Wordpress Themes
Jul 20

iPhone 3G กำลังประสบกับปัญหาสภาวะขาดตลาดภายหลังจากที่เปิดวางจำหน่ายมาแล้วเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ส่งผลให้ตอนนี้ทางต้นสังกัดจำเป็นจะต้องหยุดทำการรับออร์เดอร์ชั่วคราวเป็น เวลา 1-2 สัปดาห์

สืบเนื่องมา จากกระแสความต้องการ iPhone 3G ที่นับวันจะยิ่งสูงมากขึ้น ล่าสุดทางต้นสังกัดได้ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องหยุดรับออร์เดอร์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากประสบกับปัญหาสภาวะ iPhone 3G ขาดตลาด โดยทางต้นสังกัดคาดการณ์ไว้ว่าอีกประมาณ 10-14 วันน่าจะสามารถเข้าสู่สภาวะปกติได้ โดยตัวแทนผู้จัดจำหน่ายต่างพากันไม่ถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เพียงแต่ออกมากล่าวว่า จะทำการเปิดรับออร์เดอร์อีกครั้งทันทีเมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ในขณะที่ทาง AT&T และบริษัทในเครือต่างรู้สาเหตุของเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีสาเหตุหลักมาจากกระแสความต้องการที่มีมากจนไม่สามารถที่จะรอง รับได้

Technorati Tags: ,

Jul 18

นักวิจัยระบุ อีกไม่นานเมาส์จะตายไปจากโลกนี้ และมีอุปกรณ์อื่นมาแทนที่

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เกือบ 40 ปีแล้วที่เมาส์ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในวงการคอมพิวเตอร์ แต่จากนี้ไปมันอาจจะกลายเป็นอดีตอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

สตีฟ เพรนทิส นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการ์ทเนอร์ บอกว่า จุดจบของเมาส์อาจมาเร็วกว่าที่คิด อาจจะภายใน 3-5 ปีข้างหน้าด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งที่จะมาแทนที่นั้น เป็นระบบที่จะจับท่าทางของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นจอสัมผัส หรืออุปกรณ์จดจำหน้าตา

?ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เมาส์ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ แต่สำหรับอุปกรณ์ความบันเทิงในบ้านหรือโน้ตบุ๊ค เมาส์แทบไม่มีประโยชน์เลย?

สิ่งที่ทำให้สตีฟเชื่อมั่นว่าเมาส์จะตายจากวงการเทคโนโลยีไป เพราะทุกวันนี้บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หันมาสร้างอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองผู้ใช้ในแบบอื่นๆ แทน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของวงการเกมนั่นเอง

?อย่างพานาโซนิคเอง ตอนนี้กำลังพัฒนาระบบใหม่สำหรับอุปกรณ์ความบันเทิงในบ้าน นั่นก็คือระบบตรวจจับหน้าตาและท่าทางของผู้ใช้ คือแทนที่จะใช้รีโมทคอนโทรล คุณก็แค่ยกมือขึ้นมาเหมือนจะเปลี่ยนช่อง ระบบก็จะรู้ทันทีว่าคุณกำลังจะทำอะไร นอกจากนี้ มันยังจำหน้าตาคุณได้อีกด้วย เมื่อไรก็ตามที่คุณมานั่งหน้าจอ หน้าของคุณจะไปโชว์อยู่บนทีวีเลย แล้วคุณก็แค่เลื่อนมือไปมาเพื่อเลือกเมนูที่ต้องการบนจอ?

?ส่วนโซนี่กับแคนนอน รวมถึงผู้ผลิตรายอื่นๆ ใช้ระบบจดจำหน้าตาที่สามารถวิเคราะห์หน้าตาของคุณได้ในทันทีแบบเรียลไทม์ เช่น ถ้าคุณยิ้ม มันก็จะรู้ว่าคุณยิ้ม แถมยังมีอุปกรณ์ตรวจจับอารมณ์และความคิดอีกด้วย คือเมื่อคุณสวมมันเอาไว้บนหัว เพียงแค่คุณคิดเท่านั้น คุณก็สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งระบบพวกนี้จะออกสู่ตลาดในเดือนกันยายนนี้แล้ว?

