Wordpress Themes
Sep 03

เสียเงินซื้อยูทูบ (YouTube) มาไม่เสียเปล่า ล่าสุดกูเกิล (Google) ต่อยอดบริการแชร์วีดีโอออนไลน์ของตัวเองด้วยการเปิดตัว Google Video เพื่อขายพร้อมชุดแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรธุรกิจ ย้ำจุดยืนต่างจากยูทูบทั้งกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาวิดีโอ และคุณสมบัติ

กูเกิลบอกว่ายูทูบนั้นมีกลุ่มเป้าหมายที่ผู้บริโภคทั่วไป แต่ Google Video ออกแบบมาสำหรับการแชร์ไฟล์วีดีโอในองค์กรซึ่งมีเว็บโดเมนเป็นของตัวเอง องค์กรจะสามารถเผยแพร่วิดีโอสุนทรพจน์ของผู้บริหาร วิดีโอฝึกอบรมความรู้ผลิตภัณฑ์ วิดีโอบันทึกการประชุมทีมฝ่ายขาย หรือวิดีโอบันทึกภาพพนักงานพูดข้อความต่างๆได้โดยสามารถจำกัดไม่ให้คนนอก องค์กรเข้าชมได้ บนจุดประสงค์สำคัญคือต้องการให้การแชร์วิดีโอในองค์กรทำได้ง่ายเหมือนการ ส่งอีเมล หรือข้อความไอเอ็ม (ข้อความแชต)

ขณะ เดียวกัน Google Video ก็ต่างจากบริการประชุมทางไกลหรือ videoconferencing อย่างชัดเจน บริการประชุมทางไกลต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์พิเศษติดตั้งในสำนักงานจึง จะใช้งานได้ ขณะที่ผู้ใช้ Google Video สามารถชมวิดีโอผ่านเว็บแอดเดรสได้ทันที โดยวิดีโอจะถูกส่งจากเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิล

Google Video ถูกมองว่าจะเป็นประโยชน์มากในการดำเนินงานขององค์กร ขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์ที่อีเมลและไอเอ็มทำไม่ได้ แถมการแชร์วิดีโอบนยูทูบก็จำกัดความยาววีดีโอไว้ที่อย่างมาก 10 นาทีเท่านั้น แต่ Google Video สามารถรองรับวิดีโอความยาวมากกว่า 1 ชั่วโมง และยังมีคุณสมบัติอื่นให้ผู้ใช้สามารถเลือกดูวิดีโอได้ตามต้องการได้อย่าง สะดวก

Google Video จะถูกขายแนบไปกับชุดโปรแกรม Google Apps Premier Edition สนนราคา 50 เหรียญสหรัฐต่อยูเซอร์ต่อปี ภายในประกอบด้วยซอฟต์แวร์ธุรกิจ อีเมล ตารางงาน และชุดออกแบบเว็บไซต์

Matthew Glotzbach ผู้อำนวยการจัดการผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจของกูเกิล ซึ่งเป็นกลุ่มที่รับผิดชอบชุดโปรแกรมออฟฟิศออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Google Apps กล่าวว่า กลุ่มสถาบันการศึกษาที่เป็นลูกค้า Google Apps อยู่สามารถใช้บริการ Google Video ได้ฟรีเป็นเวลา 6 เดือน จากนั้นจะเก็บค่าบริการเพิ่มเพียง 10 เหรียญเท่านั้น

นี่ถือเป็นอีกหนึ่งไพ่เด็ดที่กูเกิลเปิดมาชนกับผู้เล่นในตลาด ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรธุรกิจ หลังจากเปิดเบราว์เซอร์ในตำนาน”Google Chrome”มาชนกับไมโครซอฟท์แล้วเรียบร้อยโรงเรียนกูเกิล

Aug 15

คำขวัญประจำองค์กรของ Google คือ Don’t be evil หมายถึงอย่าเป็นปีศาจในการทำธุรกิจ แต่นับวันดูเหมือนจะไม่ใช่…

