Wordpress Themes
Jul 21

วันนี้ (14 ก.ค. ตรงกับไทย 15 ก.ค.)บริษัทไมโครซอฟท์จัดงานแถลงข่าว ?Microsoft Media Briefing? ขึ้นก่อนหน้างานมหกรรมเกม ?E3? จะเริ่มขึ้นที่ลอส แองเจลิส สหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าข่าวใหญ่ที่สุดและน่าความประหลาดใจให้วงการเกมอยู่ที่ตอนท้ายสุดของงานกับคำประกาศยืนยันจากค่ายเกม RPG อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

?Don Mattrick? จากไมโครซอฟท์ขึ้นมาบนเวทีเพื่อประกาศความสำเร็จของบริษัทจากผลงานเกมต่างๆบนเครื่อง Xbox360 โดยเกมที่ทำยอดขายได้สูงสุดก็มีอย่าง GTA IV, Bioshock,Guitar Hero, Rock Band และ Scene It! หลังจากนั้นไมโครซอฟท์ได้ทยอยเปิดวิดีโอตัวอย่างเกมและโชว์การเล่นจริงๆให้ผู้ร่วมงานได้เห็น เริ่มต้นที่เกม ?Fallout 3? จากทีม Bethesda เกมนี้เลือกภาพเล่นได้ทั้งมุมมองบุคคลที่หนึ่งและสาม มีอุปกรณ์ Pip-Boy 3000 ใช้ในการปรับแต่งต่างๆภายในเกม และประมาณการเวลาเล่นจนจบกว่า 100 ชั่วโมง โดยมีคอนเทนต์พิเศษสุดให้ดาวน์โหลดสำหรับเวอร์ชัน Xbox360 และ PC

?จุน ทาเกะอุจิ? จากแคปคอมขึ้นมานำเสนอเกมการเล่นครั้งแรกของ ?Resident Evil5? มีการบอกว่าจะมีโหมดการเล่นออนไลน์แบบจับคู่กัน (co-op) ระหว่างคริส เรดฟิลด์ กับสาวผิวสี Sheva Alomar ก่อนจะปิดท้ายด้วยวันวางจำหน่ายเกมอย่างเป็นทางการ ญี่ปุ่น 12 มี.ค.2009 และอเมริกา 13 มี.ค. 2009

?Peter Molyneux? ยอดนักพัฒนาเกมอีกคนหนึ่งของวงการเกมขึ้นมาระบุว่า เกม RPG ภาคต่อ ?Fable 2? ได้พัฒนาจนเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นก็โชว์การเล่นเกมให้ได้ชมกันตัวเป็นๆ และบอกว่าสามารถชวนเพื่อนเล่น co-op ออนไลน์กันได้โดยปราศจากการเข้าไปในล็อบบี้ กำหนดวางแผง ต.ค.ปีนี้

ด้าน?คลิฟฟ์ เบรสซินสกี้? จากค่ายเอปปิก เกมส์นำเกม ?เกียร์ ออฟ วอร์2?มาอวดโฉมกันอีกรอบ คราวนี้เขาโชวการเล่นโหมด co-op ได้ชม พร้อมโหมดใหม่ Horde เล่นร่วมกันได้ 5 คน กำหนดคลอด 7 พ.ย.ปีนี้

Don Mattrick กล่าวต่อว่า เครื่องเกม Xbox360 ขายดีกว่าเครื่อง PS3 ราวๆ 5 ล้านเครื่อง บริษัทพัฒนาเกมอื่นที่ไม่ใช่ 3 ผู้ขายเครื่องเกมคอนโซลสามารถขายซอฟต์แวร์เกม Xbox360 ได้ดีกว่า Wii และ PS3 รวมกันเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะนี้มีสมาชิก Xbox Live 12 ล้านคน ตั้งแต่เปิดบริการ Xbox Live มานั้น สามารถทำเงินได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีทั้งภาพยนตร์ และรายการทีวีให้บริการราว 1,000 เรื่องเปิดให้บริการ โดยมีค่ายใหม่เข้ามาเสริมอีก ก็คือ NBC กับ Universal Studios ขณะที่ความบันเทิงที่น่าสนใจไม่น้อยก็คือการประกาศร่วมมือกับ ?Netflix? ในการเช่าหนังเพื่อรับชมภาพยนตร์กว่า 10,000 เรื่อง โดยต้องสมัครเป็นสมาชิก Netflix เสียก่อน และคุณสามารถแชร์หนังและรายการทีวีไปให้เพื่อนๆชมผ่าน Live Party ได้ด้วย