ขณะที่ โรรี่ ดูลี่ รองประธานกรรมการอาวุโสของ Logitech ผู้ผลิตเมาส์และคีย์บอร์ดรายใหญ่ที่สุดของโลก บอกว่า เรื่องจุดจบของเมาส์เป็นเรื่องที่พูดเกินจริงไปหน่อย เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถขายเมาส์ได้มากกว่า 500 ล้านชิ้น ซึ่งน่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเมาส์มีความสำคัญกับวงการคอมพิวเตอร์มากแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม โรรี่เห็นด้วยที่ผู้ใช้มีทางเลือกในการควบคุมคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้คน แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คุณค่าของเมาส์ลดลง

หากถามว่าทุกวันนี้เราพร้อมหรือยังที่จะวาดมือไปมาในอากาศ หรือแสดงสีหน้าท่าทางต่างๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สตีฟบอกว่าเราจะพร้อมหรือไม่พร้อม ตอนนี้ก็มีคนเป็นล้านกำลังใช้อุปกรณ์ประเภทนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเกมนินเทนโด ?วี? หรือสมาร์ทโฟนอย่าง ?ไอโฟน? แล้วยังมีระบบมัลติทัช ที่ทำให้คุณขยายหรือย่อรูปภาพ เลื่อนไปมา และอีกหลายอย่างที่คุณอาจไม่รู้อีกด้วย

แล้วถ้าถามว่าคีย์บอร์ดล่ะ จะล้มหายตายจากไปด้วยหรือไม่ สตีฟบอกว่า คีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับใส่ข้อมูลตัวอักษร ซึ่งยากที่จะหาอุปกรณ์อื่นมาทดแทนได้ แต่สำหรับเมาส์นั้น ไม่ใช่

เมาส์ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน โดย ดร.ดักลาส เอนเกลบาร์ท ขณะที่เขาทำงานอยู่ในสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด แต่ ดร.ดักลาส ไม่เคยได้รับค่าลิขสิทธ์จากเมาส์เลย เพราะสิทธิบัตรของเขาหมดอายุลงในปี 1987 ก่อนที่วงการคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ PC จะนำเมาส์มาใช้งาน

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Technorati Tags:

Jul 17

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามบล็อกเทคโนโลยีเริ่มกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวiPhone(ไอโฟน)รุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายความเร็วสูง 3G พร้อมเทคโนโลยีระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ในราคาเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ในการสร้างแอพพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ขับเคลื่อนโดยนักการตลาด

นั่นเพราะว่าในไอโฟน ซอฟต์แวร์คือคอนเท็นต์” นายแชด เคอร์รี รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ T-3 กล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นไปได้เช่นนี้ในบล็อก DigitalNext ของ Ad Age? และที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันนักการตลาดต่างให้ความสนใจในการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคกันมากขึ้น?

ไอโฟนเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์” เขากล่าวผู้คนจะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยแอพพลิเคชันต่างๆ ในอุปกรณ์ ยิ่งคุณเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์เหล่านั้นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

ไอโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์อื่นๆ ในตอนนี้ประกอบด้วยแอพพลิเคชัน 2 ประเภท คือ Web Application และ Native Application? โดย Native Application ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้จากคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆ ที่ประกอบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว? และ Native Application เหล่านี้คือฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน 2.0

ส่วน Web Application เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับไอโฟนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สามารถท่องเว็บได้โดยผ่านทางบราวเซอร์ชื่อ Safari แต่อย่ามองว่าทั้งหมดนั้นจะเหมือนกับเว็บเพจ? Bank of America มีแอพพลิเคชันธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม และ FedEx เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดำเนินการขนส่งสินค้าเอง

