Wordpress Themes
Jul 20

ตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นย?จึงพัฒนาซอฟต์แวร์ช่วยวิเคราะห์ดินและปุ๋ยย?ทดสอบเบื้องต้นค่าปุ๋ยลดลงย?500?บาทต่อไร่ย?ส่งให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศนำไปใช้งาน

ซอฟต์แวร์ดินไทย-ธาตุอาหารพืช และ ซอฟต์แวร์จัดการดิน-ปุ๋ย ผลงานการพัฒนาร่วมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะค่าปุ๋ยที่ปรับราคาเพิ่มบ่อยครั้งย?ซอฟต์แวร์ทั้งสองจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรย?ทราบถึงสภาพความสมบูรณ์ของแปลงดินย?และปริมาณปุ๋ยที่ต้องใช้ย?จึงลดการสิ้นเปลืองปุ๋ยส่วนเกินไปได้ส่วนหนึ่ง

การพัฒนาโปรแกรมทั้งสองใช้เวลาเพียง3?เดือนเท่านั้นย?โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลจากฐานข้อมูลดินเดิมย?ที่กรมพัฒนาที่ดินได้สำรวจและแบ่งดินทั่วประเทศออกเป็นชุดดินต่างๆย?แล้วนำมาเชื่อมโยงกับคำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ย ฉลองเทพวิทักษ์กิจ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าว

ซอฟต์แวร์ดินไทยฯรองรับการสืบค้นข้อมูลดินย?ได้ตามขอบเขตการปกครองและตำแหน่งที่ตั้งแปลงย?ซึ่งเนื้อหาละเอียดถึงระดับหมู่บ้านรวมถึงชื่อวัดในหมู่บ้านย?จากนั้นแสดงแผนที่ในรูปของสีที่แตกต่างกันย?โดยแต่ละสีหมายถึงชุดดินหมายเลขต่างๆย?รวมถึงรายละเอียดอื่นอย่างธาตุอาหารย?คุณสมบัติทางเคมีของดินในพื้นที่นั้น

นอกจากนี้ยังแนะนำสูตรปุ๋ยและระยะเวลาใส่ปุ๋ยที่เหมาะสมสำหรับชุดดินต่างๆย?โดยคำนึงถึงประเภทของพืชที่ปลูกบนชุดดินนั้นด้วยย?ไม่ว่าจะเป็นย?ข้าวย?อ้อยย?ข้าวโพดย?มันสำปะหลังย?ยางพาราและปาล์มน้ำ

ส่วนซอฟต์แวร์จัดการดินและปุ๋ยจะวิเคราะห์ดินของเกษตรกรเป็นรายแปลงย?จากการป้อนข้อมูลค่าวิเคราะห์ดินจากแปลงเพาะปลูกย?ทำให้ได้ข้อมูลเฉพาะของดินที่ละเอียดกว่าซอฟต์แวร์ดินไทยฯย?ช่วยให้วิเคราะห์สูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับความต้องการของดินในพื้นที่การเกษตรนั้นๆ

จากการติดตามผลในแปลงทดลองที่เกษตรกรบริหารจัดการใช้ปุ๋ยตามโปรแกรมแนะนำพบว่าย?สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้ประมาณย?500?บาทต่อไร่ย?โดยที่ผลผลิตเท่าเดิม ฉลองกล่าว

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯย?ได้แจกจ่ายซอฟต์แวร์ทั้งสองย?ไปยังหน่วยงานในสังกัดระดับภูมิภาคแล้วย?พร้อมทั้งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์ย?คาดว่าในปีงบประมาณย?2552?เกษตรกรทั่วประเทศจะสามารถใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ทั้งคู่ย?หรือสนใจติดต่อขอรับซอฟต์แวร์ดังกล่าวย?ได้ที่หน่วยงานของกรมพัฒนาที่ดินย?กรมวิชาการเกษตรย?กรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการข้าว

ปริศนายุติไฟใต้ของจริงหรือลวง?

ดูเหมือนว่านับแต่เกิดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา รัฐบาลยังคลำเป้าไม่ถูกว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ป่วนใต้

Technorati Tags: ,

Jul 08

ไม่รู้ว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนกับ Hello Kitty Anti-Virus และ Firewall ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดจาก Sanrio

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หลายคนคงเคยเห็นผลิตภัณฑ์ของซานริโอ (Sanrio) ที่มีตัวการ์ตูนเป็นพรีเซนเตอร์มากมาย ทั้งทาโบะ เคโระ แบดซ์มารุ ช็อคโกแคต และที่โด่งดังที่สุดคือ คิตตี้ ? แมวน้อยสีชมพูหวานจ๋อย ที่เด็กสาวๆ ชื่นชอบกันนัก