จากนั้น John Schappert ขึ้นมาโชว์การเปลี่ยนแปลงใหม่ของ Dashboard ภายในเครื่อง Xbox360 ระบบเมนูเกมจะถูกอัปเดตใหม่หมด โดยมีระบบ Avatar ที่แสดงตัวคาแร็กเตอร์ของผู้เล่นลงไปให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น ระบบ Avatar พัฒนาโดยทีม Rare และจะออกมาให้ใช้งานกันภายในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

?Shane Kim? อีกหนึ่งหัวหอกจากไมโครซอฟท์ขึ้นมาบอกว่า ภายในปีนี้จะมีเกม Xbox360 ออกมากว่า 1,000 เกมแล้ว และได้นำเสนอวิดีโอตัวอย่างเกม Banjo-Kazooie: Nuts & Bolts , Viva Pinata: Trouble in Paradise (สามารถใช้กล้องถ่ายรูปการ์ดเพื่อเพิ่มสัตว์ตัวหใม่เข้าไปในเกมได้)และ Scene It? Box Office Smash! ตามมาด้วยเกมที่เรียกเสียงฮาจากผู้ชมกับเกมจากค่าย Codemasters ในชื่อ ?You’re in the Movies? เกมนี้จะใช้กล้องมาจับภาพเราเข้าไปอยู่ในเกม อย่างเกมวิ่ง,ตบแมลง และเต้น

Kim เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกมดนตรีได้รับความสนใจในตลาดมาก พบว่าเฉลี่ยแล้วมีเพลง 3.5 ล้านเพลงที่ถูกดาวน์โหลดไปในแต่ละเดือน โดย 80 % จากทุกเครื่องเกมเป็นผู้ใช้เครื่อง Xbox360 โดยเกมตระกูล ?กีตาร์ ฮีโร่? ขายได้เฉพาะเครื่อง Xbox360 เกือบ 5 ล้านชุด ต่อจากนั้น Kai Huang ประธานและผู้ก่อนตั้ง Red Octane ขึ้นมาแนะนำเกมภาคใหม่ ?Guitar Hero: World Tour? ที่จะมาพร้อมเพลง 85 เพลง ,โหมด Battle of the Bands แข่งได้ 8 คนผ่านออนไลน์ และโหมดการสร้างเพลง GHTunes ทั้งนี้ จะมีผลงานเพลงใหม่ 1 แทรคจากวง REM ออกมาให้ดาวน์โหลดกัน รวมไปถึง The Eagles กับ Van Halen และผลงานเพลงอัลบั้มเต็มจาก Metallica ที่จะทำมาให้โหลดทั้งกีตาร์ ฮีโร่ ภาค3 และภาค World Tour

ต่อจากนั้น เกมร้องคาราโอเกะ ?Lips? ถูกนำเสนอโดย ?เคอิจิ ยาโนะ? เกมนี้จะใช้ไมโครโฟนไร้สายในการร้อง และสามารถเชื่อมต่อดึงเพลงมาจากเครื่องเล่นเพลง Zune หรือ iPod ได้ ในส่วนของไมค์จะสามารถเขย่าเป็นแทมโบรีนได้

