Wordpress Themes
Jul 01

ซินเน็คบุกตลาดอุปกรณ์นำทางจีพีเอส มั่นใจตลาดโต 2 เท่า จากปัจจัยราคาเครื่องที่ต่ำลงและปัญหาน้ำมันแพงทำให้ผู้ใช้รถวางแผนการเดิน ทางมากขึ้น

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซินเน็ค(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ผู้นำเข้าอุปกรณ์นำทางแบรนด์มิโอ้(Mio) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอุปกรณ์นำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอสมีแนวโน้มโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบจากหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอัตราการใช้งานอุปกรณ์จีพีเอสเทียบกับจำนวนรถยนต์ที่ใช้งานในประเทศไทย ยังต่ำกว่า 0.5 %? แต่ปีนี้คาดว่าจะมีถึง1.1-1.3 %?? หรือประมาณ 900,000 -120,000 เครื่อง จากจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียนในปี2551 ประมาณ 8 ล้านคัน และคาดว่าจะมีสูงถึง 2.5 %ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากราคาอุปกรณ์จีพีเอสลดต่ำลงและปัญหาน้ำมันแพงทำให้ผู้ใช้รถ ต้องวางแผนในการเดินทางมากขึ้น ทั้งนี้ซินเน็คตั้งเป้ายอดขายปีนี้ประมาณ 2 หมื่นเครื่องหรือมีส่วนแบ่งในตลาดจีพีเอสประมาณ 20%

ด้านนายสรัณย์ ธีรวิชิรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์มิโอ้ กล่าวว่า ซินเน็ค ได้นำเข้าผลิตภัณฑ์จีพีเอสแบรนด์มิโอ้ตั้งแต่ปี 2006? เดิมมีทั้งจีพีเอสโฟนและอุปกรณ์จีพีเอสอย่างเดียว แต่ปีนี้บริษัทจะเน้นแข่งขันในตลาดอุปกรณ์จีพีเอสอย่างเดียวมากขึ้น ล่าสุดได้เปิดตัวอุปกรณ์จีพีเอส 2 รุ่นใหม่คือ Mio C230 ขนาด 3.5 นิ้วและ Mio C320b? ขนาด 4.3 นิ้ว หน้าจอระบบทัชสกรีนเน้นใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ค้นหาอัจฉริยะ ที่มาพร้อมแผนที่นำทางใหม่ที่มิโอ้ร่วมมือกับ Tele Atlas? บอกแผนที่ทั่วประเทศไทย และอีกหลายประเทศในอาเซียนและมีเสียงแนะนำเส้นทางจากตัวเครื่อง สำหรับแผนที่มีการอัพเดททุก 4 เดือน ปัจจุบันครอบคลุมเมืองใหญ่ ๆ 100 % ส่วนต่างจังหวัดจะมีเส้นทางและจุดสำคัญของแต่ละเมือง

ที่มา : เดลินิวส์

Technorati Tags: ,

Jun 28

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกๆ ท่าน วันนี้ผมมีทริปดีๆ จะมานำเสนอให้ทุกท่านได้อ่านกันและได้ทำตามกันไปเลยละครับ… เบื่อมั้ยครับ เวลาเครื่องหรือวินโดวส์เรามีปัญหาขึ้นมาเช่น ไฟล์ระบบหายไปมั่ง หรือเหตุผล 108 อะไรก็ตาม แล้วไปปรึกษาช่างคอมพ์แล้วได้รับคำตอบกลับมาว่า “พี่… Format เถอะครับ” ถูก…ครับ นั้นคือวิธีทางแก้ไขที่ถูกต้องที่สุด แต่…ถ้าหากในเครื่องของท่านมีข้อมูลดีๆ และถ้า Format ทิ้งไปก็อาจจะเสียดายตามมา… วันนี้เรามีทางออกสำหรับท่านที่ต้องการล้างเครื่องใหม่ แต่ไม่ต้องการ Format มานำเสนอครับ แต่… ผมบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่า case นี้เป็น case ที่ทำได้เฉพาะเครื่องที่มีปัญหาอยู่แต่ยัง Boot เข้า Windows ได้ครับ ส่วนใครที่เข้า Windows ไม่ได้ก็ขอให้เครื่องของท่านจงไปที่ชอบที่ชอบ นะครับ -…-

