Wordpress Themes
Aug 29

ตลาด e-commerce ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ ebay ต้องปรับระบบการขายสินค้า โดยอาจโละระบบการประมูลทิ้ง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : eBay เตรียมที่จะเปลี่ยนรูปแบบการขายของบนเว็บไซต์ ebay.com แล้ว จากเดิมที่เป็นการประมูล มาเป็นขายสินค้าราคาเดียวไปเลย เพื่อแข่งกับเว็บไซต์ e-commerce ที่มีมากมายหลายเจ้า โดยเฉพาะ amazon.com ซึ่งเป็นรายใหญ่ในตลาด

สาเหตุที่ eBay เลือกที่จะเปลี่ยนโครงสร้างการขาย เพราะทุกวันนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจการประมูลสินค้า เนื่องจากมีวิธีการที่ยุ่งยาก ไม่เหมือนการกำหนดราคาสินค้าที่แน่นอนตายตัว เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที

?พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของคน เปลี่ยนไปแล้ว เดี๋ยวนี้ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อของจากปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว พวกเขาดูความสะดวกสบายด้วย? Scot Wingo ผู้บริหารด้านวิจัยตลาด บริษัท ChannelAdvisor กล่าว

eBay จะเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างนี้ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขาย เปลี่ยนมาเสนอสินค้าแบบ Buy it now หรือการเสนอราคาเดียวให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าทันทีโดยไม่ต้องมีการประมูล โดยลดค่าธรรมเนียมการขายให้ผู้ขายถึง 70% เหลือเพียง 35 เซนต์เท่านั้น

นอกจากนี้ eBay ยังเตรียมเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินซื้อสินค้า จากเดิมเป็นเงินสดหรือเช็ค มาเป็นเครดิตการ์ดหรือ PayPal เพื่อป้องกันการฉ้อโกงอีกด้วย

ด้าน John Donahoe ผู้บริหารของ eBay บอกว่า วิธีการนี้จะทำให้ยอดขายของ eBay เติบโตมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในไตรมาสที่ผ่านมา ยอดขายในเว็บโตเพียงแค่ 8% เท่านั้น ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่สูงถึงเลขสองหลักเลยทีเดียว

ขณะที่ Rhonda Shrader หนึ่งในผู้ขายสินค้าบน eBay บอกว่า เป็นเรื่องดีที่ eBay ลดค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ขายที่ตั้งขายสินค้าแบบ Buy it now เพราะทำให้เธอตั้งราคาสินค้าได้ต่ำลง และลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อสินค้าของเธอนั้นก็ชอบความสะดวกสบายมากกว่า โดยมีลูกค้าเพียง 10% เท่านั้นที่ซื้อของโดยวิธีการประมูล

อย่างไรก็ตาม การปรับโครงการครั้งนี้ก็สร้างความไม่พอใจให้ผู้ขายหลายคน โดยเฉพาะผู้ขายสินค้าหายาก หรือสินค้าที่มีเพียงชิ้นเดียว ซึ่งต้องพึ่งพาระบบการประมูลเพื่อทำราคาขายให้สูงขึ้น

อย่างเดือนที่แล้ว eBay ก็ทำสัญญากับเว็บไซต์ Buy.com โดยอนุญาตให้ขายสินค้าได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในอัตราเดียวกับผู้ขาย รายย่อย ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ผู้ขายที่เป็นลูกค้าของ eBay มานานเป็นอย่างมาก จนถึงกับมีการบอยคอตกันขึ้น

ในที่สุด eBay ต้องออกมาประกาศว่าการขายในระบบประมูลยังมีอยู่ และการตั้งราคาสินค้าในราคาเดียวเป็นเพียงแค่ตัวเลือกเสริมเท่านั้น รวมทั้งยังบอกว่าการประมูลยังคงเหมาะกับการขายสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ สูง และเป็นสินค้าที่ผู้ขายไม่แน่ใจว่ามีราคาเท่าไหร่ด้วย

