Wordpress Themes
Jul 17

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามบล็อกเทคโนโลยีเริ่มกระหึ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อแอปเปิ้ลเปิดตัวiPhone(ไอโฟน)รุ่นใหม่ ซึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่ายความเร็วสูง 3G พร้อมเทคโนโลยีระบุตำแหน่งทั่วโลก (GPS) ในราคาเพียง 199 ดอลลาร์สหรัฐ

แต่สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับนักการตลาดมากที่สุดคือ ความเป็นไปได้ในการสร้างแอพพลิเคชันโทรศัพท์มือถือที่ขับเคลื่อนโดยนักการตลาด

นั่นเพราะว่าในไอโฟน ซอฟต์แวร์คือคอนเท็นต์” นายแชด เคอร์รี รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ที่ T-3 กล่าว ก่อนหน้านี้เขาได้เขียนเกี่ยวกับความเป็นไปได้เช่นนี้ในบล็อก DigitalNext ของ Ad Age? และที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันนักการตลาดต่างให้ความสนใจในการสร้างซอฟต์แวร์ที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคกันมากขึ้น?

ไอโฟนเป็นอุปกรณ์ไลฟ์สไตล์” เขากล่าวผู้คนจะแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันด้วยแอพพลิเคชันต่างๆ ในอุปกรณ์ ยิ่งคุณเพิ่มคุณค่าให้ประสบการณ์เหล่านั้นได้มากเท่าไร ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น”

ไอโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์อื่นๆ ในตอนนี้ประกอบด้วยแอพพลิเคชัน 2 ประเภท คือ Web Application และ Native Application? โดย Native Application ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้จากคุณสมบัติและฟีเจอร์เด่นๆ ที่ประกอบอยู่กับโทรศัพท์มือถือ เช่น กล้องถ่ายรูปหรือเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว? และ Native Application เหล่านี้คือฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน 2.0

ส่วน Web Application เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับไอโฟนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ทั้งๆ ที่ผู้ใช้สามารถท่องเว็บได้โดยผ่านทางบราวเซอร์ชื่อ Safari แต่อย่ามองว่าทั้งหมดนั้นจะเหมือนกับเว็บเพจ? Bank of America มีแอพพลิเคชันธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม และ FedEx เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ดำเนินการขนส่งสินค้าเอง

สำหรับนักการตลาดหลายๆ รายแล้ว Web Application จะยังคงเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด? แต่ในขณะเดียวกัน แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่นักการตลาดจะสร้าง Native Mobile Application ที่สามารถนำไปใช้กับโทรศัพท์ถือได้หลายๆ รุ่นและหลายๆ เครือข่ายผู้ให้บริการ เพราะแอพพลิเคชันเหล่านี้เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน? นักการตลาดอาจต้องสร้างแอพพลิเคชันมากกว่า 5 ชิ้น

ดังนั้น ในขณะที่ข้อจำกัดของ Web Application ติดอยู่แค่การสนับสนุนจากเว็บบราวเซอร์เท่านั้น? แต่แอพพลิเคชันเหล่านี้สามารถให้ประโยชน์แก่นักการตลาดได้อย่างล้นหลาม??

ทิศทางความเคลื่อนไหวของแอพพลิเคชันเหล่านี้เป็นผลมาจากแนวโน้ม 2 ประการคือ อย่างแรกเป็นความสนใจของนักการตลาดในการสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้า และแนวโน้มความเป็นไปได้ในการสร้างแพลตฟอร์มที่ช่วยให้พวกเขาได้ทำเช่นนั้น?

ปัจจุบัน นักการตลาดกำลังถอนเม็ดเงินออกจากแพลตฟอร์มโฆษณาแบบดั้งเดิม เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาคอนเท็นต์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างลึกซึ้งยิ่งกว่า และเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งๆขึ้น?

