Wordpress Themes
Jul 04

จะให้รอพ.ศ.ไหน

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : 3?จี เป็นโครงการที่เฝ้ารอของบรรดาผู้ให้บริการสื่อสารไร้สายของไทยที่มีอยู่ไม่ กี่เจ้า แต่หลังจากรอคอยมาหลายปี และหลายรัฐบาล หากยังไม่มีความคืบหน้า

นานาปัญหา ติดขัดตั้งแต่การไม่มีกฎเกณฑ์ กติกาใบอนุญาต รวมถึงข้อโต้แย้งระหว่างบมจ. กสท โทรคมนาคม และบมจ.ทีโอที ในกิจการร่วมค้าไทยโมบาย ที่ครอบครองคลื่น 1900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ล้มเหลวด้านการตลาด เพราะยิ่งนานวันลูกค้ายิ่งหดหาย

หลายครั้งที่ประชุมร่วมดูเหมือนจะมี บทสรุป แต่ก็ผันเปลี่ยนไป ทันทีที่ออกจากห้องประชุม ก็เปลี่ยนข้อตกลงได้ แม้ล่าสุดวานนี้ (2 ก.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศจะออกมาฟันธงให้ทีโอทีเป็นผู้ ดำเนินการก็ตาม หากปราศจากตัวแทน กสท รับรู้

เอไอเอสพร้อมทุ่ม 7.5 หมื่นล้าน

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า เอไอเอสพร้อมลงทุนเทคโนโลยี 3จี บนโครงข่ายใหม่ ซึ่งหากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) อนุมัติให้มีใบอนุญาตในปีนี้ ซึ่งเอไอเอสพร้อมลงทุนปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่อง 3 ปี รวม 7.5 หมื่นล้านบาท โดยหากมีออกใบอนุญาตก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตขึ้น

ปัจจุบันไม่มีการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ทั้งไวแม็กซ์ หรือ 3 จี ขณะที่ประเทศอื่นๆ แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านก็ลงทุนและให้บริการกันไปมากแล้ว ซึ่งการลงทุนนี้ แม้จะนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ แต่มีแวลลูเชนต่อเนื่อง เกิดการสร้างงานของบริษัทคนไทยในพื้นที่ จึงทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย

ขณะเดียวกัน หากไม่ลงทุนใหม่ทำให้ปัญหาขาดแคลนบริการสื่อสารโทรคมนาคมยังคงขาดแคลนต่อไป แม้แต่รอบนอกกรุงเทพฯ รังสิต คลอง 4 ปทุมธานีเป็นต้นไปยังไม่มีสายโทรศัพท์เข้าถึง ทั้งที่เป็นบริการพื้นฐาน ดังนั้นหากมีบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ประเภทไร้สายก็จะทำให้บริการต่างๆ เข้าถึงประชาชนได้ทั่วถึง รวดเร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้เมื่อประเทศไทยยังไม่มี เทคโนโลยีใหม่ ก็ย่อมส่งผลให้ประเทศเติบโตล่าช้าไปด้วย โดยสิ่งนี้ยังไม่รวมปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ประเทศพัฒนาช้าไม่ว่าจะเป็นปัญหา เศรษฐกิจ การเมือง เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลง ทุน ขณะที่ถ้าเอไอเอสลงทุนใน 3 ปี จะช่วยเพิ่มศักยภาพการใช้งานมากขึ้น ตลาดนอนวอยซ์ก็จะเติบโต จากลูกค้าเดิมที่ผันไปใช้มากขึ้น

แนะทีโอทีควรให้เอกชนลงทุน

ส่วนทิศทางให้บริการ 3จีนั้น ได้หารือกับทีโอที ซึ่งมีสิทธิบริหารกิจการร่วมค้าไทยโมบาย แต่ยังไม่รับรู้เงื่อนไขใดๆ จากทีโอที หากโมเดลทางธุรกิจส่วนไทยโมบายยังไม่สรุปว่าทีโอที หรือกสท จะบริหารร่วมกันต่อไปหรือไม่ ในแง่ของการจัดซื้อไม่ควรดำเนินการเอง แต่ควรให้เอกชนมาลงทุน ส่วนรูปแบบรายละเอียดความร่วมมือจะเป็นเช่นใด เอไอเอสพร้อมหารือทุกรูปแบบ

