Wordpress Themes
Jul 26

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึง การใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท

สิ่งที่เหมาะ

  • ค้นหาข้อมูลอ้างอิง ? การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้
  • ส่งอีเมล ? สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น
  • เก็บเบอร์โทรศัพท์ ? ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้
  • เป็น GPS ? เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย
  • เล่นอินเทอร์เน็ต ? ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

  • ทำงานเอกสาร ? ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี
  • อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ? ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้
  • ถ่ายรูป ? ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: ,

Jul 03

ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โน้ตบุ๊ค หรือ mp3 ต่างก็มีอันตรายแฝงอยู่มากมาย เพราะฉะนั้น คิดให้ดีก่อนจะควักกระเป๋าซื้อของใหม่

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หากพูดถึงมลพิษแล้ว เรามักจะนึกถึงสารพิษและกากของเสียจากอุตสาหกรรมหนัก เช่น ถ่านหิน เหล็ก หรือน้ำมัน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องเก่าคร่ำครึ เพราะทุกวันนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้กันอยู่เป็นประจำทุกวัน กลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนักหนาสาหัสกว่าที่เราคาดคิด

เมื่อเราทิ้งอุปกรณ์จำพวกโทรศัพท์มือ ถือ คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น mp3 มันอาจะดูเหมือนไม่ใช่ขยะที่สกปรกหรือเป็นอันตรายมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ประกอบด้วยของเสียอันตรายมากมาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และปรอท ซึ่งสามารถปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและอากาศได้

ขยะเหล่านี้ถูกเรียกว่าขยะ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-waste ซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล โดยเฉลี่ยทั่วทั้งโลกมีขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้น 20-50 ล้านตันต่อปีเลยทีเดียว และสหรัฐอเมริกาก็เป็นที่หนึ่งในการผลิตขยะเหล่านี้ขึ้นมา แต่กลับส่งออกมันไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย หรือไนจีเรีย

เมื่อคนเก็บขยะนำซากเหล่านี้มาแยกชิ้น ส่วน ก็จะได้รับสารเคมีและโลหะหนักเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น กุ้ยอวี๋ เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของจีน ที่มีขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากถึง 1 ล้านตันต่อปี คนเก็บขยะบางคนนำซากชิ้นส่วนไปหลอมในเตา เพื่อสกัดเอาทองคำที่อยู่ในนั้นออกมา ซึ่งหารู้ไม่ว่าการหลอมทำให้เกิดไอสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรงหากสูดดมเข้าไป และเด็กๆ ในเมืองนี้ก็มักจะป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมาก

สาเหตุนี้เองที่ทำให้องค์การ สหประชาชาติได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายและการกำจัดของเสียอันตราย ในปี 1989 ที่เมืองบาเซิล ประเทศเบลเยี่ยม โดยเนื้อหาของการประชุมคือไม่ให้ประเทศร่ำรวยส่งออกของเสียอันตรายไปสู่ ประเทศยากจน แต่สหรัฐอเมริกาไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาฉบับนี้เลย ขณะที่ประเทศจีนเองก็ดูจะยินยอมนำเข้าขยะเหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับเม็ดเงินที่ได้จากการกำจัดขยะให้

และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากประเทศกำลังพัฒนาหลายต่อหลายประเทศ ต่างยอมรับว่าสนธิสัญญาบาเซิลนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

?เรากำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ที่น่ารังเกียจ ที่เราไม่สามารถบรรลุผลสำเร็จในสนธิสัญญาบาเซิลได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว? จิม พัคเก็ต ผู้อำนวยการเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล กล่าวในการประชุมที่บาหลี

สาเหตุที่ประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐ อเมริกา รวมถึงบริษัทผลิตอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ เลือกที่จะส่งออกขยะไปยังประเทศกำลังพัฒนา เพราะมันเป็นวิธีการที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการกำจัดขยะในประเทศของตัว เองหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีผู้ผลิตสินค้าไฮเทคบางราย ที่มีนโยบายลดปริมาณขยะและของเสียอันตรายให้น้อยลง อย่างบริษัท Dell ที่ได้ริเริ่มโครงการรีไซเคิลไปเมื่อเร็วๆ นี้ หรือการลดปริมาณโลหะอันตรายในผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ค่อนข้างมาก

ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ไม่ควรมองข้าม เรื่องนี้เช่นกัน จะเห็นได้ว่าสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานค่อน ข้างสั้น นั่นก็เพราะผู้ผลิตต้องการให้ผู้บริโภคเปลี่ยนรุ่นสินค้าบ่อยๆ เพื่อทำยอดขายให้ได้มากๆ

ดังนั้น หากคุณกำลังจะควักเงินซื้อ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ก็ให้หยุดคิดสักนิด อย่าให้ความสวยงามภายนอกและกลยุทธ์ทางการตลาดหลอกลวงเอาได้ เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะอันตรายที่ดูเผินๆ แล้วแทบไม่เห็นความร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในแม้แต่นิดเดียว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , ,

Jun 30

รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง Honda FCX Clarity เปิดสายการผลิตแล้ว บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศว่าได้เริ่มผลิตรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง Honda FCX Clarity รุ่นใหม่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2551 โดยรถคันแรกจากสายการผลิตเป็นรุ่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา

Honda FCX Clarity ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันเพื่อให้เป็นรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงที่ล้ำสมัย โดยใช้ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยแผงเซลล์เชื้อเพลิงแบบ V Flow ที่มีขนาดกะทัดรัด ให้ประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับเคลื่อนสูง การจัดวางขุมพลังเซลล์เชื้อเพลิงรุ่นใหม่นี้ช่วยให้รูปลักษณ์ของ FCX Clarity มีความโดดเด่น เพรียวลมปราดเปรียว โดยมาพร้อมกับการออกแบบที่ยอดเยี่ยม มีสมรรถนะการขับขี่สูง รวมทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

FCX Clarity ผลิตขึ้นที่ศูนย์ ฮอนด้า ออโตโมบิล นิว โมเดล เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ตำบลทาคาเนซาวา อำเภอชิโอยะ จังหวัดโตชิกิ โดยฮอนด้าได้สร้างไลน์การประกอบรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ อย่างเช่น การติดตั้งแผงเซลล์เชื้อเพลิงและถังไฮโดรเจน สำหรับแผงเซลล์เชื้อเพลิงผลิตที่บริษัท ฮอนด้า เอนจิเนียริ่ง จำกัด ตั้งอยู่ที่ตำบลฮางะ อำเภอฮางะ จังหวัดโตชิกิ

ในการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงต้องใช้เครื่องจักรที่ทำงานอัตโนมัติซึ่งออกแบบ มาเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความแม่นยำสูงสุด รวมทั้งเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์อีกด้วย โดยแผงเซลล์เชื้อเพลิงแต่ละแผงประกอบด้วยเซลล์จำนวนหลายร้อยเซลล์ และด้วยแนวคิดดังกล่าว ส่งผลให้ฮอนด้ามีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในด้านการผลิตรถยนต์ เซลล์เชื้อเพลิงนอกเหนือจากเทคโนโลยีรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงและเซลล์เชื้อ เพลิง ซึ่งถือว่าฮอนด้าได้ เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นในการส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง อย่างแพร่หลาย

ฮอนด้า จะเริ่มให้บริการเช่าซื้อ FCX Clarity ในเดือนกรกฎาคมนี้ที่สหรัฐอเมริกา และในฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยตั้งเป้ายอดขายรวมในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นประมาณ 25-30 คันภายในหนึ่งปี และประมาณ 200 คันภายใน 3 ปี นอกจากนี้จะมีการจัดแสดง FCX Clarity ในกลุ่มของเทคโนโลยีล้ำสมัยด้านสิ่งแวดล้อมภายในงานการประชุมสุดยอด G8 ฮอกไกโด โตยะโกะ ซึ่งจะเริ่มขึ้น วันที่ 7 กรกฎาคมนี้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , , ,

Jun 16

ปรากฎการณ์นวัตกรรมดีไซน์ผนวกเทคโนโลยี เปิดศักราชใหม่โทรศัพท์มือถือเริ่มต้นที่ “HTC Touch Diamond” กับมือถือที่ได้รับการดีไซน์อย่างเพชรเล็กกะทัดรัด พลิกโฉมหน้ารูปแบบการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ และอินเทอร์เฟสระบบสัมผัสแบบ 3 มิติ สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมสู่การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้มือถือแบบ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ความตื่นเต้นจากกระแสไอโฟนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลก ที่ต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้สัมผัสนวัตกรรมของค่ายผลไม้แห่งนี้ แต่ในแง่ของค่ายผู้ผลิตมือถือต่างๆ ก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองเช่นกัน เพื่อเร่งพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องตาต้องใจผู้บริโภคไม่แพ้ไอโฟน ที่สำคัญต้องเหนือกว่าไอโฟนและโทรศัพท์มือถือทั้งหลายที่วางจำหน่ายอยู่ใน ตลาดขณะนี้