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หากพูดถึงวงการอินเทอร์เน็ตแล้ว ยิ่งมีจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์มากเท่าไหร่ เท่ากับรายได้ที่เพิ่มสูงมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเว็บไซต์ไหนติดอันดับต้นๆ ของ google.com ก็หมายถึงจำนวนคนเข้าชมที่จะมากขึ้นตามไปด้วย นี่คือสาเหตุที่เว็บไซต์ต่างพยายามทำให้ตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับต้นๆ ของการค้นหาเสมอ

และตั้งแต่ Knol (http://knol.google.com)?- เว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์ของค่าย Google - เปิดตัวมาเมื่อไม่นานมานี้ ก็เริ่มสร้างปัญหาให้กับวงการออนไลน์ไปทั่วโลก ไม่เฉพาะกับ Wikipedia เจ้าตลาดสารานุกรมออนไลน์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

เนื่องจากกรณีที่มีคนใส่คำค้นหาใน google.com แล้วพบว่าผลการสืบค้นอันดับต้นๆ มักจะอ้างอิงถึง Knol เป็นหลัก ทั้งๆ ที่เนื้อหาหรือคอนเทนท์ที่ผู้เขียนส่งเข้ามาใน Knol ยังมีไม่มากเท่าไหร่

มีข้อมูลอ้างอิงว่าคำสืบค้นอย่าง ?buttermilk pancakes? ที่ใส่ลงไปในช่องค้นหาของ google.com ปรากฏว่าลิงค์ของ Knol อยู่ในอันดับที่สอง สูงกว่าอีกหลายๆ เว็บ รวมถึงเว็บไซต์ของ Martha Stewart (เว็บเกี่ยวกับแม่บ้าน อาหาร ทำสวน ฯลฯ) ด้วยซ้ำ ทำให้หลายคนมองว่านี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

ด้าน Gabriel Stricker โฆษกของ Google ชี้แจงว่า ระบบการค้นหาของ google.com ไม่เคยลำเอียง และมันทำการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆ เท่าเทียมกันทุกเว็บ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Knol เป็นพิเศษ

?เว็บไซต์ Knol ก็เหมือนกับเว็บไซต์ทั่วๆ ไปนั่นแหละครับ ไม่ได้รับสิทธิพิเศษแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น เมื่อคุณเห็นตำแหน่งของลิงค์มันอยู่สูง มันก็อยู่ในตำแหน่งที่มันควรจะเป็นตามปกติเท่านั้นเอง?

มีหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่า Google ให้ความสำคัญกับ Knol เป็นพิเศษ นั่นคือเมื่อใส่คำค้นหา ?buttermilk pancakes? ใน google.com จะพบลิงค์ของ Knol ในลำดับที่ 2 ขณะที่คำเดียวกันนี้ Live Search ของค่าย Microsoft ค้นหาเจอในลำดับที่ 4 ส่วน Yahoo เจอในลำดับที่ 22 เลยทีเดียว

จึงมีคำถามต่อมาว่า เมื่อ Google ทำให้ Knol ถูกค้นพบในอันดับต้นๆ บนหน้าเว็บของ google.com อยู่บ่อยครั้ง Google ต้องการอะไรกันแน่ ต้องการก้าวเข้าสู่การเป็นองค์กรสื่อที่ขายข้อมูลหรือคอนเทนท์อย่างนั้นหรือ

