Wordpress Themes
Aug 11

นายคงศักดิ์ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากราย งานสรุปภัยคุกคามข้อมูลช่วงครึ่งปีกแรก และการคาดการณ์ภัยคุกคามช่วงครึ่งหลัง ของปี 2551 ของบริษัท เทรนด์ ไมโคร พบว่า ขณะนี้บรรดาอาชญากรไซเบอร์ไม่เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีใหม่ต่างๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการก่ออาชญากรรมมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างรูปแบบใหม่ของ เทคนิควิศวกรรมทางด้านสังคมเพื่อหลอก ล่อให้ผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจเข้ามาติดกับ โดยหกเดือนแรกปีนี้พบการเพิ่มขึ้นของ ภัยคุกคามบนเว็บ ในขณะที่แอดแวร์ และ สปายแวร์ที่สร้างโดยใช้เทคนิคที่ล้าสมัย และไม่สามารถหลุดรอดการตรวจจับของโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยระดับสูงได้นั้นกลับมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ภัยคุกคามบนเว็บในช่วงครึ่งแรกเกิดขึ้นสูงสุดในเดือนมีนาคมที่ระดับ 50 ล้านครั้งจากที่มีอยู่ประมาณ 15 ล้านครั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 ขณะที่แอดแวร์ แทร็กแวร์ คีย์ล็อกเกอร์ และฟรีโหลดเดอร์กลับมีจำนวนลดลง โดยเดือนมี.ค. 50 พบว่าประมาณ 45% ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ติดแอดแวร์ เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.51 มีพีซีเพียง 35% เท่านั้นที่มีการติดเชื้อ และเดือนพ.ค.50 พบพีซีประมาณ 20% ติดเชื้อแทร็กแวร์ ซึ่งลดลงเหลือไม่ถึง 5% ในเดือนเม.ย.51 นอกจากนี้คีย์ล็อกเกอร์ก็มีจำนวนน้อยลงด้วย และยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนไม่ถึง 5% ของพีซีที่ติดเชื้อ

สำหรับการคาดการณ์ในช่วงครึ่งปีหลังนั้น นักวิจัยของบริษัท เทรนด์ ไมโคร ได้คาดการณ์แนวโน้มจะรุนแรงกว่าครึ่งปีแรก ดังนี้

1.เทคนิควิศวกรรมทางด้านสังคมจะยังคงเป็นวิธีการโจมตีหลัก แต่จะมีการพัฒนาเทคนิคขั้นสูงมากขึ้น บริษัท เทรนด์ ไมโคร คาดว่าอาชญากรไซเบอร์จะใช้หลายเหตุการณ์ เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน การจับจ่ายซื้อของในช่วงเปิดเทอม การเลือกตั้งของสหรัฐฯ การแข่งขันฟุตบอล และวันหยุดเทศกาลในเดือนธันวาคม มาเป็นเหตุการณ์บังหน้าในการโจมตี

2. อาชญากรจะยังคงตั้งเป้าไปที่ช่องโหว่ที่พบใหม่ในแอพพลิเคชันซอฟต์แวร์ของ ?บริษัทอื่นๆ? เช่น QuickTime, Real Player และ Adobe Flash เป็นต้น

3.Crimeware ที่ใช้เทคนิคที่ล้าสมัย เช่น dialer และคีย์ล็อกเกอร์ จะยังคงลดจำนวนลงอย่างช้าๆ ขณะที่เกรย์แวร์ เช่น แทร็กแวร์และ browser hijacker ก็จะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้ในยุคที่มีบ็อตเน็ตนับล้านตัวแพร่ระบาดอยู่

4.ปริมาณสแปมจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้วสแปมต่อวันคาดว่าจะเพิ่มประมาณ 3-5 หมื่นล้าน ข้อความต่อวัน สแปมและฟิชชิงจะเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมเพื่อต้อนรับเทศกาลเปิดเทอมและในมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนอกจากนี้ ยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นใน เดือนพฤศจิกายนด้วย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล ซึ่งคาดว่าสแปมจะมีจำนวนถึง 1.7-1.8 แสนล้านข้อความต่อวัน

