Wordpress Themes
Aug 27

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทอะโดบี ซิสเต็มส์ อิงค์ ได้ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ Adobe Photoshop Lightroom 2 ที่เป็นกล่องเครื่องมือที่สำคัญสำหรับนักถ่ายภาพ โดยรองรับการจัดการ การปรับเปลี่ยน และการนำเสนอภาพถ่ายดิจิตอลจำนวนมาก และด้วยส่วนปรับปรุงใหม่ๆ เช่น การสนับสนุนการแสดงผล 2 จอภาพ ความก้าวหน้าในการแก้ไขภาพถ่ายโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย และความสามารถในการค้นหาแบบอัตโนมัติ ทำให้ Lightroom 2 กลายเป็นซอฟต์แวร์อัพเกรดที่น่าสนใจ

รายงาน ข่าวแจ้งว่า Photoshop Lightroom 2 จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนของการถ่ายภาพไปจนถึงขั้นตอนการปรับแต่งขั้นสุดท้าย นอกจากนี้ Lightroom 2 ยังเป็นแอพลิเคชันแรกของอะโดบีที่สนับสนุนการประมวลผล 64 บิต สำหรับคอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่ใช้ Mac OS X 10.5 และโพรเซสเซอร์ของอินเทล และระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista รุ่น 64 บิต จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยความจำสำหรับการรองรับภาพถ่ายขนาดใหญ่

นาย ทอม โฮการ์ตี้ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับ Lightroom และ Camera Raw ของอะโดบี กล่าวว่า ชุมชนนักถ่ายภาพทั่วโลกได้จัดหาข้อมูลเชิงลึกและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ภายใต้โครงการทดลองใช้งานซอฟต์แวร์ Lightroom 2 ซึ่งช่วยให้เราสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยอะโดบีได้พิจารณาคำร้องขอของผู้ใช้ และปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถปรับแต่ง ปรับปรุง และนำเสนอภาพถ่ายที่สวยงามได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายสก็อตต์ เคลบี้ นายกสมาคมผู้เชี่ยวชาญ Photoshop (National Association of Photoshop Professionals - NAPP) กล่าวว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ Lightroom ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักถ่ายภาพ คือ อะโดบีพัฒนาซอฟต์แวร์นี้ โดยอาศัยข้อเสนอแนะจากกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง อะโดบีรับฟังเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายที่นักถ่ายภาพต้องเผชิญอยู่ใน ขณะนี้ จากนั้นจึงพัฒนาโซลูชั่นแบบครบวงจร ที่ตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพอย่างแท้จริง ส่วนปรับปรุงของ Lightroom 2 เมื่อใช้งานร่วมกับโปรแกรม Photoshop ที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้นักถ่ายภาพสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายระดับมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว และไร้ขีดจำกัด

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ Adobe Photoshop Lightroom 2 มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของอะโดบี (Adobe Store) ที่ www.adobe.com/store โดยมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ส่วนเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นจะวางจำหน่ายในภายหลัง ราคาประมาณ 299 เหรียญสหรัฐ สำหรับผู้ใช้ใหม่ ส่วนราคาอัพเกรดอยู่ที่ 99 เหรียญสหรัฐ

ที่มา : ข่าวสด

Aug 15

แฟนพันธุ์แท้ออกลูกไม่พอใจทำไมข่าวคราวเงียบหายไม่มีอะไรอัพเดต เริ่มจับกลุ่มเลียนประท้วงคล้ายกลุ่มของแฟนๆ ของเกม Diablo lll ที่รวมตัวกันเพื่อประท้วงตามเว็บบอร์ดสื่อเกมต่างๆ ที่มีมาได้สักระยะ ซึ่ง Blizzard ก็เหมือนจะรับรู้ปัญหาต่างๆ ดี การแถลงครั้งนี้นั้นจัดขึ้นในงานโชว์ของบริษัท AMD ที่เปิดตัวระบบ Cinema 2.0 ในเมืองนิวยอร์ค โดยหยิบยกเวลามาช่วงนึงเพื่อกล่าวแถลงให้แฟนๆ ที่ตั้งตารอข่าวของ Starcraft II กับ คำถามที่เรียกได้ว่าถามกันมาอย่างมากมายกับคำถามที่ว่า การทำงานของ Blizzard ใช้เวลาทำงานนานมากเกินไปหรือเปล่า และทำไมการแจ้งผลการทำงานนั้นไม่ค่อยถูกนำมาเปิดเผยผ่านสื่อบ้าง ทั้งๆ ที่ใกล้ถึงวันกำหนดวางแผงมากแล้ว (กำหนดในแถลงการณ์คือวันที่ 3 ธ.ค ปีนี้นั่นเอง) งานนี้ทางด้าน Blizzard ไม่นิ่งดูดายเหมือนเดิม ส่งตัวแทนทีมงานพัฒนาซึ่งก็ได้ MR. Bob Colayco มาไขข้อข้องใจของแฟนๆกันซึ่งใจความก็มีดังนี้

