Wordpress Themes
Aug 15

เป็นข่าวร้ายมาอีกเกมแล้วครับ สำหรับ Crazy Kart เกมซิ่งสุดดริฟท์ ที่ต้องยกเครดิตความมันส์ในการแข่งให้กับเขาเลย โดยเฉพาะวีดีโอการดริฟท์รอบภูเขาที่เห็นครั้งแรกถึงกับตะลึง แต่พอมาพบกับปัญหาด้านเซิร์ฟเวอร์ในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถเข้าเกมได้ ทางทีมงานจึงได้ประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์ชั่วคราว ก่อนที่จะประกาศยุติการให้บริการครั้งนี้

Winner ประกาศยุติให้บริการเกม Crazy Kart

บริษัท วินเนอร์ ออนไลน์ จำกัด ขอแจ้งให้ผู้เล่นเกม Crazy Kart ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้บริษัทขอยุติการให้บริการเกม Crazy Kart โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2551 เป็นต้นไป และขอขอบพระคุณผู้เล่นทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของเกม Crazy Kart ด้วยดีมาโดยตลอด

สืบเนื่องมาจากทีมงาน CK ไม่สามารถแก้ปัญหาทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับ Server ได้ และปัญหาดังกล่าวได้แจ้งไปยังผู้พัฒนาเกมแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เช่นกัน จึงมีผลทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการเกมได้

บริษัทจึงใคร่ขอแจ้งยุติการให้บริการเกม Crazy Kart และการให้บริการในส่วนของเว็บไซต์ www.ck.in.th โดยทางทีมงานจะทำการปิดระบบลงทะเบียนและระบบต่างๆ ภายในวันที่ 19 กันยายน 2551

รายละเอียด ติดตามได้ที่ http://www.online-station.net/news/39/19072.html

ขอบคุณข้อมูลจาก Online-Station.net

Jul 14

รายงานจาก อี-คอป ผู้นำในการจัดหาบริการด้านการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูล และการบริหารความเสี่ยง ระบุว่า นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย และกูเกิ้ล อิงค์ ประเมินว่า มีเซิร์ฟเวอร์ราว 68,000 เครื่องบนอินเตอร์เน็ตที่ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ขาดการรักษาความปลอดภัยเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ของผู้หลอกลวง

Domain Name System (DNS) เป็นฟังก์ชั่นอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในการแปลชื่อโดเมนที่อ่านออกได ้ให้เป็นไอพีแอดเดรส ซึ่งเป็นชุดตัวเลขที่ระบุคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องบนอินเตอร์เน็ ต เช่น แปล yahoo.com เป็น 216.109.112.135 เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยพิมพ์ที่อยู่เว็บบนแถบแอดเดรสในอินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ของคุณเช่น www.yahoo.com เซิร์ฟเวอร์ DNS จะแปลชื่อโดเมนให้เป็นไอพีแอดเดรสที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ ซึ่งโฮสต์เว็บเพจของ Yahoo และคอมพิวเตอร์ของคุณจะสามารถค้นหาและเรียกดูข้อมูลจาก www.yahoo.com ได้ทันที การกำหนดค่า DNS ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ

เมื่อซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย นั่นคือ โทรจันที่เปลี่ยน DNS ถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ อฟต์แวร์นั้นก็จะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เซิร์ฟเวอร์ DNS ปลอม เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ถูกติดตั้งโดยอาชญากรทางคอมพิวเตอร์ เพื่อแอบอ้างและปลอมแปลง โดยจะมีการแปลชื่อโดเมนบางชื่อให้เป็นไอพีแอดเดรสที่เป็นอันตรา ย ส่งผลให้เหยื่อถูกนำทางไปสู่เว็บไซต์หลอกลวง ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกค้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของธนาคารเพื่อทำธุรกรรมออนไลน์ เขาพิมพ์ที่อยู่เว็บ แต่ที่จริงแล้วเซิร์ฟเวอร์ DNS ปลอมนำเขาไปยังเว็บไซต์หลอกลวงที่มีลักษณะเหมือนกับเว็บไซต์ของ ธนาคาร ดังนั้นเหยื่อจึงเปิดเผยหมายเลขบัญชีและรหัส PIN โดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะถูกบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ และผู้หลอกลวงจะสามารถนำเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อเข้าถึงบัญ ชีธนาคารของเหยื่อและทำการโอนเงิน