5.ขณะนี้ทั้งสแปม และฟิชชิงจะยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญในภัยคุกคามลูกผสม ประมาณ 0.2% หรือ 1 ในทุกๆ 500 คำร้องขอบนเว็บ จะถูกส่งไปยัง เว็บไซต์ที่ถูกโฮสต์ในพีซีที่ติดเชื้อ และแนว โน้มนี้คาดว่าจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 6.บ็อต และบ็อตเน็ตจะยังคงเป็นส่วน สำคัญต่อไปในห่วงโซ่ภัยคุกคามของสแปม การขโมยข้อมูล การโจมตีแบบมีเป้าหมาย และการโจมตีในวงกว้าง

ที่มา : สยามธุรกิจ

Aug 04

เกือบ 40 ปีแล้วที่อินเทอร์เน็ตกำเนิดมา แต่โครงข่ายที่ซับซ้อนทำให้มีปัญหามากมาย จึงมีโครงการจะสร้างระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โครงการนี้ถือเป็นโครงการขนาดยักษ์ หรือ Mega Project ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะจุดมุ่งหมายก็คือต้องการออกแบบและสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ซึ่งสาเหตุมาจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เราๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่รกรุงรังและซับซ้อน และเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตได้ง่ายๆ

นักวิจัยหลายต่อหลายคนจึงเริ่มมาคิดกันว่า ทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็คือต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะจะช่วยให้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีความปลอดภัยและมั่นคงมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ รวมทั้งยังช่วยลดปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาจากระบบที่ซับซ้อนและมีช่องโหว่มากมายอีกด้วย

สำหรับโครงการยกเครื่องระบบอินเทอร์เน็ตนี้ ได้รับอนุมัติงบประมาณก้อนแรกจาก National Science Foundation เป็นจำนวนเงินถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งยังได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรวิจัยถึง 2 แห่งด้วยกัน

องค์กรแรก Internet2 จะสนับสนุน bandwidth ในปริมาณมหาศาลถึง 10 Gbps เพื่อการทดสอบระบบ ขณะที่ LambdaRail ก็ให้อีก 30 Gbps เพื่อทำให้การทดสอบระบบต้นแบบไม่ไปดึง bandwidth ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

หากสงสัยว่า bandwidth ที่ได้รับมานี้มีความเร็วขนาดไหน ก็ลองเปรียบเทียบกับความเร็วบรอดแบนด์ที่ใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งประมาณ 2 Mbps ก็ถือว่าเร็วมากแล้วในการใช้งานเว็บไซต์ทั่วไป แต่สำหรับ 40 (10+30) Gbps นั้นเร็วขนาดที่ว่าสามารถดูหนังความละเอียดแบบ High-Definition ได้พร้อมๆ กัน 30 เรื่องเลยทีเดียว

การดำเนิการทั้งหมดนี้จะมีการออกแบบและสร้างเครือข่ายที่มีชื่อว่า GENI ซึ่งย่อมาจาก Global Environment for Network Innovations แยกออกมาต่างหาก เพื่อที่จะทำให้การทดสอบระบบอินเทอร์เน็ตต้นแบบนี้ไม่รบกวนการทำงานของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอื่นๆ และอยู่ภายใต้การดูแลของ BBN Technologies Inc. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐ

ด้าน Craig Partridge หัวหน้านักวิจัยที่ BBN Technologies บอกว่าการยกเครื่องระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนี้จะเริ่มได้ภายใน 5 ปี และต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณางบประมาณของสภาคองเกรส

ที่มา : Rss Thai

Aug 01

น้ำมันเชื้อเพลิงถูกควบคุมโดยบริษัทน้ำมันและประเทศตะวันออกกลางไม่กี่ประเทศ แล้วอินเทอร์เน็ตถูกควบคุมโดยใคร?

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ทิม วู นักเขียนแนวไอทีและเทคโนโลยี กล่าวในหนังสือของเขาเล่มล่าสุดที่ชื่อ ?Who Controls the Internet?? ว่า ทุกวันนี้การใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ทำให้เราต้องการ bandwidth เพื่อส่งผ่านข้อมูลมากขึ้นด้วย และผลที่ตามมาก็คือในสหรัฐอเมริกามีการใช้ bandwidth กันมโหฬาร พอๆ กับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเลยทีเดียว

หากมองในมุมเปรียบเทียบ bandwidth ก็เหมือนกับพลังงานเชื้อเพลิงที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ หากเครื่องยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยปราศจากน้ำมันฉันใด อินเทอร์เน็ตก็ไม่สามารถทำงานได้โดยปราศจาก bandwidth ฉันนั้น