มีผู้มาโจมตีว่าเอไอเอส ไม่สนใจให้บริการ 1900 เมกะเฮิรตซ์นั้นไม่จริงแต่อย่างใด หากทีโอทีได้ดำเนินการ เอไอเอสก็พร้อมมาลงทุน ซึ่งขึ้นกับเงื่อนไขของภาครัฐด้วย ถ้าภาครัฐจะให้บริการโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ เราก็พร้อมหารือ” นายวิเชียร กล่าว

ทั้งนี้ความเสี่ยงของการทำธุรกิจของ เอไอเอส ในปัจจุบันคือเรื่องไม่มีแบนด์วิธ เพียงพอให้บริการ 3 จี ขณะที่ดีพีซีในเครือเอไอเอสเองก็ไม่ได้รับจัดสรรคลื่นจาก กสท เหมือนที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นได้รับ ทั้งที่ดีพีซีจ่ายส่วนแบ่งรายได้ต่อไปให้ กสท กว่า 1 พันล้านบาท และจ่ายตลอดมาเช่นกัน

กรณีไทยโมบาย ถ้า กทช.เชื่อมั่นในกลไกการแข่งขันก็ต้องปล่อยให้บริการได้ โดยควบคุมที่ใบอนุญาตแทนไม่ให้มีการแข่งขันกันมากไป เพราะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็เจ๊งไป เพราะมีมากเกินไป ถ้าจะคิดค่าออกใบอนุญาตสูงเกินไปก็ไม่สามารถดำเนินธุรกิจอยู่ได้ ถ้ามีคู่แข่ง 3-4 รายจะเหมาะสมกับคลื่นที่มีอยู่” นายวิเชียร กล่าว

ดีแทคย้ำ3จีดันเศรษฐกิจโต

นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ดีแทคมองว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจะเติบโตไปไม่ได้ถ้าไม่มีการลงทุน โดยหากเปิดให้ใบอนุญาต 3จี ก็จะเข้ามาเสริมสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตไปด้วย เพราะอุตสาหกรรมนี้ลงทุนสูง จึงมีธุรกิจต่อเนื่อง

จะเห็นได้จากที่แม้ยังไม่มีการลงทุน 3 จีบนคลื่นความถี่ใหม่ แต่ดีแทคก็มีแผนลงทุนสถานีฐานใหม่เพิ่ม 1,500 แห่งที่ล้วนใช้แรงงานท้องถิ่นทั่วประเทศ

ไอซีทีเล็งให้เอกชนเช่าโครงข่าย

แหล่งข่าวกระทรวงไอซีที หน่วยงานกำกับนโยบายทีโอที และกสท กล่าวถึงรูปแบบการให้บริการของไทยโมบายว่า จะเปิดให้เอกชนที่สนใจมาเช่าใช้โครงข่าย โดยทีโอทีมีสิทธิบริหาร ขณะที่ กสท ยังมีหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิบริหาร ซึ่งเมื่อเอกชนบริหารส่งรายได้ตามส่วนแบ่งปีละ 25% ทั้งคู่จะยังได้ประโยชน์ และเอกชนก็ได้ประโยชน์แง่การประหยัดต้นทุน เรียกได้ว่า “วิน วิน” ทุกฝ่าย

ขณะที่แหล่งข่าว บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีได้หารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) แล้วเรื่องการโอนสิทธิบริหารกิจการไทยโมบาย ซึ่งคาดว่าทีโอทีจะบริหารงานอย่างเด็ดขาดได้เอง โดย กสท ไม่มีสิทธิบริหาร

