Wordpress Themes
Aug 09

เอเอ็มดี”เปิดตัวแพลตฟอร์มโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ‘Dual-Core AMD Turion X2 Ultra’ ที่มาพร้อมสมรรถนะกราฟิกคุณภาพระดับ HD แต่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเปิดตัวเทคโนโลยี‘ATI XGP’ แพลตฟอร์มอุปกรณ์กราฟิกภายนอก เชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊ก ผ่านอินเตอร์เฟสแบบ PCI Express (PCIe) 2.0 หวังเสริมสมรรถนะกราฟิก-อัปเกรดมัลติมีเดีย ให้เทียบเท่าเครื่องพีซี

นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอเอ็มดี ฟาร์อีสต์ จำกัด กล่าวว่า AMD ถูกคาดหวังไว้มากสำหรับแพลตฟอร์มที่มีความสมดุล ทั้งความสามารถด้านการประมวลผลแอปพลิเคชันและความสามารถด้านการประมวลผล กราฟิก เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคในการรับชมริชคอนเทนต์ที่มีอยู่ อย่างหลากหลายทั้งในปัจจุบันและอนาคต

แพลตฟอร์ม โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของเราจะถูกบรรจุไว้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งหมดทำงานสัมพันธ์กัน เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากความสามารถในการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสมรรถนะกราฟิกระดับ HD ที่พร้อมสำหรับการใช้งานทุกที่ทุกเวลา”

สำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่เอเอ็มดีเปิดตัวนี้ จะให้กราฟิกคุณภาพระดับ HD โดยโมบายโปรเซสเซอร์ Dual-Core AMD Turion X2 Ultra จะมาพร้อมคุณสมบัติ เช่น AMD Independent Dynamic Core Technology เมมโมรี่คอนโทรลเลอร์ที่ออกแบบมาสำหรับโน้ตบุ๊กโดยเฉพาะ และ HyperTransport 3.0 เทคโนโลยีเพื่อสมรรถนะการรับส่งข้อมูลที่ครั้งนี้มาพร้อมกับความสามารถด้าน การจัดการพลังงานด้วย

External Graphic สำหรับโน้ตบุ๊ก

แมตต์ สกินเนอร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์กราฟิก บริษัทเอเอ็มดี กล่าวว่า เทคโนโลยี ATI XGP ทำให้ผู้ใช้สามารถแปลงโฉมเครื่องคอมพิวเตอร์ธรรมดาที่ใช้งานอยู่ทุกวันให้ กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์สำหรับเล่นเกมแบบฮาร์ดคอร์ได้ ง่ายๆเพียงแค่เสียบผลิตภัณฑ์กราฟิกแบบภายนอกผ่านสาย PCIe-USB 2.0 แค่นี้ก็ได้สมรรถนะกราฟิกระดับไฮเอนด์แล้ว

เทคโนโลยี นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของโน้ตบุ๊กประเภทบางเฉียบที่ดีไซน์ สวยๆ ได้พร้อมกับสมรรถนะด้านกราฟิกที่เทียบเท่าเครื่องเดสก์ท็อประดับไฮเอนด์”

สำหรับเทคโนโลยี ATI XGP(External Graphics Platform) เปิดตัวครั้งแรกพร้อมกับผลิตภัณฑ์กราฟิกการ์ด ATI Mobility Radeon HD 3800 Series ที่ออกแบบมาเพื่อผู้บริโภคที่ชื่นชอบกราฟิกแบบ HD โดยเฉพาะ สนับสนุนการทำงานแบบ Multi-GPU ผ่านเทคโนโลยี ATI CrossFireX นอกจากนี้ยังมีแบนด์วิธที่สูง ซึ่งเป็นผลจากการเชื่อมต่อผ่าน PCIe-USB 2.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย เช่น ทีวีจูนเนอร์แบบภายนอก, เครื่องเล่น Blu-ray แบบภายนอก และอื่นๆอีกมากมาย

ที่มา : Manager Online

Aug 05

รักษาเอกลักษณ์สีดำในรุ่น Thinkpad มาตลอด คราวนี้ Lenovo เปลี่ยนโฉมสีสันฉูดฉาดมากขึ้นในรุ่น Ideapad

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : Lenovo เผยโฉมโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่ดูแปลกตา สีสันสดใส และเล็กกะทัดรัด ซึ่งแตกต่างไปจากรุ่นเดิมๆ ที่มักจะเป็นสีดำมะเมี่ยมและหนาเทอะทะ โดยรุ่นนี้มีชื่อว่า Ideapad S10 และน่าจะเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นได้มากกว่าเดิม