MR. Colayco ได้กล่าวว่า ในระหว่างที่เรากำลังพัฒนาตัวเกมอยู่นี้กับการแจ้งผลการทำงานในช่วงสุดท้าย นั้นเราขอย้อนเรื่องราวไปในยุคบุกเบิกของต้นฉบับเกม Starcraft ซึ่งการทำงานนั้นถูกสร้างและพัฒนาขึ้นในระบบ 2D จนปัจจุบันนี้นั้นก็ได้พัฒนาก้าวขึ้นมาในระบบ 3D ซึ่งการแข่งขันนั้นก็ยังสูงเหมือนเดิมแม้จะลดกระบวนการที่ใช้อยู่ไปอย่าง มากมายซึ่งรายงานล่าสุดในเวลานี้เรากำลังเล็งการปรับปรุงไปที่ระบบสงคราม ซึ่งเรากำลังแก้ระบบการรบในสนามรบที่มียูนิตเบียดเสียดที่กำลังจะตะรุมบอน ซึ่ง เรากำลังจับอารมน์การเล่นและจินตนาการของผู้เล่น และพยายามถ่ายทอดมันลงไปในระบบของ Starcraft II ให้มากที่สุด เพราะเสน่ห์ของเกมแนว RTS ?ก็คือระบบสงครามนั่นเอง ยิ่งระบบดีมันก็จะยิ่งให้ภาพลักษณ์ Starcraft ll นั้นถูกปลูกฝังต่อๆ ไป แม้จะได้แค่ชมจากภาพวีดีโอจากการเล่นก็ตาม ซึ่งทีมงานพัฒนา นั้นอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์จากการเล่นในตอนที่นำยูนิตต่างๆ เข้าปะทะกัน เอฟเฟกซ์จากตัวเกม แสงสีและเงาจากสกิลต่างๆ ซึ่งเราอยากจะสื่อให้ผู้เล่นนั้นได้รับรู้ถึงกลิ่นอายที่เรายังคงรักษาความ เป็นเอกลักษณ์ต่างๆจากระบบสงครามนั้นระบบจะถูกโยงมาถึง Starcraft ll แน่นอนขอให้แฟนๆวางใจได้เลย

MR. Colayco ได้กล่าวไว้ว่า ความจริงเร็วๆ นี้พวกเราเพิ่งจะได้ทีมงานระดับเทพเจ้าในระบบ 3D มาร่วมงาน” ซึ่ง นี่ก็อาจจะเป็นอีกสาเหตุนึงที่ทำให้งานล่าช้าไปบ้าง เพราะพวกเราปรึกษาหารือปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และเห็นพ้องต้องกันว่า ยิ่งนำเสนอข่าวระบบการทำงานต่างๆ ที่ยังไม่สมบรูณ์ออกไปก็อาจจะกลายเป็นกระแสลบกลับมาสู่ตัวเกมได้อีกดังนี้ ทีมงานจึงอยากหาจุดสรุบที่ดีที่สุดมาเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับ Starcraft ll

เรียกว่าช่วงนี้อาจเป็นมรสุมของทางค่าย Blizzard เลยก็ว่าได้ครับเพราะกระแสเกมที่โดนแฟนๆ ต่อต้านนั้นมีเยอะเข้ามาพอสมควรทั้งจาก Diablo lll จนล่าสุดก็ลามมาถึง Starcraft ll ส่วนตัวยังเชื่อว่าสิ่งที่ดีนั้นต้องดูตอนเสร็จครับ ยิ่งค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Blizzard ด้วยขอให้เชื่อใจได้เลย (ถ้าไม่มีโรคเลื่อนเราคงได้สัมผัสกันในวันที่3 ธ.ค.ตามกำหนดวางแผง)