เพราะนอกจาก Knol แล้ว Google ยังมีเว็บไซต์ที่รวบรวมคอนเทนท์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blogger เว็บไซต์ให้บริการบล็อกที่ได้รับความนิยมอย่างสูง, Google News เว็บไซต์รวบรวมข่าวของ AP, Google Finance เว็บไซต์ข้อมูลหุ้น, และ YouTube เว็บไซต์วีดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่โฆษกของ Google ก็ปฏิเสธว่า บริษัทไม่เคยคิดจะเป็นองค์กรสื่อ เว็บไซต์ต่างๆ ของ Google เป็นเพียงแหล่งรวบรวมและจัดหมวดหมู่ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้คนมาค้นหาและนำไปใช้เท่านั้น อย่างเนื้อหาในเว็บไซต์ Knol ก็ไม่ได้เป็นลิขสิทธิ์ของ Google ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ต่างมองว่า การที่ Google จ่ายค่าเรื่องสำหรับคนที่เข้ามาเขียนบทความใน Knol รวมถึงจัดหมวดหมู่และกระจายเนื้อหาไปสู่ผู้อ่านผ่านการค้นหาของ google.com เช่นนี้ เป็นลักษณะของการเป็นองค์กรสื่ออย่างเห็นได้ชัด

เมื่อ Google เป็นผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ รูปภาพ ข่าว บล็อก วีดีโอ และคอนเทนท์ต่างๆ แก่เว็บไซต์ทั่วโลก แล้วมาเป็นผู้ผลิตข้อมูล ข่าว บล็อก วีดีโอ และคอนเทนท์ต่างๆ เสียเอง สิ่งที่ตามมาคือผลประโยชน์ทับซ้อนที่ยากจะปฏิเสธได้

เนื่องจากเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์ของผู้ผลิตคอนเทนท์และองค์กรสื่อต่างๆ ที่ใช้บริการ google.com เป็นฐานในการสร้าง traffic หรือจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ด้วยการปรับแต่งเว็บให้เหมาะกับ search engine หรือ SEO (Search Engine Optimization) ก็จะอยู่ไม่เป็นสุขและกังวลแล้วว่าวันหนึ่ง Google จะขโมยซีนและกินรวบตลาดหรือไม่

?ถ้าผมเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์และผมใช้ google.com เป็นตัวหลักในการดึง traffic ของเว็บ แล้วถามว่าผมกลัวมั้ยที่ Google จะมาแข่งกับผมในอนาคต?? ศาสตราจารย์ David B. Yoffie แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ผู้ศึกษาการเติบโตของ Google ตั้งคำถามก่อนจะตอบว่า ?กลัวอย่างแน่นอนครับ?

ศาสตราจารย์ David B. Yoffie ทิ้งท้ายว่า ?ถ้า Google ยังขืนทำอย่างนี้ต่อไป ก็อาจจะพบจุดจบเช่นเดียวกับ Microsoft ที่จากเดิมเป็นผู้ผลิตระบบปฏิบัติการ หรือ OS แล้วหันมาผลิตซอฟท์แวร์ขายแข่งกับผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายอื่นๆ ซึ่งที่โด่งดังมากที่สุดคือการบังคับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ให้ยัด Internet Explorer ลงใน Windows ขายพร้อมเครื่อง จนในที่สุด Microsoft ถูกฟ้องร้องข้อหาผูกขาดตลาด และถูกปรับถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ?