ถัดมาเป็นเกมดนตรี ?ร็อก แบนด์2? จากทีมฮาร์โมนิกซ์ งานนี้ ?อเล็กซ์ ริโกปูลอส? ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขึ้นมาบอกรายชื่อ 86 ศิลปินที่จะมีเพลงปรากฏในเกม อาทิ Guns N’ Roses, Bob Dylan, AC/DC, Metallica, Pearl Jam, Beck, Interpol, The Offspring ,System of a Down,Alanis Morissette,Linkin Park,Metallica,Megadeth และ System of a Down นอกจากนี้ ยังมีอีก 20 เพลงให้ดาวน์โหลดฟรีตามมา ขณะที่เพลงจากร็อก แบนด์ภาคแรกจะสามารถนำมาใช้กับภาค 2 ได้ และภายในปีนี้จะมีเพลงกว่า 500 เพลงสำหรับร็อก แบนด์2

ปิดท้ายกันด้วยข่าวทีเด็ดของงาน นั่นก็คือ การปรากฏตัวของ ?โยอิจิ วาดะ? ประธานบริษัทสแควร์ เอนิกซ์บนเวทีของไมโครซอฟท์ โดยเขาพูดถึงความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการนำเกมต่างๆที่จะมาให้เล่นบน Xbox360 อย่าง Star Ocean: The Last Hope วางขายฤดูใบไม้ผลิปีหน้า , Infinite Undiscovery เกมเฉพาะ360 เท่านั้น วางขาย 2 ก.ย.ในอเมริกาเป็นแห่งแรก 5 ก.ย.ในยุโรป และ 11 ก.ย.ในญี่ปุ่น ขณะที่เกม Last Remnant จะมา 20 พ.ย.ทั่วโลก เกมนี้มีเวอร์ชันพีซีด้วย แต่ยังไม่มีกำหนดขาย

สุดท้ายที่สิ่งที่ทุกคนไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น เมื่อมีการฉายตัวอย่างเกม ?ไฟนอล แฟนตาซี13? (Final Fantasy XIII) ขึ้นมา แน่นอนเกมนี้จะออกมาให้เล่นบนเครื่อง Xbox360 ด้วย วางขายทั้งในยุโรปกับอเมริกา และไม่มีคำว่าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ PS3 อีกต่อไปแล้ว

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags: , , ,

Jul 19

ไมโครซอฟท์ประกาศกำไรรวมไตรมาสเมษายนถึงมิถุนายนเพิ่ม แต่สถานการณ์ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ส่อแววน่าเป็นห่วง ล่าสุดนักวิเคราะห์เชื่อไมโครซอฟท์กำลังเตรียมแผนเทเงินลงทุนหลายล้าน เหรียญสหรัฐในปีหน้า เพื่อหวังสางปมปัญหาธุรกิจโฆษณาออนไลน์ขาดทุนยับเยินในขณะนี้

การที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ถูกมองว่ากำลังอยู่ระหว่างการเตรียมแผนเทงบลงทุนเพื่อแก้ปัญหาขาดทุนใน ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ด้วยเงินมหาศาลนั้นเกิดขึ้นเพราะการประกาศผลประกอบการ ประจำไตรมาสสี่ ปีการเงิน 2007-2008 เพราะแม้จะระบุว่ากำไรรวมทั้งบริษัทเพิ่มขึ้นกว่า 42 เปอร์เซ็นต์ ผลจากตัวเลขรายรับรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านเหรียญ แต่รายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์กลับขาดทุนเพ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทั้งหมดทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่าไมโครซอฟท์ต้องทำอะไรสักอย่างหลังจากแผน ซื้อยาฮู (Yahoo) เพื่อนร่วมสมรภูมิออนไลน์ไม่สำเร็จ

งานนี้ทุกฝ่ายโทษความอ่อนแอของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ว่าทำให้ไมโครซอฟท์ไม่สามารถทำกำไรได้สูงเท่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้ บวกกับความผันผวนของค่าเงินดอลล์ทำให้กำไรของไมโครซอฟท์ไม่สวยงามเท่าที่ควร โดยล่าสุดมูลค่าหุ้นไมโครซอฟท์ปรับตัวลดลง 1.65 เหรียญหรือ 6 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 25.87 เหรียญ หลังจากเพิ่มขึ้น 26 เซ็นต์ไปปิดที่ 27.52 ในวันก่อน