สำหรับเซิร์ฟเวอร์ DNS ปลอมไม่ได้แสดงผลลัพธ์ที่เป็นเท็จเสมอไป ซึ่งทำให้เหยื่อเชื่อว่าตนเองสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย ่างถูกต้องเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ แฮ็คเกอร์จึงมีอำนาจควบคุมอย่างเต็มที่ในการนำเหยื่อไปยังเว็บ

ไซต์อันตรายได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ซึ่งเว็บไซต์ปลอมเหล่านี้ถูกโหลดด้วยโค้ดที่เป็นอันตราย

ทั้งนี้ ผู้ดูแลด้านระบบไอทีควรที่จะปกป้องเครือข่ายและสร้างระบบรักษาความปลอดภัย ด้วยการติดตั้งและอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส โปรแกรมป้องกันโทรจัน โปรแกรมป้องกันสปายแวร์ และทำการอัพเดตข้อมูลไวรัสอย่างสม่ำเสมอ และติดตั้งแพตช์สำหรับระบบปฏิบัติการ หรือแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ยังต้องทำการสแกนบนคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงผู้ใช้ควรทำงานตามปกติโดยใช้บัญชีผู้ใช้ที่มีสิทธิการเข้าถึงเท่านั้น

ที่มา : ARiP

Technorati Tags: , ,

Jun 14
  • Alert ต่างๆ : อันนี้ต้องบอกว่า PC นั้นไม่มี และ Server ประกอบก็ไม่มีเช่นกัน เทคโนโลยี่ Server นั้นก้าวไกลมาก ถึงขนาดที่ Server บางรุ่น สามารถบอกให้คุณได้รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์กำลังจะเสีย เสียชิ้นไหน เสียตัวที่เท่าไร ลองนึกภาพ หากคุณใส่ Memory ไปทั้งหมด 8 แถว แล้วเกิด Memory เสีย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ถอดออกทีละแถว แล้วรันดูว่าอันไหนเสีย แต่เทคโนโลยี่ Server บางยี่ห้อ สามารถกดปุ่มใน board แล้วขึ้นไฟบอกได้เลยว่า Memory แถวไหนเสีย หรือหาก Harddisk กำลังเสีย วิ่งด้วยความเร็วผิด Speed ก็จะแจ้งเตือนที่หน้าเครื่องว่ากำลังจะเสีย สิ่งนี้คุณจะไม่พบได้เลยใน PC หรือแม้กระทั้ง Server ประกอบ
  • Mainboard : จริงๆแล้ว Mainboard เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ ชื่อก็บอกอยู่ล่ะว่า Main ถามต่อไปว่าต่างกันขนาดนั้น คงต่างกันที่สถาปัตยกรรม Board Server ถูกออกแบบมาให้รันได้ตลอด 24 ชม แต่ PC ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วน Slot ต่างๆก็จะแตกต่างกัน Server โดยส่วนใหญ่จะ Onboard พวกการ์ดจอ และก็เช่นกัน มักไม่มี Sound Card ทั้งที่เพราะส่วนใหญ่นำ Server ไว้ share file รัน application เลยไม่ค่อยฟังเสียงกัน คนที่ใช้งาน multimedia มากๆมักจะใช้ workstation มากกว่า Server

    สำหรับความแตกต่างด้านราคานั้น ผมเคยซื้อตัวประกอบ Mainboard PC จะอยู่ที่ 1,500 - 3,000 แต่ถ้า Server ราคามักจะเริ่มต้นที่ 10,000 บาทสำหรับ Mainboard นี่คือพวก Server ประกอบนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ Brand name ก็ถูกกว่าประกอบได้

