Wordpress Themes
Jul 17

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามบล็อกเทคโนโลยีเริ่มกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวiPhone(ไอโฟน)รุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายความเร็วสูง 3G พร้อมเทคโนโลยีระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ในราคาเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ในการสร้างแอพพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ขับเคลื่อนโดยนักการตลาด

นั่นเพราะว่าในไอโฟน ซอฟต์แวร์คือคอนเท็นต์” นายแชด เคอร์รี รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ T-3 กล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นไปได้เช่นนี้ในบล็อก DigitalNext ของ Ad Age? และที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันนักการตลาดต่างให้ความสนใจในการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคกันมากขึ้น?

ไอโฟนเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์” เขากล่าวผู้คนจะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยแอพพลิเคชันต่างๆ ในอุปกรณ์ ยิ่งคุณเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์เหล่านั้นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

ไอโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์อื่นๆ ในตอนนี้ประกอบด้วยแอพพลิเคชัน 2 ประเภท คือ Web Application และ Native Application? โดย Native Application ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้จากคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆ ที่ประกอบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว? และ Native Application เหล่านี้คือฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน 2.0

ส่วน Web Application เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับไอโฟนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สามารถท่องเว็บได้โดยผ่านทางบราวเซอร์ชื่อ Safari แต่อย่ามองว่าทั้งหมดนั้นจะเหมือนกับเว็บเพจ? Bank of America มีแอพพลิเคชันธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม และ FedEx เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดำเนินการขนส่งสินค้าเอง

สำหรับนักการตลาดหลายๆ รายแล้ว Web Application จะยังคงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด? แต่ในขณะเดียวกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่นักการตลาดจะสร้าง Native Mobile Application ที่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์ถือได้หลายๆ รุ่นและหลายๆ เครือข่ายผู้ให้บริการ เพราะแอพพลิเคชันเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน? นักการตลาดอาจต้องสร้างแอพพลิเคชันมากกว่า 5 ชิ้น

ดังนั้น ในขณะที่ข้อจำกัดของ Web Application ติดอยู่แค่การสนับสนุนจากเว็บบราวเซอร์เท่านั้น? แต่แอพพลิเคชันเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักการตลาดได้อย่างล้นหลาม??

ทิศทางความเคลื่อนไหวของแอพพลิเคชันเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวโน้ม 2 ประการคือ อย่างแรกเป็นความสนใจของนักการตลาดในการสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้า และแนวโน้มความเป็นไปได้ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้น?

ปัจจุบัน นักการตลาดกำลังถอนเม็ดเงินออกจากแพลตฟอร์มโฆษณาแบบดั้งเดิม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคอนเท็นต์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งๆขึ้น?

สิ่งที่ใช้ได้ผลในโทรศัพท์มือถือคือแอพพลิเคชันที่อยู่เหนือโฆษณา” นายแชด สโตลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่ Organic กล่าวคุณต้องให้โปรแกรมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ แต่การสร้างก็คือเรื่องหนึ่ง และการกระจายสินค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

อย่างไรก็ดี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดทางโทรศัพท์มือถือในรอบสองปีที่ผ่านมาจะโฟกัสอยู่ที่แนวคิดของโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการนำโมเดลโฆษณาดิสเพลย์ที่ต้องจ่ายค่าบริการมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ?

แต่ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นักการตลาดเริ่มกล่าวถึงการตลาดผ่านมือถือรูปแบบใหม่ ซึ่งโฟกัสในประสบการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อ และปรับปรุงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ซึ่งความจริงการสร้างความมั่นใจว่าแอพพลิเคชันเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการสำคัญพอๆ กับการพิจารณาตัดสินว่านักการตลาดจะพบเจอผู้ชมในอุปกรณ์การสื่อสารเหล่านี้หรือไม่


ซอฟต์แวร์ในฐานะคอนเท็นต์

เมื่อคุณตีความหมายบทบาทของแบรนด์ที่ปรากฏในสื่อ การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือการให้การสนับสนุนแอพพลิเคชันเป็นวิธีการเชื่อมโยงหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากการแค่ออกโฆษณา” นายอีริค เบเดอร์ หุ้นส่วนของ Brand In Hand กล่าว?