สิ่งที่ใช้ได้ผลในโทรศัพท์มือถือคือแอพพลิเคชันที่อยู่เหนือโฆษณา” นายแชด สโตลเลอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายแพลตฟอร์มแบบใหม่ที่ Organic กล่าวคุณต้องให้โปรแกรมและการใช้งานที่เป็นประโยชน์ แต่การสร้างก็คือเรื่องหนึ่ง และการกระจายสินค้าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

อย่างไรก็ดี กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดทางโทรศัพท์มือถือในรอบสองปีที่ผ่านมาจะโฟกัสอยู่ที่แนวคิดของโฆษณาผ่านมือถือ ซึ่งเป็นการนำโมเดลโฆษณาดิสเพลย์ที่ต้องจ่ายค่าบริการมาไว้ในโทรศัพท์มือถือ?

แต่ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา นักการตลาดเริ่มกล่าวถึงการตลาดผ่านมือถือรูปแบบใหม่ ซึ่งโฟกัสในประสบการณ์ รวมถึงใช้ประโยชน์จากสื่อ และปรับปรุงสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการใช้ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ซึ่งความจริงการสร้างความมั่นใจว่าแอพพลิเคชันเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการสำคัญพอๆ กับการพิจารณาตัดสินว่านักการตลาดจะพบเจอผู้ชมในอุปกรณ์การสื่อสารเหล่านี้หรือไม่


ซอฟต์แวร์ในฐานะคอนเท็นต์

เมื่อคุณตีความหมายบทบาทของแบรนด์ที่ปรากฏในสื่อ การพัฒนาแอพพลิเคชันหรือการให้การสนับสนุนแอพพลิเคชันเป็นวิธีการเชื่อมโยงหรือสร้างความผูกพันทางอารมณ์ในรูปแบบที่แตกต่างจากการแค่ออกโฆษณา” นายอีริค เบเดอร์ หุ้นส่วนของ Brand In Hand กล่าว?

นักการตลาดสามารถเริ่มทดลองสร้างสรรค์แอพพลิเคชันเหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว เพราะในการเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นที่ 2? แอปเปิ้ลได้ตัดสินใจเปิดแพลทฟอร์มให้นักพัฒนาได้เข้าถึงโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทเช่นกัน?

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างสรรค์แอพพลิเคชันทุกชนิดให้กับไอโฟนได้? อันที่จริง เฟซบุ๊กเป็นผู้ริเริ่มเปิดเทรนด์คอนเท็นต์ในฐานะซอฟต์แวร์มาได้ประมาณปีกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้น บริษัทอนุญาตให้นักพัฒนาจากภายนอกทดลองสร้างแอพพลิเคชันที่สามารถใช้งานในแพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กได้

ไอโฟนรุ่นใหม่จะเริ่มเปิดตัววางจำหน่ายในสหรัฐฯเป็นวันแรกในวันที่ 11 กรกฎาคม พร้อมด้วย Apple Apps Store ซึ่งเป็นหน้าอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้ไอโฟนสามาารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ชิ้นนี้โดยเฉพาะ?

ในขณะที่ iTunes มีไว้เพื่อดนตรีและไอพอด? แต่ Apps Store มีไว้สำหรับโทรศัพท์มือถือ? ทั้งนี้ ขั้นตอนการรับรองแอพพลิเคชันก่อนที่จะได้วางจำหน่ายภายในร้านเชื่อว่าเป็นวิธีรับมือกับจุดอ่อนของแอพพลิเคชันที่เกิดขึ้นกับเฟซบุค

รายละเอียดเกี่ยวกับ Apps Store ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก แต่นักพัฒนาจะสามารถตั้งราคาเองได้ และตามโมเดลการปันรายรับแบบดั้งเดิม แอปเปิ้ลจะได้ส่วนแบ่ง 30%? แอปเปิ้ลไม่ได้ระบุว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมจากแอพพลิเคชันฟรีที่มีโฆษณาสนับสนุนหรือไม่ หรือจะเก็บอย่างไร แต่นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมบางคนชี้ว่าบางทีนี่อาจเป็นวิธีการที่แอปเปิ้ลจะนำมาใช้กวาดรายรับจากโฆษณาในระยะยาว??

เลือกแบรนด์ไหนดี?

