Wordpress Themes
Sep 01

27 ส.ค.2551 กทช.จัดโฟกัสกรุ๊ป เชิญผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารไทยมาร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นและการออกหลักเกณฑ์ใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3G ปรากฏว่าประเด็นที่ยักษ์มือถือทุกรายเห็นตรงกันหมด คือ คัดค้านการจัดสรรคลื่นโดยใช้วิธีประมูล

ขณะที่ กทช.เห็นด้วยกับการ “ประมูล” เพราะเชื่อว่าโปร่งใสและแฟร์ที่สุด

เอกชนนำโดย “ทรู” ในฐานะบริษัทไทยหนึ่งเดียวค้านเต็มตัว โดย “นพปฎล เดชอุดม” ซีเอฟโอกลุ่มทรู กล่าวว่า ควรพิจารณาอย่างรอบด้านว่าการสรรหาผู้ได้รับใบอนุญาตด้วยวิธีการต่างๆ มีความแตกต่างในแง่ผู้บริโภคอย่างไร คุณภาพสูงขึ้นหรือเปล่า คนใช้มากขึ้นหรือไม่ เพราะแต่ละวิธีต้นทุนจะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีประมูล, บิวตี้คอนเทสต์ หรือลอตเตอรี่ อีกทั้งควรคำนึงถึงการสร้างงานในประเทศและอัตราค่าบริการด้วย

ในแง่อินดัสตรีก็อยากให้มองถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นใหม่ๆ การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการอย่างทั่วถึง โดยเอาของจริงจากต่างประเทศมาดูว่าวิธีไหนดีที่สุดกับผู้บริโภค ในรายงานของที่ปรึกษาไม่เห็นสิ่งเหล่านี้เลย”

ข้าง “วิเชียร เมฆตระการ” กรรมการ ผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) พูดในทำนองเดียวกันว่า กทช.จะมีหลักประกันอะไรที่จะปกป้อง ผู้ประกอบการรายเดิมซึ่งเป็นบริษัทไทยที่ลงทุนไปมากให้อยู่รอดได้ การประมูลจะเป็นประโยชน์กับนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ เพราะมีความสามารถในการเสนอราคาสูงๆ เมื่อได้ใบอนุญาตแล้วก็อาจมีการซับซิไดซ์เพื่อดึงลูกค้า

สุดท้ายผู้บริโภคอาจไม่ได้ประโยชน์จากการมีคลื่นความถี่ใหม่ก็ได้”

ด้าน สรรคŒชัย เตียวประเสริฐกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ให้ความเห็นว่า การแบ่งผู้รับใบอนุญาตเป็น 4 ราย เป็น 10 MHz 3 ราย และ 15 MHz 1 รายนั้น โดยธรรมชาติผู้ให้บริการย่อมอยากได้ความถี่ที่มีแบนด์วิดท์มาก จึงอยากเสนอให้จัดสรรรายละ 10 MHz ทั้งหมด เหลือ 5 MHz ให้ กทช.เก็บไว้ก่อน ในอนาคตเมื่อ

รายใดใช้ความถี่เต็มประสิทธิภาพค่อยอนุมัติอีก 5 MHz ให้ไปใช้งานเพิ่มเติม

ข้างดีแทค “สรายุทธ์ บุญเลิศกุล” ผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ เสนอว่า กทช.ควรจัดทำแผนแม่บทความถี่แห่งชาติให้เสร็จก่อนจัดสรรคลื่น 3G

ไม่เช่นนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าคลื่นความถี่ที่จัดสรร 10 MHz และ 15 MHz เหมาะสมหรือไม่ หากมีผู้ยื่นขอแล้วได้ความถี่ไม่เท่ากัน กทช.ก็ตอบไม่ได้อีกว่ามีดุลพินิจอย่างไร ส่วนประเด็นที่ถามผู้ประกอบการว่าควรมีใบอนุญาตกี่ใบขึ้นอยู่กับ กทช.จะจัดสรร แต่อย่างน้อยควรให้รายละ 10 MHz”

นอกจากนี้ กทช.ควรกำหนดระยะเวลาใบอนุญาตไว้ 25 ปี และมีเงื่อนไขการต่ออายุได้อีกเพื่อให้เกิดความมั่นคงและต่อเนื่องในการให้บริการ