สำหรับนักการตลาดหลายๆ รายแล้ว Web Application จะยังคงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด? แต่ในขณะเดียวกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่นักการตลาดจะสร้าง Native Mobile Application ที่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์ถือได้หลายๆ รุ่นและหลายๆ เครือข่ายผู้ให้บริการ เพราะแอพพลิเคชันเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน? นักการตลาดอาจต้องสร้างแอพพลิเคชันมากกว่า 5 ชิ้น

ดังนั้น ในขณะที่ข้อจำกัดของ Web Application ติดอยู่แค่การสนับสนุนจากเว็บบราวเซอร์เท่านั้น? แต่แอพพลิเคชันเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักการตลาดได้อย่างล้นหลาม??

ทิศทางความเคลื่อนไหวของแอพพลิเคชันเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวโน้ม 2 ประการคือ อย่างแรกเป็นความสนใจของนักการตลาดในการสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้า และแนวโน้มความเป็นไปได้ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้น?

ปัจจุบัน นักการตลาดกำลังถอนเม็ดเงินออกจากแพลตฟอร์มโฆษณาแบบดั้งเดิม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคอนเท็นต์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งๆขึ้น?

สิ่งที่ใช้ได้ผลในโทรศัพท์มือถือคือแอพพลิเคชันที่อยู่เหนือโฆษณา” นายแชด สโตลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่ Organic กล่าวคุณต้องให้โปรแกรมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ แต่การสร้างก็คือเรื่องหนึ่ง และการกระจายสินค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

อย่างไรก็ดี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดทางโทรศัพท์มือถือในรอบสองปีที่ผ่านมาจะโฟกัสอยู่ที่แนวคิดของโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการนำโมเดลโฆษณาดิสเพลย์ที่ต้องจ่ายค่าบริการมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ?

แต่ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นักการตลาดเริ่มกล่าวถึงการตลาดผ่านมือถือรูปแบบใหม่ ซึ่งโฟกัสในประสบการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อ และปรับปรุงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ซึ่งความจริงการสร้างความมั่นใจว่าแอพพลิเคชันเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการสำคัญพอๆ กับการพิจารณาตัดสินว่านักการตลาดจะพบเจอผู้ชมในอุปกรณ์การสื่อสารเหล่านี้หรือไม่


ซอฟต์แวร์ในฐานะคอนเท็นต์

เมื่อคุณตีความหมายบทบาทของแบรนด์ที่ปรากฏในสื่อ การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือการให้การสนับสนุนแอพพลิเคชันเป็นวิธีการเชื่อมโยงหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากการแค่ออกโฆษณา” นายอีริค เบเดอร์ หุ้นส่วนของ Brand In Hand กล่าว?

นักการตลาดสามารถเริ่มทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชันเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะในการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่ 2? แอปเปิ้ลได้ตัดสินใจเปิดแพลทฟอร์มให้นักพัฒนาได้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทเช่นกัน?

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพพลิเคชันทุกชนิดให้กับไอโฟนได้? อันที่จริง เฟซบุ๊กเป็นผู้ริเริ่มเปิดเทรนด์คอนเท็นต์ในฐานะซอฟต์แวร์มาได้ประมาณปีกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้น บริษัทอนุญาตให้นักพัฒนาจากภายนอกทดลองสร้างแอพพลิเคชันที่สามารถใช้งานในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้

ไอโฟนรุ่นใหม่จะเริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมด้วย Apple Apps Store ซึ่งเป็นหน้าอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ไอโฟนสามาารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ?