ในขณะที่ไอโฟนสามารถดึงดูดกระแสความสนใจเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือได้อย่างมหาศาล? แต่ในตอนนี้นักพัฒนาสามารถสร้าง Native Application ให้แบล็คเบอร์รี่หรือวินโดว์ส โมบายได้แล้วเช่นเดียวกัน? (บาร์นสแอนด์โนเบิลมีแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซที่ยอดเยี่ยมเพื่อแบล็คเบอร์รี่โดยเฉพาะ)? ดังนั้น ก้าวแรกสำหรับนักการตลาดที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นมือถือในตอนนี้คงเป็นการตัดสินว่าพวกเขามีผู้ชมที่ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการโทรเป็นจำนวนมากเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาต่อขั้นต่อไปว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่ลูกค้าของพวกเขาใช้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงานระดับมืออาชีพ การสร้างแอพพลิเคชันสำหรับแบล็คเบอร์รี่อาจเหมาะสมมากกว่าไอโฟน???

ในงานประชุมนักพัฒนาทั่วโลกของแอปเปิ้ลเมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าวเอพีเปิดตัว Native Application สำหรับไอโฟนซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS ของอุปกรณ์เพื่อค้นหาข่าวภายในท้องถิ่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ และนำมาเก็บซ่อนไว้

ดังนั้น ผู้ใช้สามารถเปิดอ่านได้แม้ในสถานที่ที่ไม่มีบริการ เช่น บนเครื่องบินหรือในรถไฟใต้ดิน (และด้วยแอพพลิเคชันที่โฟกัสในข่าวและเหตุการณ์? ผู้ใช้สามารถส่งรูปถ่ายให้เอพีได้ในทันทีเช่นเดียวกัน)??

Sega เปิดตัวไอเกมส์ “Super Monkey Ball” เวอร์ชันไอโฟนที่ผู้เล่นต้องเอียงอุปกรณ์เพื่อควบคุบทิศทางลูกบอล? ซึ่งเป็นอีกเกมหนึ่งที่นักพัฒนาใช้ประโยชน์จากหน้าจอสัมผัส ในขณะเดียวกัน Major League Baseball เปิดตัววิดีโอไฮไลต์ถ่ายทอดสด และ Six Apart เปิดตัวแอพพลิเคชันสำหรับการเขียนบล็อกผ่านมือถือ

ที่มา : Business Thai

Technorati Tags: ,

Jul 11

หน่วยราชการญี่ปุ่นประกาศหยุดการผลักดันแผนเพิ่มค่าธรรมเนียมในราคาขาย เครื่องเล่นเพลง MP3 และเครื่องเล่นไฟล์วีดีโอทั้งหลายรวมทั้งไอพ็อด (iPod) ของแอปเปิล เหตุผลเพราะจากการศึกษาร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายพบ ว่า ข้อบังคับนี้อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ที่ผ่านมา สำนักงานวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นตัวตั้งตัวตีในการบัญญัติแผนเพิ่มค่าธรรมเนียม ลงในราคาขายเครื่องเล่นเพลง MP3 และเครื่องเล่นไฟล์วีดีโอทั้งหลาย โดยหวังให้มีการบัญญัติเป็นตัวบทกฏหมายในช่วงก่อนปลายปีนี้ จุดประสงค์คือต้องการเก็บเงินค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อชดเชยค่าลิขสิทธิ์ที่ ค่ายเพลงสูญเสียเพราะการดาวน์โหลดเพลงผิดกฏหมาย โดยค่าธรรมเนียมอาจอยู่ที่ราว 1-3 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า และเงินทั้งหมดจะถูกส่งกลับคืนยังกลุ่มศิลปินและนักแต่งเพลง

ล่าสุดมาซาฟูมิ คิโยตะ (Masafumi Kiyota) ตัวแทนของสำนักงานวัฒนธรรมญี่ปุ่นเปิดเผยว่า โครงการนี้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆหลังจากมีการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยืนยันว่าหากมีการบังคับใช้ จริงจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี ซึ่งหนึ่งในข้อสังเกตที่ถูกตั้งระหว่างการศึกษา คือผู้บริโภคจะถูกเก็บเงินซ้ำซ้อนสองครั้ง

หากมีการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มจริง ผู้บริโภคที่ซื้อเพลงแบบถูกต้องจะต้องจ่ายเงินซ้ำสองครั้ง จากการซื้อเพลงและการซื้อเครื่องเล่น”

รายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า โครงการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในสินค้าเครื่องเล่นเพลง MP3 นี้ยังต้องเข้าสู่การพิจารณาของกระทรวงศึกษา วัฒนธรรม การกีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของญี่ปุ่นด้วย และต้องมีการศึกษาเพื่อพิจารณาถึงผลกระทบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่าขณะนี้การศึกษาจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็เชื่อว่าความหวังที่มีอยู่นั้นเลือนลางเต็มที

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นริเริ่มโครงการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อ ช่วยเหลือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดไฟเขียวให้เพิ่มค่าธรรมเนียมในราคาขายสื่อบันทึกข้อมูล เปล่าและเครื่องอัดเสียงอย่าง MiniDisc โดยตั้งแต่ปี 1992 ผู้บริโภคเริ่มถูกเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อชดเชยค่าลิขสิทธิ์เมื่อซื้อสื่อ เก็บข้อมูลเหล่านี้ในราคาไม่ถึงร้อยเยน (ราวสามสิบบาท) ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนไม่มากและไม่เป็นภาระกับผู้บริโภคจนเกินไป

อย่าง ไรก็ตาม การเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในเครื่องเล่นเพลงกลับไม่เหมือนกรณีเพิ่มค่า ธรรมเนียมราคาขายสื่อบันทึกข้อมูลเปล่า เพราะการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มในเครื่องเล่นเพลงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น การเกาไม่ถูกที่คัน เนื่องจากไอพ็อดและเครื่องเล่นเพลง MP3 นั้นไม่ใช่เครื่องบันทึก แต่เป็นเครื่องเล่นไฟล์เพลงเท่านั้น จุดนี้คิโยตะระบุว่า โครงการที่เกิดขึ้นเป็นเพราะสำนักวัฒนธรรมเล็งเห็นว่าผู้บริโภคและผู้ผลิต สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ควรรับผิดชอบค่าลิขสิทธิ์เพลง และต้องการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานโลกซึ่งชาติยุโรปบางชาติก็พยายามผลักดัน เรื่องนี้

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

Technorati Tags: ,

Jun 23

เอ็มเอสเอ็น เปิดตัวสถานีเพลงออนไลน์ หวังใช้เป็นช่องทางโปรโมตเพลง หลังพบคนไทย 4.25 ล้านคนใช้บริการเอ็มเอสเอ็น

นายเครก ลอว์-สมิทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประจำ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วินโดว์ส ไลฟ์ และเอ็มเอสเอ็น กล่าวว่า เอ็มเอสเอ็นเปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ เข้าถึงสังคมออน ไลน์ที่ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วโดยร่วมกับวอร์นเนอร์ มิวสิค เปิดสถานีเพลงออนไลน์ ซาวด์ ซีโร บนเอ็มเอสเอ็น (Soundzero on MSN) โดยเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวสถานี เพลงออนไลน์จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้เอ็มเอสเอ็น 4.25 ล้าน คนในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยขยายโอกาสให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีจากศิลปิน ของวอร์น เนอร์ มิวสิค รวมทั้งศิลปินจากค่ายเพลงอื่น ๆ ได้มาก ยิ่งขึ้น

สำหรับสถานีเพลง ซาวด์ ซีโร บนเอ็มเอสเอ็น นอกจากจะมีหมวดเพลงให้เลือกฟังหลากหลายทั้ง Hits, Rock, Rare และ New Releases แล้ว ผู้ฟังยังสามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของศิลปิน ดาวน์โหลดริงโทน และเกมได้ อีกด้วย.