ด้าน นฤพล รัตนสมาหาร ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.กสท โทรคมนาคม เสนอว่า การมี shadow pricing เรียกเก็บจากผู้ให้บริการที่มีคลื่นความถี่อยู่เดิมถือว่าไม่มีความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายเดิม เนื่องจากรายเดิมไม่ได้แข่งขันประมูลความถี่กับใคร เมื่อรายใหม่มีการประมูล แข่งขันกันก็ไม่มีเหตุผลต้องเก็บจากรายเดิมด้วย หาก กทช.เห็นว่าค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่ที่เรียกเก็บในปัจจุบัน ต่ำเกินไป และต้องการปรับเพิ่ม กสทฯก็ยินดีจ่ายหากมีการเรียกเก็บเพิ่มเท่ากัน ทุกราย

ผมเสนอว่า ควรเรียกเก็บเฉพาะคนที่มีคลื่นความถี่ที่สามารถทำ 3G บนคลื่นเดิมได้แต่ไม่ยอมทำ ส่วนผู้ที่ทำ 3G บนคลื่นเดิมให้เก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราใหม่ที่ กทช.จะประกาศใช้แทน”

ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยให้ความเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องวิธีการประมูล จำนวนใบอนุญาต และระยะเวลาใบอนุญาต จึงประเมินราคาหุ้นของกลุ่มโทรคมนาคมได้ไม่ชัดเจน ปัจจัยที่เป็นผลต่อราคาหุ้น คือ ต้นทุนการได้มาซึ่งคลื่นความถี่ว่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งจากข้อมูลของผู้ประกอบการแต่ละรายคาดว่าน่าจะใช้เงินลงทุนสำหรับ 3G รายละประมาณ 15,000-25,000 ล้านบาทติดต่อกัน 3 ปี

Jul 20

iPhone 3G กำลังประสบกับปัญหาสภาวะขาดตลาดภายหลังจากที่เปิดวางจำหน่ายมาแล้วเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ตอนนี้ทางต้นสังกัดจำเป็นจะต้องหยุดทำการรับออร์เดอร์ชั่วคราวเป็น เวลา 1-2 สัปดาห์

สืบเนื่องมา จากกระแสความต้องการ iPhone 3G ที่นับวันจะยิ่งสูงมากขึ้น ล่าสุดทางต้นสังกัดได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องหยุดรับออร์เดอร์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากประสบกับปัญหาสภาวะ iPhone 3G ขาดตลาด โดยทางต้นสังกัดคาดการณ์ไว้ว่าอีกประมาณ 10-14 วันน่าจะสามารถเข้าสู่สภาวะปกติได้ โดยตัวแทนผู้จัดจำหน่ายต่างพากันไม่ถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เพียงแต่ออกมากล่าวว่า จะทำการเปิดรับออร์เดอร์อีกครั้งทันทีเมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ในขณะที่ทาง AT&T และบริษัทในเครือต่างรู้สาเหตุของเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีสาเหตุหลักมาจากกระแสความต้องการที่มีมากจนไม่สามารถที่จะรอง รับได้

Technorati Tags: ,

Jul 17

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามบล็อกเทคโนโลยีเริ่มกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวiPhone(ไอโฟน)รุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายความเร็วสูง 3G พร้อมเทคโนโลยีระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ในราคาเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ในการสร้างแอพพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ขับเคลื่อนโดยนักการตลาด

นั่นเพราะว่าในไอโฟน ซอฟต์แวร์คือคอนเท็นต์” นายแชด เคอร์รี รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ T-3 กล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นไปได้เช่นนี้ในบล็อก DigitalNext ของ Ad Age? และที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันนักการตลาดต่างให้ความสนใจในการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคกันมากขึ้น?

ไอโฟนเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์” เขากล่าวผู้คนจะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยแอพพลิเคชันต่างๆ ในอุปกรณ์ ยิ่งคุณเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์เหล่านั้นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

ไอโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์อื่นๆ ในตอนนี้ประกอบด้วยแอพพลิเคชัน 2 ประเภท คือ Web Application และ Native Application? โดย Native Application ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้จากคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆ ที่ประกอบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว? และ Native Application เหล่านี้คือฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน 2.0

ส่วน Web Application เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับไอโฟนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สามารถท่องเว็บได้โดยผ่านทางบราวเซอร์ชื่อ Safari แต่อย่ามองว่าทั้งหมดนั้นจะเหมือนกับเว็บเพจ? Bank of America มีแอพพลิเคชันธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม และ FedEx เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดำเนินการขนส่งสินค้าเอง

สำหรับนักการตลาดหลายๆ รายแล้ว Web Application จะยังคงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด? แต่ในขณะเดียวกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่นักการตลาดจะสร้าง Native Mobile Application ที่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์ถือได้หลายๆ รุ่นและหลายๆ เครือข่ายผู้ให้บริการ เพราะแอพพลิเคชันเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน? นักการตลาดอาจต้องสร้างแอพพลิเคชันมากกว่า 5 ชิ้น

ดังนั้น ในขณะที่ข้อจำกัดของ Web Application ติดอยู่แค่การสนับสนุนจากเว็บบราวเซอร์เท่านั้น? แต่แอพพลิเคชันเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักการตลาดได้อย่างล้นหลาม??

ทิศทางความเคลื่อนไหวของแอพพลิเคชันเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวโน้ม 2 ประการคือ อย่างแรกเป็นความสนใจของนักการตลาดในการสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้า และแนวโน้มความเป็นไปได้ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้น?

ปัจจุบัน นักการตลาดกำลังถอนเม็ดเงินออกจากแพลตฟอร์มโฆษณาแบบดั้งเดิม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคอนเท็นต์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งๆขึ้น?

สิ่งที่ใช้ได้ผลในโทรศัพท์มือถือคือแอพพลิเคชันที่อยู่เหนือโฆษณา” นายแชด สโตลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่ Organic กล่าวคุณต้องให้โปรแกรมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ แต่การสร้างก็คือเรื่องหนึ่ง และการกระจายสินค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

อย่างไรก็ดี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดทางโทรศัพท์มือถือในรอบสองปีที่ผ่านมาจะโฟกัสอยู่ที่แนวคิดของโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการนำโมเดลโฆษณาดิสเพลย์ที่ต้องจ่ายค่าบริการมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ?

แต่ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นักการตลาดเริ่มกล่าวถึงการตลาดผ่านมือถือรูปแบบใหม่ ซึ่งโฟกัสในประสบการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อ และปรับปรุงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ซึ่งความจริงการสร้างความมั่นใจว่าแอพพลิเคชันเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการสำคัญพอๆ กับการพิจารณาตัดสินว่านักการตลาดจะพบเจอผู้ชมในอุปกรณ์การสื่อสารเหล่านี้หรือไม่


ซอฟต์แวร์ในฐานะคอนเท็นต์

เมื่อคุณตีความหมายบทบาทของแบรนด์ที่ปรากฏในสื่อ การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือการให้การสนับสนุนแอพพลิเคชันเป็นวิธีการเชื่อมโยงหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากการแค่ออกโฆษณา” นายอีริค เบเดอร์ หุ้นส่วนของ Brand In Hand กล่าว?

นักการตลาดสามารถเริ่มทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชันเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะในการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่ 2? แอปเปิ้ลได้ตัดสินใจเปิดแพลทฟอร์มให้นักพัฒนาได้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทเช่นกัน?

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพพลิเคชันทุกชนิดให้กับไอโฟนได้? อันที่จริง เฟซบุ๊กเป็นผู้ริเริ่มเปิดเทรนด์คอนเท็นต์ในฐานะซอฟต์แวร์มาได้ประมาณปีกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้น บริษัทอนุญาตให้นักพัฒนาจากภายนอกทดลองสร้างแอพพลิเคชันที่สามารถใช้งานในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้

ไอโฟนรุ่นใหม่จะเริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมด้วย Apple Apps Store ซึ่งเป็นหน้าอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ไอโฟนสามาารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ?