ทั้งนี้ปัจจุบันทีโอทีจัดทำแผน ธุรกิจสำหรับไทยโมบายเสร็จแล้ว และมีหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล เช่นถ้ารัฐบาลต้องการให้เป็นผู้ให้บริการโครงข่ายในรูปแบบโมบาย เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ค โอเปอเรเตอร์ (เอ็มวีเอ็น โอ) ทีโอที ก็ได้เตรียมเงื่อนไข วิธีการ ไว้แล้วเช่นกัน

อีกทั้งพร้อมเปิดให้เอกชนทุกรายเสนอ แบ่งผลประโยชน์ได้อย่างทัดเทียม ซึ่งคาดจะเสนอสู่การพิจารณาของบอร์ด ทีโอที เพื่อนำเข้าวาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2-3 เดือน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: ,

Jul 02

เอทีแอนด์ที (AT&T) เล็งเปลี่ยนแผนการขายไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 3G) เตรียมเสนอขายในราคาเริ่มต้นที่ 599 เหรียญโดยที่ผู้ซื้อยังไม่ต้องจดทะเบียนใช้บริการกับทางบริษัทนาน 2 ปี อย่าเพิ่งดีใจเพราะนี่ไม่ใช่การปลดล็อคเพื่อเปิดเสรีไอโฟน แต่เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกว่าจะซื้อบริการข้อมูลของเอทีแอนด์ ทีเต็มแพคเก็จ หรือจะซื้อแค่แพคเก็จโทรเพื่อใช้ไอโฟนเป็นแค่เครื่องเล่นมัลติมีเดียและใช้ งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไว-ไฟ โดยลูกค้าไอโฟนในสหรัฐฯยังต้องใช้เครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเท่านั้น

ราคา ปลีก 199 เหรียญ และ 299 เหรียญของ iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB และ 16GB ที่จะวางขายในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จะเกิดขึ้นพร้อมกับการจดทะเบียนใช้บริการเครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเป็นเวลา 2 ปี ส่วนการขายแบบไม่จดทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นราคาจะอยู่ที่ 599 เหรียญ และ 699 เหรียญ” เอทีแอนด์ที กล่าว

นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกที่สาวกไอโฟนจะสามารถซื้อไอโฟนจากเอ ทีแอนด์ทีโดยที่ไม่ถูกมัดมือให้ซื้อแพคเก็จแสนแพงต่อเนื่อง 2 ปี และแม้จะยังไม่มีรายงานวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่เอทีแอนด์ทีก็คาดว่าการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ต้องจดทะเบียนนั้นจะทำกำไรได้ มากกว่าค่าใช้บริการรายเดือนของผู้ใช้บริการตามอายุของการจดทะเบียน

ไมเคิล โค (Michael Coe) โฆษกเอทีแอนด์ทียืนยันว่าเครื่องไอโฟนทั้งที่ทำสัญญาและไม่ทำสัญญาก็ยังจะ ถูกล็อคให้ใช้งานกับเครือข่ายของทางเอทีแอนด์ทีเท่านั้น ซึ่งค่าบริการที่จะต้องจ่ายรายเดือนก็จะเป็นโปรโมชันสำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ เช่นเดิม สำหรับการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลกับทางบริษัทนั้น ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการโดยไม่ต้องเสียค่ายกเลิกสัญญาแต่อย่างใด

แผนการจำหน่ายไอโฟน 3G ไม่ต้องจดทะเบียนนี้ถูกเปิดเผยพร้อมการชี้แจงของเอทีแอนด์ที ที่ระบุชัดเจนว่าราคาไอโฟน 3G 199 เหรียญนั้นเป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้า 3 ประเภทเท่านั้น หนึ่งคือลูกค้าไอโฟนดั้งเดิมที่ซื้อไอโฟนก่อนวันที่ 11 กรกฎาคม สองคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีใหม่ที่พร้อมสมัครใช้บริการของเอทีแอนด์ทีแบบเต็ม แพคเก็จนาน 2 ปี สามคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีเดิมที่อยากอัปเกรดบริการของตัวเอง

