Wordpress Themes
Sep 01

27 ส.ค.2551 กทช.จัดโฟกัสกรุ๊ป เชิญผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารไทยมาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นและการออกหลักเกณฑ์ใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3G ปรากฏว่าประเด็นที่ยักษ์มือถือทุกรายเห็นตรงกันหมด คือ คัดค้านการจัดสรรคลื่นโดยใช้วิธีประมูล

ขณะที่ กทช.เห็นด้วยกับการ “ประมูล” เพราะเชื่อว่าโปร่งใสและแฟร์ที่สุด

เอกชนนำโดย “ทรู” ในฐานะบริษัทไทยหนึ่งเดียวค้านเต็มตัว โดย “นพปฎล เดชอุดม” ซีเอฟโอกลุ่มทรู กล่าวว่า ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่าการสรรหาผู้ได้รับใบอนุญาตด้วยวิธีการต่างๆ มีความแตกต่างในแง่ผู้บริโภคอย่างไร คุณภาพสูงขึ้นหรือเปล่า คนใช้มากขึ้นหรือไม่ เพราะแต่ละวิธีต้นทุนจะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีประมูล, บิวตี้คอนเทสต์ หรือลอตเตอรี่ อีกทั้งควรคำนึงถึงการสร้างงานในประเทศและอัตราค่าบริการด้วย

ในแง่อินดัสตรีก็อยากให้มองถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง โดยเอาของจริงจากต่างประเทศมาดูว่าวิธีไหนดีที่สุดกับผู้บริโภค ในรายงานของที่ปรึกษาไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย”

ข้าง “วิเชียร เมฆตระการ” กรรมการ ผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) พูดในทำนองเดียวกันว่า กทช.จะมีหลักประกันอะไรที่จะปกป้อง ผู้ประกอบการรายเดิมซึ่งเป็นบริษัทไทยที่ลงทุนไปมากให้อยู่รอดได้ การประมูลจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เพราะมีความสามารถในการเสนอราคาสูงๆ เมื่อได้ใบอนุญาตแล้วก็อาจมีการซับซิไดซ์เพื่อดึงลูกค้า

สุดท้ายผู้บริโภคอาจไม่ได้ประโยชน์จากการมีคลื่นความถี่ใหม่ก็ได้”

ด้าน สรรคŒชัย เตียวประเสริฐกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ให้ความเห็นว่า การแบ่งผู้รับใบอนุญาตเป็น 4 ราย เป็น 10 MHz 3 ราย และ 15 MHz 1 รายนั้น โดยธรรมชาติผู้ให้บริการย่อมอยากได้ความถี่ที่มีแบนด์วิดท์มาก จึงอยากเสนอให้จัดสรรรายละ 10 MHz ทั้งหมด เหลือ 5 MHz ให้ กทช.เก็บไว้ก่อน ในอนาคตเมื่อ

รายใดใช้ความถี่เต็มประสิทธิภาพค่อยอนุมัติอีก 5 MHz ให้ไปใช้งานเพิ่มเติม

ข้างดีแทค “สรายุทธ์ บุญเลิศกุล” ผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ เสนอว่า กทช.ควรจัดทำแผนแม่บทความถี่แห่งชาติให้เสร็จก่อนจัดสรรคลื่น 3G

ไม่เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าคลื่นความถี่ที่จัดสรร 10 MHz และ 15 MHz เหมาะสมหรือไม่ หากมีผู้ยื่นขอแล้วได้ความถี่ไม่เท่ากัน กทช.ก็ตอบไม่ได้อีกว่ามีดุลพินิจอย่างไร ส่วนประเด็นที่ถามผู้ประกอบการว่าควรมีใบอนุญาตกี่ใบขึ้นอยู่กับ กทช.จะจัดสรร แต่อย่างน้อยควรให้รายละ 10 MHz”

นอกจากนี้ กทช.ควรกำหนดระยะเวลาใบอนุญาตไว้ 25 ปี และมีเงื่อนไขการต่ออายุได้อีกเพื่อให้เกิดความมั่นคงและต่อเนื่องในการให้บริการ