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: , ,

Jun 14

เชื่อใหมครับว่า ไดร์ฟต่าง ๆ ที่อยู่ภายในด Windows ไม่ว่าจะเป็นไดร์ฟ A , C, D, หรือ E เราสามารถเสกให้หายไปได้ภายในพริบตาทำให้ผู้ใช้คนอื่นไม่สามารถเห็น หรือคลิกเข้ามาใช้งานได้เลย

1. คลิกเข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer

2. สร้างค่า DWORD ขึ้นมาใหม่ โดยให้คลิกขวาตรงพื้นที่ว่าง ๆ แล้วเลือกคำสั่ง New > DWORD Value

3. ตั้งชื่อ DWORD นี้ว่า NoDrives
4. คลิกขวาที่ค่า DWORD ชื่อ NoDrives แล้วเลือกคำสั่ง Modify

5. จะปรากฎหน้าต่าง Edit DWORD Value ที่ช่อง Value data ให้ใส่ค่าตามที่ต้องการดังนี้

ค่า 1 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ A ให้หายไป
ค่า 4 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ C ให้หายไป
ค่า 8 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ D ให้หายไป
ค่า 10 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ E ให้หายไป
ค่า 20 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ F ให้หายไป
ค่า 40 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ G ให้หายไป
ค่า 80 จะเป็นการซ่อนไดร์ฟ H ให้หายไป

ในตัวอย่างนี้ใส่ค่า 4 เพื่อต้องการให้ไดร์ฟ C หายไป

6. เมื่อใส่ค่าแล้วให้คลิกปุ่ม OK
7. เมื่อรีสตาร์ทเครื่องขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปดูที่หน้าต่าง My computer จะเห็นว่าไดรฟ์ C: ได้หายไป
8. แม้ว่าไดร์ฟ C จะถูกซ่อนอยู่ แต่เราสามารถเข้าถึงได้ โดยพิมพ์ C: ลงในช่อง Address แล้วกดปุ่ม Enter ที่ คีย์บอร์ด ข้อมูลที่อยู่ในไดร์ฟ C: ก็จะปรากฎออกมา

ขอขอบคุณ : Bcoms.net

Technorati Tags: , ,

Jun 06

บางท่านอาจจะคิดอยู่นะครับว่า หากเราฟังเพลงบนเว็บออนไลน์ซักหนึ่งเพลง แล้วเราเกิดมีความคิดอยากจะนำเพลงที่เราฟังนั้น มาเก็บไว้ที่เครื่องของเรา… คำตอบของมันก็อยู่ในตัวของมันแล้วละครับ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีที่มาที่ไปเสมอ วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการง่ายๆ ที่เราจะสามารถนำเพลงออนไลน์จากเว็บมาเก็บไว้ที่เครื่องของเราครับ

  1. ให้เปิด Web Browser ขึ้นมาแล้วเข้าไปเว็บฟังเพลงออนไลน์ของท่าน (ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ) จากนั้นให้ท่านฟังเพลงนั้นให้จบเสียก่อน หรือหากเพลงนั้นมีเกจที่โหลดเต็มแล้วก็สามารถยุติการฟังได้เลยครับ
  2. ให้ท่านเข้าไปที่ Tools -> Internet Options ในหัวข้อ Browsing History เลือก Settings แล้วเลือก View Files
  3. ขณะนี้จะเห็นว่ามีไฟล์เยอะแยะไปหมด เพื่อความสะดวกในการค้นหาไฟล์ของเรา ให้ท่านคลิกขวา เลือก Arrange Icon by -> Type
  4. ค่อยๆเลื่อนลองมาจนเห็นไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .wma .mp3 หรือไฟล์นามสกุลต่างๆ ที่ท่านต้องการ แล้วทำการ copy ไฟล์ดังกล่าวไว้ในโฟลเดอร์ที่ต้องการ หรือในขณะนี้ท่านสามารถเลือก Search -> All file and -> ระบุ *.mp3 หรือ *.wma หรือ *.ไฟล์ประเภทอื่นๆ วิธีนี้ใช้กับวีดีโอและแทบทุกอย่างบนเว็บอีกด้วยครับ
  5. ถ้าหากท่านไม่พบเห็นไฟล์เพลงในโฟลเดอร์ดังกล่าว ให้ไปที่ C:\Document and Settings\userของท่าน\Local Settings\Temp\Temporary Internet Files\Content.IE5 คุณต้องไปที่ Folder Options แล้วดับเบิ้ลคลิกโฟลเดอร์ก็จะพบเอง และเพื่อเพิ่มความง่ายต่อการค้นหา ก่อนปิด IE ให้เคลียร์ไฟล์ขยะใน IE ก่อนด้วยนะครับ

Technorati Tags: , , ,


ปิด
E-mail It