นักการตลาดสามารถเริ่มทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชันเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะในการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่ 2? แอปเปิ้ลได้ตัดสินใจเปิดแพลทฟอร์มให้นักพัฒนาได้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทเช่นกัน?

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพพลิเคชันทุกชนิดให้กับไอโฟนได้? อันที่จริง เฟซบุ๊กเป็นผู้ริเริ่มเปิดเทรนด์คอนเท็นต์ในฐานะซอฟต์แวร์มาได้ประมาณปีกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้น บริษัทอนุญาตให้นักพัฒนาจากภายนอกทดลองสร้างแอพพลิเคชันที่สามารถใช้งานในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้

ไอโฟนรุ่นใหม่จะเริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมด้วย Apple Apps Store ซึ่งเป็นหน้าอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ไอโฟนสามาารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ?

ในขณะที่ iTunes มีไว้เพื่อดนตรีและไอพอด? แต่ Apps Store มีไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือ? ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับรองแอพพลิเคชันก่อนที่จะได้วางจำหน่ายภายในร้านเชื่อว่าเป็นวิธีรับมือกับจุดอ่อนของแอพพลิเคชันที่เกิดขึ้นกับเฟซบุค

รายละเอียดเกี่ยวกับ Apps Store ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่นักพัฒนาจะสามารถตั้งราคาเองได้ และตามโมเดลการปันรายรับแบบดั้งเดิม แอปเปิ้ลจะได้ส่วนแบ่ง 30%? แอปเปิ้ลไม่ได้ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมจากแอพพลิเคชันฟรีที่มีโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ หรือจะเก็บอย่างไร แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบางคนชี้ว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีการที่แอปเปิ้ลจะนำมาใช้กวาดรายรับจากโฆษณาในระยะยาว??

เลือกแบรนด์ไหนดี?

ในขณะที่ไอโฟนสามารถดึงดูดกระแสความสนใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือได้อย่างมหาศาล? แต่ในตอนนี้นักพัฒนาสามารถสร้าง Native Application ให้แบล็คเบอร์รี่หรือวินโดว์ส โมบายได้แล้วเช่นเดียวกัน? (บาร์นสแอนด์โนเบิลมีแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซที่ยอดเยี่ยมเพื่อแบล็คเบอร์รี่โดยเฉพาะ)? ดังนั้น ก้าวแรกสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นมือถือในตอนนี้คงเป็นการตัดสินว่าพวกเขามีผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการโทรเป็นจำนวนมากเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาต่อขั้นต่อไปว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่ลูกค้าของพวกเขาใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ การสร้างแอพพลิเคชันสำหรับแบล็คเบอร์รี่อาจเหมาะสมมากกว่าไอโฟน???

ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิ้ลเมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวเอพีเปิดตัว Native Application สำหรับไอโฟนซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS ของอุปกรณ์เพื่อค้นหาข่าวภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และนำมาเก็บซ่อนไว้

ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบริการ เช่น บนเครื่องบินหรือในรถไฟใต้ดิน (และด้วยแอพพลิเคชันที่โฟกัสในข่าวและเหตุการณ์? ผู้ใช้สามารถส่งรูปถ่ายให้เอพีได้ในทันทีเช่นเดียวกัน)??