ที่มา : Bangkokbiznews

Aug 11

นายเดเร็ก คาลโลว์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประจำภูมิภาคประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท กูเกิล กล่าวว่า คอกีฬาทุกท่านสามารถตามติดผลการนับเหรียญรางวัล และข่าวล่าสุดไปกับ ?ซัมเมอร์ เกมส์ กาดเจท 2008? (Summer Games Gadget) จาก iGoogle โฮมเพจส่วนตัวบนกูเกิล ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนหน้าโฮมเพจได้ในแบบที่ตัวเองต้องการ อีกทั้งสามารถเพิ่มช่องการรับรู้ข่าวสาร เกมส์ต่างๆ รวมถึงเนื้อหาอื่นๆ ที่คุณสนใจ โดยดูผ่านโฮมเพจคุณได้ทันท่วงที ทุกเวลาที่คุณต่ออินเทอร์เน็ต กาดเจทที่สร้างขึ้นมาพิเศษนี้ ช่วยให้คุณเกาะติดการแข่งขันได้ทันเหตุการณ์ผ่านโฮมเพจเฉพาะสำหรับคุณ หรือเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดฯ บริษัท กูเกิล กล่าวต่อว่า แฟนกีฬาทุกท่านสามารถค้นหาตารางการแข่งขัน หรือดูผลการแข่งได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม กูเกิลก็ยังรู้สึกสนใจที่จะสรรหาเครื่องมือใหม่ๆ มานำเสนอเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาสิ่งที่ตนเองสนใจและชื่นชอบได้ และชุดเครื่องมือใหม่นี้เป็นเครื่องมือดีเยี่ยม สำหรับบรรดาเหล่าคอกีฬา ที่จะได้เกาะติดสนามแข่งขันช่วงฤดูร้อนนี้ได้ไม่พลาด ตั้งแต่เปิดจนปิดการแข่งขัน

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ http://m.google.co.th เพียงแค่พิมพ์ หรือ เลือกประเภทกีฬาที่ต้องการ เช่น มวยสากลสมัครเล่น ยกน้ำหนัก ยิงธนู เป็นต้น ผลลัพธ์จะปรากฏขึ้นมาทันที หรือจะพิมพ์ ?สรุปเหรียญ ประเทศไทย? เพื่อดูผลสรุปเหรียญของประเทศไทย หรือ ประเทศอื่นๆ ผู้ใช้งานทุกท่านสามารถติดตามการแข่งขันกีฬาโปรดได้ ฟีเจอร์ของกูเกิล แม็พส์ Google Maps ช่วยให้คุณรับรู้ข้อมูลการแข่งขันในแต่ละประเทศได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถสำรวจสนามแข่งขัน ดูข้อมูลการแข่งขันสด ย้อนหลังหรือการแข่งขันที่กำลังมาถึง และตอนนี้คุณยังสามารถดูภาพสนามแข่งแบบสามมิติผ่านโปรแกรมแผนทียอดนิยม กูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) ได้ด้วย

ที่มา : Rss Thai

Jul 31

ข่าวต่างประเทศ - แจ้งเกิดเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ล่าสุด “Cuil (อ่านว่าคูล)” พัฒนาและดำเนินงานโดยคู่สามีภรรยาอดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมค้นข้อมูลของกูเกิลและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) คุยฟุ้ง Cuil มีดัชนีที่ใหญ่กว่า การสืบค้นข้อมูลทำได้เร็วกว่า และผลลัพธ์ที่ได้มีคุณภาพดีกว่ากูเกิล

จุดขายแรกที่ Cuil ชูว่าเหนือกว่ากูเกิลคือดัชนีเว็บเพจ โดย Cuil ระบุว่ามีดัชนีหน้าเว็บในคลังถึง 1.2 แสนล้านเว็บเพจทั่วโลก สองคือ Cuil สามารถให้ผลลัพธ์ที่จัดกลุ่มโดยแนวคิด ไม่ใช่จากคีย์เวิร์ดเท่านั้น และสามคือ Cuil ไม่มีการสอดแนมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตแน่นอน

งานนี้ Cuil อ้างว่ากูเกิลมีดัชนีในคลังเพียง 4 หมื่นล้านเว็บไซต์เท่านั้น แน่นอนว่าดัชนีหน้าเว็บที่มากกว่าย่อมทำให้ Cuil ดูมีภาษีดีจนหลายฝ่ายอาจเชื่อว่า Cuil ดีกว่ากูเกิลจริงๆ โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กูเกิลประกาศว่าสามารถค้นพบเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนทั้ งสิ้น 1 พันล้านเว็บเพจ แต่ไม่ได้ระบุว่า จำนวนเว็บเพจที่กูเกิลทำดัชนีไว้แล้วมีจำนวนเท่าใด