กำไรที่เพิ่มขึ้น 42 เปอร์เซ็นต์ทำให้ไมโครซอฟท์ประกาศตัวเลขที่ 4.3 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 46 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ไมโครซอฟท์ทำได้ 3 พันล้านเหรียญ ขณะที่รายรับรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 1.58 หมื่นล้านเหรียญ จากเดิม 1.34 หมื่นล้านที่เคยทำได้ในปีที่แล้ว

ไตรมาส นี้ สามซอฟต์แวร์หลักอย่างระบบปฏิบัติการ Windows โปรแกรมสร้างเอกสารอย่าง Office และซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์สามารถทำเงินให้ไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น จากเดิมราว 18 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 7.9 พันล้านเหรียญ จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากยอดขายพีซีที่เพิ่มขึ้น ส่งให้ยอดจำหน่าย Office และ Windows เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยจากการสำรวจพบว่า เฉพาะไตรมาสเดียว ไมโครซอฟท์สามารถจำหน่ายลิขสิทธิ์ Vista ได้ราว 40 ล้านไลเซนส์ เสริมอิทธิพลจากการสำรวจในเดือนมกราคม ปี 2007 ที่พบว่าจำนวนไลเซนส์ Vista ในตลาดอยู่ที่ 180 ล้านไลเซนส์แล้ว

ขณะที่ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ขาดทุนทั้งสิ้น 488 ล้านเหรียญ ขาดทุนมากกว่าเดิมถึงสองเท่าตัว โดยนักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยลบอาจทำให้รายรับรวมของไมโครซอฟท์ลดลงราว 7-11 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสนี้ (ก.ค.-ก.ย.) ซึ่งอาจส่งผลให้ชลอตัวลงกว่า 18-20 เปอร์เซ็นต์ตลอดทั้งปีการเงิน

ปีการเงิน 2007-2008 กำไรของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้นราว 26 เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.77 หมื่นล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.87 เหรียญต่อหุ้น จาก 1.41 หมื่นล้านเหรียญ หรือราว 1.42 เหรียญต่อหุ้น ยอดขายทั้งปีเพิ่มขึ้นราว 18 เปอร์เซ็นต์ มูลค่ารวม 6.04 หมื่นล้านเหรียญ

สำหรับ ปีการเงิน 2008-2009 ไมโครซอฟท์คาดว่ากำไรของบริษัทจะอยู่ที่ 2.12-2.18 เหรียญต่อหุ้น รายรับรวม 6.73-6.81 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : Manager Online

Technorati Tags:

Jul 14

เอพีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ คอร์ป. ยืนกรานที่จะเลิกจำหน่ายระบบปฏิบัติการ “วินโดว์ เอ็กซ์พี” ให้กับผู้ค้ารายย่อยและผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ตามกำหนดเดิมแ ม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ไม่ต้อง การจะถูกบังคับให้เปลี่ยนจากระบบปฏิบัติการวินโดว์ เอ็กซ์พีไปเป็นวิสต้าที่จะมาทดแทน

ทั้งนี้ ทันทีที่คอมพิวเตอร์ซึ่งบรรจุเอ็กซ์พีถูกเคลียร์ออกจากเครื่องค อมพิวเตอร์ที่ผลิตโดยเดลล์และฮิวเลตต์ แพ็คการ์ด ผู้บริโภคที่ไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีเอ็กซ์พี จะต้องซื้อวิสต้า อัลติเมท หรือวิสต้า บิสซิเนส จากนั้นจึงจะได้รับการลดเกรดอย่างถูกกฎหมายไปเป็นระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พี

รายงานเปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์จะยังอนุญาตให้ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายเล็ก ซื้อเอ็กซ์พีเพื่อนำไปจำหน่ายต่อไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า ขณะเดียวกันในสัปดาห์ที่แล้วไมโครซอฟท์ได้ยินยอมที่จะยืดเวลาให ้การช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พีไปจนถึง ค.ศ.2014 จากเดิม ค.ศ.2009

