Jul 11
หน่วยราชการญี่ปุ่นประกาศหยุดการผลักดันแผนเพิ่มค่าธรรมเนียมในราคาขาย เครื่องเล่นเพลง MP3 และเครื่องเล่นไฟล์วีดีโอทั้งหลายรวมทั้งไอพ็อด (iPod) ของแอปเปิล เหตุผลเพราะจากการศึกษาร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายพบ ว่า ข้อบังคับนี้อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
ที่ผ่านมา สำนักงานวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นตัวตั้งตัวตีในการบัญญัติแผนเพิ่มค่าธรรมเนียม ลงในราคาขายเครื่องเล่นเพลง MP3 และเครื่องเล่นไฟล์วีดีโอทั้งหลาย โดยหวังให้มีการบัญญัติเป็นตัวบทกฏหมายในช่วงก่อนปลายปีนี้ จุดประสงค์คือต้องการเก็บเงินค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อชดเชยค่าลิขสิทธิ์ที่ ค่ายเพลงสูญเสียเพราะการดาวน์โหลดเพลงผิดกฏหมาย โดยค่าธรรมเนียมอาจอยู่ที่ราว 1-3 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า และเงินทั้งหมดจะถูกส่งกลับคืนยังกลุ่มศิลปินและนักแต่งเพลง
ล่าสุดมาซาฟูมิ คิโยตะ (Masafumi Kiyota) ตัวแทนของสำนักงานวัฒนธรรมญี่ปุ่นเปิดเผยว่า โครงการนี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆหลังจากมีการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันว่าหากมีการบังคับใช้ จริงจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งหนึ่งในข้อสังเกตที่ถูกตั้งระหว่างการศึกษา คือผู้บริโภคจะถูกเก็บเงินซ้ำซ้อนสองครั้ง
“หากมีการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจริง ผู้บริโภคที่ซื้อเพลงแบบถูกต้องจะต้องจ่ายเงินซ้ำสองครั้ง จากการซื้อเพลงและการซื้อเครื่องเล่น”

รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า โครงการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในสินค้าเครื่องเล่นเพลง MP3 นี้ยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงศึกษา วัฒนธรรม การกีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่นด้วย และต้องมีการศึกษาเพื่อพิจารณาถึงผลกระทบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่าขณะนี้การศึกษาจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็เชื่อว่าความหวังที่มีอยู่นั้นเลือนลางเต็มที
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นริเริ่มโครงการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อ ช่วยเหลือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดไฟเขียวให้เพิ่มค่าธรรมเนียมในราคาขายสื่อบันทึกข้อมูล เปล่าและเครื่องอัดเสียงอย่าง MiniDisc โดยตั้งแต่ปี 1992 ผู้บริโภคเริ่มถูกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อชดเชยค่าลิขสิทธิ์เมื่อซื้อสื่อ เก็บข้อมูลเหล่านี้ในราคาไม่ถึงร้อยเยน (ราวสามสิบบาท) ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนไม่มากและไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคจนเกินไป
อย่าง ไรก็ตาม การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในเครื่องเล่นเพลงกลับไม่เหมือนกรณีเพิ่มค่า ธรรมเนียมราคาขายสื่อบันทึกข้อมูลเปล่า เพราะการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในเครื่องเล่นเพลงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น การเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากไอพ็อดและเครื่องเล่นเพลง MP3 นั้นไม่ใช่เครื่องบันทึก แต่เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงเท่านั้น จุดนี้คิโยตะระบุว่า โครงการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสำนักวัฒนธรรมเล็งเห็นว่าผู้บริโภคและผู้ผลิต สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ควรรับผิดชอบค่าลิขสิทธิ์เพลง และต้องการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานโลกซึ่งชาติยุโรปบางชาติก็พยายามผลักดัน เรื่องนี้
ที่มา : นสพ.ดอทคอม
Technorati Tags: ipod, japan
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 14
เชื่อใหมครับว่า ไดร์ฟต่าง ๆ ที่อยู่ภายในด Windows ไม่ว่าจะเป็นไดร์ฟ A , C, D, หรือ E เราสามารถเสกให้หายไปได้ภายในพริบตาทำให้ผู้ใช้คนอื่นไม่สามารถเห็น หรือคลิกเข้ามาใช้งานได้เลย
1. คลิกเข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer

2. สร้างค่า DWORD ขึ้นมาใหม่ โดยให้คลิกขวาตรงพื้นที่ว่าง ๆ แล้วเลือกคำสั่ง New > DWORD Value