แปล ว่า ลูกค้าเก่าของเอทีแอนด์ทีที่ใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นอยู่และไม่ต้องการ ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลรายเดือนจากเอทีแอนด์ที จะต้องเสียเงินซื้อไอโฟน 3G รุ่น 8GB ในราคา 399 เหรียญ หรือ 499 เหรียญสำหรับซื้อรุ่น 16GB

ทั้งนี้ แพคเก็จไอโฟน 3G ที่เอทีแอนด์ทีจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคมจะมีราคาเริ่มต้นที่ 70 เหรียญต่อเดือน ซึ่งหากรวมค่าธรรมเนียมและภาษีก็จะเพิ่มขึ้นอีก 10 เหรียญต่อเดือน โปรโมชันดังกล่าวเหมาจ่ายค่าโทรทุกช่วงเวลา 450 นาทีและช่วงกลางคืนวันสุดสัปดาห์อีก 5,000 นาที ราคาแพงที่สุดคือ 129.99 เหรียญ สามารถโทรและใช้บริการอีเมลและเล่นอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดชั่วโมง

นอกจากแผนจำหน่ายไอโฟนไม่ต้องจดทะเบียน รายงานระบุด้วยว่าเอทีแอนด์ทีมีแผนให้บริการแบบพรีเพด เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไอโฟนที่ไม่มีบัตรเครดิตด้วย

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , , ,

Jun 27

นักวิเคราะห์อเมริกันหัวใส โหนกระแสที่ยักษ์ใหญ่แอปเปิลจะขายไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 3G) ในราคา 199 เหรียญ หยิบประเด็นต้นทุนการผลิต iPhone 3G มาวิจัยจนพบว่า ต้นทุนการผลิตไอโฟนใหม่รุ่นเล็กที่สุดนั้นจะอยู่ที่ราว 173 เหรียญสหรัฐต่อเครื่อง

บริษัทที่ออกมาคาดการณ์ต้นทุนการผลิต iPhone 3G ในครั้งนี้คือไอซัปพลาย (iSuppli) สำหรับ iPhone 3G นั้นเป็นโทรศัพท์มือถือจากแอปเปิลรุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกการันตีว่าเหนือกว่า รุ่นก่อนในเรื่องความเร็วการส่งถ่ายข้อมูลและความสามารถของระบบนำทาง มีคิววางจำหน่ายในสหรัฐฯและอีก 21 ประเทศวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

นัก วิเคราะห์เหล่านี้ไม่สงสัยว่าแอปเปิลตั้งราคาจำหน่ายไอโฟนรุ่นใหม่ไว้ที่ 199 เหรียญได้อย่างไร เพราะรู้กันดีว่ากำไรของแอปเปิลนั้นไม่ได้จำกัดตัวอยู่เฉพาะในส่วนต่างต้น ทุนเครื่องและราคาขายปลีก ซึ่งหักลบแล้วเหลือเพียง 26 เหรียญเท่านั้น เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือโอเปอเรเตอร์ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายไอโฟนอย่าง เป็นทางการเช่น เอทีแอนด์ที (AT&T) ซึ่งต้องสนับสนุนเงินมหาศาลเพื่อให้ราคาขายปลีกไอโฟนสามารถสร้างกระแสใน ตลาดได้เช่นนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ โอเปอเรเตอร์เหล่านี้จะต้องซื้อไอโฟนจากแอปเปิลในราคาที่สูงกว่า 199 เหรียญ โดยยอมขายขาดทุนในระยะแรก ก่อนจะเอาคืนด้วยการเก็บค่าบริการข้อมูลรายเดือนต่อไป

ไอซัปพลายประมาณการณ์ว่า เอทีแอนด์ทีนั้นต้องเสียเงินเพื่อกดราคาไอโฟนราว 300 เหรียญต่อเครื่อง น้อยกว่าบริษัทวิจัยรายอื่นที่ประมาณกันว่าตัวเลขดังกล่าวอาจสูงถึง 350 เหรียญ ซึ่งแน่นอนว่าเงินเหล่านี้คือสายน้ำแห่งกำไรที่จะไหลไปหล่อเลี้ยงแอปเปิล