สำหรับรุ่นนี้ใช้ชิพเซ็ท Intel Atom N270 และ 945 GSE ที่ความเร็ว 1.6 GHz มาพร้อมหน้าจอ 10 นิ้ว พร้อมทั้งยังใช้เทคโนโลยีการกระจายความร้อนขั้นสูง เพื่อลดการแผ่รังสีความร้อนไปสู่ผู้ใช้อีกด้วย

ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ที่ติดมากับตัวเครื่อง ได้แก่ กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล, ลำโพงสเตริโอ, card reader แบบ 4 in 1, ฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 160 GB และที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้พีซีก็คือ touch pad เป็นแบบ multi-touch เหมือน MacBook Pro ของ Apple เลยทีเดียว รวมทั้งยังมีช่องเสียบ Express Card สำหรับ WWAN ด้วย

สีสันมี 2 แบบให้เลือกคือ ดำ-ขาว และ แดง-ขาว โดยการออกแบบครั้งนี้ Lenovo ดูจะแหวกแนวไปกว่าเดิม คือไม่ได้ดำเนินรอยตามรูปแบบเดิมๆ ที่เคยผลิตมา อย่างในรุ่น Thinkpad ซึ่งจะมีสีดำล้วนมาตลอด

สำหรับราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด โดยรุ่น S10 ที่มาพร้อมกับแรม 512 MB และฮาร์ดไดรฟ์ 80 GB จะมีราคาอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นที่มีแรม 1 GB และฮาร์ดไดรฟ์ 160 GB จะอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนในบ้านเรานั้นคงต้องรอต่อไป

ที่มา : Rss Thai

Aug 01

เวลาซื้อโน้ตบุ๊ค มักดูความเร็วซีพียูก่อนอันดับแรก แต่คิดอีกที ถ้าใช้แค่งานออฟฟิศ มันต้องแรงขนาดนั้นเลยหรือ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ใครตอบได้บ้างว่า ชิพไมโครโปรเซสเซอร์มีความละเอียดแม่นยำในการคำนวณตัวเลขถึงกี่หลัก

เฉลยเลยแล้วกันครับ คำตอบคือ มันขึ้นอยู่กับจำนวนบิตที่ใช้ในคำสั่ง เช่น ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ มีจำนวนบิตมากถึง 64 บิต หมายความว่าสามารถคำนวณได้แม่นยำถึง 64 หลัก

การใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามสำนักงานเน้นหนักไปทางพิมพ์งาน ทำการบ้าน ทำกราฟฟิก แอนิเมชัน ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น ทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้นเลยหรือ ไม่ได้ใช้คำนวณหาตำแหน่งทิ้งระเบิดหรือควบคุมกระสวยอวกาศสักหน่อย

การคำนวณแบบดิจิทัลแต่ละครั้งก็คือ การใส่ 0 หรือ 1 ในแต่ละหลัก ซึ่งก็คือแต่ละทรานซิสเตอร์นั่นเอง การป้อนกระแสไฟฟ้าควบคุมการเปิดและปิดของสวิตช์ในทรานซิสเตอร์ และควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน ตามธรรมชาติเมื่ออิเล็กตรอนไหลอย่างคงที่จะเกิดสัญญาณไฟฟ้ารบกวน (Noise) ตามมาและปัญหาที่ตามมาก็คือ ค่า 0 หรือ 1 ในแต่ละหลักอาจจะคลาดเคลื่อน

ดังนั้น วิศวกรจึงแก้ปัญหาโดยป้อนกระแสไฟฟ้าให้แก่ทรานซิสเตอร์มากขึ้น เพื่อให้อัตราสัญญาณที่ต้องการต่อสัญญาณรบกวน ที่เรียกว่า Signal-to-noise ratio เพิ่มมากขึ้น วงจรก็จะทำงานได้เที่ยงตรงแม่นยำและเสถียรมากขึ้น แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้ทำให้ชิพคอมพิวเตอร์กินไฟมากขึ้น และเกิดความร้อนมากขึ้นตามมาด้วย จึงต้องหาทางระบายความร้อนอีก

ยิ่งเมื่อเราลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงมาจนอยู่ในระดับนาโนเมตรด้วยแล้ว (เพื่อให้สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ต่อชิพให้มากขึ้น จนปัจจุบันชิพตัวเดียวมีทรานซิสเตอร์อัดอยู่กว่าพันล้านตัว) ก็ยิ่งเกิดปัญหาเรื่องความร้อนสูงมากเมื่ออิเล็กตรอนต้องวิ่งผ่านเส้นนำไฟฟ้าที่แคบลง

กลับคำถามเดิมที่ถามว่า ?จำเป็นด้วยหรือที่ต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้น?