ขั้นตอนการปฏิบัติ

  1. เปิดเครื่องบูตเข้าสู่วินโดว์สตามปกติ
  2. นำแผ่น Setup CD ของวินโดว์สใส่ลงในไดรฟ์ซีดีรอม
  3. คลิกปุ่ม Start -> Run
  4. พิมพ์คำสั่ง E:\i386\winnt32 /unattend แล้วคลิกปุ่ม OK (ในกรณีที่ ไดรฟ์ซีดีรอมเป็นไดรฟ์ E ถ้าเป็นไดร์ฟอื่นก็ให้แก้เป็นตามนั่นเช่น C:\ or D:\)
  5. โปรแกรมติดตั้งจะเริ่มดำเนินการติดตั้งวินโดว์สให้ใหม่ โดยยังคงรักษา
    ค่าการทำงานต่างๆ เอาไว้เหมือนเดิม

แค่นี้ เครื่องคอมพ์ของท่านก็จะกลับมาแอ๊บแบ๊วเหมือนเดิมได้แล้ว

ขอบคุณ : Zone IT.com

Technorati Tags: ,

Jun 23

ใน งาน คอมมาร์ต เอ็กซ์เจน ที่เพิ่งผ่านไป โน้ตบุ๊กราคาถูกๆ ออกมาโชว์ตัวเรียกความสนใจกันหลายเจ้า พวกนี้ล้วนอาศัยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ถูกลงไปอีก ต่างสายพันธุ์กันไป สายพันธุ์ที่น่าสนใจเห็นจะเป็น Linpus Linux Lite ซึ่ง 2 ยี่ห้อใช้เหมือนกัน และสร้างความโดดเด่นให้กับงานทั้งคู่ หนึ่งนั้นคือ Aspire One จากค่ายเอเซอร์ ซึ่งอาจจะเพราะรูปลักษณ์ของเครื่อง ยี่ห้อ และการตลาด ในราคา 14,900 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ส่วนอีก ยี่ห้อคือ MSI Wind U100 นี่ก็ใช้ Linpus เหมือนกัน ราคาแพงกว่าของ เอเซอร์ 99 บาท เป็นราคาจองทั้งคู่เพราะของยังไม่มา ดูจากสเป็กฮาร์ดแวร์แล้ว MSI Wind เหนือกว่าอยู่หลายส่วน ก็คงเสียเปรียบกันที่ยี่ห้อซึ่งคนไทยทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก

คำถาม ที่ถามกันค่อนข้างมากยิ่งกว่า ก็คือ Linpus Linux Lite นี่เป็นใครมาจากไหน ขออนุญาตนำข้อมูลมาขยายความให้เป็นที่รู้จักกันอีกสักหน่อย แม้จะยังไม่เคยทดสอบจากของจริงก็ตาม

Linpus Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Fedora Linux ด้วยวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ โดยบริษัท Linpus Technology แห่งไต้หวันที่ เชี่ยวชาญลีนุกซ์โดยเฉพาะ พัฒนามันไปใช้กับแทบจะทุกเซ็กเตอร์ของคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์, เดสก์ทอป, แล็ปทอป ตลอดจนในตลาดเอ็มเบด และแฮนด์เฮลด์ทั้งหลาย ตลอดจน Linpus Linux Media Center ที่พัฒนาไว้ครบครันสำหรับมัลติมีเดียบนลีนุกซ์

เริ่มพัฒนาลีนุกซ์ภาษาจีนออกมาลุยตั้งแต่ปี 2542 โน่น สร้างชื่อเสียงในการพัฒนาลีนุกซ์มาต่อเนื่อง จน

กระทั่ง ปีที่แล้วเริ่มส่งลีนุกซ์สำหรับพีซีราคาถูกออกมาสู่ตลาดโลก โดยตลาดใหญ่ที่สุดของ Linpus อยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน และตามมาด้วยไลต์เวอร์ชั่นสำหรับ โน้ตบุ๊กราคาถูกที่ไม่ต้องใช้ฮาร์ดแวร์สูงมาก