ดังนั้นทุกค่ายต้องการเป็นคนแรกที่จะสร้างศักราชใหม่ให้กับวงการโทรศัพท์ มือถือ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “HTC” ที่ต้องการตอกย้ำภาพความเป็นผู้นำของแบรนด์ที่สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการ หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับผลิตภัณฑ์พีดีเอโฟนในรุ่น “Touch” จนสามารถผลักดันยอดจำหน่ายได้มากกว่า 3 ล้านเครื่อง จากยอดจำหน่ายทั้งหมดของเอชทีซีที่มีประมาณ 10 ล้านเครื่องทั่วโลก

การเปิดศักราชใหม่ของเอชทีซีให้กับโทรศัพท์มือถือและเพื่อเป็นการสร้าง มาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมนี้ เกิดขึ้นจากทีมงานวิจัยของเอชทีซีที่มีวัตถุประสงค์ 3 ประการหลักที่จะออกแบบมือถือที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลก โดยวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.ทำอย่างไรให้โทรศัพท์เป็นโทรศัพท์ที่ผู้ใช้สามารถพกพาตลอดเวลาและสามารถ ทัชสกรีนบนยูสเซอร์อินเตอร์เฟสใหม่ 2.ทำอย่างให้ดีไซน์มีรูปลักษณ์ที่น่าใช้งาน และทำให้พีดีเอโฟนเป็นส่วนหนึ่งที่ลูกค้าใช้ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือ และ 3.โทรศัพท์มือถือนั้นต้องเชื่อมการใช้งานธุรกิจเป็นโมบายอินเทอร์เน็ตที่ สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย

จากวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้าน นำไปสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ “HTC Touch Diamond” ผู้บริหารของเอชทีซี เชื่อว่าเอชทีซีได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับนวัตกรรมของโทรศัพท์มือถือ อีกครั้ง เพราะ Touch Diamond เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสวยงามและขนาดที่ลงตัว เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมใหม่ที่มีความเร็วระดับบรอดแบนด์

“Touch Diamond จะให้ประสบการณ์ในการเล่นอินเทอร์เน็ต และการใช้งานเว็บแอพพลิเคชั่นเป็นที่ทำได้ง่ายและทำได้จริง สะดวกเหมือนกับการใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไป” ณัฐวัชร์ วรนนกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

นวัตกรรมใหม่ที่มาพร้อมกับ Touch Diamond คือการที่เอชทีซีได้สร้างนวัตกรรมที่ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ให้กับระบบจอสัมผัส ด้วยการนำเสนออินเทอร์เฟสแบบ 3 มิติ ภายใต้ชื่อ TouchFLO 3D ทำให้การค้นหารายชื่อ การส่งข้อความ รับส่งอีเมล จัดการภาพถ่าย เพลง ตรวจสอบสภาพอากาศ และอื่นๆ ทำผ่านทางภาพแอนิเมชั่น นอกจากนี้เอชทีซียังได้ใช้ระบบควบคุมจอสัมผัสแบบใหม่ล่าสุดเพื่อเพิ่มความ คล่องตัวให้กับการใช้งานด้วย

เอชทีซียังได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ในการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ด้วยความเร็วระดับบรอดแบนด์ผ่านเทคโนโลยี HSDPA ที่ความเร็ว 7.2 เมกะบิตต่อวินาที ทั้งยังได้ปรับปรุงการเรียกดูหน้าเว็บสะดวกขึ้นด้วยเว็บบราวเซอร์พิเศษ สำหรับโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะ เพื่อให้การเรียกดูและควบคุมการใช้งานหน้าเว็บต่างๆ เป็นไปได้อย่างคล่องตัว ผู้ใช้สามารถยอ ขยาย และเลื่อนหน้าเว็บซ้ายขวาได้สะดวกด้วยการใช้มือควบคุมเพียงข้างเดียว และสามารถแสดงผลข้อมูลให้เต็มหน้าจอได้โดยอัตโนมัติสำหรับข้อมูลที่พัฒนา ขึ้น นอกจากนี้เวลาที่พลิกตัวเครื่องเป็นแนวนอน หน้าเว็บก็สามารถเปลี่ยนสถานะการแสดงผลปรับตามลักษณะการถือตัวเครื่องได้ ด้วย