เช่นเดียวกัน ทั้งน้ำมันและ bandwidth ต่างก็ถูกควบคุมปริมาณโดยผู้ผลิตกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่กลุ่ม เหมือนน้ำมันที่ถูกควบคุมโดยบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ขณะที่ bandwidth ก็ถูกควบคุมโดยบริษัทโทรคมนาคมไม่กี่บริษัท อย่างในสหรัฐอเมริกา คือ AT&T, Comcast, และ Vodafone แต่ถ้าเป็นในประเทศไทยก็เช่น TOT และ true เป็นต้น

ทิม วู จึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้นถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราควรจะหาแหล่ง bandwidth ใหม่ๆ กันเสียที เพราะทุกวันนี้ช่องทางหลักที่เราใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตคือ ผ่านสายเคเบิลหรือสายโทรศัพท์ ซึ่งไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกาหรือประเทศส่วนใหญ่ในโลก ต่างก็ถูกบริษัทเพียง 2-3 บริษัท ซึ่งมักจะเป็นบริษัทโทรศัพท์หรือโทรคมนาคม ผูกขาดธุรกิจนี้อยู่

บริษัทเหล่านี้ผูกขาดโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของแต่ละประเทศ ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณ bandwidth ได้ตามต้องการเพื่อรักษาราคาค่าบริการให้สูงเข้าไว้ และรีดกำไรจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ทิม วู บอกว่าดูๆ ไปก็คล้ายกับกลุ่มโอเปคที่มีการกำหนดโควต้าการผลิตน้ำมัน เพื่อประกันราคาน้ำมันให้สูงตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ก็แนะนำว่า ในเมื่อน้ำมันมีพลังงานทางเลือกให้ใช้ เพราะฉะนั้น bandwidth ก็มีพลังงานทางเลือกเช่นเดียวกัน อย่างในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ และบางเมืองในมลรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ต่างก็มีการจัดหาโครงข่ายไฟเบอร์มาใช้กันเอง และเปิดให้ใช้เป็นสาธารณะด้วย

ดังนั้น ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ว่า เราอาจจะสามารถซื้อหาโครงข่ายไฟเบอร์มาใช้กันเอง เหมือนกับกรณีที่เราหาซื้อแผงโซลาร์เซลล์มาผลิตไฟฟ้าใช้ในบ้านนั่นเอง

ที่มา : Bangkokbiznews

Jul 24

Cloud Computing ช่วยต่อเน็ตเร็วขึ้น แต่ค่าบริการถูกลง ใช้งานพีซีที่ไหนก็เหมือนใช้คอมพ์ตัวเอง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ?ซอฟต์แวร์ดาวน์โหลดฟรี? เป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันมากขึ้น ในอนาคต เราสามารถเรียกใช้งานโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไปอาศัยซีพียูเครื่องอื่นที่ออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตช่วยประมวล (เช่น การคำนวณหรืองานกราฟฟิกที่ซับซ้อน) หรือเก็บข้อมูลขนาดใหญ่บนเซิรฟ์เวอร์ บนเครือข่ายแทนจะเก็บไว้บนฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์ของเรา

เทคโนโลยีนี้มีชื่อเรียกว่า Cloud Computing

ปัจจุบันการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโลกอินเทอร์เน็ตมีค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่ถูกลง และมีความเร็วที่สูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นการแบ่งปันซอฟต์แวร์บนเครือข่ายจึงทำให้สามารถประหยัดต้นทุนการทำงานลงได้ แถมซอฟต์แวร์ยังมีการปรับปรุงให้ใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ

เทคโนโลยีดังกล่าวเราไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ของตัวเอง สามารถใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ และที่ไหนในโลกก็ได้ ขอแค่คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตก็พอ นั่นคือที่มาของชื่อ Cloud หรือเมฆของอินเทอร์เน็ตที่เต็มไปด้วยการเชื่อมต่อกัน