Sega เปิดตัวไอเกมส์ “Super Monkey Ball” เวอร์ชันไอโฟนที่ผู้เล่นต้องเอียงอุปกรณ์เพื่อควบคุบทิศทางลูกบอล? ซึ่งเป็นอีกเกมหนึ่งที่นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากหน้าจอสัมผัส ในขณะเดียวกัน Major League Baseball เปิดตัววิดีโอไฮไลต์ถ่ายทอดสด และ Six Apart เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับการเขียนบล็อกผ่านมือถือ

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags: ,

Jul 02

เอทีแอนด์ที (AT&T) เล็งเปลี่ยนแผนการขายไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 3G) เตรียมเสนอขายในราคาเริ่มต้นที่ 599 เหรียญโดยที่ผู้ซื้อยังไม่ต้องจดทะเบียนใช้บริการกับทางบริษัทนาน 2 ปี อย่าเพิ่งดีใจเพราะนี่ไม่ใช่การปลดล็อคเพื่อเปิดเสรีไอโฟน แต่เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกว่าจะซื้อบริการข้อมูลของเอทีแอนด์ ทีเต็มแพคเก็จ หรือจะซื้อแค่แพคเก็จโทรเพื่อใช้ไอโฟนเป็นแค่เครื่องเล่นมัลติมีเดียและใช้ งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไว-ไฟ โดยลูกค้าไอโฟนในสหรัฐฯยังต้องใช้เครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเท่านั้น

ราคา ปลีก 199 เหรียญ และ 299 เหรียญของ iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB และ 16GB ที่จะวางขายในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จะเกิดขึ้นพร้อมกับการจดทะเบียนใช้บริการเครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเป็นเวลา 2 ปี ส่วนการขายแบบไม่จดทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นราคาจะอยู่ที่ 599 เหรียญ และ 699 เหรียญ” เอทีแอนด์ที กล่าว

นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกที่สาวกไอโฟนจะสามารถซื้อไอโฟนจากเอ ทีแอนด์ทีโดยที่ไม่ถูกมัดมือให้ซื้อแพคเก็จแสนแพงต่อเนื่อง 2 ปี และแม้จะยังไม่มีรายงานวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่เอทีแอนด์ทีก็คาดว่าการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ต้องจดทะเบียนนั้นจะทำกำไรได้ มากกว่าค่าใช้บริการรายเดือนของผู้ใช้บริการตามอายุของการจดทะเบียน

ไมเคิล โค (Michael Coe) โฆษกเอทีแอนด์ทียืนยันว่าเครื่องไอโฟนทั้งที่ทำสัญญาและไม่ทำสัญญาก็ยังจะ ถูกล็อคให้ใช้งานกับเครือข่ายของทางเอทีแอนด์ทีเท่านั้น ซึ่งค่าบริการที่จะต้องจ่ายรายเดือนก็จะเป็นโปรโมชันสำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ เช่นเดิม สำหรับการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลกับทางบริษัทนั้น ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการโดยไม่ต้องเสียค่ายกเลิกสัญญาแต่อย่างใด

แผนการจำหน่ายไอโฟน 3G ไม่ต้องจดทะเบียนนี้ถูกเปิดเผยพร้อมการชี้แจงของเอทีแอนด์ที ที่ระบุชัดเจนว่าราคาไอโฟน 3G 199 เหรียญนั้นเป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้า 3 ประเภทเท่านั้น หนึ่งคือลูกค้าไอโฟนดั้งเดิมที่ซื้อไอโฟนก่อนวันที่ 11 กรกฎาคม สองคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีใหม่ที่พร้อมสมัครใช้บริการของเอทีแอนด์ทีแบบเต็ม แพคเก็จนาน 2 ปี สามคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีเดิมที่อยากอัปเกรดบริการของตัวเอง

แปล ว่า ลูกค้าเก่าของเอทีแอนด์ทีที่ใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นอยู่และไม่ต้องการ ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลรายเดือนจากเอทีแอนด์ที จะต้องเสียเงินซื้อไอโฟน 3G รุ่น 8GB ในราคา 399 เหรียญ หรือ 499 เหรียญสำหรับซื้อรุ่น 16GB