ด้านดีไซน์ของ Touch Diamond ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เหมาะกับการจับถือของผู้ใช้ โดยไม่กระทบต่อคุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวเครื่อง นอกจากนี้ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ตัวเครื่องทำจากโลหะ และลวดลายหน้าตัดทรงเรขาคณิต ช่วยเสริมความโดดเด่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้

Touch Diamond ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการทำงาน ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 2.8 นิ้วที่ให้ความคมชัดคุณภาพใกล้เคียงกับงานพิมพ์ ทำให้การเรียกดูหน้าเว็บหรือภาพถ่ายเป็นไปได้อย่างสวยงาม ตัวกล้องมาพร้อมระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ รวมทั้งระบบเครือข่ายไร้สายชั้นสูงและหน้าจอที่มีเซ็นเซอร์อัตโนมัติช่วย เพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เราคาดหวังว่า Touch Diamond จะเป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทุกคน” ณัฐวัชร์ กล่าวถึงความตั้งใจจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในรุ่นล่าสุด เมื่อเอชทีซีสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ไม่เพียงเอชทีซีจะเป็นเพียงผู้ นำในตลาดพีดีเอโฟน แต่จะกลายเป็นค่ายโทรศัพท์มือถืออันดับต้นๆ ของโลกในอนาคตได้ด้วย

พีดีเอโฟนติดปีกธุรกิจ

การเปิดตัว Touch Diamond น่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดคอนซูเมอร์ แต่กับตลาดคอร์ปอเรท พีดีเอโฟนก็กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยติดปีกให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้ยกระดับธุรกิจของตนเองให้เหนือกว่าคู่แข่งขัน

องค์กรธุรกิจกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ และพีดีเอโฟนก็กำลังเป็นอุปกรณ์ที่องค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังเลือกสรรไปใช้งาน เพื่อผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปได้”

ณัฐวัชร์ มองว่าการปรับตัวเชิงธุรกิจของแต่ละองค์กรมีความสำคัญและความจำเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุกบริษัทมุ่งการเติบโตและแสวงหาผลกำไรที่มากขึ้น ธุรกิจต้องพยายามหาวิธีที่ทำให้ต้นทุนทางธุรกิจน้อยที่สุด แต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ธุรกิจไร้คู่แข่งขัน ทำให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและบริการมากที่สุด

พีดีเอโฟนจึงเป็นทางเลือกสำหรับหลายธุรกิจในขณะนี้ที่จะนำไปในธุรกิจ อย่างในกิจการที่มีพนักงานขายจำนวนมาก บริษัทที่มีฝ่ายขนส่ง พีดีเอโฟนสามารถมาประยุกต์ช่วยในธุรกิจสามารถลดต้นทุนได้ ไม่เพียงเท่านั้นอย่างในธุรกิจประกัน มีการนำโซลูชั่นจากพีดีเอโฟนของเอชทีซีไปใช้เช่นกัน ทำให้บริการมีความรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

เอชทีซีคือคนกลางที่พร้อมจะตอบสนองกลุ่มคอร์ปอเรทด้วยโทเทิ่ลโซลูชั่น ไม่ใช่เพียงแค่การขายฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว”

ขณะนี้มีภาคธุรกิจหลายหลายสาขากำลังศึกษาที่จะนำพีดีเอโฟนของเอชทีซีไปใช้ อย่างโรงพยาบาลกรุงเทพ บริษัทดีทแฮมท์ ตลาดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดของเอชทีซีที่กำลังขี่กระแสหลายๆ ผลิตภัณฑ์ ในการเป็นตัวเลือกอันดับสำหรับองค์กรธุรกิจ

ข่าวจาก : Manager Online

Technorati Tags: ,

Jun 09

1. Windows Media Center รุ่นใหม่ ซึ่งมี code name ว่า Fiji คาดว่าจะออกตัวเต็มมาราวๆ ไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับ Windows Vista (service pack 1) สิ่งที่ได้ปรับปรุงเพิ่มขึ้น เช่น