Cloud computing มีข้อด้อยอยู่ตรงที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และเครือข่ายยังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ เช่น ผู้ใช้ยังไม่สามารถเก็บข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตลงบนฮาร์ดดิสก์ส่วนตัว ไม่สามารถลากและวาง ไฟล์ข้อมูลระหว่างโปรแกรม ไม่สามารถตั้งเตือน เช่น ตารางนัดประชุมกับลูกค้า เมื่อโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ตนั้นถูกปิดอยู่ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัททั่วโลกต่างพยายามวิจัยหาวิธีการหรือซอฟต์แวร์เพื่อติดต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตแบบใหม่ที่สามารถทำงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และยังเพิ่มแนวคิดใหม่ให้ซอฟต์แวร์ที่ใช้บนอินเทอร์เน็ตสามารถเรียกใช้งานได้ แม้มันไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ทีมนักวิจัยของบริษัท Adobe ก็พัฒนาโปรแกรมดังกล่าวโดยใช้ภาษา HTML และ FLASH เป็นหลัก และทำงานร่วมกับหลายบริษัท เช่น ร่วมกับ eBay พัฒนา eBay desktop ช่วยให้การประมูลสินค้าออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ต้องทำงานผ่านโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ตที่ให้ใช้กันฟรีทั่วไป และทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังใช้พลังการประมวลผลบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เพื่อช่วยให้การค้นหาสินค้าได้เร็วขึ้น และสามารถแจ้งเตือนเมื่อมีการให้ราคาประมูลที่ต้องการ

บริษัทกูเกิลพยายามพัฒนาโปรแกรมดังกล่าวเช่นกัน เรียกว่า Google Gear ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Source) เพื่อทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตง่ายกว่าเดิม ที่ดูจะช้ากว่าเพื่อนก็คือ ค่ายไมโครซอฟต์ยังไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องนี้

แนวความคิดนี้ เรียกว่า Offline Web Application เนื่องจากเดิมโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ตเหมาะสำหรับการท่องหน้าของเวบไซต์ต่างๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันโปรแกรมเหล่านี้ต้องทำได้มากกว่าคือ เป็นโปรแกรมเพื่อติดต่อกับซอฟต์แวร์ด้วย

ลองคิดดูว่า ถ้าเราสามารถค้นหาข้อมูลหรือท่องเวบไซต์โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เช่น สามารถเช็คและเขียนอีเมลได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่เมื่อเราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โปรแกรมมันก็จะ Sync ข้อมูลกับ Server โดยอัตโนมัติ คงทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ไม่เปลืองเวลาค่าเชื่อมต่อ ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้มากอีกด้วย

เรื่องโดย - ดร. อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยนาโนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องกลจุลภาค

Technorati Tags: ,

Jul 16

ตำรวจโชว์จับซอฟต์แวร์ผี 6 เดือนกว่า 100 ล้าน

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : บีเอสเอ ชี้ยอดดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อนส่อเค้าพุ่ง จากผู้ใช้เน็ตเร็วสูงเพิ่ม เยาวชนเริ่มละเมิดจากเดิมมีแต่ผู้ชำนาญการ เหตุมีช่องทางเผยแพร่วิธีติดตั้งใช้งานไฟล์เถื่อนผ่านเวบ ตำรวจไทยโชว์จับซอฟต์แวร์ผี 6 เดือนแรกกว่า 100 ล้านบาท

นายดรุณ ซอว์นีย์ ผู้อำนวยการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ ประจำภูมิภาคเอเชียของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) กล่าวว่า แนวโน้มการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะเพิ่มขึ้น จากปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เพิ่มและมีผู้ใช้กว้างขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนได้หันมาดาวน์โหลดไฟล์ผิดกฎหมายแล้ว จากเดิมจะจำกัดอยู่เฉพาะผู้ชำนาญคอมพิวเตอร์

ทั้งนี้เพราะ มีเด็กๆ จัดทำวิดีโอสอนการติดตั้งดาวน์โหลดซอฟต์แวร์และโพสต์ไว้ที่เวบยูทูบ เท่าที่สำรวจหากค้นว่า “ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ” ได้พบไม่ต่ำกว่า 5,000 วิดีโอไฟล์

อย่างไรก็ตาม บีเอสเอพัฒนาเครื่องมือ “เวบ คราว์เลอร์” (Web Crawler) ใช้ค้นหา คีย์เวิร์ด “ไฟล์ ดาวน์โหลด” หรือเวบไซต์ที่มีโอกาสขายซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งสถิติปีที่ผ่านมาพบว่า ไทยมีเวบไซต์ที่ละเมิด 8,834 ไซต์ ถือเป็นประเทศอันดับ 4 ที่มีจำนวนเวบไซต์ที่ละเมิดต่ำจากประเทศในเอเชีย 13 ประเทศ ส่วนหนึ่งเพราะมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ต่ำ