ไอซัปพลายเชื่อว่ากำไรจากไอโฟนรุ่นใหม่นั้นมีสัดส่วนสูงกว่ากำไรของ ผลิตภัณฑ์ใดๆที่แอปเปิลเคยมีมา ซึ่งโดยเฉลี่ย แอปเปิลมักจะบวกกำไรเพิ่มจากต้นทุนวัสดุและการผลิตสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์มาตลอด

ที่ สำคัญ ราคาวัสดุในขณะนี้ล้วนเป็นช่วงขาลง กำไรในไอโฟนรุ่นใหม่จึงคาดว่าจะสูงกว่าไอโฟนรุ่นดั้งเดิมที่แอปเปิลเคยทำได้ จุดนี้ ไอซัปพลายประมาณการว่า ต้นทุนการผลิตไอโฟนรุ่นดั้งเดิมนั้นอยู่ที่ราว 226 เหรียญ

ราคาทุน 173 เหรียญที่ไอซัปพลายคาดการณ์นั้นเป็นของ iPhone 3G รุ่นความจุ 8GB พร้อมจำหน่ายในราคาปลีก 199 เหรียญ ขณะที่รุ่นความจุ 16GB จะจำหน่ายในราคา 299 เหรียญ โดยการสำรวจพบว่า ความจุที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไอโฟนเพียง 22.89 เหรียญเท่านั้น

การคำนวณต้นทุนการผลิตนั้นคำนึงถึงส่วนประกอบหลักในการผลิตเป็นหลัก กรณีของ iPhone 3G นั้นประกอบด้วยหน่วยความจำ หน้าจอทัชสกรีน และวงจรภายในที่ถูกประเมินว่ามีต้นทุนการผลิตเพียง 20 เหรียญเท่านั้น สำหรับชิปเทคโนโลยีจีพีเอส (Global Positioning System) สำหรับระบุตำแหน่งบนพื้นโลกนั้นมีต้นทุนเพียง 3.60 เหรียญเท่านั้น

รายงาน ระบุว่า การประเมินต้นทุนครั้งนี้ยังไม่นับรวมต้นทุนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ บรรจุภัณฑ์ การจัดส่งสินค้า รวมถึงอุปกรณ์เสริมเช่นชุดหูฟัง โดยล่าสุดมูลค่าหุ้นของแอปเปิลเพิ่มขึ้น 9 เซ็นต์ ปิดที่ 173.25 เหรียญสหรัฐ

ข่าวจาก : Manager Online

Technorati Tags: , ,

Jun 18

กระแสไอโฟน ( iPhone) ในบ้านเรา ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น จากการสอบยอดรวมจำนวนจำหน่ายของ iPhone ของแหล่งจำหน่ายรายใหญ่ย่านเคาน์เตอร์มาบุญครอง มีจำนวนหลายแสนเครื่อง ทั้งๆ ที่ต้องอยู่ในลักษณะแอบลักลอบนำเข้า แต่ผู้สั่งนำเข้ายังทำได้อย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการยังไม่มีแนวโน้มว่าลดลง

รูปร่าง หน้าตา ระบบเสียง ความเสถียร และการใช้งานง่าย ทำให้ iPhone กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ ที่ใครๆ ก็อยากมีไว้ ทั้งที่ราคาขายสูงไปถึง 20,000-24,000 กับเครื่องรุ่นใหม่ที่มีความจุ 16 GB ผสมกับการปรับแก้ให้สามารถใช้ได้ในประเทศไทย มีภาษาไทยในเครื่อง