ทั้งนี้ แพคเก็จไอโฟน 3G ที่เอทีแอนด์ทีจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคมจะมีราคาเริ่มต้นที่ 70 เหรียญต่อเดือน ซึ่งหากรวมค่าธรรมเนียมและภาษีก็จะเพิ่มขึ้นอีก 10 เหรียญต่อเดือน โปรโมชันดังกล่าวเหมาจ่ายค่าโทรทุกช่วงเวลา 450 นาทีและช่วงกลางคืนวันสุดสัปดาห์อีก 5,000 นาที ราคาแพงที่สุดคือ 129.99 เหรียญ สามารถโทรและใช้บริการอีเมลและเล่นอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดชั่วโมง

นอกจากแผนจำหน่ายไอโฟนไม่ต้องจดทะเบียน รายงานระบุด้วยว่าเอทีแอนด์ทีมีแผนให้บริการแบบพรีเพด เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไอโฟนที่ไม่มีบัตรเครดิตด้วย

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , , ,

Jun 27

นักวิเคราะห์อเมริกันหัวใส โหนกระแสที่ยักษ์ใหญ่แอปเปิลจะขายไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 3G) ในราคา 199 เหรียญ หยิบประเด็นต้นทุนการผลิต iPhone 3G มาวิจัยจนพบว่า ต้นทุนการผลิตไอโฟนใหม่รุ่นเล็กที่สุดนั้นจะอยู่ที่ราว 173 เหรียญสหรัฐต่อเครื่อง

บริษัทที่ออกมาคาดการณ์ต้นทุนการผลิต iPhone 3G ในครั้งนี้คือไอซัปพลาย (iSuppli) สำหรับ iPhone 3G นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือจากแอปเปิลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกการันตีว่าเหนือกว่า รุ่นก่อนในเรื่องความเร็วการส่งถ่ายข้อมูลและความสามารถของระบบนำทาง มีคิววางจำหน่ายในสหรัฐฯและอีก 21 ประเทศวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

นัก วิเคราะห์เหล่านี้ไม่สงสัยว่าแอปเปิลตั้งราคาจำหน่ายไอโฟนรุ่นใหม่ไว้ที่ 199 เหรียญได้อย่างไร เพราะรู้กันดีว่ากำไรของแอปเปิลนั้นไม่ได้จำกัดตัวอยู่เฉพาะในส่วนต่างต้น ทุนเครื่องและราคาขายปลีก ซึ่งหักลบแล้วเหลือเพียง 26 เหรียญเท่านั้น เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือโอเปอเรเตอร์ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายไอโฟนอย่าง เป็นทางการเช่น เอทีแอนด์ที (AT&T) ซึ่งต้องสนับสนุนเงินมหาศาลเพื่อให้ราคาขายปลีกไอโฟนสามารถสร้างกระแสใน ตลาดได้เช่นนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โอเปอเรเตอร์เหล่านี้จะต้องซื้อไอโฟนจากแอปเปิลในราคาที่สูงกว่า 199 เหรียญ โดยยอมขายขาดทุนในระยะแรก ก่อนจะเอาคืนด้วยการเก็บค่าบริการข้อมูลรายเดือนต่อไป

ไอซัปพลายประมาณการณ์ว่า เอทีแอนด์ทีนั้นต้องเสียเงินเพื่อกดราคาไอโฟนราว 300 เหรียญต่อเครื่อง น้อยกว่าบริษัทวิจัยรายอื่นที่ประมาณกันว่าตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 350 เหรียญ ซึ่งแน่นอนว่าเงินเหล่านี้คือสายน้ำแห่งกำไรที่จะไหลไปหล่อเลี้ยงแอปเปิล

ไอซัปพลายเชื่อว่ากำไรจากไอโฟนรุ่นใหม่นั้นมีสัดส่วนสูงกว่ากำไรของ ผลิตภัณฑ์ใดๆที่แอปเปิลเคยมีมา ซึ่งโดยเฉลี่ย แอปเปิลมักจะบวกกำไรเพิ่มจากต้นทุนวัสดุและการผลิตสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มาตลอด