การทำงานของเครื่องมือนี้ เมื่อตรวจพบเวบไซต์ที่ต้องสงสัย และติดตามจนถึงต้นตอได้ว่ามาจากไอพีแอดเดรสของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) รายใด ระบบจะออกจดหมายแจ้งเตือน (โนทิซ) ให้ไอเอสพีรายนั้น เพื่อให้นำเวบไซต์หรือไฟล์ที่ผิดกฎหมายดังกล่าวออกไป เท่าที่พบระบบมีความผิดพลาดตรวจจับต่ำกว่า 1%

กระนั้น การบังคับใช้ทางกฎหมายก็แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งหลายประเทศทำได้เพียงขอความร่วมมือจากไอเอสพี เช่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ที่ไอเอสพีจะอ้างว่าไฟล์ที่ผิดกฎหมายนั้นไม่ได้อยู่ที่เครื่องแม่ข่ายของไอ เอสพี ไม่สามารถเอาไฟล์นั้นออกจากระบบ จะทำได้เพียงการแจ้งเตือนไปยังลูกค้ารายนั้นๆ

ส่วนของไทย ปีที่ผ่านมา บีเอสเอ ออกจดหมายไป 7,642 ฉบับ ขณะที่ช่วงห้าเดือนแรกปีที่ผ่านมา พบจำนวนไฟล์ที่ผิดกฎหมาย 866 ไฟล์ และออกจดหมายไป 638 ฉบับ ทั้งยังพบว่าการใช้งานโปรแกรมพีทูพีที่จะใช้ดาวน์โหลดไฟล์ผิดกฎหมายนี้ ใช้ช่องสัญญาณ (แบนด์วิธ) สูง โดย 10% ของผู้ใช้โปรแกรมพีทูพี จะกินแบนด์วิธกว่า 80% ของทั้งหมด ขณะที่ 80% ของผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ กลับใช้แบนด์วิธต่ำกว่า 10%

แนวทางปฏิบัติของต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ได้พยายามลดปัญหากลุ่มผู้ใช้พีทูพี โดยเจ้าของงานลิขสิทธิ์ผลักดันให้ไอเอสพี เคลื่อนย้ายไฟล์ออก หรือจำกัดความเร็วของการใช้บริการกลุ่มพีทูพีในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการ มาก (พีคไทม์) แต่งานคุ้มครองผู้บริโภคมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิและเป็นมาตรการที่รุนแรง เกินไป

ด้านฝรั่งเศส เห็นว่าควรใช้มาตรการเตือน 3 ครั้ง หากยังทำผิด หรือไม่ปฏิบัติก็จะตัดบริการได้ และเยอรมนี หากสามารถระบุได้ว่าไฟล์ที่เปิดให้บริการดาวน์โหลดผิดกฎหมายนั้นเป็นของใคร ก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล แต่จะมีค่าปรับไม่เกิน 100 ยูโร หรือราว 6 พันบาท

ข้อมูลจากเวบไซต์ ipoque ที่สำรวจการใช้อินเทอร์เน็ตปี 2550 พบการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย จะทำผ่านโปรแกรมพีทูพี 99% และ 1% จะอยู่ในเวบประมูล (ออคชั่น) และใช้โปรแกรม BitTorrent คิดเป็น 70% ของทราฟฟิก และ 80% เป็น eDonkey

ทั้งนี้ บีเอสเอได้ให้ความรู้ถึงภัยแฝงที่มากับการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมาย ทั้งไวรัส โทรจัน การลักลอบขโมยข้อมูลและหลอกลวงผ่านเน็ตมุ่งเหยื่อที่เป็นบุคคลสำคัญ หรือมีฐานการเงินสูง เรียกว่า “Whaling” ซึ่งภายในไตรมาส 3 จะทำเวบ www.b4usurf.org ให้ความรู้เรื่องนี้เป็นภาษาไทย

ด้านพ.ต.อ.ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการ บก.ปศท. กล่าวว่า รอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ได้จับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์องค์กรกว่า 30 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และปัจจุบันก็มีรายชื่อบริษัทที่ละเมิดอยู่แล้วจำนวนหนึ่งด้วย

ที่มา : RSS Thai

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It