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งคิดว่า ถ้าเรายอมลดความแม่นยำลงในหลักทศนิยมที่มีค่าน้อยๆ เช่น ทศนิยมหลักที่ 3 เป็นต้นไป แต่ยังให้มีโอกาสความน่าจะเป็น (Probability) ที่จะได้คำตอบที่ใกล้เคียงค่าจริงมากกว่า 50% ขึ้นไป ก็น่าจะจ่ายไฟฟ้าให้ชิพน้อยลงได้ และคาดว่า น่าจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่าเลย

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าติดตามมากที่สุดเทคโนโลยีหนึ่งก็ว่าได้เรียกว่า Probabilistic complementary metal-oxide semiconductor technology หรือเรียกย่อๆ ว่า PCMOS

มีการทดลองแล้วว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อดูหนังวิดีโอด้วยชิพคอมพิวเตอร์แบบปกติเมื่อเทียบกับชิพ PCMOS แล้ว ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะมนุษย์เรามีขีดจำกัดในการมองเห็นต่ำกว่าที่คอมพิวเตอร์แสดงออกมาอยู่แล้วหลายเท่า

ลองคิดดูว่าถ้าเราใช้ชิพ PCMOS กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ ไอพอด ซึ่งสูบไฟเอาเรื่องเวลาใช้ดูคลิปและฟังเพลง แต่ ชิพ PCMOS จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากเลยทีเดียว

คาดว่า ชิพ PCMOS จะปฏิวัติวงการการออกแบบชิพอิเล็กทรอนิกส์อย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวและช่วยทำให้กฎของมัวร์ (Moore?s Law) ที่ว่า ?จำนวนทรานซิสเตอร์ในคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ ปีครึ่ง? ยังคงเป็นจริงได้ต่อไปอีกหลายทศวรรษในอนาคต

อย่างที่ผมเคยบอกว่า สุดท้าย มนุษย์ก็หาทางรอดจนได้นั่นเอง

เรื่องโดย : ดร.อดิสร เตือนตรานนท์

ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค

ที่มา : Bangkokbiznews

Jul 22

ใครมีเก้าอี้แบบนี้เอาไว้ใช้งาน คงไม่ต้องลุกไปไหนทั้งวัน

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เก้าอี้แบบนี้เรียกกันว่า arm chair คือเป็นเก้าอี้ที่มีเท้าแขน แต่สำหรับตัวนี้เท้าแขนมีขนาดกว้างและใหญ่มากพอที่จะวางอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นรีโมทคอนโทรล ถ้วยกาแฟ หนังสือ หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้สามารถลากไปไว้ในห้องไหนในบ้านก็ได้ เพราะสามารถนั่งทำงานไปพร้อมๆ กับพักผ่อนได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว

วัสดุที่ใช้ก็เรียบง่าย มีโลหะเป็นแกนและหุ้มด้วยเบาะผ้า ส่วนตัวเก้าอี้นั้นสามารถหมุนได้ 360 องศา ทำให้จะหันไปหยิบฉวยอะไรใกล้ๆ มือก็ทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

คนที่ชอบทำอะไรหลายๆ อย่างเวลาเดียวกัน ก็มักจะนำสิ่งของต่างๆ มาวางไว้บนเท้าแขน จนบางครั้งหลายคนอาจเรียกเก้าอี้ตัวนี้ว่า “เก้าอี้ของคนขี้เกียจ” ก็เป็นได้

ที่มา : Bangkokbiznews

Technorati Tags: , ,

Jul 18

อินเทล เปิดตัว อินเทล ?เซนทริโนโปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดสำหรับโน้ตบุ๊ก ได้พลังประมวลผลจาก อินเทล คอร์ 2 ดูโอ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ 5 รุ่น ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ต่างพากันออกแบบโน้ตบุ๊กที่ใช้เทคโนโลยีใหม่นี้รวมกว่า 250 รุ่น สำหรับผู้บริโภคทั่วไปและผู้ใช้ในกลุ่มองค์กรธุรกิจ โดยมีการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างโปรเซสเซอร์ประสิทธิภาพสูงที่มีระบบกราฟิกชั้นยอด และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น?เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสประสบการณ์ของระบบวิดีโอแบบไฮเดฟินิชันสะดวกสบายมากขึ้น
???????