Aug 27

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทอะโดบี ซิสเต็มส์ อิงค์ ได้ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ Adobe Photoshop Lightroom 2 ที่เป็นกล่องเครื่องมือที่สำคัญสำหรับนักถ่ายภาพ โดยรองรับการจัดการ การปรับเปลี่ยน และการนำเสนอภาพถ่ายดิจิตอลจำนวนมาก และด้วยส่วนปรับปรุงใหม่ๆ เช่น การสนับสนุนการแสดงผล 2 จอภาพ ความก้าวหน้าในการแก้ไขภาพถ่ายโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย และความสามารถในการค้นหาแบบอัตโนมัติ ทำให้ Lightroom 2 กลายเป็นซอฟต์แวร์อัพเกรดที่น่าสนใจ

รายงาน ข่าวแจ้งว่า Photoshop Lightroom 2 จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนของการถ่ายภาพไปจนถึงขั้นตอนการปรับแต่งขั้นสุดท้าย นอกจากนี้ Lightroom 2 ยังเป็นแอพลิเคชันแรกของอะโดบีที่สนับสนุนการประมวลผล 64 บิต สำหรับคอมพิวเตอร์แมคอินทอชที่ใช้ Mac OS X 10.5 และโพรเซสเซอร์ของอินเทล และระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Vista รุ่น 64 บิต จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยความจำสำหรับการรองรับภาพถ่ายขนาดใหญ่

นาย ทอม โฮการ์ตี้ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับ Lightroom และ Camera Raw ของอะโดบี กล่าวว่า ชุมชนนักถ่ายภาพทั่วโลกได้จัดหาข้อมูลเชิงลึกและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ภายใต้โครงการทดลองใช้งานซอฟต์แวร์ Lightroom 2 ซึ่งช่วยให้เราสามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น โดยอะโดบีได้พิจารณาคำร้องขอของผู้ใช้ และปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถปรับแต่ง ปรับปรุง และนำเสนอภาพถ่ายที่สวยงามได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายสก็อตต์ เคลบี้ นายกสมาคมผู้เชี่ยวชาญ Photoshop (National Association of Photoshop Professionals - NAPP) กล่าวว่า เหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ Lightroom ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักถ่ายภาพ คือ อะโดบีพัฒนาซอฟต์แวร์นี้ โดยอาศัยข้อเสนอแนะจากกลุ่มนักถ่ายภาพโดยตรง อะโดบีรับฟังเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายที่นักถ่ายภาพต้องเผชิญอยู่ใน ขณะนี้ จากนั้นจึงพัฒนาโซลูชั่นแบบครบวงจร ที่ตอบสนองความต้องการของนักถ่ายภาพอย่างแท้จริง ส่วนปรับปรุงของ Lightroom 2 เมื่อใช้งานร่วมกับโปรแกรม Photoshop ที่แข็งแกร่ง จะช่วยให้นักถ่ายภาพสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายระดับมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว และไร้ขีดจำกัด

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ Adobe Photoshop Lightroom 2 มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าออนไลน์ของอะโดบี (Adobe Store) ที่ www.adobe.com/store โดยมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ส่วนเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นจะวางจำหน่ายในภายหลัง ราคาประมาณ 299 เหรียญสหรัฐ สำหรับผู้ใช้ใหม่ ส่วนราคาอัพเกรดอยู่ที่ 99 เหรียญสหรัฐ

ที่มา : ข่าวสด

Aug 05

รักษาเอกลักษณ์สีดำในรุ่น Thinkpad มาตลอด คราวนี้ Lenovo เปลี่ยนโฉมสีสันฉูดฉาดมากขึ้นในรุ่น Ideapad