คิตตี้ถูกนำมาสร้างเป็นการ์ตูนออกฉาย ทางโทรทัศน์ รวมถึงเป็นพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียน โต๊ะ เก้าอี้ ร่ม ถังขยะ ไมโครเวฟ โทรศัพท์ กระเป๋า บัตรเครดิต กีตาร์ แปรงสีฟัน นาฬิกา คอมพิวเตอร์ เมาส์ ฯลฯ จนนับไม่ถ้วน

ล่าสุดซานริโอได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ กับคิตตี้ในประเทศจีนแล้ว นั่นก็คือซอฟท์แวร์แอนตี้ไวรัสและไฟร์วอลคิตตี้ ซึ่งดูจากหน้าตาแล้วหลายคนอาจเป็นกังวลว่า จะมีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสและป้องกันแฮคเกอร์ได้มากน้อยแค่ไหน หรือซานริโอเพียงแค่ออกผลิตภัณฑ์มาเพื่อให้ครบชุดสินค้าในหมวดหมู่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางคนพูดทีเล่นทีจริงว่า การที่มีผลิตภัณฑ์แอนตี้ไวรัสคิตตี้ออกมาในครั้งนี้ ก็เพื่อแก้ภาพลักษณ์ของคิตตี้ ที่เคยถูกนำไปใช้เป็นไอคอนของไวรัสตัวหนึ่ง โดยหากย้อนกลับไปดูฐานข้อมูลไวรัสของ McAfee ก็จะพบว่าเป็นไวรัสที่ชื่อ W32/Supova.e.worm มีความเสี่ยงในระดับต่ำ ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 18 กรกฏาคม 2002 ในสหรัฐอเมริกา โดยแพร่กระจายอยู่ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนไฟล์อันโด่งดังอย่าง KaZaa และโปรแกรม MSN Messenger

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags: , ,

Jul 07

ซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก “ไมโครซอฟท์” เริ่มต้นปี งบประมาณใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “บิล เกตส์” ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธานบริษัทผันตนเองมามีหน้าที่เพียงแค่ที่ปรึกษาของบริษัทเท่านั้น เพื่อทุ่มเทชีวิตส่วนที่เหลือให้กับงานในมูลนิธิที่เขาและภรรยาตั้งขึ้นอย่างเต็มตัว

ทำให้ภาระหนักในการขับเคลื่อนธุรกิจซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่มีสัดส่วนการใช้มากกว่า 90% ของพีซี 1 พันล้านเครื่องในโลก รายได้บริษัทที่มากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 91,200 คน และการบริหารสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 75 ชนิด ตกอยู่กับคนข้างหลัง โดยเฉพาะผู้บริหารสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ บัลเมอร์, เรย์ ออซซี่ ผู้บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเครก มัลดี้ ผู้บริหารฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์แห่งค่ายเรดมอนต์

รายงานข่าวจาก “อิมฟอร์เมชั่น วีก” ระบุว่า คำถามที่ตามมาต่อไมโครซอฟท์และผู้บริหารยุคใหม่ คือหลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะไปในทิศทางใด ?

สตีฟ บัลเมอร์” จะทำงานในฐานะ ผู้นำเพียงผู้เดียวหรือไม่ ? จะเป็นผู้นำ ไมโครซอฟท์ข้ามอุปสรรคนานัปการที่รออยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่ ?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจ นักลงทุน พาร์ตเนอร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไมโครซอฟท์ทั้งหมด ซึ่งมีความห่วงใยต่ออนาคตของไมโครซอฟท์ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการต่อกรสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่าง “กูเกิล” ที่นับวันจะเร่งเครื่องพัฒนาแอปพลิเคชั่น ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตออกสู่ตลาด

ยังไม่นับรวมถึงปัญหาเรื่องยอดขายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า ที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ตกลง 25% ในไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายจากคู่แข่ง เช่น แมคจากแอปเปิล หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการ “ลีนุกซ์” กลับมียอดขายตามร้านวอล-มาร์ตดีขึ้น

สตีฟ บัลเมอร์” วัย 52 ปี กล่าวว่า เขาต้องการจะรักษาตำแหน่งผู้นำของ ไมโครซอฟท์ไปอีก 10 ปี ถ้าหากเขาอยู่รอดได้ถึงแม้เพียง 5 ปี ก็จะสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าระบบปฏิบัติการต่อไปของไมโครซอฟท์ “วินโดวส์ 7″ ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2010 ต้องดีกว่าวิสต้า

ขณะเดียวกันกลยุทธ์ด้านอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ไมโครซอฟท์ต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ว่าแนวทางการดำเนินงานด้านอินเทอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไมโครซอฟท์รั้งตำแหน่งที่ 3 หรือต่ำกว่าในเกือบทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ตามหลังกูเกิล ยาฮู และผู้เล่นในตลาดรายอื่น รวมถึงกรณีร้อนๆ อย่างการควบรวมกิจการกับ “ยาฮู” ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือจะยุติบทบาทของตนเองลง

ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องควบรวมกิจการกับยาฮู เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการสืบค้นข้อมูล และการตลาดบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามเมื่อดีลครั้งนี้ ไม่ประสบผลสำเร็จ เราจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะแสดงเหตุผลต่อนักลงทุนหรือลูกค้า แต่ต้องสามารถนำพาไมโครซอฟท์เข้าสู่ยุค web computing โดยไม่มีบิล เกตส์ ยืนอยู่ เคียงข้างได้ด้วย” บัลเมอร์กล่าว

โชคชะตาของไมโครซอฟท์ภายใต้การกุมบังเหียนของ “สตีฟ บัลเมอร์” ยังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ว่าความสามารถของเขาเพียงพอที่จะพาองค์กรระดับโลกเข้าสู่ยุคการจัดการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ทำให้รายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์เกิดภาวะสั่นคลอนได้หรือไม่

เดอะ ซีแอตเติล ไทมส์” รายงานว่า ภาวะการเปลี่ยนผู้นำของไมโครซอฟท์ถือเป็นความท้าทายน้อยที่สุดที่ไมโครซอฟท์ต้องเผชิญ แต่ความท้าทายหลักคือการพาธุรกิจของบริษัทเดินไปข้างหน้า เพราะปัจจุบันอัตราการเติบโตของไมโครซอฟท์ โตเต็มที่แล้วจึงอยู่ในภาวะลดลง ดังนั้นจึงต้องพุ่งเป้าความสนใจใหม่ไปยังลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ที่มีมากกว่าพันล้านคนแทน

ถึงกระนั้นปัญหาหลักในตลาดเกิดใหม่คืออัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีสัดส่วนสูงมาก และได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายของไมโครซอฟท์ หากยังต้องการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้

บัลเมอร์” ยอมรับว่า ไม่มีใครมาแทนบิล เกตส์ได้ แต่คนไม่ได้ซื้อสินค้าของไมโครซอฟท์ เพราะบิล เกตส์ แต่เพราะต้องการใช้สินค้าเพื่อดำเนินธุรกิจอย่าง ต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพและ นวัตกรรมของไมโครซอฟท์ที่ใส่เพิ่มเข้าไปมากกว่า

คำถามที่ได้ยินตลอดเวลาคือ พวกเราจะรวมกับยาฮูเพื่อผนวกบริการด้านเสิร์ชได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพวกเราจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีบิล” บัลเมอร์กล่าว

ขณะที่ ดิ อีโคโนมิสต์รายงานถึงสิ่งที่ “เรย์ ออซซี่” ผู้บริหารระดับสูงด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของไมโครซอฟท์ กล่าวถึงประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่า ซอฟต์แวร์อาจถึงจุดจบ หากเว็บเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นจนแทนที่การใช้ซอฟต์แวร์ และอาจส่งผลให้ไมโครซอฟท์ลำบากมากขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่หลายสิ่งเกิดขึ้น คนทั่วไปคิดว่าสิ่งนั้นกำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงคอนซูเมอร์เป็นนักปฏิบัติมากๆ และมักผสมระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ได้อย่างลงตัว และการผสมผสานนี้ขึ้นกับว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และต้องการที่จะทำอะไร แทนที่จะถึงจุดจบของซอฟต์แวร์ แต่จะเป็นซอฟต์แวร์บวกกับให้การบริการ และนี่คือกลยุทธ์บทใหม่ของไมโครซอฟท์” เรย์ ออสซี่ กล่าว

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

?

Technorati Tags: ,

Jun 30

บริษัทซอฟท์แวร์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ยื่นฟ้อง Google สูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฐานขโมยไอเดียไปผลิตซอฟท์แวร์เอง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : บริษัทที่เปรียบเหมือนแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ก็คือ LimitNone บริษัทซอฟท์แวร์เล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ยื่นฟ้อง Google ฐานเผยแพร่ความลับทางการค้าอย่างไม่เหมาะสม และละเมิดกฎหมายหลอกลวงผู้บริโภคแห่งรัฐอิลลินอยส์

เรื่องมีอยู่ว่าบริษัท LimitNone ได้พัฒนาซอฟท์แวร์ตัวหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้ผู้ใช้ปฏิทินของ Microsoft Office สามารถโอนถ่ายข้อมูลไปยังระบบของ Google ได้ โดย LimitNone อ้างว่าเมื่อต้นปี 2007 บริษัทได้ร่วมทำโครงการนี้กับ Google และได้นำเสนอซอฟท์แวร์ดังกล่าวต่อทีมงานของ Google Apps ซึ่งเป็นทีมพัฒนาระบบซอฟท์แวร์ออนไลน์ โดย Google เองก็ยืนยันว่าจะไม่พัฒนาซอฟท์แวร์แบบเดียวกันนี้ออกมาแข่ง