  • Power Supply : Power Supply นั้นเป็นส่วนสำคัญ ป็นระบบจ่ายไฟของทั้งระบบ สำหรับตัวนี้นั้นสำหรับ Server ก็เช่นกัน ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม เท่าที่ผมเคยซื้อ มันตัวนึงก็ 5 พันกว่าบาทได้ นี่แบบถูกๆเลยนะ แต่เราจะเห็นว่า Power Supply PC มันลูกละ 150 บาทได้มั้ง เห็นว่ามันต่างกัน แล้วผมเคยมีประสบการณ์ บางคนใช้ PC แล้ว Power Supply ไหม้ ส่งผลถึงข้อมูลระบบ มันละลายลงไปโดน mainboard ทำให้ harddisk พังข้อมูลพัง จบเลยงานนี้ ดังนั้นท่านต้องคิดแล้วล่ะว่าข้อมูลท่านสำคัญมากน้อยแค่ไหน

    อีกอย่าง ที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับ Server นั้นมีหลายรุ่นที่มี Reduntdant Power Supply นั้นคือ มันมี Power Supply 2 ตัวในเครื่องเดียว ป้องกัน Power Supply พัง แล้วยังเป็น Hot swap ด้วย นั้นคืออันไหนพังเราก็ดึงออกได้เลย โดยไม่ต้องปิดเครื่อง แล้วเสียบเข้าได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเช่นกัน ก็จะไม่มี Downtime เลยว่างั้น

  • CPU : CPU นั้นต่างกันแน่นอน แต่ก็มี CPU ที่ไม่ต่างกันคือพวก CPU ตระกูล Pentium ทั้งหลาย บน Server กับ PC นั้นไม่ต่างกัน แต่สำหรับ Server เองที่อยู่ในระดับสูงนิดนึงก็จะมี XEON Processor เป็น Server ที่สำหรับ Server ใส่ได้ตั้งแต่ 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว แล้วแต่ Mainboard จะเห็นว่าหากคุณรันงานหนักๆ คงไม่มีทางที่จะเอา CPU Pentium เพียงตัวเดียวมาทำงาน งานบางงานระดับ Software House ก็ใช้ Server ตัวนึงเป็นล้านๆ แต่ถามว่าแม้เป็นล้าน มันก็ทำงานได้หลายล้านเช่นกัน สรุปคือ CPU มีจำนวนที่ใส่ได้มากกว่า แล้วสามารถรองรับ Application ที่รันหนักๆได้อย่างดี
  • Memory : บางคนอาจจะ โห มันต่างกันด้วยเหรอ ต่างครับ Server จะใช้ Memory ที่เรียกว่า ECC Memory จะเป็น Memory ที่มีระบบป้องกันการส่งข้อมูลผิดพลาด อีกทั้ง Memory สำหรับบางยี่ห้อที่เป็น Chipkll คือเป็นเหมือน Mirror Memory เลยทีเดียว คือ หากคุณมี Memory 4 แถว เกิดพังไป 1 แถว ถ้าเป็น PC รันไปถึง Memory ตัวนั้นก็คงแฮงไปเลย แต่ Server ไม่พังคับ ก็ยังรันต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด
  • Hard Drive : หรือ Harddisk นั้นแหละ ทำไมต่างกันนั้นเหรอ สำหรับ PC เราคงรู้จัก IDE กัน แล้วก็เดี๋ยวนี้คงเป็น Serial ATA (SATA) มาแทน IDE แต่สำหรับ Server นั้นจะสามารถใช้งาน SCSI ได้ ซึ่งเป็น Harddisk ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยี่ใหม่เรียกว่า SAS (แซด) ฟังดูเศร้าๆ แต่ก็เป็นเทคโนโลยี่ของ SCSI ใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก
  • RAID Controller : RAID หลายคนอาจจะฟังแล้วไม่คุ้น บางคนก็คงคุ้นเคย ใน PC นั้นไม่มี RAID แน่นอนทำให้เลยไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ใน Server นั้น RAID มีความสำคัญมาก ถ้าพูดถึงข้อมูลแล้ว เราคงให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเลยมีเทคโนโลยี่ RAID เพื่อช่วยป้องกัน Harddisk พัง ซึ่งจะทำให้มี Harddisk ที่พร้อมทำงานแทนตลอดเวลาเมื่อลูกใดลูกหนึ่งพัง ก็ไม่ต้องมานั่งกู้ข้อมูล Restore กันให้วุ่นวาย รวมถึง RAID ยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน Harddisk ทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็มีเช่นกัน ดังนั้นทำให้หลายองค์กรก็เลือกใช้ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำคัญของตนเอง ไว้ผมจะเขียนเรื่อง RAID ให้ว่าแต่ละ RAID ต่างกันอย่างไรมันมีตั้งแต่ RAID 0,1,5,0+1,10 สารพัด RAID