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : Lenovo เผยโฉมโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่ดูแปลกตา สีสันสดใส และเล็กกะทัดรัด ซึ่งแตกต่างไปจากรุ่นเดิมๆ ที่มักจะเป็นสีดำมะเมี่ยมและหนาเทอะทะ โดยรุ่นนี้มีชื่อว่า Ideapad S10 และน่าจะเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นได้มากกว่าเดิม

สำหรับรุ่นนี้ใช้ชิพเซ็ท Intel Atom N270 และ 945 GSE ที่ความเร็ว 1.6 GHz มาพร้อมหน้าจอ 10 นิ้ว พร้อมทั้งยังใช้เทคโนโลยีการกระจายความร้อนขั้นสูง เพื่อลดการแผ่รังสีความร้อนไปสู่ผู้ใช้อีกด้วย

ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ที่ติดมากับตัวเครื่อง ได้แก่ กล้อง 1.3 ล้านพิกเซล, ลำโพงสเตริโอ, card reader แบบ 4 in 1, ฮาร์ดไดรฟ์สูงสุด 160 GB และที่โดดเด่นสำหรับผู้ใช้พีซีก็คือ touch pad เป็นแบบ multi-touch เหมือน MacBook Pro ของ Apple เลยทีเดียว รวมทั้งยังมีช่องเสียบ Express Card สำหรับ WWAN ด้วย

สีสันมี 2 แบบให้เลือกคือ ดำ-ขาว และ แดง-ขาว โดยการออกแบบครั้งนี้ Lenovo ดูจะแหวกแนวไปกว่าเดิม คือไม่ได้ดำเนินรอยตามรูปแบบเดิมๆ ที่เคยผลิตมา อย่างในรุ่น Thinkpad ซึ่งจะมีสีดำล้วนมาตลอด

สำหรับราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด โดยรุ่น S10 ที่มาพร้อมกับแรม 512 MB และฮาร์ดไดรฟ์ 80 GB จะมีราคาอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นที่มีแรม 1 GB และฮาร์ดไดรฟ์ 160 GB จะอยู่ที่ 450 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนในบ้านเรานั้นคงต้องรอต่อไป

ที่มา : Rss Thai

Aug 01

เวลาซื้อโน้ตบุ๊ค มักดูความเร็วซีพียูก่อนอันดับแรก แต่คิดอีกที ถ้าใช้แค่งานออฟฟิศ มันต้องแรงขนาดนั้นเลยหรือ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ใครตอบได้บ้างว่า ชิพไมโครโปรเซสเซอร์มีความละเอียดแม่นยำในการคำนวณตัวเลขถึงกี่หลัก

เฉลยเลยแล้วกันครับ คำตอบคือ มันขึ้นอยู่กับจำนวนบิตที่ใช้ในคำสั่ง เช่น ในคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ มีจำนวนบิตมากถึง 64 บิต หมายความว่าสามารถคำนวณได้แม่นยำถึง 64 หลัก

การใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามสำนักงานเน้นหนักไปทางพิมพ์งาน ทำการบ้าน ทำกราฟฟิก แอนิเมชัน ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น ทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้นเลยหรือ ไม่ได้ใช้คำนวณหาตำแหน่งทิ้งระเบิดหรือควบคุมกระสวยอวกาศสักหน่อย

การคำนวณแบบดิจิทัลแต่ละครั้งก็คือ การใส่ 0 หรือ 1 ในแต่ละหลัก ซึ่งก็คือแต่ละทรานซิสเตอร์นั่นเอง การป้อนกระแสไฟฟ้าควบคุมการเปิดและปิดของสวิตช์ในทรานซิสเตอร์ และควบคุมการไหลของอิเล็กตรอน ตามธรรมชาติเมื่ออิเล็กตรอนไหลอย่างคงที่จะเกิดสัญญาณไฟฟ้ารบกวน (Noise) ตามมาและปัญหาที่ตามมาก็คือ ค่า 0 หรือ 1 ในแต่ละหลักอาจจะคลาดเคลื่อน