เท่าที่เห็นนอกจาก จุดเด่นให้ใช้งานได้ง่ายด้วยพื้นที่จำกัดของหน้าจอ ซึ่งโน้ตบุ๊ก ราคาถูกหรือเน็ตบุ๊กทั้งหลายต่างก็เน้นด้วยกันทั้งนั้น Linpus Linux Lite ยังเด่นอีกจุดก็คือการทำให้ส่วนติดต่อผู้ใช้งานมีสองโหมดด้วยกัน นั่นคือโหมดใช้งานง่ายที่คล้ายๆ กับสายพันธุ์อื่น นั่นคือการนำไอคอนของโปรแกรมใช้งานที่จำเป็นทั้งหมดมาเรียงกันอยู่บนหน้าจอ ให้เลือกคลิกเรียกใช้ได้ทันที

กับโหมดแอดวานซ์สำหรับผู้ใช้งานใน ระดับที่มีความรู้ หรือชำนาญการใช้งานอยู่พอสมควร ในโหมดหลังนี้บนหน้าจอก็จะคล้ายกับที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทั่วๆ ไป เรียกใช้โปรแกรมจากการคลิกเมนูที่เก็บไว้ ทำให้หน้าจอโล่งขึ้น

ใน แง่ของประสบการณ์ยาวนานและความเชี่ยวชาญลีนุกซ์ของ Linpus Technology จึงน่าจะรับประกันได้ชั้นหนึ่งแล้วว่า คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการไม่ใช่ “เครื่องอะไรก็ไม่รู้” ทว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่พัฒนามานานให้พร้อมผู้ใช้งานและใช้งานง่ายที่สุด สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการของราคาถูกคุณภาพดี

Technorati Tags: , , ,

Jun 16

จับตาปรากฏการณ์ “ไอโฟน 3 จี” เขย่าตลาดมือถือ-พีดีเอโฟน หลัง “สตีป จ็อปส์” ประกาศทุบราคา “ไอโฟน 3 จี” เหลือ 6,600 บาท ผู้ค้าเมืองไทยเชื่อมือถือทุก แบรนด์เจอผลกระทบถ้วนหน้า ด้าน “เอชทีซี” เผยบริษัทแม่ตั้งทีมศึกษาจุดเด่น-จุดด้อยของไอโฟน 3จี เพื่อตั้งรับ ขณะที่ 2 ยักษ์โอเปอเรเตอร์มือถือรอลุ้นรับสิทธิ์ทำตลาดเมืองไทย “ดีแทค” ชี้โมเดลธุรกิจใหม่ของแอปเปิลทำให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ง่ายขึ้น

นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่แอปเปิลเปิดตัวไอโฟน 3 จี ในราคา 199 เหรียญ พร้อมปรับโมเดลการทำธุรกิจกับผู้ให้บริการมือถือในแต่ละประเทศใหม่ จะทำให้การทำข้อตกลงกับโอเปอเรเตอร์ มือถือง่ายขึ้น และอาจทำให้การตกลงทำธุรกิจกับผู้ให้บริการมือถือแต่ละประเทศเปิดกว้างให้ กับหลายๆ ราย แต่ก็ยังมีปัญหาที่ต้องคิดต่อว่าถ้าโอเปอเรเตอร์รับซับซิไดซ์ราคาเครื่องไอ โฟนมาแล้ว การที่จะทำราคาค่าบริการสูงขึ้นเหมือนเอทีแอนด์ทีในสหรัฐอเมริกาคงลำบาก และการที่จะผูกมัดให้ลูกค้าใช้บริการของบริษัท 2 ปี โดยที่ไม่เปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น ก็คงต้องหาวิธีการมาจัดการด้วย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาว่า ลูกค้าซื้อเครื่องถูกแล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น

โดย ที่ผ่านมา ดีแทคก็ได้มีการติดต่อขอเจรจาเพื่อเป็นตัวแทนทำตลาดเครื่องไอโฟนใน ประเทศไทยเช่นกัน โดยเป็นการผนึกรวมกับกลุ่มเทเลนอร์ ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับแจ้งจากแอปเปิลว่าจะมีการพิจารณาเรื่องการทำตลาดเมือง ไทยในช่วงปลายปีนี้

นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐ กุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากไอโฟนเข้ามาทำตลาดเมืองไทยในราคา 6,600 บาท ตามที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าจะตีตลาดมือถือแบรนด์อื่นๆ กระจายแน่นอน ส่วนที่แอปเปิลมีโมเดลให้โอเปอเรเตอร์ซับซิไดซ์ราคาเครื่องนั้นยังไม่มี ข้อมูลชัดเจน คงไม่สามารถตอบอะไรได้ แต่เอไอเอสก็คาดหวังว่าหลังจากที่สิงเทลได้สิทธิ์ในการทำตลาดไอโฟน ในส่วนของเอไอเอสก็หวังว่าจะได้รับสิทธิ์ในการทำตลาดเร็วๆ นี้เช่นกัน