  • UI หรือหน้าตาโปรแกรมให้เข้ากับ Vista
  • ใช้ .NET Framework 3.5
  • ใช้ WinFX แทน NTFS โดยตรง (ประมาณ Virtual Folder)
  • HD-DVD playback build-in ซึ่งไม่ต้องลง decoder อื่น
  • integrate กับ Windows Live
  • เพิ่มความปลอดภัยด้วยการ implement NGSCB ลงไป
  • เพิ่มประสิทธิภาพ HDTV

2. ไมโครซอฟท์จะสามารถตกลงเรื่อง license กับ Apple ในการใช้โปรโตคอล Active Sync ได้ ไม่เกินปี 2008 นี้ ข้อตกลงนี้จะทำให้ iPhone สามารถ sync ข้อมูลต่างๆ เช่น email, calendar, contact list จาก Microsoft Exchange Server ได้

3. ไมโครซอฟท์อาจจะได้ตัว Don Mattrick ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาเกมส์ของ Electronic Arts (EA) มาร่วมงานในส่วนธุรกิจบันเทิง (Interactive Entertainment Business) ซึ่งจะทำให้ Shane Kim รองประธาน ฝ่าย Games Studio โดนย้ายไปทำงานส่วนอื่น และจะเป็นจุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจเกมส์ของไมโครซอฟต์

4. ไมโครซอฟท์จะพัฒนาเครื่องมือสำหรับ Facebook ออกมามากมาย เพื่อออกมาชนกับ Google (ซึ่งหนึ่งในนั้นคงจะมีเหมือน OpenSocial เช่น Microsoft Windows Live Contacts API ที่ไมโครซอฟท์กำลังพัฒนาอยู่)

5. Windows Mobile Phone จะนำความแปลกใหม่และความสามารถจาก Zune มารวมไว้ (เช่น การเคลื่อนนิ้วมือเพื่อเลือกหรือเปลี่ยนอะไรบางอย่างในหน้าจอ) และจะกลายมาเป็น Microsoft ZunePhone ใน ปี 2009 แต่ปี 2008 อาจจะออก Windows Mobile Music Feature (คล้าย concept nokia ไหม) มาก่อน

6. Microsoft Office เวอร์ชั่น 14 จะมี beta มาให้ลองในปี 2008 ซึ่งตัวเต็มจะกำหนดออกในปี 2009 (ไม่มี Office เวอร์ชั่น 13 นะครับ ส่วน MS Office 2007 คือ Office เวอร์ชั่น 12)

7. หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise Server มาในปี 2007 เช่น Microsoft Office Communications Server, SharePoint และ Exchange Server ซึ่งในปี 2008 นี้ ไมโครซอฟท์ก็จะออกมาเพิ่มอีก นั้นคือ Microsoft ForeFront สำหรับการเพิ่มความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกในการจัดการความปลอดภัย (Security) และผลิตภัณฑ์ประเภท Business-Intelligence (BI)

8. การต่อสู่ของมาตรฐาน format ของ document ยังมีต่อ เพราะเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2008 นี้ ไมโครซอฟท์จะส่ง OOXML เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมาตรฐาน ISO อีกครั้ง หลังจากปรับปรุงแก้ไขหลายๆ ส่วนมาแล้ว ซึ่งมีความเชื่อว่า OOXML จะได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการ แม้จะมีการคัดค้านอย่างหนักก็ตาม และสงครามยกถัดไปจะขึ้นอยู่กับตัวแทนแต่ละประเทศ ว่าจะกำหนดเงื่อนไขที่จะยอมรับอย่างไร

9. Windows 7 จะออกในปี 2008 ค่อนข้างแน่นอน

10. Bruce Chizen, CEO ของ Adobe ที่จะหมดสัญญาการทำงานกับ Adobe เมื่อสิ้นปี 2007 อาจจะได้ร่วมงานกับไมโครซอฟท์ ในส่วนผลิตภัณฑ์ตระกูล Expression ซึ่งขณะนี้ Microsoft กับ Adobe ถือเป็นคู่แข่งด้าน design tool กัน

เครดิต : เว็บเพื่อนบ้าน

Technorati Tags: , , , ,

ปิด
E-mail It