นอกจากจำนวนดัชนีที่มากกว่า Cuil ยังอ้างว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในการวิเคราะห์เว็บเพจของ Cuil นั้นเหนือกว่าเทคโนโลยีในเสิร์ชเอนจิ้นทั่วไป ผลคือ Cuil มีการจัดลำดับหรือ rank ที่ดีกว่า เพราะเป็นการจัดลำดับจากเนื้อหา ไม่ใช่จัดลำดับจากความนิยมในการเปิดหน้าเว็บ เมื่อวิเคราะห์เนื้อหาแล้ว Cuil จะจัดกลุ่มผลลัพธ์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน และจะแบ่งเป็นประเภทเพื่อความสะดวกในการเรียกดูข้อมูล

Cuil ไม่ใช่คู่แข่งรายแรกที่เสนอตัวแข่งกับกูเกิล เมื่อต้นปี Wikia Search ถูกแจ้งเกิดโดย Jimmy Wales ผู้ก่อตั้งสารานุกรมออนไลน์ชื่อดังอย่างวิกิพีเดีย (Wikipedia)

Cuil พัฒนาในนามบริษัท Cuil Inc. นำทีมโดย Anna Patterson อดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมสืบค้นข้อมูลของกูเกิล และสามี Tom Costello ศาสตราจารย์ซึ่งทำวิจัยและพัฒนาเสิร์ชเอนจิ้นให้กับมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ดและยักษ์ใหญ่สีฟ้าไอบีเอ็ม (IBM) ทั้งสองดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอบริษัท

ผู้ร่วมก่อตั้งอีกรายคือ Russell Power เคยทำงานด้านการจัดดัชนีสืบค้น การจัดลำดับหน้าเว็บ และการตรวจจับดัชนีขยะกับกูเกิลมาก่อน สำหรับบ้านใหม่ Power ประเดิมที่ตำแหน่งประธานฝ่ายวิศวกรรม

ศาสตราจารย์ Costello ยังอ้างด้วยว่าโปรแกรม Web crawler หรือโปรแกรมซึ่งทำหน้าที่ท่องไปตามเว็บไซต์ต่างๆเพื่อเก็บข้อมู ลมาจัดทำดัชนีของ Cuil นั้นสามารถทำงานได้เร็วกว่ากูเกิลราว 3 เท่าตัว ใช้โฮสต์เก็บข้อมูลเป็นเครื่องพีซีน้อยกว่า 2,000 เครื่อง

ในแง่ของการแข่งขันกับกูเกิลที่วันนี้มีบริการพ่วงมากมาย ทั้งบริการแผนที่ Google Maps, บริการสืบค้นภาพ Image Search และบริการค้นหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรือ desktop search เป็นต้น ซึ่งทำให้การแย่งคะแนนจากผู้ใช้กูเกิลทำได้ยากขึ้น จุดนี้ศาสตราจารย์ Costello ย้ำว่าจะมีการพัฒนาบริการเสริมอื่นๆตามมาในอนาคตแน่นอน แต่ยังไม่ระบุว่าเมื่อใดและอย่างไร

ที่มา : ARiP

Technorati Tags: , ,

Jul 30

บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ Google Video เพราะรู้จักแต่ YouTube จึงมีคำถามว่า Google จะเก็บเว็บวีดีโอไว้ถึง 2 เว็บทำไม

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : คงไม่มีใครเถียงว่าในปัจจุบันนี้ Google เป็นผู้คุมตลาดเว็บไซต์วีดีโอออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีข้อมูลวีดีโอประมาณ 34% ของทั้งหมด ห่างจากคู่แข่งอันดับสองของตลาดอย่าง Fox Interactive ซึ่งมีส่วนแบ่งเพียง 6% เท่านั้น