3. ตั้งชื่อ DWORD นี้ว่า NoDrives
4. คลิกขวาที่ค่า DWORD ชื่อ NoDrives แล้วเลือกคำสั่ง Modify

5. จะปรากฎหน้าต่าง Edit DWORD Value ที่ช่อง Value data ให้ใส่ค่าตามที่ต้องการดังนี้
ค่า 1 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ A ให้หายไป
ค่า 4 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ C ให้หายไป
ค่า 8 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ D ให้หายไป
ค่า 10 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ E ให้หายไป
ค่า 20 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ F ให้หายไป
ค่า 40 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ G ให้หายไป
ค่า 80 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ H ให้หายไป
ในตัวอย่างนี้ใส่ค่า 4 เพื่อต้องการให้ไดร์ฟ C หายไป

6. เมื่อใส่ค่าแล้วให้คลิกปุ่ม OK
7. เมื่อรีสตาร์ทเครื่องขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปดูที่หน้าต่าง My computer จะเห็นว่าไดรฟ์ C: ได้หายไป
8. แม้ว่าไดร์ฟ C จะถูกซ่อนอยู่ แต่เราสามารถเข้าถึงได้ โดยพิมพ์ C: ลงในช่อง Address แล้วกดปุ่ม Enter ที่ คีย์บอร์ด ข้อมูลที่อยู่ในไดร์ฟ C: ก็จะปรากฎออกมา
ขอขอบคุณ : Bcoms.net
Technorati Tags: Hide, Folder, Drive
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 06
บางท่านอาจจะคิดอยู่นะครับว่า หากเราฟังเพลงบนเว็บออนไลน์ซักหนึ่งเพลง แล้วเราเกิดมีความคิดอยากจะนำเพลงที่เราฟังนั้น มาเก็บไว้ที่เครื่องของเรา… คำตอบของมันก็อยู่ในตัวของมันแล้วละครับ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไปเสมอ วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการง่ายๆ ที่เราจะสามารถนำเพลงออนไลน์จากเว็บมาเก็บไว้ที่เครื่องของเราครับ

- ให้เปิด Web Browser ขึ้นมาแล้วเข้าไปเว็บฟังเพลงออนไลน์ของท่าน (ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ) จากนั้นให้ท่านฟังเพลงนั้นให้จบเสียก่อน หรือหากเพลงนั้นมีเกจที่โหลดเต็มแล้วก็สามารถยุติการฟังได้เลยครับ
- ให้ท่านเข้าไปที่ Tools -> Internet Options ในหัวข้อ Browsing History เลือก Settings แล้วเลือก View Files
- ขณะนี้จะเห็นว่ามีไฟล์เยอะแยะไปหมด เพื่อความสะดวกในการค้นหาไฟล์ของเรา ให้ท่านคลิกขวา เลือก Arrange Icon by -> Type
- ค่อยๆเลื่อนลองมาจนเห็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .wma .mp3 หรือไฟล์นามสกุลต่างๆ ที่ท่านต้องการ แล้วทำการ copy ไฟล์ดังกล่าวไว้ในโฟลเดอร์ที่ต้องการ หรือในขณะนี้ท่านสามารถเลือก Search -> All file and -> ระบุ *.mp3 หรือ *.wma หรือ *.ไฟล์ประเภทอื่นๆ วิธีนี้ใช้กับวีดีโอและแทบทุกอย่างบนเว็บอีกด้วยครับ
- ถ้าหากท่านไม่พบเห็นไฟล์เพลงในโฟลเดอร์ดังกล่าว ให้ไปที่ C:\Document and Settings\userของท่าน\Local Settings\Temp\Temporary Internet Files\Content.IE5 คุณต้องไปที่ Folder Options แล้วดับเบิ้ลคลิกโฟลเดอร์ก็จะพบเอง และเพื่อเพิ่มความง่ายต่อการค้นหา ก่อนปิด IE ให้เคลียร์ไฟล์ขยะใน IE ก่อนด้วยนะครับ
Technorati Tags: save, music, on, web
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 05