ด้าน นฤพล รัตนสมาหาร ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.กสท โทรคมนาคม เสนอว่า การมี shadow pricing เรียกเก็บจากผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่อยู่เดิมถือว่าไม่มีความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายเดิม เนื่องจากรายเดิมไม่ได้แข่งขันประมูลความถี่กับใคร เมื่อรายใหม่มีการประมูล แข่งขันกันก็ไม่มีเหตุผลต้องเก็บจากรายเดิมด้วย หาก กทช.เห็นว่าค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน ต่ำเกินไป และต้องการปรับเพิ่ม กสทฯก็ยินดีจ่ายหากมีการเรียกเก็บเพิ่มเท่ากัน ทุกราย

ผมเสนอว่า ควรเรียกเก็บเฉพาะคนที่มีคลื่นความถี่ที่สามารถทำ 3G บนคลื่นเดิมได้แต่ไม่ยอมทำ ส่วนผู้ที่ทำ 3G บนคลื่นเดิมให้เก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราใหม่ที่ กทช.จะประกาศใช้แทน”

ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยให้ความเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องวิธีการประมูล จำนวนใบอนุญาต และระยะเวลาใบอนุญาต จึงประเมินราคาหุ้นของกลุ่มโทรคมนาคมได้ไม่ชัดเจน ปัจจัยที่เป็นผลต่อราคาหุ้น คือ ต้นทุนการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ว่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งจากข้อมูลของผู้ประกอบการแต่ละรายคาดว่าน่าจะใช้เงินลงทุนสำหรับ 3G รายละประมาณ 15,000-25,000 ล้านบาทติดต่อกัน 3 ปี

Jul 12

ทีโอทีพร้อมลุย 3 G เผยแผนธุรกิจแบบ MVNO ทำตัวเป็น Network และ Service provider เปิดหาพันธมิตรทำการตลาด และลุยทำการตลาดเองในปีที่ 3 เผยต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี ?ธีรวุฒิ? ระบุเฟสแรกยอมควักทุนเอง 3 พันล้านลง 3Gบนเครือข่ายเดิม 500 สถานีฐาน เห็นผลใน 3 เดือนหลังโอนคลื่นเสร็จ วงในระบุ ?วรุธ สุวกร? เข้าวิน กจญ.ทีโอทีเรียบร้อย

แหล่งข่าวทีโอทีเปิดเผยว่าภายหลังจากรับการโอนคลื่นและรายงานต่อคณะ รัฐมนตรี(ครม.) และบอร์ด รับทราบเพื่ออนุมัติแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้วทีโอทีตั้งเป้าเปิดบริการภายใน 8-10 เดือน โดยทีโอทีดำเนินการแผนธุรกิจในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operrator) ?ซึ่งจะทำตัวเป็น Network และ Service provider หาพันธมิตรทางธุรกิจทำการตลาด โดยปีที่ 3 ทีโอทีจะเริ่มทำการตลาดขายด้วยตัวเอง

สำหรับ เงินลงทุนนั้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยใช้เงินกู้ยืมระหว่างรัฐต่อรัฐ (G2G) ส่วนโครงสร้างองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ จะใช้ เอซีทีโมบาย เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีความคล่องตัว เพราะได้รับการยกเว้นจากครม.ไว้แล้ว และจะเปิดโอกาสบุคลากรของทีโอทีและบุคลากรภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาร่วมงานด้วย

ทั้งนี้เรื่องพันธมิตรนั้นจะต้องมีการดำเนินการทำ TOR และหลักเกณฑ์เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และลูกค้าไทยโมบายเดิมทั้งหมดจะได้รับสิทธิโอนเข้าใช้โครงข่าย 3 G ทันที และยังจะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าเหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ดี การที่ทีโอทีวางตัวเองเป็น Network Operrator เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมือถือรายอื่นๆสามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ในการให้บริการ และการที่ทีโอทีได้ทำ 3 Gเป็นรายแรกเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถเสนอบริการได้ก่อนผู้ประกอบการรายอื่น

วาน นี้(10 ก.ค.2551) ทีโอที ได้ลงนาม MOU ซื้อคลื่น 1900 MHz จากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่ายเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีเป็นพยาน

นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ ทีโอที เปิดเผยในเบื้องต้นทีโอทีวางงบประมาณการลงทุน 3 Gบนคลื่นความถี่ 1900 MHz แรกราว 2,000-3,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการอัปเกรดสถานีฐานเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 500 สถานีซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจะเน้นหนักในเมืองอุตสาหกรรมอย่างจังหวัดชลบุรี สำหรับเงินลงทุน 3Gให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยทั้งหมดเบื้องต้นประเมินว่าต้องใช้เงินราว 2.5-3 หมื่นล้านบาท

?เฟสแรก เราจะใช้เงินลงทุนของทีโอทีลงทุนไปก่อนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการลงทุน ไม่ให้ประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศลาวและเขมร ซึ่งเงินที่ใช้ในการลงทุนดังวกล่าวจะมาจากทีโอทีเอง หลังจากนั้นทีโอทีจึงจะทำแผนงบประมาณการลงทุนก้อนใหญ่ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และสภาพัฒน์?นายธีรวุฒิกล่าว

ทั้งนี้เบื้องต้นลูกค้า 3 G จะเป็นลูกค้าเดิมที่ใช้งานไทยโมบายจำนวน 6 หมื่นรายก่อนเป็นกลุ่มแรกเพื่อเป็นการตอบแทนแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ โดยทีโอทีจะสามารถดำเนินการให้บริการ 3 จีได้ภายใน 3 เดือนหลังจากมีการโอนย้ายคลื่นความถี่1900 MHz ให้ถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ที่คาด ว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2551?ซึ่งระหว่างการดำเนินการโอนคลื่นทีโอทีจะดำเนินการวางแผนธุรกิจการลง ทุน 3G ควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ดี ในส่วนตัวแล้วต้องการเปลี่ยนชื่อกิจการร่วมค้าไทยโมบายใหม่เป็น ทีโอทีโมบาย เพื่อลบภาพลักษณ์ความผิดพลาดเดิมที่ผ่านมาให้หมดไป และต้องการเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด ตั้งแต่ชื่อบริษัทไปจนถึงพนักงาน แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้จะต้องรอความเห็นชอบจากบอร์ดเสียก่อน

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการสัมภาษณ์ผู้ลงสมัครกรรมการผู้จัดการใหญ่เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ผลสรุปแล้วว่านายวรุธ สุวกร เป็นผู้ผ่านการสัมภาษณ์ และมีคะแนนนำนายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำเสนอชื่อขอมติเห็นชอบจากบอร์ด และต่อรองอัตราค่าจ้างแต่คาดว่าจะไม่ทันเข้าบอร์ดในวันที่ 11 ก.ค.นี้

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: , , ,

Jul 09

ค่ายมือถือ ระบุลงทุน 3 Gล่าช้าทำไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ เขมรอาจแซงหน้าแน่นอน เผยเอกชนพร้อมลงทุนมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ภาคนโยบายกลับไม่ขยับ ด้านกทช. หวั่นกฎหมายใหม่ทำแผนกำหนดไลเซนส์ 3Gปลายปีนี้เคลื่อนเพราะหากประกาศในราชกิจจาฯ กทช.จะกลายเป็นเพียงรักษาการ

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สายของ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาว่า เอกชนมีความพร้อมในการลงทุนและให้ 3 G ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะไม่มีการออกไลเซนส์ จนไม่รู้จะตอบนักลงทุนต่างชาติว่าจะสามารถเปิดให้เมื่อไหร่ ปัญหาของผู้ประกอบการในขณะนี้ คือ ไม่สามารถลงทุนได้ ทั้งที่มีเงินลงทุน

?ทั้งนี้การเปิดให้บริการช้าส่งผลให้ประเทศเสียโอกาสด้านการลงทุน และทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านแทน ที่ผ่านมาเรากลัวกันว่าจะแพ้เวียดนาม แต่ตอนนี้กลับจะถูกกัมพูชาแซงแล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3 G ยังไม่มีอะไรชัดเจน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็จะเป็นต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการนำมาคิด รวมกับการให้บริการด้วย โดยเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการที่นำคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของธุรกิจเข้ามาอยู่ใน หน่วยงานกำกับดูแล ดังนั้นเมื่อคิดอะไรไม่ออกก็ให้มีการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดความ ชัดเจนมากที่สุด ?นายวิเชียรกล่าว

ทั้งที่ผ่านมาการเติบโตของโทรคมนาคมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่าง มากโดยสังเกตได้จากมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถึง 70% จะส่งผลให้จีดีพี โตขึ้น 0.6% และหากบรอดแบนด์มีผู้ใช้ถึง 5 แสนราย จะทำให้จีดีพีโตขึ้น 3%?

นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเน็กซ์ ดีแทค บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ระบุด้วยว่า ไลเซนส์ 3 G เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเอกชนต้องใช้เวลาในการสร้างโครงข่ายประมาณ 6-12 เดือน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะเห็นบริการที่เป็น 3 Gอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องออกใบอนุญาตให้ได้โดยเร็ว เพราะกว่าจะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องใช้เวลานาน

ด้านนายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการประมูลไลเซนส์ 3 จี แต่จะต้องเปิดให้แข่งขันเฉพาะผู้ประกอบการภายในประเทศเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาก็อาจจะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะมีเงินทุนมากกว่า

นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ กทช.มีความกังวลในเรื่องของกฎหมายใหม่ที่จะออกมาใช้ เพราะหากมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ กทช.ก็จะเป็นเพียงรักษาการ ซึ่งจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก และอาจจะกระทบกับการออกใบอนุญาต 3 G ให้แก่ผู้ประกอบการทุกรายที่กำหนดไว้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ด้านนางคนึงจิตร สุริยะธำรงกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้มีการออกใบอนุญาต(ไลเซนส์) 3 G แก่ผู้ประกอบการไปหมดแล้ว หากไทยสามารถออกไลเซนส์ได้ มั่นใจว่าผู้ประกอบการเอกชนมีความพร้อมให้บริการอย่างแน่นอน โดยฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตผ่าน 3 G ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 20% และใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)จริงๆประมาณ 7-8% ของประชากรในประเทศเท่านั้น

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ไอซีที ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนปิดการประชุมในวันสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ส่งสภาฯก่อน 180 วัน และส่วนขั้นตอนต่อไปคงต้องรอให้สภาฯเปิดจึงจะมีการพิจารณาแก้ไขให้เป็นไป ตามความต้องการของทุกฝ่าย

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: ,

Jul 04

จะให้รอพ.ศ.ไหน

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : 3?จี เป็นโครงการที่เฝ้ารอของบรรดาผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายของไทยที่มีอยู่ไม่ กี่เจ้า แต่หลังจากรอคอยมาหลายปี และหลายรัฐบาล หากยังไม่มีความคืบหน้า

นานาปัญหา ติดขัดตั้งแต่การไม่มีกฎเกณฑ์ กติกาใบอนุญาต รวมถึงข้อโต้แย้งระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที ในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ที่ครอบครองคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ล้มเหลวด้านการตลาด เพราะยิ่งนานวันลูกค้ายิ่งหดหาย

หลายครั้งที่ประชุมร่วมดูเหมือนจะมี บทสรุป แต่ก็ผันเปลี่ยนไป ทันทีที่ออกจากห้องประชุม ก็เปลี่ยนข้อตกลงได้ แม้ล่าสุดวานนี้ (2 ก.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจะออกมาฟันธงให้ทีโอทีเป็นผู้ ดำเนินการก็ตาม หากปราศจากตัวแทน กสท รับรู้

เอไอเอสพร้อมทุ่ม 7.5 หมื่นล้าน

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสพร้อมลงทุนเทคโนโลยี 3จี บนโครงข่ายใหม่ ซึ่งหากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อนุมัติให้มีใบอนุญาตในปีนี้ ซึ่งเอไอเอสพร้อมลงทุนปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่อง 3 ปี รวม 7.5 หมื่นล้านบาท โดยหากมีออกใบอนุญาตก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น

ปัจจุบันไม่มีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ทั้งไวแม็กซ์ หรือ 3 จี ขณะที่ประเทศอื่นๆ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็ลงทุนและให้บริการกันไปมากแล้ว ซึ่งการลงทุนนี้ แม้จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แต่มีแวลลูเชนต่อเนื่อง เกิดการสร้างงานของบริษัทคนไทยในพื้นที่ จึงทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย

ขณะเดียวกัน หากไม่ลงทุนใหม่ทำให้ปัญหาขาดแคลนบริการสื่อสารโทรคมนาคมยังคงขาดแคลนต่อไป แม้แต่รอบนอกกรุงเทพฯ รังสิต คลอง 4 ปทุมธานีเป็นต้นไปยังไม่มีสายโทรศัพท์เข้าถึง ทั้งที่เป็นบริการพื้นฐาน ดังนั้นหากมีบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ประเภทไร้สายก็จะทำให้บริการต่างๆ เข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เมื่อประเทศไทยยังไม่มี เทคโนโลยีใหม่ ก็ย่อมส่งผลให้ประเทศเติบโตล่าช้าไปด้วย โดยสิ่งนี้ยังไม่รวมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ประเทศพัฒนาช้าไม่ว่าจะเป็นปัญหา เศรษฐกิจ การเมือง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลง ทุน ขณะที่ถ้าเอไอเอสลงทุนใน 3 ปี จะช่วยเพิ่มศักยภาพการใช้งานมากขึ้น ตลาดนอนวอยซ์ก็จะเติบโต จากลูกค้าเดิมที่ผันไปใช้มากขึ้น

แนะทีโอทีควรให้เอกชนลงทุน

ส่วนทิศทางให้บริการ 3จีนั้น ได้หารือกับทีโอที ซึ่งมีสิทธิบริหารกิจการร่วมค้าไทยโมบาย แต่ยังไม่รับรู้เงื่อนไขใดๆ จากทีโอที หากโมเดลทางธุรกิจส่วนไทยโมบายยังไม่สรุปว่าทีโอที หรือกสท จะบริหารร่วมกันต่อไปหรือไม่ ในแง่ของการจัดซื้อไม่ควรดำเนินการเอง แต่ควรให้เอกชนมาลงทุน ส่วนรูปแบบรายละเอียดความร่วมมือจะเป็นเช่นใด เอไอเอสพร้อมหารือทุกรูปแบบ

มีผู้มาโจมตีว่าเอไอเอส ไม่สนใจให้บริการ 1900 เมกะเฮิรตซ์นั้นไม่จริงแต่อย่างใด หากทีโอทีได้ดำเนินการ เอไอเอสก็พร้อมมาลงทุน ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขของภาครัฐด้วย ถ้าภาครัฐจะให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ เราก็พร้อมหารือ” นายวิเชียร กล่าว

ทั้งนี้ความเสี่ยงของการทำธุรกิจของ เอไอเอส ในปัจจุบันคือเรื่องไม่มีแบนด์วิธ เพียงพอให้บริการ 3 จี ขณะที่ดีพีซีในเครือเอไอเอสเองก็ไม่ได้รับจัดสรรคลื่นจาก กสท เหมือนที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นได้รับ ทั้งที่ดีพีซีจ่ายส่วนแบ่งรายได้ต่อไปให้ กสท กว่า 1 พันล้านบาท และจ่ายตลอดมาเช่นกัน

กรณีไทยโมบาย ถ้า กทช.เชื่อมั่นในกลไกการแข่งขันก็ต้องปล่อยให้บริการได้ โดยควบคุมที่ใบอนุญาตแทนไม่ให้มีการแข่งขันกันมากไป เพราะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็เจ๊งไป เพราะมีมากเกินไป ถ้าจะคิดค่าออกใบอนุญาตสูงเกินไปก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ถ้ามีคู่แข่ง 3-4 รายจะเหมาะสมกับคลื่นที่มีอยู่” นายวิเชียร กล่าว

ดีแทคย้ำ3จีดันเศรษฐกิจโต

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคมองว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะเติบโตไปไม่ได้ถ้าไม่มีการลงทุน โดยหากเปิดให้ใบอนุญาต 3จี ก็จะเข้ามาเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตไปด้วย เพราะอุตสาหกรรมนี้ลงทุนสูง จึงมีธุรกิจต่อเนื่อง

จะเห็นได้จากที่แม้ยังไม่มีการลงทุน 3 จีบนคลื่นความถี่ใหม่ แต่ดีแทคก็มีแผนลงทุนสถานีฐานใหม่เพิ่ม 1,500 แห่งที่ล้วนใช้แรงงานท้องถิ่นทั่วประเทศ