ล่า สุด สตีฟ จ๊อบ นายใหญ่ของแอปเปิ้ล (Apple) ประกาศก้อง ด้วยเรื่อง สะดุดวงการมือถือทั้งโลก ถึงกำหนดวางจำหน่าย iPhone รุ่นที่ 3 ในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมกันหลายประเทศทั่วโลก แต่ไม่มีชื่อประเทศไทย

iPhone ที่จะวางจำหน่ายในเดือนหน้าจะสามารถใช้ระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงในแบบ 3G ที่เป็นมาตรฐานสากล (ยังไม่ได้มีใช้ในประเทศไทย) มีระบบ GPS : Assisted-GPS นำทาง ผ่าน Google Map และยังเพิ่มการรองรับระบบผลักดันอี-เมลให้เป็นอัตโนมัติ หรือ exchange server feature ทำให้รับรู้ได้ทันทีเมื่อมีอี-เมลใหม่เข้ามา พร้อมกับคุยแถมมาว่า ระบบเสียงนั้นดีเยี่ยมกว่าเดิม โดยไม่ทิ้งจุดเด่นของระบบใช้นิ้วจิ้ม+ป้ายในการทำงาน ส่วนที่ลดลงคือ ฝาหลังจะเป็นพลาสติค (เพื่อให้รับสัญญาณ GPS ได้ดี) ไม่ใช่โลหะวาวงามของรุ่นปัจจุบัน

ว่ากันว่า สตีฟ จ๊อบ พิถีพิถันกับการออกแบบมาก ขนาดที่ว่าไม่ยอมรับตัวต้นแบบผลิต เพียงเพราะว่าหนาไป 2 มม. และการออกแบบลายพริ้น แผงวงจรภายในตัวเครื่อง (ซึ่งจะไม่มีใครได้เห็นเพราะ iPhone เปิดเครื่องดูไม่ได้) ไม่สวยงาม ไร้รสนิยม

สิ่งที่ทำให้ช็อ ควงการมือถือ ไม่ใช่ระบบใหม่ที่ให้ iPhone ปรับแก้ หากไปอยู่ที่ราคาขายที่กำหนดไว้ที่ 199 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น หากตีเป็นราคาเงินบาทก็ตกราว 6,600 บาท เท่านั้น แม้ว่าจะมีเงื่อนไขประกอบระบุว่า จะต้องใช้กับระบบโทรศัพท์ผูกพันของแต่ละประเทศที่ขาย เป็นเวลา 1-2 ปีแตกต่างไป

การซื้อ iPhone ที่ต้องผูกพันกับเครือข่ายหลายๆ คนเรียกว่า ระบบทาส ทำให้คนไทยเริ่มพูดจา และคำนวณกันไปต่างๆ นานา จนคิดว่ายังไงเสียก็คงไม่สามารถซื้อมาใช้ในประเทศไทยเราได้แน่นอน แม้ว่าจะมีราคาถูกลงสักเพียงใด

หนำซ้ำยังมีแรงหนุน หยิบจุดด้อยของ iPhone 3G นี้ว่า 3G เป็นอะไรที่เกินความจำเป็น โหลดเร็ว ส่วนมาก iPhone User ก็มี WiFi กันอยู่แล้ว เร็วกว่า 3G ด้วยทั้งเมืองไทยยังไม่มี 3G รองรับ ระบบของ AIS ก็ใช้กับ iPhone 3G ไม่ได้ ส่วน GPS เอาไว้ทำอะไร เมืองไทยไม่ใหญ่โต หากไม่มี GPS จะเดินทางไปไหนไม่ถูกเชียวเหรอ…..กับอีกคำโต้แย้งมากมาย

แต่เมื่อ ถามกันว่า มีคนอยากใช้ iPhone 3G ตัวใหม่นี้สักกี่คน ผลปรากฏว่า จำนวนผู้เสนอความเห็นตามเว็บต่างๆ เกือบเต็มร้อยอยากใช้และพร้อมจะจ่ายเงินในราคาดังว่า เพราะเชื่อว่าเมื่อ iPhone ตัวใหม่ออกมาวางขายในสหรัฐและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จะต้องมีราคาต่ำกว่า iPhone รุ่นปัจจุบัน แม้เจ้าส่วนประกอบแปลกๆ ที่ใส่เข้ามาใหม่จะไม่มีโอกาสใช้หรือใช้ไม่เป็น ก็ไม่ว่า ยังไงๆ ก็ยังดูดี คุ้มค่า และน่าจะดีกว่า ซื้อยี่ห้ออื่นๆ ที่มีขายหรือเตรียมขายในเมืองไทยวันนี้ ไปจนถึงสิ้นปี