บทความจาก : Bcoms.net

Technorati Tags: ,

Jun 09

1. Windows Media Center รุ่นใหม่ ซึ่งมี code name ว่า Fiji คาดว่าจะออกตัวเต็มมาราวๆ ไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับ Windows Vista (service pack 1) สิ่งที่ได้ปรับปรุงเพิ่มขึ้น เช่น

  • UI หรือหน้าตาโปรแกรมให้เข้ากับ Vista
  • ใช้ .NET Framework 3.5
  • ใช้ WinFX แทน NTFS โดยตรง (ประมาณ Virtual Folder)
  • HD-DVD playback build-in ซึ่งไม่ต้องลง decoder อื่น
  • integrate กับ Windows Live
  • เพิ่มความปลอดภัยด้วยการ implement NGSCB ลงไป
  • เพิ่มประสิทธิภาพ HDTV

2. ไมโครซอฟท์จะสามารถตกลงเรื่อง license กับ Apple ในการใช้โปรโตคอล Active Sync ได้ ไม่เกินปี 2008 นี้ ข้อตกลงนี้จะทำให้ iPhone สามารถ sync ข้อมูลต่างๆ เช่น email, calendar, contact list จาก Microsoft Exchange Server ได้

3. ไมโครซอฟท์อาจจะได้ตัว Don Mattrick ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาเกมส์ของ Electronic Arts (EA) มาร่วมงานในส่วนธุรกิจบันเทิง (Interactive Entertainment Business) ซึ่งจะทำให้ Shane Kim รองประธาน ฝ่าย Games Studio โดนย้ายไปทำงานส่วนอื่น และจะเป็นจุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจเกมส์ของไมโครซอฟต์

4. ไมโครซอฟท์จะพัฒนาเครื่องมือสำหรับ Facebook ออกมามากมาย เพื่อออกมาชนกับ Google (ซึ่งหนึ่งในนั้นคงจะมีเหมือน OpenSocial เช่น Microsoft Windows Live Contacts API ที่ไมโครซอฟท์กำลังพัฒนาอยู่)

5. Windows Mobile Phone จะนำความแปลกใหม่และความสามารถจาก Zune มารวมไว้ (เช่น การเคลื่อนนิ้วมือเพื่อเลือกหรือเปลี่ยนอะไรบางอย่างในหน้าจอ) และจะกลายมาเป็น Microsoft ZunePhone ใน ปี 2009 แต่ปี 2008 อาจจะออก Windows Mobile Music Feature (คล้าย concept nokia ไหม) มาก่อน

6. Microsoft Office เวอร์ชั่น 14 จะมี beta มาให้ลองในปี 2008 ซึ่งตัวเต็มจะกำหนดออกในปี 2009 (ไม่มี Office เวอร์ชั่น 13 นะครับ ส่วน MS Office 2007 คือ Office เวอร์ชั่น 12)

7. หลังจากที่ไมโครซอฟท์ได้ออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Enterprise Server มาในปี 2007 เช่น Microsoft Office Communications Server, SharePoint และ Exchange Server ซึ่งในปี 2008 นี้ ไมโครซอฟท์ก็จะออกมาเพิ่มอีก นั้นคือ Microsoft ForeFront สำหรับการเพิ่มความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกในการจัดการความปลอดภัย (Security) และผลิตภัณฑ์ประเภท Business-Intelligence (BI)