ในขณะที่ iTunes มีไว้เพื่อดนตรีและไอพอด? แต่ Apps Store มีไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือ? ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับรองแอพพลิเคชันก่อนที่จะได้วางจำหน่ายภายในร้านเชื่อว่าเป็นวิธีรับมือกับจุดอ่อนของแอพพลิเคชันที่เกิดขึ้นกับเฟซบุค

รายละเอียดเกี่ยวกับ Apps Store ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่นักพัฒนาจะสามารถตั้งราคาเองได้ และตามโมเดลการปันรายรับแบบดั้งเดิม แอปเปิ้ลจะได้ส่วนแบ่ง 30%? แอปเปิ้ลไม่ได้ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมจากแอพพลิเคชันฟรีที่มีโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ หรือจะเก็บอย่างไร แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบางคนชี้ว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีการที่แอปเปิ้ลจะนำมาใช้กวาดรายรับจากโฆษณาในระยะยาว??

เลือกแบรนด์ไหนดี?

ในขณะที่ไอโฟนสามารถดึงดูดกระแสความสนใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือได้อย่างมหาศาล? แต่ในตอนนี้นักพัฒนาสามารถสร้าง Native Application ให้แบล็คเบอร์รี่หรือวินโดว์ส โมบายได้แล้วเช่นเดียวกัน? (บาร์นสแอนด์โนเบิลมีแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซที่ยอดเยี่ยมเพื่อแบล็คเบอร์รี่โดยเฉพาะ)? ดังนั้น ก้าวแรกสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นมือถือในตอนนี้คงเป็นการตัดสินว่าพวกเขามีผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการโทรเป็นจำนวนมากเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาต่อขั้นต่อไปว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่ลูกค้าของพวกเขาใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ การสร้างแอพพลิเคชันสำหรับแบล็คเบอร์รี่อาจเหมาะสมมากกว่าไอโฟน???

ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิ้ลเมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวเอพีเปิดตัว Native Application สำหรับไอโฟนซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS ของอุปกรณ์เพื่อค้นหาข่าวภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และนำมาเก็บซ่อนไว้

ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบริการ เช่น บนเครื่องบินหรือในรถไฟใต้ดิน (และด้วยแอพพลิเคชันที่โฟกัสในข่าวและเหตุการณ์? ผู้ใช้สามารถส่งรูปถ่ายให้เอพีได้ในทันทีเช่นเดียวกัน)??

Sega เปิดตัวไอเกมส์ “Super Monkey Ball” เวอร์ชันไอโฟนที่ผู้เล่นต้องเอียงอุปกรณ์เพื่อควบคุบทิศทางลูกบอล? ซึ่งเป็นอีกเกมหนึ่งที่นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากหน้าจอสัมผัส ในขณะเดียวกัน Major League Baseball เปิดตัววิดีโอไฮไลต์ถ่ายทอดสด และ Six Apart เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับการเขียนบล็อกผ่านมือถือ

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags: ,

Jul 03

ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โน้ตบุ๊ค หรือ mp3 ต่างก็มีอันตรายแฝงอยู่มากมาย เพราะฉะนั้น คิดให้ดีก่อนจะควักกระเป๋าซื้อของใหม่

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หากพูดถึงมลพิษแล้ว เรามักจะนึกถึงสารพิษและกากของเสียจากอุตสาหกรรมหนัก เช่น ถ่านหิน เหล็ก หรือน้ำมัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องเก่าคร่ำครึ เพราะทุกวันนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำทุกวัน กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหนาสาหัสกว่าที่เราคาดคิด

เมื่อเราทิ้งอุปกรณ์จำพวกโทรศัพท์มือ ถือ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น mp3 มันอาจะดูเหมือนไม่ใช่ขยะที่สกปรกหรือเป็นอันตรายมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ประกอบด้วยของเสียอันตรายมากมาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ซึ่งสามารถปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและอากาศได้

ขยะเหล่านี้ถูกเรียกว่าขยะ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-waste ซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล โดยเฉลี่ยทั่วทั้งโลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้น 20-50 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว และสหรัฐอเมริกาก็เป็นที่หนึ่งในการผลิตขยะเหล่านี้ขึ้นมา แต่กลับส่งออกมันไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย หรือไนจีเรีย