???????นอกจากนั้นอินเทลยังได้เปิดตัว อินเทล คอร์ 2 เอ็กซ์ตรีม โมบาย โปรเซสเซอร์ ที่มีความเร็วถึง?3.06?GHz ซึ่งนับเป็นโปรเซสเซอร์แบบดูอัลคอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลกตามการคำนวณค่าประสิทธิภาพจากเบนช์มาร์ก SPECint*_rate_base2006(http://www.Spec.org)**
???????
???????อินเทลยังประกาศด้วยว่าภายใน 90 วันนับจากนี้ อินเทลจะเปิดตัวโปรเซสเซอร์ใหม่อีก 8 รุ่น ซึ่งรวมถึงโปรเซสเซอร์แบบควอดคอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโมบายรุ่นแรก และโปรเซสเซอร์สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นบางและเบาเป็นพิเศษในรุ่นที่สอง โดยรวมแล้ว อินเทลจะมีโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่จำนวน 14 รุ่น เพื่อตอบสนองยอดขายของโน้ตบุ๊กที่เพิ่มขึ้นแซงหน้าพีซีในตลาดอย่างรวดเร็ว
???????

???????อินเทล?เซนทริโน 2 โปรเซสเซอร์ และ อินเทล?เซนทริโน 2 พร้อมวีโปร เทคโนโลยี ซึ่งเดิมใช้ชื่อรหัสว่า ?มอนเทวินา? (Montevina) ได้พัฒนาประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในทุกๆ ด้าน โดยโปรเซสเซอร์และชิปเซตรุ่นใหม่จะเสริมประสิทธิภาพการทำงานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น และมีระบบสื่อสารไร้สายดราฟต์?802.11n ที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น (และระบบสื่อสาร WiMAX ที่จะมีการเปิดตัวภายในปลายปีนี้) รวมทั้งมีคุณสมบัติในการบริหารจัดการสำหรับธุรกิจรุ่นใหม่อีกด้วย
???????
???????นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตอนที่เราเปิดตัวอินเทล เซนทริโน เทคโนโลยี ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2546?นั้น แม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็ยังมีฮอตสปอต หรือจุดเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ให้บริการน้อยมาก นอกจากนี้ เว็บไซต์ YouTube หรือ Social network ก็ยังไม่มีให้บริการด้วยซ้ำไป และเมื่อพูดถึงโน้ตบุ๊กที่ บางและเบาเป็นพิเศษ ก็หมายถึงน้ำหนักซึ่งเป็นเป้าหมายในขณะนั้นเท่านั้น และในช่วงนั้นยอดขายพีซียังสูงกว่าโน้ตบุ๊กอยู่หลายเท่า แต่ในขณะนี้ ในบางประเทศยอดขายโน้ตบุ๊กได้แซงหน้าเดสก์ท็อปไปเรียบร้อยแล้ว และอินเทลก็กำลังกรุยทางไปสู่ความบันเทิงแบบไฮเดฟินิชัน การเล่นเกมออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบ?ระบบสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูง บวกกับการจัดการให้ธุรกิจต่างๆ บริหาร อัปเดต หรือแม้กระทั่งซ่อมแซมโน้ตบุ๊กจำนวนมากที่มีใช้งานอยู่ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยมากขึ้น”
???????
???????ในโอกาสเดียวกันนี้ อินเทลยังได้เปิดตัวโปรเซสเซอร์แบบดูอัลคอร์รุ่นใหม่จำนวน 5?รุ่น? ซึ่งเป็นโปรเซสเซอร์แบบ Hi-k ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตรในการผลิต โปรเซสเซอร์เหล่านี้มี ฟรอนท์ไซด์บัส (FSB) ที่มีความเร็วถึง 1,066 MHz และ L2 แคช ที่มีขนาดใหญ่สูงสุดถึง 6 MB และมีโปรเซสเซอร์ 3 รุ่นที่ลดการใช้พลังงานของโปรเซสเซอร์ลงร้อยละ 30 โดยเหลือเพียง 25 วัตต์เท่านั้น นอกจากนั้น อินเทล?เซนทริโน 2 โปรเซสเซอร์ ยังมีเทคโนโลยี Deep Power Down?ที่ช่วยปิดการทำงานของส่วนประกอบในการประมวลผล เช่น Core clocks และแคช เมมโมรี ในขณะที่โน้ตบุ๊กไม่ได้ทำงานเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานที่ดียิ่งขึ้น
???????
???????นอกจากนั้นอินเทลยังได้เปิดตัวชิปเซ็ต?อินเทล?45 เอ็กซ์เพรส ชิปเซต และระบบสื่อสารไร้สายรุ่นใหม่ อินเทล ไวไฟ ลิงค์ ซีรีส์5000 ซึ่งมีความเร็วในการรับส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าและติดต่อสื่อสารได้ไกลกว่าเดิม 2 เท่าเมื่อเทียบกับ เทคโนโลยี?802.11a/g?ในปัจจุบัน เนื่องจากอินเทล ไวไฟ ลิงค์ ซีรี่ส์ 5000 นี้ ใช้มาตรฐานใหม่ 802.11 draft-N ที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นถึง 450 Mbps โดยอินเทลได้ส่งเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้ไปยังผู้ผลิตโน้ตบุ๊กที่จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ศกนี้แล้ว?