ในขณะที่ iTunes มีไว้เพื่อดนตรีและไอพอด? แต่ Apps Store มีไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือ? ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับรองแอพพลิเคชันก่อนที่จะได้วางจำหน่ายภายในร้านเชื่อว่าเป็นวิธีรับมือกับจุดอ่อนของแอพพลิเคชันที่เกิดขึ้นกับเฟซบุค

รายละเอียดเกี่ยวกับ Apps Store ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่นักพัฒนาจะสามารถตั้งราคาเองได้ และตามโมเดลการปันรายรับแบบดั้งเดิม แอปเปิ้ลจะได้ส่วนแบ่ง 30%? แอปเปิ้ลไม่ได้ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมจากแอพพลิเคชันฟรีที่มีโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ หรือจะเก็บอย่างไร แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบางคนชี้ว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีการที่แอปเปิ้ลจะนำมาใช้กวาดรายรับจากโฆษณาในระยะยาว??

เลือกแบรนด์ไหนดี?

ในขณะที่ไอโฟนสามารถดึงดูดกระแสความสนใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือได้อย่างมหาศาล? แต่ในตอนนี้นักพัฒนาสามารถสร้าง Native Application ให้แบล็คเบอร์รี่หรือวินโดว์ส โมบายได้แล้วเช่นเดียวกัน? (บาร์นสแอนด์โนเบิลมีแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซที่ยอดเยี่ยมเพื่อแบล็คเบอร์รี่โดยเฉพาะ)? ดังนั้น ก้าวแรกสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นมือถือในตอนนี้คงเป็นการตัดสินว่าพวกเขามีผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการโทรเป็นจำนวนมากเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาต่อขั้นต่อไปว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่ลูกค้าของพวกเขาใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ การสร้างแอพพลิเคชันสำหรับแบล็คเบอร์รี่อาจเหมาะสมมากกว่าไอโฟน???

ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิ้ลเมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวเอพีเปิดตัว Native Application สำหรับไอโฟนซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS ของอุปกรณ์เพื่อค้นหาข่าวภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และนำมาเก็บซ่อนไว้

ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบริการ เช่น บนเครื่องบินหรือในรถไฟใต้ดิน (และด้วยแอพพลิเคชันที่โฟกัสในข่าวและเหตุการณ์? ผู้ใช้สามารถส่งรูปถ่ายให้เอพีได้ในทันทีเช่นเดียวกัน)??

Sega เปิดตัวไอเกมส์ “Super Monkey Ball” เวอร์ชันไอโฟนที่ผู้เล่นต้องเอียงอุปกรณ์เพื่อควบคุบทิศทางลูกบอล? ซึ่งเป็นอีกเกมหนึ่งที่นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากหน้าจอสัมผัส ในขณะเดียวกัน Major League Baseball เปิดตัววิดีโอไฮไลต์ถ่ายทอดสด และ Six Apart เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับการเขียนบล็อกผ่านมือถือ

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags: ,

Jul 12

ทีโอทีพร้อมลุย 3 G เผยแผนธุรกิจแบบ MVNO ทำตัวเป็น Network และ Service provider เปิดหาพันธมิตรทำการตลาด และลุยทำการตลาดเองในปีที่ 3 เผยต้องใช้เงินลงทุนทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาทใน 5 ปี ?ธีรวุฒิ? ระบุเฟสแรกยอมควักทุนเอง 3 พันล้านลง 3Gบนเครือข่ายเดิม 500 สถานีฐาน เห็นผลใน 3 เดือนหลังโอนคลื่นเสร็จ วงในระบุ ?วรุธ สุวกร? เข้าวิน กจญ.ทีโอทีเรียบร้อย

แหล่งข่าวทีโอทีเปิดเผยว่าภายหลังจากรับการโอนคลื่นและรายงานต่อคณะ รัฐมนตรี(ครม.) และบอร์ด รับทราบเพื่ออนุมัติแผนธุรกิจเรียบร้อยแล้วทีโอทีตั้งเป้าเปิดบริการภายใน 8-10 เดือน โดยทีโอทีดำเนินการแผนธุรกิจในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operrator) ?ซึ่งจะทำตัวเป็น Network และ Service provider หาพันธมิตรทางธุรกิจทำการตลาด โดยปีที่ 3 ทีโอทีจะเริ่มทำการตลาดขายด้วยตัวเอง

