว่าที่จะต้องมาคอยกังวลเกี่ยวกับการติดตั้งและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่ในสถาบัน
???????
???????ในส่วนขั้นตอนการใช้งาน สมาชิกสามารถ log-in เข้าไปที่ remote systems ของ SAP ที่ออสเตรเลีย โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งฮาร์ดแวร์ใดๆ ในมหาวิทยาลัยเลย ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการอำนวยความสะดวกในการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ของอาจารย์ผู้สอน นอกจากนี้ SAP ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้ายเทคนิคจากออสเตรเลียมาคอยให้ความรู้และให้คำปรึกษาแก่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทั้งหลายในประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย
???????
???????สำหรับในประเทศไทยขณะนี้ได้มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการแล้ว ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินทร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: , ,

Jun 20

ผลวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ำทำงานด้านไอทีและเทคโนโลยีตัดสินใจลาออกจากงานกว่าครึ่ง และส่วนใหญ่เป็นพนักงานระดับหัวกะทิด้วย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :

Harvard Business Review ได้เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดพบว่า ผู้หญิงที่ทำงานด้านไอทีและเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาและบริษัทใหญ่ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย จีน อินเดีย และรัสเซีย ตัดสินใจลาออกจากงานกว่าครึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35-40 ปี เท่านั้นยังไม่พอ ผลสำรวจยังระบุว่าผู้หญิงกว่า 40% ที่ทำงานในสาขานี้อยู่ในระดับหัวกะทิเลยทีเดียว

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่เพราะผู้หญิงต้องออกไปดูแลลูกหรือครอบครัวอย่างที่หลายคนคิด แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ การคุกคามทางเพศจากเพื่อนร่วมงานนั่นเอง ซึ่งผลสำรวจพบว่าผู้หญิงในสาขาอาชีพนี้กว่า 60% เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศมาแล้วทั้งนั้น

ปัญหารองลงมาคือความโดดเดี่ยวในการทำงาน เพราะสายงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมักจะมีผู้ร่วมงานเป็นผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงในสาขาอาชีพนี้ไม่มีต้นแบบ ไม่มีคู่หู หรือไม่มีที่ปรึกษาที่เข้าใจเธอดีพอ ซึ่งงานบางอย่างอาจเธออาจเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีม หรือเป็นหัวหน้าของลูกน้องผู้ชาย หากลูกน้องไม่ให้ความนับถือ ก็จะทำให้เกิดแรงกดดันต่อการทำงานได้ง่าย

ปัญหาถัดมาคือการทำงานในที่เสี่ยงภัยหรือภาวะฉุกเฉินสำหรับผู้หญิงนั้น มักไม่เป็นที่ยอมรับของหัวหน้างาน เช่น ถ้าระบบไอทีที่สาขาย่อยในอีกเมืองหนึ่งเกิดล่มในกลางดึก หากเป็นผู้ชายก็สามารถขึ้นเครื่องบินไปได้ในทันที อาจจะปลุกปล้ำอยู่ที่นั่นสัก 2-3 วันเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง และถ้าล้มเหลว เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าก็อาจจะให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้ง แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ค่อนข้างลำบากในการเดินทาง และหัวหน้างานมักไม่ให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้งหากล้มเหลว แต่มักจะส่งผู้ชายไปทำแทน เป็นต้น

สุดท้ายคือชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน โดยในสายอาชีพนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 71 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือวันละประมาณ 12-14 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งไม่เหมาะเอามากๆ กับผู้หญิงในวัย 35-40 ปี ที่มักจะมีลูกและภาระทางครอบครัวที่ต้องดูแลมากขึ้น

คำถามคือหนทางแก้ปัญหาคืออะไร วิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลค่อนข้างดีคือ บริษัทควรหาที่ปรึกษาให้แก่ผู้หญิงที่ทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ หรืออาจจะตั้งชมรมพนักงานผู้หญิงขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรืออาจใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย เช่น บริษัท Cisco ซึ่งให้พนักงานผู้หญิงในอินเดีย สามารถปรึกษาพนักงานหญิงอาวุโสในซานโฮเซ่ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

บริษัทด้านไอทีและเทคโนโลยีในเมืองไทยเองก็ควรรีบสำรวจดูว่า พนักงานผู้หญิงในระดับสูงขึ้นไปนั้นมีปัญหาถูกกดดันในอาชีพหรือไม่ มิฉะนั้นในระยะยาวแล้ว บริษัทเหล่านี้อาจจะมีแต่ผู้ชายทำงานกันหมดก็เป็นได้…ขาดความหลากหลายทางชีวภาพอย่างแรง!!!