หลายๆ ท่านอาจะสงสัยว่า ไฟล์เพลงที่เรานำเข้าไปใน iPod ของเราแล้ว ทีนี้หากเราต้องการนำเพลงใน iPod ของเราลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง เราจะทำอย่างไร ? ซึ่งพวกคุณอาจจะยังไม่ทาบถึงวิธีการเข้าถึงที่เก็บไฟล์เพลงในเครื่อง iPod ของเราเองมากนัก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรามีวิธีที่จะสามารถนำเพลง MP3 ของเราที่อยู่ใน iPod มาลงในเครื่องเราได้อย่่างง่ายดายด้วยโปรแกรม iPod Access ด้วยเจ้าโปรแกรม iPod Access ตัวนี้จะทำการดึงไฟล์เพลงจากเครื่อง iPod ของเรา ไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเอง
สาเหตุที่ทาง iTunes ไม่สามารถให้เรานำเพลงออกจาก iPod ได้ก็เพราะว่าติดเรื่องลิขสิทธิ์เพลงครับ
ส่วนการทำงานของโปรแกรมนี้เพียงแค่ท่านดาวน์โหลดโปรแกรม iPod Access นี้ไป และทำการ Setup จากนั้นก็สามารถโลดแล่นไปกับการลงเพลงได้เลยครับ
คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม iPod Access นี้ได้ที่นี่ ฟรี!!
Download
Technorati Tags: ipod, program, access
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค
Jun 05

ในปัจจุบันนี้อาจมีหลายคนที่กำลังใช้ iPod อยู่และหลายคนอาจเคยถามถึงว่าถ้าผมจะเกิดติดใจ iTunes ไม่อยากเปลี่ยนใจไปใช้โปรแกรมอื่น แต่ทว่าเกิดเบื่อ iPod ขึ้นมาจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องเล่น MP3 อื่นๆที่ไม่ใช่ของ Apple ผมจะต้องทำอย่างไร iTunes ยังใช้ได้อยู่รึป่าว เพราะว่าเพลงต่างๆ ยังอยู่กับไลบรารี่ของ iTunes อยู่เลย นันเท่ากับว่าจะต้องเสียเพลงเหล่านั้นไปหมดเลยหรือ ? และผมต้องเปลี่ยนโปรแกรมที่ใช้จัดการเพลงต่างๆ และสร้างลิสต์เพลงขึ้นมาใหม่หรือไม่?
ปัญหานี้ มีทางออกครับคุณไม่จำเป็นต้องทำแบบที่ว่าข้างต้น เพียงแต่คุณจะต้องมีโปรแกรม iTunes Sync ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ให้งานได้ฟรี โดยคุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ find.pcworld.com/60213 ซึ่งโปรแกรมนี้จะทำให้คุณสามารถส่งลิสต์เพลงลงใน iTunes ไปยังเครื่องเล่น MP3 ต่างๆ ได้แม้ว่าจะไม่ใช่เครื่องของ Apple ก็ตาม วิธีการคือให้คุณติดตั้งโปรแกรม iTunes Sync ลงในเครื่องและเรียกเปิดโปรแกรม iTunes Sync ขึ้นมาแล้วจึงค่อยเสียบเครื่องเล่น MP3 จากนั้นให้คลิกขวาที่ไอคอน iTunes Sync ที่อยู่ทางด้านขวาของทาส์กบาร์ และเลือก Configure MP3 Player จากนั้นให้เลือก Add เพื่อใส่ชื่อเครื่องเล่น MP3 ของคุณแล้วจึงใส่ชื่อโฟลเดอร์ที่จะเอาไว้สำหรับเก็บเพลงในเครื่องเล่นอันนี้จากนั้นก็ให้ปิดหน้าต่างนี้
ข้อควรระวังคือโปรแกรม iTunes Sync นั้นปัจจุบันนี้สามารถใช้งานได้กับเครื่องเล่นที่เวลาเสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ววินโดวส์สามารถมองเห็นได้ซึ่งรวมไปถึงโทรศัพท์ต่างๆ ด้วยเช่น BlackBerry Pearl และ Motorola Razr V3
หลักจากที่คุณเลือกโฟลเดอร์ในเครื่องเล่นของคุณที่ต้องการแล้วให้คุณจัดเรียงลำดับเพลงในโฟลเดอร์คุณตามต้องการ ซึ่งหากคุณต้องการทำลิสต์เพลงมากกว่าหนึ่งอันคุณก็สามารถทำได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Smart-Playlist เพื่อสร้างลิสต์เพลงอันใหม่แล้วจึงทำการเลือกลิสต์เพลงที่ต้องการเพื่อที่จะโหลดไปยังเครื่องเล่นของคุณ
หลักจากที่ทำสิ่งต่างๆ เสร็จแล้วก้ให้ทำการปิดหน้าต่าง และให้คลิกขวาที่ไอคอน iTunes Sync อีกที แล้วเลือก Synchronize MP3 Player หลังจากนั้นก็ให้คุณนั่งเอนหลังเพื่อรอใช้งานได้เลย

ความต้องการของโปรแกรม : Dotnet2.0 Framework
ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน หรือบุ๊คมาร์ค