ที่มา : ARiP

Technorati Tags: , ,

Jul 08

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) แถลงชัดเจนว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาเพื่อซื้อบริษัทยาฮู (Yahoo) หากยาฮูมีกรรมการบริหารชุดใหม่ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากที่ Carl Icahn นักลงทุนผู้ถือหุ้นยาฮูซึ่งมีใจฝักใฝ่ในการขายหุ้นยาฮู ระบุว่าได้เข้าเจรจากับซีอีโอไมโครซอฟท์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

จริงอยู่ที่ไมโครซอฟท์นั้นแถลงยกเลิกการเสนอซื้อหุ้นยาฮู บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ด้วยเงิน 4.75 หมื่นล้านอย่างเป็นทางการไปแล้ว แต่แถลงการณ์ล่าสุด ไมโครซอฟท์เปลี่ยนใจและบอกว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงทีมกรรมการบริหารยาฮู (บอร์ด) ซึ่งจะมีการเลือกตั้งโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 สิงหาคม ไมโครซอฟท์พร้อมรื้อฟื้นการเจรจาซื้อยาฮูกับกรรมการบริหารชุดใหม่ทันที ข่าวนี้ส่งให้มูลค่าหุ้นของยาฮูพุ่งขึ้นอีก 12 เปอร์เซ็นต์

นัก วิเคราะห์มองว่าแถลงการณ์ครั้งนี้ของไมโครซอฟท์เป็นการยืนยันที่ชัดเจน ครั้งแรก ว่าไมโครซอฟท์พร้อมจะกลับมาคลุกวงในเรื่องนี้อีกครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ Icahn มีอำนาจในการโน้มน้าวกลุ่มผู้ถือหุ้นยาฮูรายอื่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้คำกล่าวอ้างของ Icahn มีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะที่ระบุว่าได้เข้าเจรจากับซีอีโอสตีฟ บอลเมอร์ ของไมโครซอฟท์บ่อยครั้งแล้ว หลังจากที่ไม่เคยได้เจรจาโดยตรงมาก่อนในอดีต

Icahn คือผู้ถือหุ้นยาฮูที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการสนับสนุนให้ ยาฮูขายกิจการแก่ไมโครซอฟท์ Icahn ไม่พอใจที่กรรมการบริหารยาฮูปัจจุบันขัดขวางการขายกิจการโดยที่ไม่คำนึงถึง ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น Icahn จึงมีแนวคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะราบรื่นหากมีการเปลี่ยนตัวทีมกรรมการ บริหารยาฮู ทำให้ Icahn ออกมาให้ข่าวว่าจะเป็นผู้นำในการโน้มน้าวผู้ถือหุ้นให้ออกเสียงเลือก กรรมการบริหารชุดใหม่ แม้กรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบันจะแสดงท่าทีที่อ่อนข้อลง และเปิดใจรับการเจรจากับไมโครซอฟท์มากขึ้นแล้วก็ตาม

จากคำให้สัมภาษณ์ของ Icahn ซีอีโอบอลเมอร์มองว่าการคัดค้านสัญญาระหว่างไมโครซอฟท์และยาฮูใดๆอาจเป็น การตัดสินใจที่ผิดของกรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การซื้อบริษัทจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล แห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งจะกินระยะเวลาดำเนินการมากกว่า 9 เดือนขึ้นไป แน่นอนว่าไมโครซอฟท์จะต้องรองรับความเสี่ยงมหาศาลในช่วงเวลานั้น จุดนี้ Icahn ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารยาฮูจะทำให้ไมโครซอฟท์รู้สึกปลอดภัยและ สามารถรับความเสี่ยงในการเทเม็ดเงินมหาศาลมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานสหรัฐฯ

อย่าง ไรก็ตาม แถลงการณ์ล่าสุดของยาฮูระบุว่า กรรมการบริหารยาฮูชุดปัจจุบันยินดีกลับไปเจรจากับไมโครซอฟท์อีกครั้ง แต่ขอยืนยันว่าการเจรจาระหว่าง Icahn และไมโครซอฟท์จะไม่นำไปสู่ความสำเร็จสูงสุดที่ผู้ถือหุ้นยาฮูต้องการ