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , , ,

Jun 19

การพัฒนาของสินค้าและบริการเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ที่สำคัญคือวิ่งไปเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยล่าสุดนิตยสาร PC World ได้จัดอันดับ 100 สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในอเมริกาที่มีทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชัน การใช้งานเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีความสมเหตุสมผล

โดยทางนิตยสารได้ สำรวจจากกองบรรณาธิการและผู้อ่าน PC World ถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 100 ชนิดที่ยังสามารถหาซื้อได้ในปัจจุบัน ทั้งอุปกรณ์ฮารด์แวร์ แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ หรือการบริการต่างๆ เพื่อจัดอันดับหาสินค้าที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยตัดสินจากองค์รวม ทั้งดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอก ฟังก์ชันการทำงาน ประสิทธิภาพในการประมวลผล และผลกระทบที่ได้รับแล้วรวบรวมเป็นคะแนนออกมา

อันดับ 1 คือ “Hulu.com” เว็บไซต์บริการวิดีโอออนไลน์คุณภาพสูง โดยเสนอรายการทีวี ภาพยนตร์ หรือคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยม คอนเทนต์ส่วนใหญ่มาจากรายการช่วงเวลาไพรมไทม์ที่ฉายในสหรัฐ เช่น Fox, NBC, MGM, Sony, Warner Brothers และสถานีชื่อดังอื่นๆ รวมถึงรายการเก่าที่นำกลับมาฉายซ้ำใหม่ หรือแม้แต่ภาพยนตร์เรื่องยาว พร้อมชูคุณสมบัติคอนเทนต์ความละเอียดสูงเป็นจุดขาย

นอกจากนี้ Hulu ยังอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกหรือแชร์วิดีโอที่ต้องการให้กับเพื่อนคน อื่นได้ขณะที่เรากำลังชมอยู่ได้ โดย Hulu จะเปิดให้บริการฟรีแก่ผู้ชมทั่วไป แต่จำกัดพื้นที่เฉพาะในสหรัฐเท่านั้น

Hulu ก่อตั้งขึ้นในเดือน มี.ค.2550 มีผู้ร่วมทุนระหว่าง NBC Universal และ News Corp โดยจุดประสงค์ของ Hulu คือ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมโปรแกรมรายการคุณภาพสูงแบบออนดีมานด์ผ่านทางออนไลน์

อันดับ 2 นวัตกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี “ไอโฟน” จากค่ายแอปเปิล น้องใหม่ที่กลายเป็นผู้เปลี่ยนโฉมรูปแบบและการดีไซน์มือถือและเทคโนโลยี ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นระบบ ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส มัลติทัช และวอยซ์เมล์

ส่วนเฟสบุ๊ก” เครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในอันดับที่ 3 เพราะการพัฒนาของ แอปพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมายังมีการพัฒนาอยู่ในระดับ เริ่มต้นเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นความนิยมใช้เฟสบุ๊กเพื่อติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนทั้งการแชร์ รูปภาพ กำหนดอีเวนต์ หรือใช้เพื่อสื่อสารอื่นๆ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้เสมอ

อันดับ 4 ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ XP” ถึงแม้ว่า XP อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในหมู่พีซีรุ่น โลว์เอนด์ แต่ความสามารถในการใช้งานที่ง่ายกว่า ดีกว่า และกินพื้นที่น้อยกว่าไมโครซอฟท์ วิสต้า จึงยังทำให้ XP ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกเสมอ อย่างไรก็ตาม ทางไมโครซอฟท์มีแผนที่จะยกเลิกการผลิตระบบปฏิบัติการดังกล่าวในวันที่ 30 มิ.ย.นี้

ถัด มาคือ “เลอโนโว ทิงก์เพค X300″ โน้ตบุ๊กขนาดบางพิเศษ เหมาะสำหรับกลุ่ม ผู้ใช้นักธุรกิจ มาพร้อมความสามารถด้านการประมวลผล ช่องเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วง (port) จำนวนมาก และออปติคอล ไดรฟ์ขนาดบางเท่ากระดาษ สนนราคา 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หลายฝ่ายถึงกับจับตามองว่า ทิงก์เพค X300 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Macbook Air ทีเดียว