ที่มา : Online Station.net

Jul 22

มาดูบทวิเคราะห์ของนักเขียนชื่อดัง ถึงเหตุผลที่คนไม่นิยมอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : การเกิดและเติบโตของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงหนังสือได้มากขึ้น ขณะที่ผู้จัดพิมพ์ก็สามารถกระจายสินค้าได้กว้างขวางกว่าเดิมด้วย แต่หลายคนก็หวั่นเกรงกันว่าหนังสือแท้ๆ ที่จับต้องได้จะล้มหายตายจากไปหรือไม่

Nick Hornby นักเขียนเจ้าของเรื่อง high fidelity และ about a boy อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน แต่เขาบอกว่าหนังสือยังมีความทนและ ?เหนียว? กว่าอุตสาหกรรมซีดีเพลง ซึ่งถูกตลาด mp3 ตีตลาดจนย่อยยับไปแล้ว เหตุผลก็คือ

  1. นักอ่านยังไงก็ชอบหนังสือ ไม่เหมือนคนฟังเพลงที่ไม่ได้ชอบซีดีขนาดนั้น ถ้าเป็นแผ่นเสียงละก็ใช่ แต่ซีดีคงไม่ ถ้าจะพูดถึงศิลปะบนปกซีดีนั้นก็หาได้น้อยยิ่ง กล่องก็แตกง่าย แผ่นซีดีเองก็เป็นรอยขีดข่วนเสมอ ขณะที่หนังสือเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลของนักอ่านมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว มันเหมือนศิลปะชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว
  2. เครื่องอ่าน e-book มีข้อเสียเปรียบเมื่อเทียบกับเครื่องเล่นเพลง mp3 คือเมื่อเราซื้อ iPod เราเป็นเจ้าของเพลงที่เรานำมาใส่ในเครื่อง แต่สำหรับเครื่องอ่าน e-book นั้น เราไม่ได้เป็นเจ้าของ e-book
  3. จริงๆ แล้วคนเราซื้อหนังสือไม่กี่เล่มต่อปี โดยเฉลี่ยไม่เกิน 7 เล่ม ในจำนวนนั้น 2-3 เล่มก็ซื้อเป็นของขวัญให้คนอื่น ข้อดีของ Kindle เครื่องอ่าน e-book ของค่าย Amazon ก็คือทำให้เราไม่ต้องแบกหนังสือ 4 เล่มต่อปีเท่านั้นเอง ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจนักอ่านมากนัก
  4. คนรักหนังสือมักเป็นพวกปรับตัวช้า และไม่ค่อยถูกกับเทคโนโลยีสักเท่าไหร่
  5. ความสามารถใหม่ๆ ของ iPod ทุกวันนี้ทำให้หนังสือขายยากมากขึ้นอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึง e-book เพราะหากถามว่าจริงๆ คนเราอ่านหนังสือมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับการดูทีวีและฟังเพลง คำตอบคือน้อยมาก จากการสำรวจคนอเมริกันวัยกลางคน ประมาณ 2,000 คน พบว่า 34% ของทั้งหมดไม่ได้อ่านหนังสือเลย

ถึงแม้อุตสาหกรรมเพลงจะมีปัญหาและ อุปสรรคมากมายในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องเทปผีซีดีเถื่อน แต่เราก็ไม่เคยเห็นโฆษณาหรือการรณรงค์ให้คนฟังเพลงมากขึ้นเลย มีแต่รณรงค์ให้คนอ่านหนังสือกันมากขึ้น ปัญหาของอุตสาหกรรมเพลงคือทำยังไงให้คนฟังจ่ายเงินซื้อเพลง ไม่ใช่ทำยังไงให้คนฟังเพลง แต่หนังสือไม่ใช่แบบนั้น แค่ทำให้คนอยากอ่านก็ยากแล้ว เอาง่ายๆ ระหว่าง iPod กับ Kindle คุณอยากได้อันไหนมากกว่ากัน

อย่างไรก็ตาม Nick Hornby บอกว่าเขาไม่ปฏิเสธเรื่องเทคโนโลยี หากอนาคตมียาที่กินเข้าไปแล้วทำให้เราประหยัดเวลาอ่านหนังสือได้มากมาย หนังสือก็คงตายจากไปในช่วงข้ามคืน แต่ตราบใดที่คนยังอ่านหนังสือกันน้อยแบบนี้ เขาก็ไม่ห่วงว่าในอนาคตอันใกล้นี้ e-book จะเป็นที่ต้องการมากไปกว่าหนังสือจริงๆ