ดังนั้น วิศวกรจึงแก้ปัญหาโดยป้อนกระแสไฟฟ้าให้แก่ทรานซิสเตอร์มากขึ้น เพื่อให้อัตราสัญญาณที่ต้องการต่อสัญญาณรบกวน ที่เรียกว่า Signal-to-noise ratio เพิ่มมากขึ้น วงจรก็จะทำงานได้เที่ยงตรงแม่นยำและเสถียรมากขึ้น แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการนี้ทำให้ชิพคอมพิวเตอร์กินไฟมากขึ้น และเกิดความร้อนมากขึ้นตามมาด้วย จึงต้องหาทางระบายความร้อนอีก

ยิ่งเมื่อเราลดขนาดของทรานซิสเตอร์ลงมาจนอยู่ในระดับนาโนเมตรด้วยแล้ว (เพื่อให้สามารถบรรจุทรานซิสเตอร์ต่อชิพให้มากขึ้น จนปัจจุบันชิพตัวเดียวมีทรานซิสเตอร์อัดอยู่กว่าพันล้านตัว) ก็ยิ่งเกิดปัญหาเรื่องความร้อนสูงมากเมื่ออิเล็กตรอนต้องวิ่งผ่านเส้นนำไฟฟ้าที่แคบลง

กลับคำถามเดิมที่ถามว่า ?จำเป็นด้วยหรือที่ต้องใช้พลังการประมวลผลคำนวณที่แม่นยำขนาดนั้น?

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งคิดว่า ถ้าเรายอมลดความแม่นยำลงในหลักทศนิยมที่มีค่าน้อยๆ เช่น ทศนิยมหลักที่ 3 เป็นต้นไป แต่ยังให้มีโอกาสความน่าจะเป็น (Probability) ที่จะได้คำตอบที่ใกล้เคียงค่าจริงมากกว่า 50% ขึ้นไป ก็น่าจะจ่ายไฟฟ้าให้ชิพน้อยลงได้ และคาดว่า น่าจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่าเลย

แนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่น่าติดตามมากที่สุดเทคโนโลยีหนึ่งก็ว่าได้เรียกว่า Probabilistic complementary metal-oxide semiconductor technology หรือเรียกย่อๆ ว่า PCMOS

มีการทดลองแล้วว่า การใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อดูหนังวิดีโอด้วยชิพคอมพิวเตอร์แบบปกติเมื่อเทียบกับชิพ PCMOS แล้ว ไม่มีความแตกต่างกันเลย เพราะมนุษย์เรามีขีดจำกัดในการมองเห็นต่ำกว่าที่คอมพิวเตอร์แสดงออกมาอยู่แล้วหลายเท่า

ลองคิดดูว่าถ้าเราใช้ชิพ PCMOS กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ หรือ ไอพอด ซึ่งสูบไฟเอาเรื่องเวลาใช้ดูคลิปและฟังเพลง แต่ ชิพ PCMOS จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากเลยทีเดียว

คาดว่า ชิพ PCMOS จะปฏิวัติวงการการออกแบบชิพอิเล็กทรอนิกส์อย่างหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวและช่วยทำให้กฎของมัวร์ (Moore?s Law) ที่ว่า ?จำนวนทรานซิสเตอร์ในคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ ปีครึ่ง? ยังคงเป็นจริงได้ต่อไปอีกหลายทศวรรษในอนาคต

อย่างที่ผมเคยบอกว่า สุดท้าย มนุษย์ก็หาทางรอดจนได้นั่นเอง

เรื่องโดย : ดร.อดิสร เตือนตรานนท์

ผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยนาโนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องกลจุลภาค

ที่มา : Bangkokbiznews

Jul 26

เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะแยะมากมาย แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ทำงานดีไปหมดเสียทุกอย่าง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือทำอะไรได้หลายอย่าง ทั้งฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป เล่นเน็ต อ่านหนังสือ ส่งอีเมล ทำงานเอกสารต่างๆ ฯลฯ จนมีบางคนแดกดันว่าต่อไปเราคงใช้โทรศัพท์มือถือซักผ้าและถูบ้านได้ด้วย