8. การต่อสู่ของมาตรฐาน format ของ document ยังมีต่อ เพราะเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2008 นี้ ไมโครซอฟท์จะส่ง OOXML เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมาตรฐาน ISO อีกครั้ง หลังจากปรับปรุงแก้ไขหลายๆ ส่วนมาแล้ว ซึ่งมีความเชื่อว่า OOXML จะได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการ แม้จะมีการคัดค้านอย่างหนักก็ตาม และสงครามยกถัดไปจะขึ้นอยู่กับตัวแทนแต่ละประเทศ ว่าจะกำหนดเงื่อนไขที่จะยอมรับอย่างไร

9. Windows 7 จะออกในปี 2008 ค่อนข้างแน่นอน

10. Bruce Chizen, CEO ของ Adobe ที่จะหมดสัญญาการทำงานกับ Adobe เมื่อสิ้นปี 2007 อาจจะได้ร่วมงานกับไมโครซอฟท์ ในส่วนผลิตภัณฑ์ตระกูล Expression ซึ่งขณะนี้ Microsoft กับ Adobe ถือเป็นคู่แข่งด้าน design tool กัน

เครดิต : เว็บเพื่อนบ้าน

Technorati Tags: , , , ,

May 29

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ และ บริษัท ฟูจิตสึ ได้ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ SPARC Enterprise 2 รุ่นใหม่ที่ใช้งานโพรเซสเซอร์ UltraSPARC T2 Plus ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ สำหรับการใช้งานทั้งด้านเน็ตเวิร์ก หรือรันงานหลักของระบบองค์กรขนาดใหญ่ โดยเซิร์ฟเวอร์ CMT SPARC Enterprise T5140 และ T5240 มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่า และความยืดหยุ่นในการปรับขยาย ช่วยให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถประหยัดพื้นที่ติดตั้ง ลดการใช้พลังงานในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบปฏิบัติการ Solaris 10 อีกด้วย

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า เซิร์ฟเวอร์ SPARC Enterprise T5140 และ T5240 สามารถรันแอพลิเคชันระดับองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น จาวา ระบบ ERP: Enterprise Resource Planning ระบบเมล์และฐานข้อมูล OLTP เป็นต้น นอกจากนี้ยังติดตั้งเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันแบบโอเพนซอร์ส ที่ยืดหยุ่นในการใช้งานอย่าง Solaris Containers และ Logical Domains (LDoms) ที่ใช้งานสูงสุดได้มากถึง128 เซิร์ฟเวอร์ในแบบเวอร์ชวลต่อหนึ่งเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถใช้โดเมนแยกเป็นอิสระได้มากถึง 5,120 โดเมนต่อแร็ค จึงเหมาะอย่างยิ่งต่อการใช้งานด้านเวอร์ชวลไลเซชันและงานรวมระบบ

รายงาน ข่าวแจ้งด้วยว่า เซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ทั้ง 2 แบบนี้ ยังนำเสนอประสิทธิภาพการประมวลผลการคำนวณที่สูงกว่าระบบแบบ x86 ที่มี 2 ซ็อคเก็ตของคู่แข่งถึง16 เท่า และสูงกว่าระบบแบบ x86 แบบ 4 ซ็อคเก็ตถึง 32เท่า ขณะเดียวกัน เซิร์ฟเวอร์ SPARC Enterprise T5140 และ T5240 ของซันและฟูจิตสึ ยังมีประสิทธิภาพสูงกว่าเซิร์ฟเวอร์ RISC คู่แข่งถึง 3 เท่า โดยใช้พื้นที่ติดตั้งเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อเปรียบเที่ยบกัน ทั้งนี้เซิร์ฟเวอร์ SPARC Enterprise T5140 และ T5240 จะวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของซันและฟูจิตสึ ทั่วโลก โดยมีสเปกของเซิร์ฟเวอร์ และคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ เหมือนกันทุกประการ

ปิด
E-mail It