ส่วนเรื่องที่ ไม่ได้มีขายในเมืองไทย ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่หวั่น ทุกวันนี้ นายสตีฟ จ๊อบ ไม่ได้ให้สิทธิขาย iPhone ในเมืองไทย แต่คนไทยก็สามารถหาซื้อ iPhone ได้แทบทุกตู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ รายย่อย ทั่วประเทศไทย ในราคาที่…พอรับได้

ใครกำลังซื้อ iPhone รุ่นปัจจุบันราคาสองหมื่น คงต้องอดใจรอกันอีกสักนิด แม้เมืองไทยจะไม่มีขายอย่างเป็นทางการ แต่ยังไงๆ ก็ต้องมีขายแน่นอน…ยิ่งกระแสความต้องการพุ่งแรงเสียขนาดนี้….รับรองว่า เมืองไทยอาจขายดีกว่าในฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง ฯ….ที่ Apple มีข้อตกลงอยู่ด้วยซ้ำไป

….ฟันธง….

ข้อมูลจาก : RSS Thai .com

Jun 12

เอชทีซีประเทศไทยประกาศปรับลดราคา HTC Touch Cruise, HTC Touch และ HTC P3300 ลงตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท เป็นการประกาศปรับราคาที่เกิดในช่วงใกล้เคียงกับการเปิดตัวไอโฟน 3G อย่างมาก

ราคาใหม่นี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว โดย HTC Touch Cruise ลดเหลือ 25,900 บาท มาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์แผนที่ GARMIN จากราคาเริ่มต้น 29,900 บาท ขณะที่ HTC Touch ลดเหลือ 16,900 บาทจาก 17,900 บาท และ HTC P3300 15,900 บาท มาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์แผนที่ GARMIN จากเดิม 17,500 บาท

HTC ระบุว่าได้ปรับลดราคาผลิตภัณฑ์ลงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแต่เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการในวันนี้ (11) อย่างไรก็ตาม แม้ HTC จะยืนยันว่าการปรับราคาเกิดขึ้นเพราะ Touch Diamond ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ HTC แต่ก็ไม่วายถูกนำมาเชื่อมโยงกับการเปิดตัวไอโฟน 3G โดยเฉพาะเมื่อไอโฟน 3G สามารถรองรับโปรแกรม Exchange ของไมโครซอฟท์ แปลว่าแอปเปิลหวังขยายกลุ่มตลาดของไอโฟนให้ครอบคลุมกลุ่มนักธุรกิจให้มากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับ HTC และผู้จำหน่ายอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตพกพารายอื่นในตลาด ส่งให้ทั้งหมดต้องกลับมาทบทวนและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับกระแสที่จะตามมาในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ราคาของไอโฟน 3G ที่ต่ำมากไม่ได้แปลว่าไอโฟนจะมีภาษีดีกว่าอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตรายอื่นแบบสุดโต่ง เพราะไอโฟนยังติดเรื่องเงื่อนไขที่ว่าผู้ใช้จำเป็นต้องสมัครบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพื่อใช้งานไอโฟนนั้นสูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไป ขณะเดียวกัน หากผู้บริโภคนำไปปลดล็อกและใช้บริการโทรศัพท์มือถือธรรมดาก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากคุณสมบัติ 3G เท่าที่ควร จุดนี้สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าจะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจปลดล็๋อก 3G ดำเนินธุรกิจได้ยากยิ่งขึ้นด้วย

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่หลายบริษัทในนานาประเทศเปิดให้บริการปลดล็อกไอโฟนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช่นบริษัท Freeit4less ที่โพสต์ราคาปลดล็อกไอโฟนที่ 100 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3,000 บาท โดยระบุว่าได้ปลดล็อกไอโฟนเจเนอเรชันแรกไปแล้ว 121 เครื่อง และปลดล็อกซอฟต์แวร์อีก 5,104 ไลเซนส์

ปิด
E-mail It