สำหรับ เงินลงทุนนั้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยใช้เงินกู้ยืมระหว่างรัฐต่อรัฐ (G2G) ส่วนโครงสร้างองค์กรที่ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจนี้ จะใช้ เอซีทีโมบาย เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากมีความคล่องตัว เพราะได้รับการยกเว้นจากครม.ไว้แล้ว และจะเปิดโอกาสบุคลากรของทีโอทีและบุคลากรภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาร่วมงานด้วย

ทั้งนี้เรื่องพันธมิตรนั้นจะต้องมีการดำเนินการทำ TOR และหลักเกณฑ์เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และลูกค้าไทยโมบายเดิมทั้งหมดจะได้รับสิทธิโอนเข้าใช้โครงข่าย 3 G ทันที และยังจะได้รับสิทธิพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าเหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ดี การที่ทีโอทีวางตัวเองเป็น Network Operrator เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมือถือรายอื่นๆสามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ในการให้บริการ และการที่ทีโอทีได้ทำ 3 Gเป็นรายแรกเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถเสนอบริการได้ก่อนผู้ประกอบการรายอื่น

วาน นี้(10 ก.ค.2551) ทีโอที ได้ลงนาม MOU ซื้อคลื่น 1900 MHz จากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ในราคา 2,400 ล้านบาท ผ่อนจ่ายเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีนายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีเป็นพยาน

นายธีรวุฒิ บุญยโสภณ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) หรือ ทีโอที เปิดเผยในเบื้องต้นทีโอทีวางงบประมาณการลงทุน 3 Gบนคลื่นความถี่ 1900 MHz แรกราว 2,000-3,000 ล้านบาท โดยจะดำเนินการอัปเกรดสถานีฐานเดิมที่มีอยู่แล้วประมาณ 500 สถานีซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และจะเน้นหนักในเมืองอุตสาหกรรมอย่างจังหวัดชลบุรี สำหรับเงินลงทุน 3Gให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยทั้งหมดเบื้องต้นประเมินว่าต้องใช้เงินราว 2.5-3 หมื่นล้านบาท

?เฟสแรก เราจะใช้เงินลงทุนของทีโอทีลงทุนไปก่อนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการลงทุน ไม่ให้ประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศลาวและเขมร ซึ่งเงินที่ใช้ในการลงทุนดังวกล่าวจะมาจากทีโอทีเอง หลังจากนั้นทีโอทีจึงจะทำแผนงบประมาณการลงทุนก้อนใหญ่ ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และสภาพัฒน์?นายธีรวุฒิกล่าว

ทั้งนี้เบื้องต้นลูกค้า 3 G จะเป็นลูกค้าเดิมที่ใช้งานไทยโมบายจำนวน 6 หมื่นรายก่อนเป็นกลุ่มแรกเพื่อเป็นการตอบแทนแก่ลูกค้ากลุ่มนี้ โดยทีโอทีจะสามารถดำเนินการให้บริการ 3 จีได้ภายใน 3 เดือนหลังจากมีการโอนย้ายคลื่นความถี่1900 MHz ให้ถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ที่คาด ว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2551?ซึ่งระหว่างการดำเนินการโอนคลื่นทีโอทีจะดำเนินการวางแผนธุรกิจการลง ทุน 3G ควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ดี ในส่วนตัวแล้วต้องการเปลี่ยนชื่อกิจการร่วมค้าไทยโมบายใหม่เป็น ทีโอทีโมบาย เพื่อลบภาพลักษณ์ความผิดพลาดเดิมที่ผ่านมาให้หมดไป และต้องการเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด ตั้งแต่ชื่อบริษัทไปจนถึงพนักงาน แต่อย่างไรก็ดีเรื่องนี้จะต้องรอความเห็นชอบจากบอร์ดเสียก่อน