ที่ สำคัญ ราคาวัสดุในขณะนี้ล้วนเป็นช่วงขาลง กำไรในไอโฟนรุ่นใหม่จึงคาดว่าจะสูงกว่าไอโฟนรุ่นดั้งเดิมที่แอปเปิลเคยทำได้ จุดนี้ ไอซัปพลายประมาณการว่า ต้นทุนการผลิตไอโฟนรุ่นดั้งเดิมนั้นอยู่ที่ราว 226 เหรียญ

ราคาทุน 173 เหรียญที่ไอซัปพลายคาดการณ์นั้นเป็นของ iPhone 3G รุ่นความจุ 8GB พร้อมจำหน่ายในราคาปลีก 199 เหรียญ ขณะที่รุ่นความจุ 16GB จะจำหน่ายในราคา 299 เหรียญ โดยการสำรวจพบว่า ความจุที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไอโฟนเพียง 22.89 เหรียญเท่านั้น

การคำนวณต้นทุนการผลิตนั้นคำนึงถึงส่วนประกอบหลักในการผลิตเป็นหลัก กรณีของ iPhone 3G นั้นประกอบด้วยหน่วยความจำ หน้าจอทัชสกรีน และวงจรภายในที่ถูกประเมินว่ามีต้นทุนการผลิตเพียง 20 เหรียญเท่านั้น สำหรับชิปเทคโนโลยีจีพีเอส (Global Positioning System) สำหรับระบุตำแหน่งบนพื้นโลกนั้นมีต้นทุนเพียง 3.60 เหรียญเท่านั้น

รายงาน ระบุว่า การประเมินต้นทุนครั้งนี้ยังไม่นับรวมต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ บรรจุภัณฑ์ การจัดส่งสินค้า รวมถึงอุปกรณ์เสริมเช่นชุดหูฟัง โดยล่าสุดมูลค่าหุ้นของแอปเปิลเพิ่มขึ้น 9 เซ็นต์ ปิดที่ 173.25 เหรียญสหรัฐ

ข่าวจาก : Manager Online

Technorati Tags: , ,

Jun 19

การพัฒนาของสินค้าและบริการเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ที่สำคัญคือวิ่งไปเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยล่าสุดนิตยสาร PC World ได้จัดอันดับ 100 สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในอเมริกาที่มีทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชัน การใช้งานเมื่อเปรียบเทียบแล้วมีความสมเหตุสมผล

โดยทางนิตยสารได้ สำรวจจากกองบรรณาธิการและผู้อ่าน PC World ถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 100 ชนิดที่ยังสามารถหาซื้อได้ในปัจจุบัน ทั้งอุปกรณ์ฮารด์แวร์ แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ หรือการบริการต่างๆ เพื่อจัดอันดับหาสินค้าที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด โดยตัดสินจากองค์รวม ทั้งดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอก ฟังก์ชันการทำงาน ประสิทธิภาพในการประมวลผล และผลกระทบที่ได้รับแล้วรวบรวมเป็นคะแนนออกมา

อันดับ 1 คือ “Hulu.com” เว็บไซต์บริการวิดีโอออนไลน์คุณภาพสูง โดยเสนอรายการทีวี ภาพยนตร์ หรือคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยม คอนเทนต์ส่วนใหญ่มาจากรายการช่วงเวลาไพรมไทม์ที่ฉายในสหรัฐ เช่น Fox, NBC, MGM, Sony, Warner Brothers และสถานีชื่อดังอื่นๆ รวมถึงรายการเก่าที่นำกลับมาฉายซ้ำใหม่ หรือแม้แต่ภาพยนตร์เรื่องยาว พร้อมชูคุณสมบัติคอนเทนต์ความละเอียดสูงเป็นจุดขาย

นอกจากนี้ Hulu ยังอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกหรือแชร์วิดีโอที่ต้องการให้กับเพื่อนคน อื่นได้ขณะที่เรากำลังชมอยู่ได้ โดย Hulu จะเปิดให้บริการฟรีแก่ผู้ชมทั่วไป แต่จำกัดพื้นที่เฉพาะในสหรัฐเท่านั้น