บราวเซอร์ “Flock” เข้ามาติดอยู่ในโผอันดับ 6 โดย Flock เกิดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ผู้ใช้เครือข่ายสังคมโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็นประตูรวบรวมเว็บชุมชน ออนไลน์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Flickr, Twitter, YouTube, Photobucket, Gmail, Yahoo Mail หรือเครื่องมือในการสร้างบล็อกไว้ภายใต้หน้าต่างเดียว จึงทำให้ Flock ต่างจากเว็บบราวเซอร์อื่นๆ ทั่วไปที่ ผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดเว็บที่ต้องการใช้งาน ทีละเว็บก่อน

อันดับ 7 เมมโมรี่ การ์ด แบบไร้สายสำหรับกล้องดิจิทัล “Eye-Fi” ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ ความจุขนาด 2GB โดยการ์ด Eye-Fi สามารถเปลี่ยนช่อง Secure Digital ของกล้องดิจิทัลให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถรองรับระบบไวไฟได้ ทำให้ผู้ใช้สามารภอัพโหลดรูปภาพจากกล้องถ่ายรูปไปยังเครื่องพีซี หรือเว็บไซต์รับรูปภาพได้โดยตรง อันดับ 8 ตามมาติดๆ ด้วยกล้อง “Casio Exilim Pro EX-F1″ ความละเอียดภาพ 6 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอสูงสุด 1200 เฟรมต่อวินาที คุณภาพของภาพถ่ายขนาดต่ำสุดอยู่ที่ ขนาด 1920×1080 พิกเซล และความเร็วภาพ 60 เฟรมต่อวินาที ราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 9 เกม “Rock Band” จากค่าย อีเอ ที่จะพาผู้เล่นเป็นเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดนตรี ทั้งมือกีตาร์ นักร้อง หรือนักตีกลอง และออกทัวร์คอนเสิร์ตไปพร้อมๆ กัน

รั้งตำแหน่ง อันดับ 10 ได้แก่ “วิกิพีเดีย” สารานุกรมออนไลน์ที่ใหญ่สุด ในโลก ปัจจุบันเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์จากอาสาสมัครหรือผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลกที่มีความรู้ ความเข้าใจเนื้อหานั้นเป็นผู้สร้างขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลตั้งแต่เรื่องราวของดารา จนถึงด้านวิทยาศาสตร์หนักๆ ทำให้ตอนนี้เว็บไซต์วิกิพีเดียกลายเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ที่มีความน่า เชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลกที่ต้องการเข้ามาค้นหาข้อมูล หรือสร้างข้อมูลได้

ส่วนอันดับ 11-100 ที่น่าสนใจ เช่น ไอพอด ทัช (13) Nintendo Wii (16) Google Map (25) Gmail (41) Youtube (81) Microsoft Office 2007 (83) Ubantu Linux (90) เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมประชาชาติธุรกิจ

Technorati Tags: , , , ,

Jun 16

เรียกได้ว่าตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังจดจ้องกับผลการสำรวจ ?ค่าตัว? ของบุคลากรในแวดวงไอที ซึ่งนิตยสาร InformationWeek ได้จัดทำขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของทุกปี โดยเป็นการอ้างอิงจากสภาพการจ้างงานของตลาดแรงงานในสหรัฐอเมริกา

ผลการสำรวจพบว่า ค่าเหนื่อยของบุคลากรในธุรกิจไอทีนั้นลดลงประมาณ 2,000 ดอลลาร์มาอยู่ที่ 76,000 ดอลลาร์ ในขณะที่ระดับผู้บริหาร อัตราผลตอบแทนลดลงมาอยู่ที่ 103,000 ดอลลาร์ แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น จากการสำรวจไปยังกลุ่มตัวอย่าง 9,600 คน นอกจากจะได้รู้เรื่องของอัตราจ้างงานแล้ว ยังได้ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณในการอบรม และสร้างเสริมทักษะให้แก่บรรดาทรัพยากรบุคคลของแต่ละบริษัทด้วย

หลายปีที่ผ่านมา หลายบริษัทประกาศงดการขึ้นเงินเดือน จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว 74% ของพนักงานระดับปฏิบัติการ และ 80% ของกลุ่มผู้บริหารรายงานว่าได้รับการเพิ่มเงินเดือน ในขณะที่เพียงแค่ 65% ของพนักงานปฏิบัติการ และ 71% ของผู้บริหารกล่าวว่า จะได้รับเงินเดือนขึ้นในปีนี้ แต่อัตราการขยับขึ้นนั้นน้อยนิด บรรดาพนักงานระดับปฏิบัติการได้รับเงินเดือนขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2.9% ในขณะที่ปีที่ผ่านมาอัตราการขึ้นเงินเดือนอยู่ที่ 3.3% และผู้บริหารได้รับการปรับขึ้นในอัตรา 3.7% ในขณะที่ปีที่แล้วพวกเขาได้รับการขึ้นเงินเดือน 4.2%

นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2007 บรรดานายจ้างเริ่มรัดเข็มขัดในนโยบายการปรับเงินเดือน อัตราจ้าง โดย เดวิด แวน เดอ วอร์ธ จากบริษัทวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มอร์เซอร์ กล่าวว่านอกจากการขึ้นเงินเดือนจะน้อยลงแล้ว งบประมาณด้านการจัดการบริหาร และฝึกอบรมพนักงาน เพื่อมองหาพนักงานใหม่ และดึงตัวพนักงานคนเดิมให้อยู่กับบริษัทเองก็เริ่มน้อยลงด้วยเช่นกัน

?ธุรกิจในอุตสาหกรรมไอทีเองก็เริ่มได้รับผลกระทบเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ แล้ว? เขากล่าว

บิล โอ เรียลรี ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นในอัตราที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว และเขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนงาน โดยหลังจากที่ทำงานเป็นผู้จัดการในสถาบันวิจัยในซีแอตเติลถึง 6 ปี โดยจะต้องทำงานเกี่ยวกับการวิจัยผู้ป่วยโรคมะเร็ง โอ เรียลรี ได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อปีที่แล้ว แต่ในที่สุด เขาบอกว่า เมื่อเขาได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าจากบริษัทไฮเทคแห่งหนึ่ง ที่แม้จะเสนอเงินเดือนเท่าเดิม แต่ด้วยการแบ่งหุ้นของบริษัท และการมี ?อุปกรณ์ไฮเทคใหม่ๆ เอาไว้เล่น? ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนงาน

และในปีนี้ ที่บริษัทแห่งใหม่ เขาได้รับเงินเดือนขึ้นประมาณ 3.5-4% แต่ด้วยอัตราผลตอบแทนแบบแบ่งส่วนกำไรทุกไตรมาส และผลตอบแทนอื่นๆ นอกจากเงินเดือน ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นในส่วนนี้มากถึง 3,500-4,000 ดอลลาร์ต่อปี

ในส่วนของเงินโบนัสในปีนี้มีรายงานว่าลดลงประมาณ 1,000-3,000 ดอลลาร์ ในกลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการ และประมาณ 7,000 ดอลลาร์ในกลุ่มผู้บริหาร โบนัสคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของอัตราตอบแทนของระดับพนักงาน และ 7% ของผู้บริหาร ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่อยู่ในระดับกลางๆ หากไม่นับวิกฤติโลกไอทีในปี 2001 ซึ่งในช่วงนั้นฟองสบู่ได้ดันให้โบนัสพุ่งทะยานขึ้นถึง 16%

โดยกล่าวกันว่า ครึ่งหนึ่งของพนักงาน และสองในสามของผู้บริหารถึงกับยิ้มแก้มปริเพราะได้รับเงินโบนัส 63% ของพนักงาน และ 71% ของผู้บริหารได้รับเงินโบนัสโดยอิงจากผลการทำงาน และ 42% กับ 47% ได้รับโบนัสโดยอิงจากการแบ่งส่วนกำไร และอีก 15% กับ 21% ได้รับโบนัสจากจำนวนความคืบหน้าของโปรเจคที่อยู่บนมือ

เมอร์เซอร์ กล่าวว่า การธุรกิจที่ให้บริการเกี่ยวกับรักษาความลับของข้อมูลก็ไม่ได้ร้อนแรงมาก เท่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าคนที่ทำงานในธุรกิจนี้จะได้รับค่าตอบแทนค่อนข้างสูง โดยในช่วงหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 นั้น หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายแทรกซึมไปทั่วโลก ได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านระบบข้อมูลอย่างเข้มงวด และมีการฝึกอบรมพนักงาน รวมทั้งผลิตโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อรักษาความลับของบริษัท แต่เมื่อเวลาผ่านไป โปรแกรมและระบบทางเลือกซึ่งใช้งบประมาณไม่สูงเท่าก็เริ่มเข้ามาเป็นทางออก ให้กับบริษัทที่ ?งบไม่ถึง?