หากไมโครซอฟท์และคุณบอลเมอร์ต้องการที่จะซื้อยาฮูจริงๆ เราก็จะเชิญไมโครซอฟท์มาเจรจาอีกครั้งโดยทันที” เนื้อความแถลงการณ์ของยาฮูระบุ ตามการรายงานของรอยเตอร์

Icahn ตอกย้ำว่าบอร์ดบริหารยาฮูชุดปัจจุบันนั้นตัดสินใจผิดพลาดอย่างมากที่ไม่ยอม ขายหุ้นบริษัทให้ไมโครซอฟท์ พร้อมกับจวกว่าบอร์ดบริหารยาฮูผิดพลาดจนทำให้ตัวเลขผลประกอบการหดตัวลงร้อย ละ 21 ในปีที่ผ่านมา โดยทั้งบอลเมอร์และ Icahn ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาเปิดเผยราคาเสนอซื้อยาฮูของไมโครซอฟท์ในข้อตกลงครั้ง ใหม่ ซึ่งต้องรอดูความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนหลังวันเลือกตั้งกรรมการบริหารยา ฮูวาระใหม่ 1 สิงหาคมนี้

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Technorati Tags: ,

Jul 07

ซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก “ไมโครซอฟท์” เริ่มต้นปี งบประมาณใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “บิล เกตส์” ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธานบริษัทผันตนเองมามีหน้าที่เพียงแค่ที่ปรึกษาของบริษัทเท่านั้น เพื่อทุ่มเทชีวิตส่วนที่เหลือให้กับงานในมูลนิธิที่เขาและภรรยาตั้งขึ้นอย่างเต็มตัว

ทำให้ภาระหนักในการขับเคลื่อนธุรกิจซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่มีสัดส่วนการใช้มากกว่า 90% ของพีซี 1 พันล้านเครื่องในโลก รายได้บริษัทที่มากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 91,200 คน และการบริหารสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 75 ชนิด ตกอยู่กับคนข้างหลัง โดยเฉพาะผู้บริหารสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ บัลเมอร์, เรย์ ออซซี่ ผู้บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเครก มัลดี้ ผู้บริหารฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์แห่งค่ายเรดมอนต์

รายงานข่าวจาก “อิมฟอร์เมชั่น วีก” ระบุว่า คำถามที่ตามมาต่อไมโครซอฟท์และผู้บริหารยุคใหม่ คือหลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะไปในทิศทางใด ?

สตีฟ บัลเมอร์” จะทำงานในฐานะ ผู้นำเพียงผู้เดียวหรือไม่ ? จะเป็นผู้นำ ไมโครซอฟท์ข้ามอุปสรรคนานัปการที่รออยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่ ?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจ นักลงทุน พาร์ตเนอร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไมโครซอฟท์ทั้งหมด ซึ่งมีความห่วงใยต่ออนาคตของไมโครซอฟท์ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการต่อกรสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่าง “กูเกิล” ที่นับวันจะเร่งเครื่องพัฒนาแอปพลิเคชั่น ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตออกสู่ตลาด

ยังไม่นับรวมถึงปัญหาเรื่องยอดขายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า ที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ตกลง 25% ในไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายจากคู่แข่ง เช่น แมคจากแอปเปิล หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการ “ลีนุกซ์” กลับมียอดขายตามร้านวอล-มาร์ตดีขึ้น

สตีฟ บัลเมอร์” วัย 52 ปี กล่าวว่า เขาต้องการจะรักษาตำแหน่งผู้นำของ ไมโครซอฟท์ไปอีก 10 ปี ถ้าหากเขาอยู่รอดได้ถึงแม้เพียง 5 ปี ก็จะสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าระบบปฏิบัติการต่อไปของไมโครซอฟท์ “วินโดวส์ 7″ ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2010 ต้องดีกว่าวิสต้า