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ผลการสัมภาษณ์ผู้ลงสมัครกรรมการผู้จัดการใหญ่เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ผลสรุปแล้วว่านายวรุธ สุวกร เป็นผู้ผ่านการสัมภาษณ์ และมีคะแนนนำนายธีรวิทย์ จารุวัฒน์ ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำเสนอชื่อขอมติเห็นชอบจากบอร์ด และต่อรองอัตราค่าจ้างแต่คาดว่าจะไม่ทันเข้าบอร์ดในวันที่ 11 ก.ค.นี้

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: , , ,

Jul 09

ค่ายมือถือ ระบุลงทุน 3 Gล่าช้าทำไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ เขมรอาจแซงหน้าแน่นอน เผยเอกชนพร้อมลงทุนมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ภาคนโยบายกลับไม่ขยับ ด้านกทช. หวั่นกฎหมายใหม่ทำแผนกำหนดไลเซนส์ 3Gปลายปีนี้เคลื่อนเพราะหากประกาศในราชกิจจาฯ กทช.จะกลายเป็นเพียงรักษาการ

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สายของ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาว่า เอกชนมีความพร้อมในการลงทุนและให้ 3 G ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะไม่มีการออกไลเซนส์ จนไม่รู้จะตอบนักลงทุนต่างชาติว่าจะสามารถเปิดให้เมื่อไหร่ ปัญหาของผู้ประกอบการในขณะนี้ คือ ไม่สามารถลงทุนได้ ทั้งที่มีเงินลงทุน

?ทั้งนี้การเปิดให้บริการช้าส่งผลให้ประเทศเสียโอกาสด้านการลงทุน และทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านแทน ที่ผ่านมาเรากลัวกันว่าจะแพ้เวียดนาม แต่ตอนนี้กลับจะถูกกัมพูชาแซงแล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3 G ยังไม่มีอะไรชัดเจน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็จะเป็นต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการนำมาคิด รวมกับการให้บริการด้วย โดยเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการที่นำคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของธุรกิจเข้ามาอยู่ใน หน่วยงานกำกับดูแล ดังนั้นเมื่อคิดอะไรไม่ออกก็ให้มีการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดความ ชัดเจนมากที่สุด ?นายวิเชียรกล่าว

ทั้งที่ผ่านมาการเติบโตของโทรคมนาคมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่าง มากโดยสังเกตได้จากมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถึง 70% จะส่งผลให้จีดีพี โตขึ้น 0.6% และหากบรอดแบนด์มีผู้ใช้ถึง 5 แสนราย จะทำให้จีดีพีโตขึ้น 3%?

นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเน็กซ์ ดีแทค บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ระบุด้วยว่า ไลเซนส์ 3 G เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเอกชนต้องใช้เวลาในการสร้างโครงข่ายประมาณ 6-12 เดือน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะเห็นบริการที่เป็น 3 Gอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องออกใบอนุญาตให้ได้โดยเร็ว เพราะกว่าจะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องใช้เวลานาน

ด้านนายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการประมูลไลเซนส์ 3 จี แต่จะต้องเปิดให้แข่งขันเฉพาะผู้ประกอบการภายในประเทศเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาก็อาจจะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะมีเงินทุนมากกว่า

นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ กทช.มีความกังวลในเรื่องของกฎหมายใหม่ที่จะออกมาใช้ เพราะหากมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ กทช.ก็จะเป็นเพียงรักษาการ ซึ่งจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก และอาจจะกระทบกับการออกใบอนุญาต 3 G ให้แก่ผู้ประกอบการทุกรายที่กำหนดไว้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ด้านนางคนึงจิตร สุริยะธำรงกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้มีการออกใบอนุญาต(ไลเซนส์) 3 G แก่ผู้ประกอบการไปหมดแล้ว หากไทยสามารถออกไลเซนส์ได้ มั่นใจว่าผู้ประกอบการเอกชนมีความพร้อมให้บริการอย่างแน่นอน โดยฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตผ่าน 3 G ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 20% และใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)จริงๆประมาณ 7-8% ของประชากรในประเทศเท่านั้น

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ไอซีที ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนปิดการประชุมในวันสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ส่งสภาฯก่อน 180 วัน และส่วนขั้นตอนต่อไปคงต้องรอให้สภาฯเปิดจึงจะมีการพิจารณาแก้ไขให้เป็นไป ตามความต้องการของทุกฝ่าย

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It