ใครๆ ก็รู้ว่าส่วนแบ่งอันมโหฬารของ Google นั้นมาจากเว็บไซต์วีดีโอชื่อดังอย่าง YouTube ซึ่งมีปริมาณคลิปวีดีโอมหาศาล แต่ใครจะนึกบ้างหรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว Google ยังมีเว็บไซต์วีดีโออีกเว็บที่จะเรียกว่าเป็น house brand ก็ได้ นั่นก็คือ Google Video นั่นเอง

?YouTube เป็นเว็บไซต์วีดีโอที่คนส่วนใหญ่ ประมาณ 4 ใน 10 คนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ส่วน Google Video ไม่มีใครนึกถึงเลย? อดัม ไรท์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยตลาด Ipsos MediaCT กล่าว

ดังนั้น จึงมีหลายคนสงสัยว่าถึงแม้ Google Video ยังคงมีผู้ใช้ที่จงรักภักดีอยู่ แต่ทำไมไม่รวมเว็บนี้เข้ากับ YouTube ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ในเมื่อมันก็เป็นเว็บไซต์วีดีโอเหมือนกัน และ Google เองก็กำลังอยู่ในช่วงลดค่าใช้จ่ายของบริษัทอยู่ด้วยในขณะนี้

นอกจากนี้ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีข้อร้องเรียนจากผู้ใช้มากมายถึงข้อบกพร่องของ Google Video แต่ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากบริษัทเลย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจริงๆ แล้วการบริการลูกค้าของ Google Video ไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของ Google Video ที่เหนือกว่า YouTube ก็คือผู้ใช้สามารถอัพโหลดวีดีโอได้ยาวอย่างเหลือเชื่อ บางคลิปวีดีโอยาวกว่า 1 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ขณะที่ YouTube อนุญาตให้ผู้ใช้อัพโหลดได้แค่ 10 นาทีเท่านั้น แต่คำถามก็คือปกติแล้วเราดูวีดีโอกันนานเป็นชั่วโมงหรือไม่ และอันที่จริงขณะนี้ YouTube ก็กำลังทดสอบระบบเพื่อเปิดให้สมาชิกอัพโหลดวีดีโอได้ถึง 1 ชั่วโมงเช่นกัน ซึ่งถ้าเริ่มให้บริการเมื่อไหร่ ข้อดีของ Google Video ก็จะหมดไปในทันที

ขณะที่โฆษกของ Google ออกมาแก้ต่างว่า จุดเด่นของ Google Video ไม่ได้มีดีแค่นั้น เนื่องจากจุดแข็งของ Google นั้นมีความเชี่ยวชาญในด้าน search engine เป็นอย่างมาก ทำให้ search engine ต่างๆ สามารถแยกแยะและค้นหาวีดีโอจาก Google Video ได้เป็นอย่างดี

แต่ข้อดีที่ว่านี้ก็ถูกพูดถึงมา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ เอริค ชมิดท์ ซีอีโอของ Google ออกมาบอกว่า Google Video มีพันธมิตรมากมาย คลิปวีดีโอก็เยอะแยะ แถมจะมี YouTube มาช่วยเสริมทัพอีกด้วย แต่จนถึงวันนี้ Google Video ก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่ได้ไปไหนเลย

ปัญหาก็คือขณะนี้ Google จะเอาอย่างไรกับ Google Video ซึ่งดูเหมือนจะไม่เติบโตไปมากกว่านี้ และข้อดีที่อ้างว่า search engine หาเจอง่ายก็ไม่ได้ทำให้มันเป็นเว็บไซต์วีดีโอที่ดีเด่นอะไร

ที่สำคัญคือถ้า search engine หาวีดีโอใน Google Video เจอ แล้วทำไมจะหาวีดีโอใน YouTube ไม่เจอ แล้วทำไมไม่ให้ search engine หา YouTube เจอแห่งเดียวไปเลย…นี่คือเรื่องแปลก

ที่มา : Rss?Thai

ปิด
E-mail It