ที่มา : bangkokbiznews

Technorati Tags: , ,

Jun 29

บลิซซาร์ดประกาศชัด ?Diablo III? จะกลับมาพิสูจน์ยอดเกมแอ็คชัน RPG ในตำนานอีกครั้งบนเครื่องพีซีกับแมค เผยโฉม 2 คลาสแรก ?Barbarian-Witch Doctor? มุมมองภาพแบบเดิมแต่ปรับฉากเป็น 3 มิติสมบูรณ์แบบ และยังไม่ประกาศวันวางจำหน่าย

วันนี้ (28 มิ.ย.)บริษัทบลิซซาร์ด เอนเตอร์เทนเมนต์ จัดงาน ?เวิลด์ไวด์ อินวิเทชัน 2008?ขึ้นที่ฮอลล์ 5 ของ ?Porte de Versailles Exposition Center? ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พร้อมเฉลยภาพเกมปริศนาที่สร้างความคลุมเครือในใจเกมเมอร์ทั่วโลกมาตลอด สัปดาห์ รวมทั้งยังนำ 2 เกมที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา World of Warcraft: Wrath of the Lich King กับ StarCraft II มาเปิดให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองเล่นกันก่อน และการจัดแข่งเกมรายการใหญ่ควบคู่ไปด้วย

แน่นอนว่าข่าวใหญ่ที่สุดคงหนีไม่พ้นการประกาศผลงานเกมใหม่จากค่ายบลิซซาร์ด ผลปรากฏว่าเกมปริศนาดังกล่าวก็คือภาคใหม่ลำดับที่ 3 ของเกมแอ็คชัน RPG ในตำนานตามคาดกับ ?Diablo III? เกมต้นแบบของเกม RPGยุคปัจจุบันหลายต่อหลายตัว ด้าน ?ร็อบ พาร์โด? รองประธานฝ่ายบริหารของบลิซซาร์ด เปิดเผยว่า ภาคนี้จะมีฟีเจอร์ PvP ออนไลน์ และ nightmare mode ส่วนคลาสตัวละครที่บอกได้ตอนนี้ก็มี ?Barbarian? และคลาสใหม่ ?Witch Doctor? จากทั้งหมด 5 คลาส ผู้เล่นสร้างตัวละครได้ทั้งเพศชายและหญิงในคลาสนั้น

ภายในงานเปิดตัว Diablo3 ก็มีการโชว์เดโมตัวอย่างให้ผู้ชมได้เห็นตัวเป็นๆกันด้วย เราจะเห็นการต่อสู้กับบอสต้นไม้ขนาดยักษ์ที่เรียกว่า Gnarled Walkers ความสูงประมาณ 6-7 เท่าของตัวละครของผู้เล่น และก็พบตัวละครเก่า ?Deckard Cain? ปรากฏอยู่ด้วย พวกค่าพลังต่างๆยังอยู่ครบ red health , blue orbs และ Skill bar ส่วนมุมมองภาพก็เป็นการมองลงมาจากด้านบนดังเดิม

บลิซซาร์ดบอกว่า Diablo3 จะใช้ตัวกราฟิกเอนจินใหม่ในการพัฒนา ซึ่งสามารถแสดงตัวละครและเหล่ามอนสเตอร์จำนวนมากได้ โดยตัวละครและฉากในเกมจะทำออกมาเป็น 3 มิติ และใช้ระบบสุ่มฉากเหมือนภาคก่อน สิ่งๆต่างในฉากสามารถทำลายได้ ด้านความต้องการของระบบบนเครื่องพีซีจะประกาศให้ทราบในภายหลัง แต่รับรองว่าจะสนองต่อเครื่องพีซีสำหรับคนหมู่มาก ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่พีซีสเปคเทพแน่นอน ขณะที่วันวางก็ไม่เปิดเผยเช่นกัน โดยทางบลิซซาร์ดบอกว่า มันคงเร็วเกินไปที่จะประกาศ เป้าหมายตอนนี้คือการทำเกมออกมาให้สนุก สมดุล และเกลี้ยงเกลาสละสลวยเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สมกับความคาดหมายของผู้เล่น

เมื่อถามว่าตัวเกมจะออกพร้อมกันในหลายๆประเทศหรือไม่ บลิซซาร์ดตอบว่า จะให้เกมออกมาขายพร้อมกันให้มากที่สุด และทำออกมาหลายภาษา โดยจะทำมาให้เล่นบนเครื่องพีซีและแมคพร้อมๆกัน