ขณะ ที่นายไพโรจน์ ถาวรสภานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีจี โฟน จำกัด แสดงความเห็นว่าที่ผานมาตลาดโทรศัพท์มือถือยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก ไอโฟน เพราะเครื่องเวอร์ชั่นแรกที่เข้ามาทำตลาดเป็นเกรย์มาร์เก็ตคือหิ้วเข้ามาขาย ถ้าจะกระทบบ้างจะเป็นในกลุ่มพีดีเอโฟน หรือ โนเกีย เอ็นซีรีส์ เช่น N 95 N 82 หรือ N 78 เพราะไอโฟนใช้งานง่าย รูปลักษณ์สวย ได้ทั้งกลุ่มใหม่และกลุ่มคนใช้ไอพอดเดิมด้วย

สมาร์ทโฟนเดิมที่เป็น วินโดวส์ แอปพลิเคชั่นใช้ค่อนข้างยาก เมื่อมีไอโฟนจึงเป็นการสร้างตลาดใหม่ ในกลุ่มดารา ไฮโซ วัยรุ่น หรือผู้หญิง เพราะต่อเน็ตง่าย แต่ถามว่ากระทบเยอะไหมยังเห็นไม่ชัดนัก ในแง่ผู้ผลิตเครื่องที่เห็นปรับตัวมากเป็นพีดีเอโฟน อย่าง HTC ลงราคาเหลือ 9,900 บาท เชื่อว่าไอโฟนจะทำให้ตลาดโตขึ้น”

อย่างไรก็ตามไอโฟนจะมี ผลต่อตลาดโดยรวมต่อเมื่อมีการเข้ามาทำตลาดเป็นทางการ เช่นเดียวกับแบรนด์เนมอื่นๆ ไม่ใช่นำเข้าในลักษณะเกรย์มาร์เก็ตเช่นทุกวันนี้ ถึงขณะนั้นจะมองเห็นผลกระทบได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ด้วยว่าโมเดลธุรกิจของ ไอโฟนจะเป็นอย่างไรด้วย เช่น รุ่นใหม่ 3 จี ที่เปิดตัวราคา 199 เหรียญสหรัฐ ถ้าเป็นราคาเฉพาะเครื่องและมีการนำเข้ามาขายในเมืองไทย น่าจะส่งผลกระทบต่อแบรนด์ อื่นๆ อย่างมาก แต่หากราคาดังกล่าวเป็นการ ซับซิไดซ์โดยโอเปอเรเตอร์ก็ไม่น่ากลัว

สำหรับในเมืองไทยคงต้องรออีก 3 เดือนหลังเปิดตัวในอเมริกาแล้วถึงรู้ว่าจะ เอฟเฟ็กต์กับบ้านเราแค่ไหน อยู่ที่แต่ละยี่ห้อจะวางโปรดักต์ใหม่มาสู้ทันไหม แต่สู้ที่ราคาคงลำบากเพราะแบรนด์อื่นมีโปรดักต์ไลน์เยอะ ถ้าลดราคารุ่นใดรุ่นหนึ่งก็จะกระทบรุ่นอื่นในภาพรวม”

นายวรมันต์ งามประสิทธิ์ ผู้จัดการช่องทางการขาย บริษัท เอชทีซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หากไอโฟน 3 จี เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบทุกแบรนด์ โดยเฉพาะมือถือระดับกลางขึ้นไป รวมถึงกลุ่มสินค้าของเอชทีซีในระดับราคา 9,900-15,000 บาท ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานพีดีเอโฟนครั้งแรกอาจจะเปลี่ยนใจ แต่เชื่อว่าผู้ที่ใช้พีดีเอโฟนอยู่เดิมหากไปซื้อไอโฟนมาลองใช้ สุดท้ายจะเปลี่ยนมาซื้อพีดีเอโฟนเหมือนเดิม แต่ตลาดที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงคือโทรศัพท์มือถืออย่าง โนเกีย, ซัมซุง ,โซนี่ อีริคสัน ที่มีสินค้ากลุ่มมัลติมีเดียโฟน เพราะมีคุณสมบัติใกล้กัน