อย่างไรก็ตาม ระบบการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลที่เป็นความลับของราชการยังมาแรง” และยังมีงบประมาณสำหรับการลงทุนด้านนี้เสมอ โดยรายงานระบุว่า อัตราผลตอบแทนของผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัยของข้อมูลนั้นเพิ่มขึ้นใน ระดับปานกลาง อยู่ที่ประมาณ 118,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากอัตราเดิมที่ 109,000 ดอลลาร์ ในขณะที่พนักงานในส่วนนี้ได้รับค่าจ้างที่ติดอันดับค่าจ้างสูง 5 อันดับแรกของวงการ โดยอยู่ที่ 86,000 ดอลลาร์

แม้การขึ้นเงินเดือนจะไม่ใช่ประเด็นหลักของปีนี้ แต่ดูเหมือนว่า ความต้องการงาน ?ตำแหน่งใหม่ๆ? ในวงการนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น อย่างเช่น ตำแหน่งที่มีชื่อสวยๆ ?สถาปนิกไอที? ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มาแรงและมีความต้องการในตลาดสูงมาก

?สถาปนิกเป็นมากกว่าคนพัฒนาระบบ พวกเขาต้องออกแบบมันให้ได้ด้วย? แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลดังกล่าวอาจไม่สอดรับกับอัตราการขึ้นเงินเดือนของ สถาปนิกด้านไอทีที่ดูแลด้านระบบ และสถาปนิกทั่วไปได้ เพราะในส่วนของทั้งสองงานนี้ อัตราการขึ้นเงินเดือนลดลงแม้ว่าจะเป็นตำแหน่งที่มีความต้องการในตลาดสูง โดยอัตราเฉลี่ยของค่าตอบแทนในตำแหน่งสถาปนิกไอทีนั้นอยู่ที่ประมาณ 105,000-100,000 ดอลลาร์

และสำหรับค่าตอบแทนของกลุ่มโปรแกรมเมอร์นั้นดูเหมือนว่าจะออกมาไม่เลวนัก แม้ว่าอุตสาหกรรมนี้จะต้องเผชิญกับภาวะการลดต้นทุน และการแข่งขันค่อนข้างสูงจากต่างประเทศ แต่อัตราผลตอบแทนของบุคลากรในกลุ่มนี้กลับออกมาอยู่ในระดับปานกลางไม่ได้ลด ลง อยู่ที่ประมาณ 66,000 ดอลลาร์ แต่ลดลงเล็กน้อยในกลุ่มนักวิเคราะห์ และลดลงถึง 5,000 ดอลลาร์ในกลุ่มของนักออกแบบระบบโปรแกรม

สตีเวน นีล นักพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับเวบไซต์ที่ทำงานในบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าใน ตำแหน่งวิศวกรมากว่า 15 ปี โดยเริ่มจากตำแหน่งงานเล็กที่สุด เขามองว่าเขารู้สึกว่างานนี้ทำให้ชีวิตเขามั่นคง แต่หลังจากอ่านรายงานวิจัยของเมอร์เซอร์แล้ว เขาก็รู้สึกระมัดระวังตัวมากขึ้น เพราะในช่วงที่ผ่านมาเขาก็ถูกแช่แข็งในตำแหน่งเดิมมาระยะหนึ่งแล้ว และในปีนี้เขาคาดว่าจะได้รับการขึ้นเงินเดือนประมาณ 3% เท่านั้น ไม่ใช่ 5% เหมือนปีที่ผ่านๆ มา

ในขณะที่พนักงานระดับปฏิบัติการฝ่ายชายได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ย 75,000 ดอลลาร์ มีรายงานว่าพนักงานระดับเดียวกันแต่เป็นผู้หญิงนั้นมีอัตราเฉลี่ยของเงิน เดือนอยู่ที่ 68,000 ดอลลาร์เท่านั้น คิดเป็นช่องว่างถึงประมาณ 8% ซึ่งก็ถือว่าช่องว่างนั้นลดลงกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ระดับ 13% ในขณะที่ระดับบริหาร ผู้ชายจะมีรายได้ประมาณ 98,000 ดอลลาร์มากกว่าผู้หญิง 88,000 ดอลลาร์อยู่ 10% ถือเป็นช่องห่างที่เพิ่มมากขึ้นเล็กน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนอัตราตอบแทนประจำปีนั้นไม่ได้มีการแบ่งแยกความแตกต่างระหว่างเพศ

พนักงานฝ่ายช่วยเหลือในธุรกิจไอที ดูเหมือนว่าจะยังคงเป็นกลุ่มที่มีค่าตอบแทนต่ำที่สุดอยู่เช่นเดิม โดยอยู่ที่ประมาณ 51,000 ดอลลาร์ ส่วนระดับผู้จัดการจะมีรายได้ที่ 72,000 ดอลลาร์ เพราะถือว่าตำแหน่งนี้ถือเป็นตำแหน่งเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่การทำงานใน แวดวงไอที ก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นไปเติบโตในตำแหน่งอื่น ๆ ต่อไป

จาก www.informationweek.com

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It