แต่จริงๆ แล้วมีการศึกษาวิจัยของ Nielsen Mobile ถึง การใช้โทรศัพท์มือถือในการท่องโลกอินเทอร์เน็ตและใช้งานในด้านอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้เหมาะกับการใช้งานในบางประเภท

สิ่งที่เหมาะ

  • ค้นหาข้อมูลอ้างอิง ? การใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลอ้างอิงในเว็บไซต์อย่าง wikipedia นั้น ทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพอสมควร หรือจะเช็คข่าว ผลการแข่งขันกีฬา พยากรณ์อากาศ ก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพไม่น้อยในสมัยนี้
  • ส่งอีเมล ? สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว เรื่องการส่งอีเมลถือเป็นคุณสมบัติขั้นพื้นฐานเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นการส่งอีเมลสั้นๆ หรือเช็คอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้ทำกันได้แทบทั้งนั้น
  • เก็บเบอร์โทรศัพท์ ? ถ้าโทรศัพท์มือถือเก็บเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อมาใช้
  • เป็น GPS ? เป็นอีกความสามารถหนึ่งที่โทรศัพท์มือถือทำได้ดี แม้ว่าจะไม่ใช่การเป็น GPS โดยตรง แต่อาจจะใช้เข้าเว็บไซต์แผนที่อย่าง Google Map เพื่อค้นหาทิศทางที่คุณจะไปได้ด้วย
  • เล่นอินเทอร์เน็ต ? ถ้าจะเข้าเว็บไซต์ทั่วๆ ไป โทรศัพท์มือถือก็นับว่าทำงานได้สะดวกพอตัว แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ประเภทมัลติมีเดีย มีแฟลชหรือแอนนิเมชั่นเยอะแยะ คงจะทำงานได้ลำบากสักนิด

สิ่งที่ไม่เหมาะ

  • ทำงานเอกสาร ? ถ้าคิดจะพิมพ์งาน เขียนบทความ หรือตอบจดหมายยาวๆ โทรศัพท์มือถือคงจะไม่เหมาะนัก เพราะการที่ต้องมานั่งจิ้มตัวอักษรแต่ละตัว ซึ่งมีขนาดเล็กมากๆ ด้วยนั้น อาจทำให้คุณสายตาเสียไปเลยทีเดียว แถมการเปิดใช้โปรแกรมพิมพ์งานนานๆ ก็กินแบตเตอรี่ยิ่งกว่าอะไรดี
  • อ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ ? ขณะที่คุณอ่านนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ออนไลน์ในแต่ละหน้า โทรศัพท์มือถือจะกินแบตเตอรี่ค่อนข้างมาก เพราะต้องมีการโหลดหน้าใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งการเพ่งหน้าจอเพื่ออ่านตัวหนังสือเล็กๆ ก็อาจทำให้คุณเป็นไมเกรนได้
  • ถ่ายรูป ? ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ จะมีกล้องถ่ายรูปติดอยู่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานกันเสียแล้ว แต่ถ้าถามถึงคุณภาพที่ได้นั้นยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ เพราะไม่สามารถจะนำมาอัดรูปแขวนผนังได้ โดยกล้องโทรศัพท์มือถือขนาด 2 ล้านพิกเซล จะมีคุณภาพของภาพพอๆ กับกล้องโพลารอยด์เท่านั้น และอาจจะโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที แต่ถ้ากล้องขนาด 10 ล้านพิกเซล ก็ต้องถ่ายโอนรูปลงคอมพิวเตอร์ก่อนที่จะอัพโหลด เพราะเทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ยังอัพโหลดไฟล์ภาพใหญ่ขนาดนั้น ไม่ได้

ที่มา : Rss Thai

Technorati Tags: ,

ปิด
E-mail It