จากรายงานข่าวระบุว่า ระบบการเล่นมัลติเพลเยอร์จะเล่นผ่านทาง battle.net พร้อมการเล่นแบบร่วมด้วยช่วยกัน เนื้อเรื่องภาคนี้เกิดขึ้นในอีก 20 ปีหลังเหตุการณ์ในภาค2 เมื่อ ?Deckard Cain? กลับมายังโบสถ์ของ Tristram เพื่อค้นหาเงื่อนร่องรอยการก่อเกิดของจอมปีศาจชั่วร้าย หลังดาวหางดวงหนึ่งตกลงมาฟากฟ้าสู่พื้นโลก และแล้ว Diablo ก็ถูกปลุกขึ้นมาบนโลกอีกครั้ง ตัวเกมจะเกิดขึ้นใน Sanctuary โดยดินแดนเก่าๆในภาคก่อนเราก็จะได้เห็นในภาคนี้ และจะมีพื้นที่ใหม่ๆใน Sanctuary ให้เราได้ผจญภัยเพิ่ม

เจย์ วิลสัน” หัวหน้าทีมออกแบบเกมจากบลิซซาร์ดเผยว่า Diablo3 มีการพัฒนากันประมาณ 4 ปี และขณะนี้มีจำนวนทีมพัฒนาราวๆ 50-55 คน มีการการเล่นทั้งแบบลุยเดี่ยว หรือชักชวนเพื่อนให้ร่วมเล่นกันได้ในด้านที่ต้องการ และตั้งเป้าว่าเกมนี้จะอยู่ในเรต M (17 ปีขึ้นไป) และเรต 16+ ในยุโรป

ที่มา : zabzaa

Technorati Tags: , ,

Jun 27

แฟนวินโดวส์ที่ไม่เอาวิสต้า (Vista) เตรียมเฮ ไมโครซอฟท์ร่อนจดหมายถึงผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี (Windows XP) ว่าได้ขยายเวลาสนับสนุนผลิตภัณฑ์เป็น 13 ปี ถือเป็นระยะเวลาสนับสนุนที่นานที่สุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์วินโดวส์รุ่นก่อน ผลคือชุดอัปเดทผลิตภัณฑ์วินโดวส์เอ็กซ์พีจะมีออกมาอย่างต่อเนื่องถึงเดือนเมษายนปี 2014
???????
???????Bill Veghte รองประธานไมโครซอฟท์ส่งจดหมายถึงผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื้อความในจดหมายนอกจากจะกล่าวถึงการขยายเวลาสนับสนุนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันเก่าของไมโครซอฟท์เพิ่มจากปกติอีก 3 ปีแล้ว ยังยืนยันด้วยว่า Windows 7 จะวางตลาดในปี 2010 แน่นอน ตามกำหนดการเว้นช่วงจากวิสต้า ระบบปฏิบัติการล่าสุดที่วางตลาดเมื่อมกราคมปี 2007 เป็นเวลา 3 ปี
???????
???????
คนต้าน Vista เฮ
???????
???????Veghte ย้ำว่าการขยายช่วงเวลาสนับสนุนวินโดวส์เอ็กซ์พีเป็นเพราะต้องการให้ผู้ใช้ได้รับความคุ้มค่า และสามารถใช้งานพีซีวินโดวส์เอ็กซ์พีได้นานขึ้น การประกาศครั้งนี้เรียกความยินดีจากลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะองค์กรที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายราคาแพงเพื่ออัปเกรดระบบเป็นวิสต้า

???????
???????อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ยังยืนยันที่จะยุติการจำหน่ายวินโดวส์เอ็กซ์พีในวันที่ 30 มิถุนายนนี้อย่างเป็นทางการแม้จะยังเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งในขณะนี้ ผู้ค้าปลีกอย่างเดลล์ (Dell) ยังคงจำหน่ายพีซีวินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่ พร้อมกับที่องค์กรจำนวนมากพากันซื้อลิขสิทธิ์วินโดวส์เอ็กซ์พีเพื่อให้สามารถลงวินโดวส์ในเครื่องใหม่ได้
???????
???????Veghte ระบุว่าการหยุดจำหน่ายวินโดวส์เอ็กซ์พีเป็นการหยุดจำหน่ายกล่องซอฟต์แวร์แบบขายปลีก และการจำหน่ายลิขสิทธิ์ให้กับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่ต้องการวินโดวส์เอ็กซ์พีอยู่ก็ยังพอมีช่องทางจะหามาใช้งานได้ โดยวินโดวส์เอ็กซ์พีเวอร์ชันราคาประหยัดจะยังคงจำหน่ายถึงเดือนมิถุนายนปี 2010

ที่มา : manager online

Technorati Tags: , ,

ปิด
E-mail It