ใน ส่วนของเอชทีซีได้เตรียมแผนรับมือการเข้ามาของไอโฟน 3 G เช่นกันโดยบริษัท แม่ได้ให้ทีมด้านผลิตภัณฑ์ศึกษาฟีเจอร์ของไอโฟน 3 G ว่ามีจุดไหนเด่น จุดไหนด้อย เพื่อวางแผนรับมือคู่แข่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

นายสรัณย์ ธีรวชิรกุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์พีดีเอโฟน “มิโอ้” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั้งโนเกีย เอชทีซี มิโอ้ ต่างจะได้รับผลกระทบแน่นอน แต่จากข้อมูลพบว่าคนที่ใช้ไอโฟนกับคนที่ใช้พีดีเอโฟนเป็นคนละกลุ่ม เพราะไอโฟนเป็นลักษณะแฟชั่นโฟนมากกว่า ดังนั้นแบรนด์ที่มีฟีเจอร์และโพซิชันนิ่งที่แตกต่างและชัดเจนจะได้รับผล กระทบไม่มาก

ทั้งนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สำรวจตลาดไอโฟนที่ห้างมาบุญครอง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2551 หลังจากสตีป จ็อปส์ ได้เปิดตัวไอโฟน 3 จี 1 วัน พบว่าระดับราคาไอโฟนรุ่นเดิมก็ยังมีระดับราคาสูงขึ้น โดย 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคาไอโฟนที่มาบุญครองได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น 8 G จากเมื่อต้นปีอยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ระดับราคาอยู่ที่ 19,000 บาท และจากการสำรวจล่าสุด ระดับราคาอยู่ที่ประมาณ 20,500-21,000 บาท เนื่องจากความต้องการในตลาดเมืองไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเครื่องเข้ามาทำตลาดได้ยากขึ้น เพราะแอปเปิลกำลังจะเปิดตัวรุ่นใหม่ ทำให้คนกลางในมาบุญครองมีการปรับขึ้นราคาตามดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าในเร็วๆนี้ราคาไอโฟนรุ่นเก่าในมาบุญครองจะต้องปรับลงแน่ นอน รวมทั้งจะเห็นเครื่องมือสองในตลาดมากขึ้น

ข่าวจาก : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Technorati Tags: , , ,

Jun 01

รายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับความคืบหน้าของ Windows 7 ซึ่งในงาน D6 บิลเกตส์ และสตีฟ บอลเมอร์ สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งไมโครซอฟท์ได้เดินทางมาแนะนำ OS ตัวใหม่ที่จะมาแทน Vista เพื่อให้นักพัฒนาได้เห็นแนวทางของการสร้างซอฟต์แวร์ในอนาคต

สำหรับคุณสมบัติใหม่บน Windows 7 จะเป็นการเพิ่มความสามารถของฟังก์ชันมัลติทัชเข้าไป โดยทีมพัฒนา Surface (โต๊ะกาแฟคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัส) ซึ่งทำให้เดสก์ทอปของโอเอสตัวใหม่ สามารถทำงานได้ด้วยระบบสัมผัสที่เหนือชั้น

ในส่วนของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสาธิตจะเป็นแท็บเล็ต Dell Latitude XT โดยบอลเมอร์บอกว่า การสาธิตทีนำมาแสดงให้เห็นในวันนี้เป็นแค่น้ำจิ้มของ Windows 7 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาบางส่วนรู้สึกว่า มันเร็วเกินไปที่พวกเขาจะต้องมาเรียนรู้การพัฒนาซอฟต์แวร์กันให ม่อีกแล้ว แถมยังมีความซับซ้อนมากกว่าเดิมอีกด้วย การแย้มพราย Windows 7 ให้ได้เห็นกันในวันนี้ ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ไมโครซอฟท์คงตั้งใจจะเปลี่ยนอินเตอร์เฟสของระบบปฏิบัติการอย่าง สิ้นเชิง โดยใช้กลไกของระบบมัลติทัชเป็นหัวใจสำคัญ

เล่าให้ฟังอย่างเดียว เพื่อนๆ คงจะไม่เห็นภาพ ลองดูคลิปวิดีโอสาธิตที่ปรากฎในงานนี้ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยดีกว่าครับ

Technorati Tags: , , ,

ปิด
E-mail It