Hulu ก่อตั้งขึ้นในเดือน มี.ค.2550 มีผู้ร่วมทุนระหว่าง NBC Universal และ News Corp โดยจุดประสงค์ของ Hulu คือ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมโปรแกรมรายการคุณภาพสูงแบบออนดีมานด์ผ่านทางออนไลน์

อันดับ 2 นวัตกรรมยอดเยี่ยมแห่งปี “ไอโฟน” จากค่ายแอปเปิล น้องใหม่ที่กลายเป็นผู้เปลี่ยนโฉมรูปแบบและการดีไซน์มือถือและเทคโนโลยี ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นระบบ ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส มัลติทัช และวอยซ์เมล์

ส่วนเฟสบุ๊ก” เครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในอันดับที่ 3 เพราะการพัฒนาของ แอปพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นช่วงปลายปีที่ผ่านมายังมีการพัฒนาอยู่ในระดับ เริ่มต้นเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นความนิยมใช้เฟสบุ๊กเพื่อติดต่อสัมพันธ์กับเพื่อนทั้งการแชร์ รูปภาพ กำหนดอีเวนต์ หรือใช้เพื่อสื่อสารอื่นๆ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้เสมอ

อันดับ 4 ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ XP” ถึงแม้ว่า XP อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมในหมู่พีซีรุ่น โลว์เอนด์ แต่ความสามารถในการใช้งานที่ง่ายกว่า ดีกว่า และกินพื้นที่น้อยกว่าไมโครซอฟท์ วิสต้า จึงยังทำให้ XP ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกเสมอ อย่างไรก็ตาม ทางไมโครซอฟท์มีแผนที่จะยกเลิกการผลิตระบบปฏิบัติการดังกล่าวในวันที่ 30 มิ.ย.นี้

ถัด มาคือ “เลอโนโว ทิงก์เพค X300″ โน้ตบุ๊กขนาดบางพิเศษ เหมาะสำหรับกลุ่ม ผู้ใช้นักธุรกิจ มาพร้อมความสามารถด้านการประมวลผล ช่องเสียบอุปกรณ์ต่อพ่วง (port) จำนวนมาก และออปติคอล ไดรฟ์ขนาดบางเท่ากระดาษ สนนราคา 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หลายฝ่ายถึงกับจับตามองว่า ทิงก์เพค X300 เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Macbook Air ทีเดียว

บราวเซอร์ “Flock” เข้ามาติดอยู่ในโผอันดับ 6 โดย Flock เกิดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ผู้ใช้เครือข่ายสังคมโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่เป็นประตูรวบรวมเว็บชุมชน ออนไลน์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Flickr, Twitter, YouTube, Photobucket, Gmail, Yahoo Mail หรือเครื่องมือในการสร้างบล็อกไว้ภายใต้หน้าต่างเดียว จึงทำให้ Flock ต่างจากเว็บบราวเซอร์อื่นๆ ทั่วไปที่ ผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดเว็บที่ต้องการใช้งาน ทีละเว็บก่อน

อันดับ 7 เมมโมรี่ การ์ด แบบไร้สายสำหรับกล้องดิจิทัล “Eye-Fi” ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐ ความจุขนาด 2GB โดยการ์ด Eye-Fi สามารถเปลี่ยนช่อง Secure Digital ของกล้องดิจิทัลให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถรองรับระบบไวไฟได้ ทำให้ผู้ใช้สามารภอัพโหลดรูปภาพจากกล้องถ่ายรูปไปยังเครื่องพีซี หรือเว็บไซต์รับรูปภาพได้โดยตรง อันดับ 8 ตามมาติดๆ ด้วยกล้อง “Casio Exilim Pro EX-F1″ ความละเอียดภาพ 6 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอสูงสุด 1200 เฟรมต่อวินาที คุณภาพของภาพถ่ายขนาดต่ำสุดอยู่ที่ ขนาด 1920×1080 พิกเซล และความเร็วภาพ 60 เฟรมต่อวินาที ราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