เมื่อคนเก็บขยะนำซากเหล่านี้มาแยกชิ้น ส่วน ก็จะได้รับสารเคมีและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น กุ้ยอวี๋ เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีน ที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากถึง 1 ล้านตันต่อปี คนเก็บขยะบางคนนำซากชิ้นส่วนไปหลอมในเตา เพื่อสกัดเอาทองคำที่อยู่ในนั้นออกมา ซึ่งหารู้ไม่ว่าการหลอมทำให้เกิดไอสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงหากสูดดมเข้าไป และเด็กๆ ในเมืองนี้ก็มักจะป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก

สาเหตุนี้เองที่ทำให้องค์การ สหประชาชาติได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายและการกำจัดของเสียอันตราย ในปี 1989 ที่เมืองบาเซิล ประเทศเบลเยี่ยม โดยเนื้อหาของการประชุมคือไม่ให้ประเทศร่ำรวยส่งออกของเสียอันตรายไปสู่ ประเทศยากจน แต่สหรัฐอเมริกาไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้เลย ขณะที่ประเทศจีนเองก็ดูจะยินยอมนำเข้าขยะเหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับเม็ดเงินที่ได้จากการกำจัดขยะให้

และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากประเทศกำลังพัฒนาหลายต่อหลายประเทศ ต่างยอมรับว่าสนธิสัญญาบาเซิลนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

?เรากำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ที่น่ารังเกียจ ที่เราไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จในสนธิสัญญาบาเซิลได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว? จิม พัคเก็ต ผู้อำนวยการเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล กล่าวในการประชุมที่บาหลี

สาเหตุที่ประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐ อเมริกา รวมถึงบริษัทผลิตอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เลือกที่จะส่งออกขยะไปยังประเทศกำลังพัฒนา เพราะมันเป็นวิธีการที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการกำจัดขยะในประเทศของตัว เองหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ผลิตสินค้าไฮเทคบางราย ที่มีนโยบายลดปริมาณขยะและของเสียอันตรายให้น้อยลง อย่างบริษัท Dell ที่ได้ริเริ่มโครงการรีไซเคิลไปเมื่อเร็วๆ นี้ หรือการลดปริมาณโลหะอันตรายในผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ค่อนข้างมาก

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ไม่ควรมองข้าม เรื่องนี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานค่อน ข้างสั้น นั่นก็เพราะผู้ผลิตต้องการให้ผู้บริโภคเปลี่ยนรุ่นสินค้าบ่อยๆ เพื่อทำยอดขายให้ได้มากๆ

ดังนั้น หากคุณกำลังจะควักเงินซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ให้หยุดคิดสักนิด อย่าให้ความสวยงามภายนอกและกลยุทธ์ทางการตลาดหลอกลวงเอาได้ เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะอันตรายที่ดูเผินๆ แล้วแทบไม่เห็นความร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในแม้แต่นิดเดียว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , ,

Jul 02

เอทีแอนด์ที (AT&T) เล็งเปลี่ยนแผนการขายไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 3G) เตรียมเสนอขายในราคาเริ่มต้นที่ 599 เหรียญโดยที่ผู้ซื้อยังไม่ต้องจดทะเบียนใช้บริการกับทางบริษัทนาน 2 ปี อย่าเพิ่งดีใจเพราะนี่ไม่ใช่การปลดล็อคเพื่อเปิดเสรีไอโฟน แต่เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกว่าจะซื้อบริการข้อมูลของเอทีแอนด์ ทีเต็มแพคเก็จ หรือจะซื้อแค่แพคเก็จโทรเพื่อใช้ไอโฟนเป็นแค่เครื่องเล่นมัลติมีเดียและใช้ งานอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายไว-ไฟ โดยลูกค้าไอโฟนในสหรัฐฯยังต้องใช้เครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเท่านั้น