ไอซีทีเล็งให้เอกชนเช่าโครงข่าย

แหล่งข่าวกระทรวงไอซีที หน่วยงานกำกับนโยบายทีโอที และกสท กล่าวถึงรูปแบบการให้บริการของไทยโมบายว่า จะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาเช่าใช้โครงข่าย โดยทีโอทีมีสิทธิบริหาร ขณะที่ กสท ยังมีหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิบริหาร ซึ่งเมื่อเอกชนบริหารส่งรายได้ตามส่วนแบ่งปีละ 25% ทั้งคู่จะยังได้ประโยชน์ และเอกชนก็ได้ประโยชน์แง่การประหยัดต้นทุน เรียกได้ว่า “วิน วิน” ทุกฝ่าย

ขณะที่แหล่งข่าว บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีได้หารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วเรื่องการโอนสิทธิบริหารกิจการไทยโมบาย ซึ่งคาดว่าทีโอทีจะบริหารงานอย่างเด็ดขาดได้เอง โดย กสท ไม่มีสิทธิบริหาร

ทั้งนี้ปัจจุบันทีโอทีจัดทำแผน ธุรกิจสำหรับไทยโมบายเสร็จแล้ว และมีหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล เช่นถ้ารัฐบาลต้องการให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในรูปแบบโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ (เอ็มวีเอ็น โอ) ทีโอที ก็ได้เตรียมเงื่อนไข วิธีการ ไว้แล้วเช่นกัน

อีกทั้งพร้อมเปิดให้เอกชนทุกรายเสนอ แบ่งผลประโยชน์ได้อย่างทัดเทียม ซึ่งคาดจะเสนอสู่การพิจารณาของบอร์ด ทีโอที เพื่อนำเข้าวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2-3 เดือน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: ,

Jun 12

เอชทีซีประเทศไทยประกาศปรับลดราคา HTC Touch Cruise, HTC Touch และ HTC P3300 ลงตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท เป็นการประกาศปรับราคาที่เกิดในช่วงใกล้เคียงกับการเปิดตัวไอโฟน 3G อย่างมาก

ราคาใหม่นี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว โดย HTC Touch Cruise ลดเหลือ 25,900 บาท มาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์แผนที่ GARMIN จากราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ขณะที่ HTC Touch ลดเหลือ 16,900 บาทจาก 17,900 บาท และ HTC P3300 15,900 บาท มาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์แผนที่ GARMIN จากเดิม 17,500 บาท

HTC ระบุว่าได้ปรับลดราคาผลิตภัณฑ์ลงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแต่เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ (11) อย่างไรก็ตาม แม้ HTC จะยืนยันว่าการปรับราคาเกิดขึ้นเพราะ Touch Diamond ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HTC แต่ก็ไม่วายถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเปิดตัวไอโฟน 3G โดยเฉพาะเมื่อไอโฟน 3G สามารถรองรับโปรแกรม Exchange ของไมโครซอฟท์ แปลว่าแอปเปิลหวังขยายกลุ่มตลาดของไอโฟนให้ครอบคลุมกลุ่มนักธุรกิจให้มากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับ HTC และผู้จำหน่ายอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตพกพารายอื่นในตลาด ส่งให้ทั้งหมดต้องกลับมาทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกระแสที่จะตามมาในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ราคาของไอโฟน 3G ที่ต่ำมากไม่ได้แปลว่าไอโฟนจะมีภาษีดีกว่าอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตรายอื่นแบบสุดโต่ง เพราะไอโฟนยังติดเรื่องเงื่อนไขที่ว่าผู้ใช้จำเป็นต้องสมัครบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพื่อใช้งานไอโฟนนั้นสูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไป ขณะเดียวกัน หากผู้บริโภคนำไปปลดล็อกและใช้บริการโทรศัพท์มือถือธรรมดาก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติ 3G เท่าที่ควร จุดนี้สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจปลดล็๋อก 3G ดำเนินธุรกิจได้ยากยิ่งขึ้นด้วย

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่หลายบริษัทในนานาประเทศเปิดให้บริการปลดล็อกไอโฟนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่นบริษัท Freeit4less ที่โพสต์ราคาปลดล็อกไอโฟนที่ 100 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3,000 บาท โดยระบุว่าได้ปลดล็อกไอโฟนเจเนอเรชันแรกไปแล้ว 121 เครื่อง และปลดล็อกซอฟต์แวร์อีก 5,104 ไลเซนส์

ปิด
E-mail It