อันดับ 9 เกม “Rock Band” จากค่าย อีเอ ที่จะพาผู้เล่นเป็นเสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดนตรี ทั้งมือกีตาร์ นักร้อง หรือนักตีกลอง และออกทัวร์คอนเสิร์ตไปพร้อมๆ กัน

รั้งตำแหน่ง อันดับ 10 ได้แก่ “วิกิพีเดีย” สารานุกรมออนไลน์ที่ใหญ่สุด ในโลก ปัจจุบันเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางออนไลน์จากอาสาสมัครหรือผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตกว่า 1.6 ล้านคนทั่วโลกที่มีความรู้ ความเข้าใจเนื้อหานั้นเป็นผู้สร้างขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลตั้งแต่เรื่องราวของดารา จนถึงด้านวิทยาศาสตร์หนักๆ ทำให้ตอนนี้เว็บไซต์วิกิพีเดียกลายเป็นแหล่งความรู้ขนาดใหญ่ที่มีความน่า เชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลกที่ต้องการเข้ามาค้นหาข้อมูล หรือสร้างข้อมูลได้

ส่วนอันดับ 11-100 ที่น่าสนใจ เช่น ไอพอด ทัช (13) Nintendo Wii (16) Google Map (25) Gmail (41) Youtube (81) Microsoft Office 2007 (83) Ubantu Linux (90) เป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมประชาชาติธุรกิจ

Technorati Tags: , , , ,

Jun 18

กระแสไอโฟน ( iPhone) ในบ้านเรา ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น จากการสอบยอดรวมจำนวนจำหน่ายของ iPhone ของแหล่งจำหน่ายรายใหญ่ย่านเคาน์เตอร์มาบุญครอง มีจำนวนหลายแสนเครื่อง ทั้งๆ ที่ต้องอยู่ในลักษณะแอบลักลอบนำเข้า แต่ผู้สั่งนำเข้ายังทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการยังไม่มีแนวโน้มว่าลดลง

รูปร่าง หน้าตา ระบบเสียง ความเสถียร และการใช้งานง่าย ทำให้ iPhone กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ ที่ใครๆ ก็อยากมีไว้ ทั้งที่ราคาขายสูงไปถึง 20,000-24,000 กับเครื่องรุ่นใหม่ที่มีความจุ 16 GB ผสมกับการปรับแก้ให้สามารถใช้ได้ในประเทศไทย มีภาษาไทยในเครื่อง

ล่า สุด สตีฟ จ๊อบ นายใหญ่ของแอปเปิ้ล (Apple) ประกาศก้อง ด้วยเรื่อง สะดุดวงการมือถือทั้งโลก ถึงกำหนดวางจำหน่าย iPhone รุ่นที่ 3 ในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมกันหลายประเทศทั่วโลก แต่ไม่มีชื่อประเทศไทย

iPhone ที่จะวางจำหน่ายในเดือนหน้าจะสามารถใช้ระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงในแบบ 3G ที่เป็นมาตรฐานสากล (ยังไม่ได้มีใช้ในประเทศไทย) มีระบบ GPS : Assisted-GPS นำทาง ผ่าน Google Map และยังเพิ่มการรองรับระบบผลักดันอี-เมลให้เป็นอัตโนมัติ หรือ exchange server feature ทำให้รับรู้ได้ทันทีเมื่อมีอี-เมลใหม่เข้ามา พร้อมกับคุยแถมมาว่า ระบบเสียงนั้นดีเยี่ยมกว่าเดิม โดยไม่ทิ้งจุดเด่นของระบบใช้นิ้วจิ้ม+ป้ายในการทำงาน ส่วนที่ลดลงคือ ฝาหลังจะเป็นพลาสติค (เพื่อให้รับสัญญาณ GPS ได้ดี) ไม่ใช่โลหะวาวงามของรุ่นปัจจุบัน

ว่ากันว่า สตีฟ จ๊อบ พิถีพิถันกับการออกแบบมาก ขนาดที่ว่าไม่ยอมรับตัวต้นแบบผลิต เพียงเพราะว่าหนาไป 2 มม. และการออกแบบลายพริ้น แผงวงจรภายในตัวเครื่อง (ซึ่งจะไม่มีใครได้เห็นเพราะ iPhone เปิดเครื่องดูไม่ได้) ไม่สวยงาม ไร้รสนิยม