ราคา ปลีก 199 เหรียญ และ 299 เหรียญของ iPhone 3G ขนาดความจุ 8GB และ 16GB ที่จะวางขายในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ จะเกิดขึ้นพร้อมกับการจดทะเบียนใช้บริการเครือข่ายของเอทีแอนด์ทีเป็นเวลา 2 ปี ส่วนการขายแบบไม่จดทะเบียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นราคาจะอยู่ที่ 599 เหรียญ และ 699 เหรียญ” เอทีแอนด์ที กล่าว

นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกที่สาวกไอโฟนจะสามารถซื้อไอโฟนจากเอ ทีแอนด์ทีโดยที่ไม่ถูกมัดมือให้ซื้อแพคเก็จแสนแพงต่อเนื่อง 2 ปี และแม้จะยังไม่มีรายงานวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่เอทีแอนด์ทีก็คาดว่าการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ต้องจดทะเบียนนั้นจะทำกำไรได้ มากกว่าค่าใช้บริการรายเดือนของผู้ใช้บริการตามอายุของการจดทะเบียน

ไมเคิล โค (Michael Coe) โฆษกเอทีแอนด์ทียืนยันว่าเครื่องไอโฟนทั้งที่ทำสัญญาและไม่ทำสัญญาก็ยังจะ ถูกล็อคให้ใช้งานกับเครือข่ายของทางเอทีแอนด์ทีเท่านั้น ซึ่งค่าบริการที่จะต้องจ่ายรายเดือนก็จะเป็นโปรโมชันสำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ เช่นเดิม สำหรับการจำหน่ายไอโฟนแบบไม่ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลกับทางบริษัทนั้น ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการโดยไม่ต้องเสียค่ายกเลิกสัญญาแต่อย่างใด

แผนการจำหน่ายไอโฟน 3G ไม่ต้องจดทะเบียนนี้ถูกเปิดเผยพร้อมการชี้แจงของเอทีแอนด์ที ที่ระบุชัดเจนว่าราคาไอโฟน 3G 199 เหรียญนั้นเป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับลูกค้า 3 ประเภทเท่านั้น หนึ่งคือลูกค้าไอโฟนดั้งเดิมที่ซื้อไอโฟนก่อนวันที่ 11 กรกฎาคม สองคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีใหม่ที่พร้อมสมัครใช้บริการของเอทีแอนด์ทีแบบเต็ม แพคเก็จนาน 2 ปี สามคือลูกค้าเอทีแอนด์ทีเดิมที่อยากอัปเกรดบริการของตัวเอง

แปล ว่า ลูกค้าเก่าของเอทีแอนด์ทีที่ใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นอยู่และไม่ต้องการ ซื้อแพคเก็จบริการข้อมูลรายเดือนจากเอทีแอนด์ที จะต้องเสียเงินซื้อไอโฟน 3G รุ่น 8GB ในราคา 399 เหรียญ หรือ 499 เหรียญสำหรับซื้อรุ่น 16GB

ทั้งนี้ แพคเก็จไอโฟน 3G ที่เอทีแอนด์ทีจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 11 กรกฎาคมจะมีราคาเริ่มต้นที่ 70 เหรียญต่อเดือน ซึ่งหากรวมค่าธรรมเนียมและภาษีก็จะเพิ่มขึ้นอีก 10 เหรียญต่อเดือน โปรโมชันดังกล่าวเหมาจ่ายค่าโทรทุกช่วงเวลา 450 นาทีและช่วงกลางคืนวันสุดสัปดาห์อีก 5,000 นาที ราคาแพงที่สุดคือ 129.99 เหรียญ สามารถโทรและใช้บริการอีเมลและเล่นอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดชั่วโมง

นอกจากแผนจำหน่ายไอโฟนไม่ต้องจดทะเบียน รายงานระบุด้วยว่าเอทีแอนด์ทีมีแผนให้บริการแบบพรีเพด เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไอโฟนที่ไม่มีบัตรเครดิตด้วย

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , , ,

ปิด
E-mail It