ขณะเดียวกันกลยุทธ์ด้านอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ไมโครซอฟท์ต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ว่าแนวทางการดำเนินงานด้านอินเทอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไมโครซอฟท์รั้งตำแหน่งที่ 3 หรือต่ำกว่าในเกือบทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ตามหลังกูเกิล ยาฮู และผู้เล่นในตลาดรายอื่น รวมถึงกรณีร้อนๆ อย่างการควบรวมกิจการกับ “ยาฮู” ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือจะยุติบทบาทของตนเองลง

ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องควบรวมกิจการกับยาฮู เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการสืบค้นข้อมูล และการตลาดบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามเมื่อดีลครั้งนี้ ไม่ประสบผลสำเร็จ เราจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะแสดงเหตุผลต่อนักลงทุนหรือลูกค้า แต่ต้องสามารถนำพาไมโครซอฟท์เข้าสู่ยุค web computing โดยไม่มีบิล เกตส์ ยืนอยู่ เคียงข้างได้ด้วย” บัลเมอร์กล่าว

โชคชะตาของไมโครซอฟท์ภายใต้การกุมบังเหียนของ “สตีฟ บัลเมอร์” ยังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ว่าความสามารถของเขาเพียงพอที่จะพาองค์กรระดับโลกเข้าสู่ยุคการจัดการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ทำให้รายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์เกิดภาวะสั่นคลอนได้หรือไม่

เดอะ ซีแอตเติล ไทมส์” รายงานว่า ภาวะการเปลี่ยนผู้นำของไมโครซอฟท์ถือเป็นความท้าทายน้อยที่สุดที่ไมโครซอฟท์ต้องเผชิญ แต่ความท้าทายหลักคือการพาธุรกิจของบริษัทเดินไปข้างหน้า เพราะปัจจุบันอัตราการเติบโตของไมโครซอฟท์ โตเต็มที่แล้วจึงอยู่ในภาวะลดลง ดังนั้นจึงต้องพุ่งเป้าความสนใจใหม่ไปยังลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ที่มีมากกว่าพันล้านคนแทน

ถึงกระนั้นปัญหาหลักในตลาดเกิดใหม่คืออัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีสัดส่วนสูงมาก และได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายของไมโครซอฟท์ หากยังต้องการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้

บัลเมอร์” ยอมรับว่า ไม่มีใครมาแทนบิล เกตส์ได้ แต่คนไม่ได้ซื้อสินค้าของไมโครซอฟท์ เพราะบิล เกตส์ แต่เพราะต้องการใช้สินค้าเพื่อดำเนินธุรกิจอย่าง ต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพและ นวัตกรรมของไมโครซอฟท์ที่ใส่เพิ่มเข้าไปมากกว่า

คำถามที่ได้ยินตลอดเวลาคือ พวกเราจะรวมกับยาฮูเพื่อผนวกบริการด้านเสิร์ชได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพวกเราจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีบิล” บัลเมอร์กล่าว

ขณะที่ ดิ อีโคโนมิสต์รายงานถึงสิ่งที่ “เรย์ ออซซี่” ผู้บริหารระดับสูงด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของไมโครซอฟท์ กล่าวถึงประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่า ซอฟต์แวร์อาจถึงจุดจบ หากเว็บเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นจนแทนที่การใช้ซอฟต์แวร์ และอาจส่งผลให้ไมโครซอฟท์ลำบากมากขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่หลายสิ่งเกิดขึ้น คนทั่วไปคิดว่าสิ่งนั้นกำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงคอนซูเมอร์เป็นนักปฏิบัติมากๆ และมักผสมระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ได้อย่างลงตัว และการผสมผสานนี้ขึ้นกับว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และต้องการที่จะทำอะไร แทนที่จะถึงจุดจบของซอฟต์แวร์ แต่จะเป็นซอฟต์แวร์บวกกับให้การบริการ และนี่คือกลยุทธ์บทใหม่ของไมโครซอฟท์” เรย์ ออสซี่ กล่าว

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

?

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It