สิ่งที่ทำให้ช็อ ควงการมือถือ ไม่ใช่ระบบใหม่ที่ให้ iPhone ปรับแก้ หากไปอยู่ที่ราคาขายที่กำหนดไว้ที่ 199 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น หากตีเป็นราคาเงินบาทก็ตกราว 6,600 บาท เท่านั้น แม้ว่าจะมีเงื่อนไขประกอบระบุว่า จะต้องใช้กับระบบโทรศัพท์ผูกพันของแต่ละประเทศที่ขาย เป็นเวลา 1-2 ปีแตกต่างไป

การซื้อ iPhone ที่ต้องผูกพันกับเครือข่ายหลายๆ คนเรียกว่า ระบบทาส ทำให้คนไทยเริ่มพูดจา และคำนวณกันไปต่างๆ นานา จนคิดว่ายังไงเสียก็คงไม่สามารถซื้อมาใช้ในประเทศไทยเราได้แน่นอน แม้ว่าจะมีราคาถูกลงสักเพียงใด

หนำซ้ำยังมีแรงหนุน หยิบจุดด้อยของ iPhone 3G นี้ว่า 3G เป็นอะไรที่เกินความจำเป็น โหลดเร็ว ส่วนมาก iPhone User ก็มี WiFi กันอยู่แล้ว เร็วกว่า 3G ด้วยทั้งเมืองไทยยังไม่มี 3G รองรับ ระบบของ AIS ก็ใช้กับ iPhone 3G ไม่ได้ ส่วน GPS เอาไว้ทำอะไร เมืองไทยไม่ใหญ่โต หากไม่มี GPS จะเดินทางไปไหนไม่ถูกเชียวเหรอ…..กับอีกคำโต้แย้งมากมาย

แต่เมื่อ ถามกันว่า มีคนอยากใช้ iPhone 3G ตัวใหม่นี้สักกี่คน ผลปรากฏว่า จำนวนผู้เสนอความเห็นตามเว็บต่างๆ เกือบเต็มร้อยอยากใช้และพร้อมจะจ่ายเงินในราคาดังว่า เพราะเชื่อว่าเมื่อ iPhone ตัวใหม่ออกมาวางขายในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จะต้องมีราคาต่ำกว่า iPhone รุ่นปัจจุบัน แม้เจ้าส่วนประกอบแปลกๆ ที่ใส่เข้ามาใหม่จะไม่มีโอกาสใช้หรือใช้ไม่เป็น ก็ไม่ว่า ยังไงๆ ก็ยังดูดี คุ้มค่า และน่าจะดีกว่า ซื้อยี่ห้ออื่นๆ ที่มีขายหรือเตรียมขายในเมืองไทยวันนี้ ไปจนถึงสิ้นปี

ส่วนเรื่องที่ ไม่ได้มีขายในเมืองไทย ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่หวั่น ทุกวันนี้ นายสตีฟ จ๊อบ ไม่ได้ให้สิทธิขาย iPhone ในเมืองไทย แต่คนไทยก็สามารถหาซื้อ iPhone ได้แทบทุกตู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ รายย่อย ทั่วประเทศไทย ในราคาที่…พอรับได้

ใครกำลังซื้อ iPhone รุ่นปัจจุบันราคาสองหมื่น คงต้องอดใจรอกันอีกสักนิด แม้เมืองไทยจะไม่มีขายอย่างเป็นทางการ แต่ยังไงๆ ก็ต้องมีขายแน่นอน…ยิ่งกระแสความต้องการพุ่งแรงเสียขนาดนี้….รับรองว่า เมืองไทยอาจขายดีกว่าในฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง ฯ….ที่ Apple มีข้อตกลงอยู่ด้วยซ้ำไป

….ฟันธง….

ข้อมูลจาก : RSS Thai .com

ปิด
E-mail It