ตลอดทั้งปีที่ LimitNone ได้ร่วมงานกับ Google ซอฟท์แวร์ดังกล่าวถูกเปลี่ยนชื่อจาก MY GRATE ไปเป็น gMove ตามคำแนะนำของ Google แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จบลงที่ Google ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ออกมา ซึ่งเหมือนกับซอฟท์แวร์ของ LimitNone ทุกประการ โดยใช้ชื่อว่า Google Email Uploader

LimitNone อ้างว่า Scott McMullan ผู้บริหารอาวุโสของ Google เคยพูดว่าแนวโน้มตลาดที่จะมีจำนวนผู้ใช้ซอฟท์แวร์นี้มากถึง 50 ล้านคนนั้น ใหญ่เกินไปที่มันจะได้รับการพัฒนาจากบริษัทอื่น

ด้าน Ray Glassman ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LimitNone บอกว่า Google มีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจว่าอย่าทำตัวเป็นปีศาจ (Don?t be evil) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเขาเชิญเราไปร่วมงาน และให้เราเชื่อใจพวกเขา และสุดท้ายเขาก็ขโมยเทคโนโลยีของเรา

ขณะที่ Google เองยังไม่ออกมาให้ข่าวใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

สำหรับคดีนี้ สำนักงานกฎหมาย Kelly Drye & Warren ในชิคาโกเป็นผู้ดำเนินการแทน LimitNone ซึ่งความเสียหายที่ยื่นฟ้องนั้นสูงเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์

Technorati Tags:

Jun 15

หลังจากเล่น Game Theory กันอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายดีลไมโครซอฟท์กับยาฮูก็ไปไม่รอด

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า ยาฮูบรรลุข้อตกลงเปิดทางให้โฆษณาบางตัวของกูเกิลปรากฏบนหน้าผลการค้นหา ของเวบ ภายหลังการเจรจาควบกิจการกับยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ยุติลงด้วยความล้มเหลว

ยาฮูเผยว่า ดีลครั้งใหม่กับกูเกิลอาจเพิ่มยอดขายให้บริษัทถึง 800 ดอลลาร์ต่อปี แต่อาจจะต้องยืดเวลาเริ่มดำเนินการจริงจนถึงเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้เวลากับกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ ที่ตรวจสอบรายละเอียด

ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะแสดงผลโฆษณาจากกูเกิล ใกล้กับผลการค้นหาบนเวบยาฮู รวมถึงเวบอื่นๆ ของยาฮูในสหรัฐ และแคนาดา ซึ่งเชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มให้ยาฮูเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของ บริษัทได้ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของ 2 คู่แข่งครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่ยาฮู เปิดเผยข้อมูลว่า ไมโครซอฟท์ได้ประกาศยุติการเจรจากับบริษัทอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาข้อ ตกลงกับไมโครซอฟท์ ซึ่งต้นเดือนที่ผ่านมายักษ์ซอฟต์แวร์รายนี้ได้ถอนตัวจากแผนเข้าซื้อกิจการ มูลค่า 47.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังมีกระแสข่าวเจรจาซื้อขายธุรกิจบางส่วนออกมาอย่างต่อเนื่อง

ยาฮูระบุว่า ตัวแทนของไมโครซอฟท์กล่าวอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่สนใจที่จะควบกิจการของยาฮู แม้จะเสนอมีการเสนอราคาใหม่ก่อนหน้านี้

จากแถลงการณ์ของบริษัทระบุว่า แผนเข้าซื้อธุรกิจค้นหาข้อมูลของยาฮูที่ไมโครซอฟท์ให้ความสนใจนั้น ทางคณะกรรมการของยาฮูได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ซึ่งหากเป็นไปตามแผนดังกล่าวอาจทำให้ยาฮูไม่มีอิสระในการทำธุรกิจ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการวางกลยุทธ์ในอนาคต และแผนดังกล่าวยังไม่อยู่ในความสนใจของกลุ่มผู้ถือหุ้นของยาฮูในขณะนี้

อย่างไรก็ตามความร่วมมือครั้งใหม่ เกิดขึ้นในช่วงที่ยาฮูกำลังเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มผู้ถือหุ้นนำโดยมหา เศรษฐีคาร์ล ไอคาห์น ซึ่งพยายามจะขับไล่บอร์ดชุดปัจจุบันของยาฮู ที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุที่ให้การเจรจาเข้าซื้อกิจการกับไมโครซอฟท์ล้มเหลว

ที่มา : น.ส.พ ดอทคอม

Technorati Tags: , , , , ,

ปิด
E-mail It