???????
???????คุณสมบัติที่โดดเด่นอีกประการของโน้ตบุ๊กที่มี อินเทล?เซนทริโน 2 โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยีคือระบบกราฟิกที่สามารถสลับการทำงานได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติประหยัดพลังงานชนิดใหม่ที่เป็นตัวเลือกเสริมสำหรับโน้ตบุ๊กที่มีทั้งระบบกราฟิกในตัวและกราฟิกการ์ดแยกต่างหากในเครื่อง?ซึ่งจะทำให้โน้ตบุ๊กสามารถสลับการทำงานระหว่างระบบกราฟิกทั้งสองชนิดได้โดยง่าย?ระบบกราฟิกที่สลับการทำงานได้นี้จะช่วยให้การแสดงผล?3D มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นพร้อมกับมีทางเลือกเสริมที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น?
???????
???????สำหรับผู้ใช้ทั่วไป อินเทล?เซนทริโน 2 โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี จะให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านพลังการประมวลผลและการใช้งานแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการเล่นวิดีโอ Blu-ray* แบบไฮเดฟินิชันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียวเป็นครั้งแรก รวมทั้งยังช่วยให้สามารถเล่นเกมออนไลน์ ดาวน์โหลดเพลง หรือแม้กระทั่งการโพสต์วิดีโอบนเว็บไซต์ก็สามารถทำได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
???????
???????ส่วนผู้ใช้งานเชิงธุรกิจ?อินเทล?เซนทริโน 2 ที่มีวีโปร เทคโนโลยี จะมีตัวเสริมเพื่อระบบบริหารและระบบรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น?คุณสมบัติดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากบริษัทต่างๆ เปลี่ยนจากการใช้งานเดสก์ท็อปเป็นโน้ตบุ๊กกันมากขึ้น? ความต้องการในการตรวจเช็กสภาพ อัปเดต และซ่อมแซมโน้ตบุ๊กผ่านระบบเครือข่ายไร้สายจึงมากขึ้นตามไปด้วย?ระบบบริหารที่ได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วย AMT 4.0 นี้ จะทำให้สามารถจัดการผ่านเครือข่ายไร้สายในขณะที่โน้ตบุ๊กอยู่ในโหมด sleep รวมทั้งสามารถทำ configuration จากระยะไกล และใช้งานกับมาตรฐานการจัดการรุ่นใหม่ได้ด้วย นอกจากนั้นแล้วยังสามารถช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ดูแลฝ่ายไอทีที่อยู่นอกระบบไฟร์วอลล์ของบริษัทได้อีกด้วย ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กและผู้ประกอบเครื่องจะพร้อมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากกว่า?250 รุ่นออกสู่ตลาด
???????
???????ในส่วนความคืบหน้าของ WiMAX ในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปีนี้?อินเทลจะเริ่มจำหน่ายโมดูลที่รวมทั้ง?WiMAX และ Wi-Fi เข้าด้วยกัน เป็นครั้งแรก?โดยเป็นส่วนหนึ่งของระบบ อินเทล WiMAX/WiFi Link ซีรีส์ 5050 ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับโน้ตบุ๊กที่มี อินเทล?เซนทริโน 2 โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี รุ่นต่อไปในอนาคต?WiMAX?คือเทคโนโลยีระบบบรอดแบนด์ไร้สายอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล 4G รุ่นใหม่ซึ่งจะมาเสริมการทำงานของระบบเครือข่าย Wi-Fi
???????
???????นอกจากนั้น เครือข่าย WiMAX ยังจะช่วยระบบให้อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น โดยสิ่งที่ต่างจาก?Wi-Fi ก็คือ WiMAX จะสามารถให้บริการชุมชนและเมืองได้ทั้งเมือง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารได้แม้ขณะที่กำลังเดินทาง อินเทลกำลังทำงานร่วมกับบริษัท ผู้ให้บริการเครือข่ายการสื่อสารทั่วโลกเพื่อติดตั้งเครือข่าย WiMAX อยู่ โดยในอเมริกา เครือข่าย WiMAX รุ่นแรกจะให้บริการผ่านบริษัท Sprint XOHM และ Clearwire

?

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

?

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It